หยุดเทคอนกรีตอย่างไรให้แข็งแรง
By vLIVING PRO03 กรกฎาคม 2562 09:54:21

ส่วนของโครงสร้างอาคาร บ้านเรือนทั่วไป จะมีเสาและคานเป็นตัวรับน้ำหนักของโครงสร้างดังนั้น หากไม่สามารถเทคอนกรีตให้เสร็จพร้อมกันทุกส่วนในครั้งเดียว และต้องมีการแบ่งเทคอนกรีต เราควรต้องรู้ตำแหน่งที่สามารถหยุดเทคอนกรีตได้ เพื่อให้โครงสร้างยังคงมีความสามารถในการรับน้ำหนักได้ มาดูกันว่าเค้าทำอย่างไร

 

การหยุดเทคอนกรีตคาน ควรจะหยุดที่ตำแหน่งกึ่งกลางระหว่าง เสา 2 ต้น (จากระยะครึ่งหนึ่งของ Span เสา ) การแบ่งเทคอนกรีตบริเวณคานไม่ควรหยุดเทคอนกรีตในช่วงระหว่าง L/4 – L/3 เพราะในบริเวณดังกล่าวจะมีแรงเฉือนเกิดในหน้าตัดคานคอนกรีตทำให้เหล็กต้องรับแรงที่เกิดบริเวณรอยต่อ ส่งผลต่อความแข็งแรงของโครงสร้างได้ นอกจากนี้ควรหาไม้อัดมากั้นบริเวณที่หยุดเท เพื่อให้หน้าตัดเป็นแนวฉาก

 

 

 

การหยุดเทคอนกรีตเสา

         ควรหยุดเทคอนกรีตให้สูงใกล้ระดับท้องคานมากที่สุด คือต่ำกว่าท่องคานไม่เกิน 5 ซม. หากมากกว่านั้นจะทำให้เสาไม่แข็งแรง

vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  • ถ้าใครเคยติดตามเพจ "ผู้รับเหมาผู้ซื่อสัตย์" ในช่วงที่ผ่านมา จะทราบดีว่ามีคำแนะนำดีๆจากคุณวิน - พิรัตน์ พลธีระเสถียร วิศวกรอารมณ์ดี มาถ่ายทอดเคล็ดลับเรื่องการสร้างบ้านที่เจ้าของบ้านควรรู้ มาทำความรู้จักกับวิศวกรสุดใจดีท่านนี้ ถึงเหตุผลที่เขาเลือกที่จะแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับการสร้างบ้านแบบไม่มีกั๊กกันค่ะ 

    ประวัติ คุณวิน – พิรัตน์ พลธีระเสถียร

              ชีวิตวัยเด็กของผมก็เหมือนกับเด็กทั่วๆไป  แต่บ่อยครั้งที่ในช่วงวันหยุดผมจะติดตามคุณพ่อไปตามไซด์งานต่างๆ ได้คลุกคลี ได้เห็นการทำงาน ทำให้เกิดความผูกพัน และเกิดเป็นความชอบในสายงานนี้ เมื่อจบชั้นมัธยมศึกษาปีที 6 จากโรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก จึงศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นก็ได้มีโอกาสเดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ ในหลักสูตร Master  of Enterprise in Environmental Innovation จาก The University of Manchester

              หลังจากเรียนจบ  ผมได้เริ่มหาประสบการณ์ในบริษัทเอกชนหลายแห่ง อยู่นานหลายปี พร้อมกับเริ่มค้นหาตัวเองไปด้วย สุดท้ายจึงตัดสินใจกลับมาสานต่อธุรกิจก่อสร้างของที่บ้าน ซึ่งทำมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่ รุ่นคุณพ่อ จนมาถึงรุ่นของผม ซึ่งถ้านับรวม 3 เจเนอเรชั่นก็ประมาณ 80 ปีครับ โดยในยุคแรกๆ จะรับงานพวกหินขัด ทรายล้าง ต่อมาเริ่มขยายงานเพิ่ม รับงานต่อเติม รีโนเวทอาคารทั้งหลัง จนในปัจจุบันกลายเป็นธุรกิจรับก่อสร้างบ้าน อาคารพาณิชย์ ทาวน์เฮ้าส์ โรงงาน       อพาร์ทเมนต์ ซึ่งครบวงจรตั้งแต่งานออกแบบ งานฐานราก งานโครงสร้าง งานสถาปัตย์ ไปจนถึงงานอินทีเรียบิวท์อิน

              ผมเริ่มต้นเรียนรู้การทำงานกับคุณพ่อ ช่าง และโฟร์แมนที่คุมไซด์งาน ศึกษาตั้งแต่งานฐานราก งานระบบต่างๆ ของบ้าน ไปจนถึงการเก็บรายละเอียดงาน ก่อนส่งมอบบ้านให้กับลูกค้า ทำให้มีประสบการณ์พบเจอปัญหาในหลายๆรูปแบบ ซึ่งผมก็ชอบที่จะเรียนรู้เพิ่มเติม เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ และแก้ไขการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ผมอยากให้เป็นบริษัทก่อสร้างที่เติบโต และพร้อมเดินหน้าไปได้อย่างมั่นคง ลูกค้ามีความพึงพอใจ และได้รับงานที่มีคุณภาพตามที่คาดหวัง เพราะทุกขั้นตอนของการสร้างบ้านต้องมีการดูแล และควบคุมคุณภาพอย่างทั่วถึง ตั้งแต่การเริ่มออกแบบ จนสร้างเสร็จสมบูรณ์ทั้งหลัง ซึ่งผลของความไม่ซื่อสัตย์จะอยู่อยู่ในรูปแบบของการล็อคสเป็ค แบรนด์วัสดุที่เลือกใช้ของผู้ออกแบบ การฮั้วการประกวดราคากับผู้รับเหมา การหมกเม็ด การสับงานแบบไม่มีคุณภาพของผู้รับเหมา ไม่มีการควบคุมคุณภาพของงาน การลดปริมาณของ ลดสเป็ควัสดุ ซึ่งตรงนี้สามารถเกิดได้ทุกขั้นตอน อย่างไรก็ตามหากเกิดการลดสเป็ควัสดุ หรือลดของในขั้นตอนของงานฐานรากและโครงสร้าง ผมมองว่าน่าจะทำให้เกิดผลกระทบมากที่สุด เพราะโครงสร้างและฐานรากถือเป็นพื้นฐานหลักของความแข็งแรงและอายุการใช้งานของตัวบ้าน ซึ่งสาเหตุดังกล่าวอาจส่งผลให้บ้านทรุด แตกร้าว และไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้หายขาดได้อย่างถาวรอีกด้วย

    แฟนเพจ "ผู้รับเหมาผู้ซื่อสัตย์" เกิดขึ้นเพราะอะไร เมื่อไหร่ และเพื่อคนกลุ่มไหน?

              ผมเริ่มทำเพจ “ผู้รับเหมาผู้ซื่อสัตย์” ในช่วงปลายปี 58 จุดประสงค์ คือ อยากช่วยให้การสร้างบ้านและปรับปรุงอาคารเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น โดยเน้นวิธีกาารให้ข้อมูลในรูปแบบที่แม้แต่คนทั่วไปสามารถทำความเข้าใจได้โดยใช้เวลาอันสั้น เพราะจากประสบการณ์ที่เจอมา คนรอบข้างมักจะบ่นถึงปัญหาระหว่างที่สร้างบ้านหรือปรับปรุงอาคาร ทั้งๆที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่พอถึงหน้างานกลับเจอปัญหามากมายหลายรูปแบบ ทั้งเรื่องการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน สร้างผิดแบบ ปัญหาจากตัวบุคคล เช่น ผู้รับเหมาทิ้งาน เจ้าของบ้านสื่อสารกับช่างแล้วไม่เข้าใจกัน รวมถึงงบบานปลาย ปัญหาเหล่านี้เมื่อเกิดขึ้นแล้วอาจจะไม่สามารถแก้ไขได้ง่าย หรือทำให้เกิดความเสียหายจนไม่สามารถแก้ให้กลับมาดีได้ตามที่ตั้งใจไว้ เพจ "ผู้รับเหมาผู้ซื่อสัตย์" จึงเป็นเหมือนสื่อกลางในการแบ่งปัน แชร์ แลกเป็นความรู้ ปัญหา และประสบการณ์ ระหว่างกันในสายงานการก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นช่าง ผู้รับเหมา วิสวกร สถาปนิก หรือแม้แต่เจ้าของบ้านเอง โดยทางเพจพร้อมจะแชร์เทคนิคให้เพื่อนๆที่กำลังฝันอยากมีบ้าน รวมถึงช่างผู้ชำนาญการด้านต่างๆได้เข้าใจ เพื่อให้งาก่อสร้างสามารถเดินหน้าไปได้อย่างราบรื่น

    คุณวินอยากให้องค์ความรู้เรื่องการก่อสร้างไม่ได้จำกัดแค่ในวงการผู้รับเหมา?

               ใช่ครับ วัตถุประสงค์ของเพจคือ เราจะทำความรู้เกี่ยวกับบ้าน ที่อาจจะเป็นเรื่องยากๆ ให้คนทั่วไปหรือช่างบางตนรู้ในรูปแบบที่ไม่น่าเบื่อและเข้าใจง่าย เช่น บทความการ์ตูนภาพ บทความวิเคราะห์ปัญหาที่คนส่วนใหญ่พบเจอ คลิปวีดีโอแนะนำเทคนิคการเลือกใช้วัสดุและการแก้ปัญหาหน้างานต่างๆ แบบเข้าใจง่าย ซึ่งไม่ได้จำกัดเฉพาะวงผู้รับเหมา แต่ยังเป็นประโยชน์กับคนอื่นๆในสายงานการก่อสร้างอีกด้วย คำถามที่ถามเข้ามาทางหน้าเพจ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเทคนิคการก่อสร้าง การเลือกใช้วัสดุที่หมาะสม การดีลงานกับช่างหรือผู้รับเหมา ปัญหาหลังจากซื้อหรือสร้างไปแล้ว และอีกมากมาย ตรงนี้เราก็จะช่วยวิเคราะห์ หาข้อมูล สาเหตุ รวมถึงแนวทางการแก้ไข เพื่อช่วยลดปัญหาและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากปัญหาดังกล่าว

    เว็บไซด์ vLIVING PRO สังคมการก่อสร้างคุณภาพแห่งใหม่เป็นอย่างไร?

              หลังจากที่ทำเพจไปได้ระยะหนึ่ง ผมพบว่าเจ้าของบ้านส่วนใหญ่มักกลัวผู้รับเหมา เนื่องจากผู้รับเหมาส่วนใหญ่ไม่มีตัวตน ทำให้เมื่อมีปัญหาหน้างานหรือเงินทุนหมุนเวียนไม่พอ ก็อาจทิ้งงานได้ และหลายๆคนก็ไม่รู้ว่าจะไปหาช่าง ผู้รับเหมา หรือสถาปนิกจากที่ไหนมาสานงานต่อ เราจึงตั้งให้เวปไซด์นี้เป็น "สังคมการก่อสร้างที่ดีที่สุด" ที่จะยกระดับความน่าเชื่อถือของช่าง ผู้รับเหมา สถาปนิก วิศวกร และทุกสายงานอาชีพด้านการก่อสร้างได้มาเจอกัน เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้ ช่วยเหลือเกื้อกูลกันในด้านต่างๆ มากขึ้น ที่สำคํญเวปไซด์แห่งนี้ จะช่วยสร้างตัวตนที่ชัดเจนขึ้น สามารถลงรูปโชว์ผลงานที่ผ่านมาได้ มีระบบเรทติ้งจากผู้ใช้งานจริง เพื่อให้เกิดสำนึกความรับผิดชอบต่อตัวงานโดยเจ้าของบ้านสามารถเข้ามาดูรายละเอียด Profile และผลงานที่สนใจได้ด้วยตนเอง โดยอาจเลือกผู้รับเหมาในพื้นที่ใกล้บ้านได้อีกด้วย

    ขั้นตอนใดบ้างที่คนทั่วไปสุ่มเสี่ยงจะโดน "ความไม่ซือสัตย์" ทำร้ายมากที่สุด เมื่อสร้างบ้าน

               ทุกขั้นตอนต้องมีการดูแล และควบคุมคุณภาพอย่างทั่วถึง ตั้งแต่การเริ่มออกแบบ จนสร้างเสร็จออกมาเป็นหลัง ซึ่งผลของความไม่ซื่อสัตย์จะอยู่ในรูปแบบของการล็อคสเป็ค แบนด์วัสดุที่เลือกใช้ของผู้ออกแบบ การฮั้วการประกวดราคากับผู้รับเหมา การหมกเม็ด การสับงานแบบไม่มีคุณภาพของผู้รับเหมา ไม่มีการควบคุมคุณภาพของงาน การลดปริมาณของ ลดสเป็ควัสดุ ซึ่งตรงนี้สามารถเกิดได้ทุกขั้นตอน อย่างไรก็ตามหากเกิดการลดสเป็ควัสดุ หรือลดของในขั้นตอนของงานฐานรากและโครงสร้าง ผมมองว่าน่าจะทำให้เกิดผลกระทบมากที่สุด เพราะโครงสร้างและฐานราก ถือเป็นพื้นฐานหลักของความแข็งแรงและอายุการใช้งานของตัวบ้าน ซึ่งสาเหตุดังกล่าวอาจส่งผลให้บ้านทรุด แตกร้าว และไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้หายขาดได้อย่างถาวรอีกด้วย

    เป้าหมายที่คาดหวังกับทุกช่องทางที่กำลังทำอยู่

             ผมหวังว่าทั้งเพจผู้รับเหมาผู้ซื่อสัตย์และเว็บไซด์ จะเป็นพื้นที่ของการรวมกลุ่ม เป็นสังคมการก่อสร้างทางออนไลน์ที่ดีที่สุด ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทุกคนที่เกี่ยวข้องบ้านบ้าน เจ้าของบ้าน เจ้าของโครงการ ก็สามารถเข้มาดูข้อมูล เห็นผลงานที่ผ่านมาของช่าง สถาปนิก และผู้ชำนาญการด้านต่างๆได้ ทั้งยังสามารถให้คะแนน Rating ความพึงพอใจหลังจากได้รับบริการจากผู้เชี่ยวชาญนั้นๆ ในส่วนของช่างผู้ชำนาญการ ผู้รับเหมางานต่างๆเอง ก็จะเกิดการพัฒนา ปรับปรุงผลงาน ให้มีคุณภาพ สร้างตัวตนและความน่าเชื่อถือ เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ บนเว็บไซด์แห่งนี้ นอกจากนี้ เรายังมีการรวมกลุ่มกันแบ่งปัน แชร์ข้อมูล ความรู้ ข้อเท็จจริงระหว่างกันที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับหน้างานจริง และยกระดับคุณภาพ ความน่าเชื่อถือของสังคมการก่อสร้างอย่างยั่งยืนได้อีกด้วย 

    ท้ายสุดนี้ อยากจะฝากอะไรถึงคนที่กำลังจะมีบ้านเป็นของตัวเองบ้าง?

              หากใครกำลังคิดจะสร้างบ้าน หรือซื้อบ้านเป็นของตนเอง ควรหาข้อมูล ทำการบ้านล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฟังก์ชั่นการใช้งาน แปลนบ้าน ไอเดีย แบบบ้าน และการแต่งบ้าน ทำความเข้าใจในรายละเอียดของตัวงาน และขั้นตอนการก่อสร้าง ข้อดี-ข้อเสียของวัสดุก่อสร้างแต่ละประเภท ซึ่งปัจจุบันนี้โลกออนไลน์ได้เข้ามามีส่วนในชีวิตประจำวันมากขึ้น จึงเป็นเรื่องง่ายที่เราสามารถหาข้อมูลเบื้องต้น หาแบบบ้านที่ชอบ จากอินเตอร์เน็ตได้อย่างสะดวกสบาย และรวดเร็ว อย่างไรก็ดี ปัจจัยหลักที่จะช่วยให้การสร้างบ้านมีความแข็งแรง สวยงาม ราบรื่น เสร็จตามกำหนด และงบไม่บานปลาย คือ การหาผู้รับเหมาที่ดี มีคุณภาพ และไว้ใจได้ ดังนั้นเราจึงควรให้ความสำคัญกับเรื่องขั้นตอน และแนวทางคัดเลือกผู้รับเหมาก่อสร้าง ซึ่งจะช่างลดปัญหา และขั้นตอนการทำงานที่ซับซ้อน ลดต้นทุนการก่อสร้าง และลดโอกาสผู้รับเหมาทิ้งงานลงได้อย่างมาก

              ท้ายสุดนี้ ผมขอฝากเวปไซด์ vLIVINGPRO ที่รวมทุกสายงานอาชีพด้านการก่อสร้างที่ดีที่สุด ที่จะช่วยคุณเพิ่มโอกาสในการค้นหาผู้รับเหมา ช่าง สถาปนิก รวมถึงร้านค้าต่างๆที่มีคุณภาพ ลดโอกาสเสี่ยงจากการถูกโกง ถูกทิ้งงานต่างๆลงได้ครับ

  •                 การจัดพื้นที่บ้านให้เหมาะสมกับทิศทางของแดดและลม เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมาก ที่เราไม่สามารถมองข้างได้ จึงควรทำความเข้าใจในเรื่องทิศทางแดดและลม ตามแต่ละฤดูกาลของบ้านเราอย่างถูกต้อง เพื่อช่วยทำให้ให้บ้านไม่ร้อน มืดทึบ หรือมีกลิ่นเหม็นอับ ในตอนกลางวัน

     

      

                    แสงแดดในยามเช้า จะวิ่งจากทิศตะวันออก แล้วอ้อมโค้งไปทางทิศใต้ ก่อนจะตกลงในทิศตะวันตก ทำให้ทิศใต้ไปจนถึงทิศตะวันตก จะได้รับแสงแดดมากที่สุด คือ ตั้งแต่หลังเที่ยงวันไปจนถึงเวลา 5 โมงเย็น ดังนั้นจึงควรใช้ทิศทางนี้ในการทำกิจกรรมต่างๆที่ต้องการแสงแดด เช่น ใช้ตากผ้า หรือปลูกต้นไม้ที่ต้องการแสงแดด เป็นต้น

     

     

    ทางทิศตะวันออกจะได้รับแสงอ่อนๆในตอนเช้า และแดดจะแรงจัดในช่วงเวลา 10 โมงเช้าถึงเที่ยงวัน

     

     

    ทางทิศเหนือจะได้รับแสงแดดน้อยที่สุด เหมาะกับห้องที่ต้องการแสงน้อย เช่น ห้องนอน และห้องรับแขก เป็นต้น

     

     

    ตำแหน่งของบ้านที่ลมสามารถวิ่งผ่านได้ดี คือ ต้องอยู่ในแนวผ่านของลมประจำฤดู ดังนี้

     

     

    หน้าหนาว ลมจะพัดจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ไปยังทิศตะวันตกเฉียงใต้

     

     

     

    หน้าร้อน และหน้าฝน ลมจะพัดจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ ไปยังทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

     

     

    ขนาดของช่องลมเข้า – ออกที่ดีที่เหมาะสำหรับบ้าน คือ

     

    ช่องลมเข้า ควรมีขนาดเล็กกว่า หรือเท่ากับช่องลมออก

     

     

     

    ถ้าช่องลมเข้ามีขนาดใหญ่กว่า แล้วช่องลมออกมีขนาดเล็กกว่า หรือไม่มีช่องลมออกเลย

    จะทำให้อากาศถ่ายเทได้ไม่สะดวก และควรหันด้านที่ยาวที่สุดของตัวบ้านเข้าหาทิศทางของลม เพื่อให้ลมธรรมชาติสามารถพัดเข้าในตัวบ้านได้ เป็นการช่วยระบายความร้อนออกจากตัวบ้านให้ได้มากที่สุด ทำให้ช่วยลดค่าใช้จ่ายาจากการเปิดใช้เครื่องปรับอากาศได้อีกด้วย

     

           เมื่อทราบถึงทิศทางของแสงแดด และสายลมแล้ว  ก็จะช่วยให้เราสามารถปรับเปลี่ยน แก้ไขบ้านได้อย่างถูกต้อง เพื่อให้บ้านมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก มีทั้งลมเข้า ลมออก และบ้านของเราจะเป็นบ้านที่เย็นสบายตลอดทั้งปี                                                   

  • อ่างซิงค์มีให้เลือกมากมายในท้องตลาด และหลากหลายแบบ 
    แต่การที่จะติดตั้งอ่างซิงค์ จะต้องเลือกแบบไหน ให้เหมาะกับหน้างานมาดูกันเลย

     

     

    1.อ่างซิ้งค์แบบวางเคาน์เตอร์

     

    ข้อดีคือ

    ติดตั้งง่าย ช่างวัดเจาะขนาดตามตัวอ่างเมื่อติดตั้งท๊อปหินเสร็จก็สามารถวางอ่างซิ้งค์

    แล้วยาซิลิโคนตามขอบอ่างได้เลย

     

    ดูแลรักษาง่าย คราบสกปรกมักกจะเกาะอยู่ตามขอบอ่างซิ้งค์ เวลาทำความสะอาดจะทำได้ง่ายกว่า

     

     

    หากต้องมีการชำรุดหรือเปลี่ยนใบใหม่ ก็สามารถรื้อออกได้ เพียงแค่ถอดใบเก่าออก และ

    ไม่มีผลกระทบต่อท็อปหิน แต่อ่างใบใหม่ที่นำมาใช้ต้องมีขนาดเท่าใบเก่า

     

     

    การติดตั้งมีขั้นตอนมากกว่า เพราะต้องมีการวัดขนาดหลุม และการตัดเจียรลบมุม

    เพื่อความสวยงาม ทำให้ราคาติดตั้งสูงกว่าแบบวางบนเคาน์เตอร์

    เมื่อติดตั้งเสร็จแล้ว จะดูหรู สวยงาม ไม่มีขอบโผล่ออกมาด้านบน

    ผิวหน้าทำความสะอาดได้ง่าย แต่จะมีคราบสกปรกมาเกาะตามขอบและแผ่นท็อปหิน

     

     

    ผิวหน้าทำความสะอาดได้ง่าย แต่จะมีคราบสกปรกมาเกาะตามขอบและแผ่นท็อปหิน

    ตอนบริเวณรอยต่อ ระหว่างขอบกับแผ่นท็อปหากยาแนวด้วยซิลลิโคนไม่ดีอาจจะทำให้น้ำรั่วซึมลงมาได้

    อ่างซิงค์ปกติจะมีหลุมและจำนวนที่พักต่างกัน ขึ้นกับการเลือกใช้และขนาดพื้นที่ครัว

    อ่างซิงค์ ที่คนส่วนมากเลือกใช้มีดังนี้

     

     

     

    การติดตั้งระดับความสูงของแท่นเคาน์เตอร์ ระดับการใช้งานจริงจะอยู่ระหว่าง 82-91 ซม.

    หากสูงเกินไป หรือ ต่ำเกินไป จะเกิดปัญหาเช่น

    1.สูงเกินไปจะทำให้ต้องเขย่ง หรือยกหัวไหล่ ข้อศอก ทำให้ปวดเมื่อยได้

    2.หากติดตั้งต่ำเกินไปจะทำให้ผู้ใช้ต้องก้มตัวตลอดเวลา

    3.การเลือกติดตั้งที่เหมาะสมต้องสามารถใช้ฝ่ามือแตะก้นอ่างได้พอดีโดยไม่ต้องงอข้อศอกหรือก้มตัว

     

     

    การเลือกอ่างซิ้งค์ ต้องสังเกตด้วยว่าหากตื้นเกินไปไม่ควรใช้

    เวลาล้างจานจะทำให้น้ำกระเด็นออกมา ทำให้เกิดการเปียกเลอะเทอะ

     

  •           รอยร้าวในบ้าน ถือเป็นเรื่องที่เจ้าของบ้านเวลาเห็นไม่ว่าจะเป็นรอยเล็ก หรือรอยใหญ่ ก็ทำให้ไม่สบายใจทั้งนั้น  แต่รอยร้าวที่พบเจอกับบ้านนั้น แทบจะทุกบ้านเรือนก็มีด้วยกันทั้งสิ้น มีทั้งรอยร้าวที่เป็นอันตราย และไม่เป็นอันตราย มาตรวจเช็คกันดีกว่าว่า บ้านของเราที่เกิดรอยร้าวขึ้นมา จะทำให้บ้านเราทรุด พัง ถล่มมั้ย มาดูกัน

     

     

    1.รอยร้าวตามมุมขอบหน้าต่างและประตู

    ส่วนมากจะเป็นกับประตูและหน้าต่างไม้ เพราะเป็นวัสดุที่มีความยืดหดตัวเมื่ออุณหภูมิและความชื้นมีความเปลี่ยนแปลง ทำให้ปูนที่ฉาบไว้เกิดรอยร้าวได้ แต่ไม่เป็นอันตรายมาก

     

    2.ผนังแตกลายงา

    เกิดจากการผสมปูนฉาบที่ไม่ได้คุณภาพ หรือผนังที่ก่อไว้เกิดการหดตัวจากอุณหภูมิจึงทำให้ปูนฉาบเกิดเป็นรอยไม่อันตรายไม่มีผลต่อความแข็งแรงของโครงสร้าง

     

    3.รอยร้าวที่รอยต่อระหว่างผนังกับเสาและคาน

    เกิดจากเวลาก่อสร้างไม่ได้ทำการเสียบเหล็กหนวดกุ้ง เพื่อทำการยึดเกาะผนังกับเสา หรืออาจจะเสียบเหล็กหนวดกุ้งไม่แน่นพอ ทำให้เกิดรอยร้าว

    4.รอยแตกลายงาที่พื้น

    เกิดกับพื้นที่ไม่ได้ปูวัสดุปิดผิวเช่น คอนกรีตขัดมันเป็นต้น เกิดจากการที่คอนกรีตมีความหนามากเกินไป ทำให้เกิดรอยแตกลายงาได้ แต่ไม่ทำให้เกิดอันตราย การแก้ไขควรปูวัสดุปิดผิวทับไปเช่นปูกระเบื้องยาง

    5.รอยร้าวแนวดิ่งบนผนัง

    เป็นรอยร้าวที่พื้นแอ่นตัวและคานรับน้ำหนักมากเกินไป หากเกิดรอยร้าวประเภทนี้ ให้เช็คดูว่ามีของที่มีน้ำหนักมากอยู่ตรงนั้นไหม หากมีให้ทำการย้ายไปทันทีเพื่อช่วยลดน้ำหนักตรงนั้น

     

    6.รอยร้าวที่มีสนิมเหล็กเสริมใต้พื้น

    เกิดจากพื้นดาดฟ้ามีน้ำขังจนทำให้ซึมเข้ามาที่เหล็กภายในพื้นคอนกรีต ทำให้เกิดสนิม  ขยายตัวทำให้คอนกรีตที่หุ้มเหล็กร่วงออกมาทำให้พื้นไม่สามารถรับน้ำหนักมากๆได้

     

    7.รอยร้าวทแยงมุมบนผนัง

    สาเหตุมาจากฐานรากมีการทรุดตัว โครงสร้างบ้านไม่แข็งแรง ควรรีบให้วิศวกรมาดูโดยด่วนเพราะอาจทำให้เกิดอันตรายได้

     

    8.รอยร้าวใต้ท้องพื้นรูปกากบาทบริเวณกลางพื้น

    สาเหตุมาจากพื้นด้านบนได้รับน้ำหนักมากจนเกินไปที่จะรับน้ำหนักได้ ควรย้ายของหนักออกจากพื้นที่และใช้วิศวกรเข้ามาตรวจสอบ

     

     

    9.รอยร้าวตามขอบและคานพื้น

    เกิดจากขณะก่อสร้างไม่ได้วางเหล็กเสริมตามแนวขอบคาน ทำให้พื้นคอนกรีตขยับตัวได้ เกิดรอยแตกร้าวพื้นตามแนวขอบคาน

         หลังจากทำการสำรวจรอยแตกร้าวที่เกิดขึ้นแล้ว หากเป็นรอยร้าวที่อันตรายควรรีบปรึกษาวิศวกร โครงสร้างเพื่อทำแก้ปัญหาและวิธีแก้ไขโดยด่วนนะครับ