ผนังก่ออิฐมอญเสร็จ..ทำไมถึงโยกได้
By vLIVING PRO13 กรกฎาคม 2562 11:32:59

ในงานก่อสร้าง การก่ออิฐฉาบปูน ถือเป็นหัวใจหลักที่สำคัญที่สุดตั้งแต่การเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนแรกไปจำถึงการฉาบจนสำเร็จแต่การที่ทำอย่างไรให้ผนังอิฐ ของเราเนี้ยะ แข็งแรงคงทน แต่มีคำถามของเพื่อนๆที่ถามกันเข้ามาในเว็บบอร์ดว่า "ผนังที่ก่อด้วยอิฐมอนแดง ก่อนฉาบโยกได้ แบบนี้เป็นปกติไหม แล้วจะแก้ไขยังไง " วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกัน

 

 

 

.

vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  • ศัพท์ช่างวันนี้ "ลูกปูน" ลูกปูนมีความสำคัญมากเลยนะคะสำหรับงานก่อสร้าง ในการก่อคอนกรีต "ลูกปูน" ช่วยให้คอนกรีตไหลหุ้มเหล็กได้ทั่วถึง และวิธีการทำลูกปูนนั้นก็ง่ายมากๆ เลย แต่จะมีขั้นตอนอย่างไรนั้นต้องมาดูไปพร้อมๆ กันค่ะ

     

     

     

     

     

    เมื่อทราบถึงประโยชน์และวิธีการทำลูกปูนแล้วก็อย่ามองข้ามความสำคัญในการใช้ลูกปูนนะคะ และขอย้ำว่า ห้ามใช้ปูนซีเมนต์สำหรับก่อฉาบโดยเด็ดขาดค่ะ เพราะปูนสำหรับก่อฉาบอาจไม่สามารถรับน้ำหนักได้ ซึ่งอาจเกิดผลกระทบในเรื่องโครงสร้างตามมาในภายหลังได้ค่ะ

  •         

    บ้านไม้ 

     

     

     

              บ้านไม้ เป็นบ้านที่มีความสวยงาม คลาสสิก และอบอุ่น อากาศถ่ายเทได้ดี โปร่ง โล่ง สบาย มีความยืดหยุ่นสูง ง่ายต่อการซ่อมแซมแก้ไข รื้อถอน หรือตกแต่งเพิ่มเติม และสามารถนำไม้กลับมาใช้ใหม่ได้

              ควรเลือกใช้ไม้แต่ละประเภทให้เหมาะสมกับการใช้งาน เช่น ไม้บางประเภทอาจจะเหมาะสำหรับใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ หรือบางประเภท เหมาะสำหรับทำโครงสร้างบ้าน เป็นต้น

     

     

     

     

     

    1.ไม้เต็ง               

                                                                                                                                                                                                    เนื้อไม้มีผิวหยาบ เหมาะสำหรับงานที่โชว์ลวดลายของไม้ ส่วนใหญ่เหมาะสำหรับใช้กับงานภายนอกและงานโครงสร้างเป็นหลัก เช่น เสา และคาน

     

     

    2.ไม้แดง

             เนื้อไม้มีความแข็งแรง มีสีน้ำตาลอมแดง มีสีสันสวยงามนิยมใช้เป็นโครงสร้างที่ต้องการโชว์สีและลายไม้ เช่นวงกบ พื้น ไม่เหมาะที่จะนำมาทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ เพราะเนื้อไม้มีความแข็งแรงมาก

     

     

     

    3.ไม้มะค่า

           มีลักษณะเป็นไม้เนื้อแข็ง สีและลวดลายที่โดดเด่น คือสีออกส้มทอง ลวดลายชัดเจน ปลวกมอดไม่กิน มีความแข็งแรงมาก ส่วนใหญ่นิยมนำมาใช้ทำพื้นไม้ และบันไดบ้าน

     

    4.ไม้ตะแบก

            ลักษณะเนื้อไม้สีเทาจนถึงสีน้ำตาลอมเทา เสี้ยนตรง เนื้อละเอียด ส่วนมากนำมาทำไม้ปูพื้น ลายใกล้เคียงกับไม้สัก สีอ่อนสุดเมื่อเทียบกับไม้ชนิดอื่นๆ ตกแต่งได้ง่าย เหมาะกับการใช้ในงานภายนอกอาคารเช่น พื้นภายในบ้านและประตู ข้อเสียคือมักบิดตัวและโก่งงอง่ายหากโดนความร้อนหรือความชื้นนาน ๆ  

     

     

    5.ไม้ตะเคียน 

    ไม้เนื้อแข็งมีความทนทานสูง สีน้ำตาลอมส้ม ทนปลวกได้ดีนิยมใช้ทำวงกบประตูและพื้น

     

     

    6.ไม้สัก 

          มีลายไม้ที่สวยงาม และคงทน เหมาะสำหรับใช้เป็นส่วนประกอบของโครงสร้างบ้าน หรือส่วนต่างๆ ของบ้านที่ต้องการความสวยงาม เช่น บานประตู หน้าต่าง และเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น

     

    7.ไม้ยาง

             คุณภาพใกล้เคียงไม้สักมีลวดลายที่สวยงาม ตกแต่งง่าย น้ำหนักเบาราคาถูกเมื่อเทียบกับไม้ชนิดอื่นเหมาะสำหรับใช้ทำประตู วงกบ พื้น บันได และเฟอร์นิเจอร์

     

    8.ไม้จำปา

                       ไม้เนื้ออ่อน คล้ายไม้สัก ราคาใกล้เคียงกับไม้เต็ง เหมาะกับการที่ใช้ภายใน ข้อเสียไม่ทนความชื้นและน้ำ จะทำให้ไม้ผุ  ไม้จะมีการบิดงอได้  ส่วนใหญ่นิยมใช้กับงานภายใน เช่น ประตู เป็นต้น

     

     

    ข้อควรระวังสำหรับบ้านไม้ คือ

    1.จำเป็นต้องใช้ช่างที่มีประสบการณ์ในการสร้างบ้านไม้ ต้องมีฝีมือที่ประณีต

    เรียบร้อย และสวยงาม

     

     

     

    2.ในปัจจุบันไม้หายากมากขึ้น จึงทำให้ไม้มีราคาแพง

    3.ปลวก และแมลงสามารถกัดกินไม่ได้

    4.เสื่อมโทรม ผุ พังได้ตามอายุการใช้งาน และตามสภาพดินฟ้าอากาศ

     

    การป้องกัน และการดูแลแก้ไขสำหรับบ้านไม้ คือ

    1. ประตู หน้าต่าง และโครงสร้างไม้ภายนอก ควรทาด้วยสีน้ำมัน สีพลาสติก สำหรับใช้กับงานไม้โดยเฉพาะ หรือสามารถใช้สีย้อมไม้ก็ได้เช่นกัน ทาประมาณ 2 – 3 ชั้น การทาแต่ละชั้นควรทิ้งระยะให้แห้งอย่างน้อยประมาณ 6 ชั่วโมง

     

    2.ไม้บริเวณระเบียงนอกชาน ที่อยู่กลางแจ้ง ควรขัดผิว และทาด้วยสีย้อมไม้

    สำหรับทาภายนอกโดยเฉพาะ ทุกๆ 2-3 ปี

     

     

    3.พื้นไม้ และบันไดภายในบ้าน ควรทาน้ำยากันปลวกให้ทั่วก่อน แล้วจึงเคลือบด้วยน้ำยาโพลียูรีเทน เพื่อช่วยป้องกันการเกิดรอยขีดข่วนจากการใช้งาน และช่วยเพิ่มความทนทานได้อีกด้วย

     

     

    4.เฟอร์นิเจอร์ไม้ ควรขัดเคลือบผิวก่อน เพื่อไม่ให้เนื้อไม้เสีย หรือดูดซับความชื้นมากจนเกินไป จากนั้นจึงเคลือบด้วยแลคเกอร์ เพื่อช่วยให้ผิวไม้เงางามมากยิ่งขึ้น

     

     

     

  •           เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมาได้มีเหตุเกิดภายในโรงเรียนคือ หลังคาโดมกีฬาขนาดใหญ่ ที่มีความยาว 50 เมตร กว้าง 45 เมตร ได้ร่วงหล่นลงมาที่พื้น หลังจากการก่อสร้างเสร็จ เปิดใช้ได้ไม่เกิน 3 เดือน สาเหตุมาจากแรงลมที่พัดกระหน่ำมา แต่เรามาวิเคราะห์กันดีกว่าว่า นอกจากสาเหตุของพายุแล้ว จะเกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้างอีก?

             

     

    ภาพข่าวที่หลังคาถล่ม

     

     

  • การปูกระเบื้อง เป็นองค์ประกอบหนึ่งของบ้าน ทั้งภายนอกและภายในบ้าน รวมถึงกระเบื้องจะมีอายุการใช้งานยาวนานหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการใส่ใจในงานปูกระเบื้องด้วย จึงควรปูกระเบื้องให้ถูกวิธี เพื่อจะได้ไม่เกิดผลกระทบเสียหายได้ ในระยะยาว

     

    การปูกระเบื้องที่ถูกวิธี มีขั้นตอนดังนี้

    ควรใช้ปูนกาวในการปูกระเบื้อง เพราะปูนกาวมีสารที่ช่วยป้องกันการดูดน้ำ ไม่ให้กระเบื้องดูดน้ำออกจากปูนทราย ช่วยให้กระเบื้องไม่แข็งเร็วเท่าที่ควรจะเป็นก่อนที่จะเซ็ทตัว

     

    ควรผสมปูนกาวกับน้ำในปริมาณที่พอดีและเข้ากันทุกส่วน ไม่ข้นหรือเหลวจนเกินไป ทิ้งไว้ 3-4 นาทีก่อนใช้งาน กาวซีเมนต์ที่ผสมแล้วสามารถใช้งานได้ไม่เกิน 3-4 ชั่วโมง (ดูฉลากข้างถุงปูน) แล้วใช้เกรียงหวีปาดปูนกาวให้ทั่วบริเวณที่ต้องการปู 

     

    ถ้าเป็นกระเบื้องแผ่นใหญ่ ขนาดใหญ่กว่า 10x10 นิ้ว ควรปาดปูนกาวให้เต็มด้านหลังของแผ่นด้วย แล้ววางกระเบื้องลงตรงจุดที่ต้องการปู จากนั้นใช้ค้อนเคาะ เพื่อช่วยปรับให้ได้ระดับเดียวกัน และควรใช้ spacer หรือวัสดุที่ใช้สำหรับเว้นช่องไฟ เพื่อให้ได้ช่องที่เท่ากัน และเพื่อความสวยงาม

     

    เมื่อปูกระเบื้องเสร็จแล้วควรทิ้งไว้อย่างน้อย 1 วัน เพื่อให้ปูนกาวเซ็ตตัว แล้วจึงค่อยทำการยาแนวให้เต็มร่อย เสร็จแล้วทิ้งไว้อีก 7 วัน จึงจะสามารถใช้งานในบริเวณนั้นๆได้ เพื่อให้ซีเมนต์ที่ใช้ยาแนวแข็งได้ตัวเต็มที่ และทำให้ปูนกาวยึดเกาะกระเบื้องได้เต็มแผ่น ไม่เกิดปัญหากระเบื้องแตก หรือน้ำซึมผ่านเข้าไปในกระเบื้อง รวมทั้งช่วยลดปัญหาการเกิดคราบขาวบริเวณผิวกระเบื้องด้วย

     

    หากทราบวิธีการปูกระเบื้องที่ถูกต้องแล้ว จะช่วยให้ลดปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามมาได้ และถ้าเห็นว่าช่างปูกระเบื้องไม่ถูก เราสามารถบอกให้ช่างแก้ไขปูใหม่ได้

  • "หลังคา" เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ต้องให้ความใส่ใจเป็นอย่างมาก เพราะหลังคาช่วยปกป้องเราและตัวบ้านจากแดด ลม ฝน ดังนั้นควรเลือกรูปแบบของหลังคาให้เหมาะสมกับลักษณะของบ้าน สภาพแวดล้อม และอากาศด้วย  ส่วนหลังคาบ้านยอดฮิตจะมีรูปแบบใดบ้าง มาทำความรู้จักกันเลยดีกว่าค่ะ

     

      

     

     

     

     

     

     

     

    ในการติดตั้งหลังคา ควรคำนึงถึงความใส่ใจในความยากง่ายของการซ่อมบำรุงในอนาคต และควรพิจารณาในการเลือกใช้รูปแบบของหลังคาให้เหมาะสมกับบ้านของเราด้วยนะคะ