ไอเดียตกแต่งออฟฟิศที่ใช้งานได้ทุกฟังก์ชัน
By vLIVING PRO18 ธันวาคม 2563 07:30:32

     1 ใน 3 ของเวลา 24 ชม. ในชีวิตมนุษย์ทำงาน มักใช้เวลาอยู่ออฟฟิศ 8 - 9 ชม. หรือบางคนอาจมากกว่านั้น สภาพแวดล้อมภายในออฟฟิศก็มีผลต่อการทำงาน  ยิ่งอยู่ภายในสภาพแวดล้อมที่ดี ไม่อึดอัดเกินไป ก็เป็นสิ่งที่ดี หากใครที่กำลังจะรีโนเวทออฟฟิศใหม่ ให้เข้ากับกาลเวลาและไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน วันนี้เราเลยนำไอเดียของการตกแต่งออฟฟิศ ในแต่ละสไตล์ ที่สามารถนำมาปรับใช้ได้ หรือ อาจจะมีบางส่วนบางมุมที่อยากจะนำมาปรับปรุงตกแต่งเพิ่มเติมในแต่ละห้องก็สามารถนำไอเดียนี้มาใช้ตกแต่งได้เช่นกัน 

 

 * หากท่านไหนสนใจ อยากจะรีโนเวทหรือสร้างออฟฟิศใหม่

บริษัท JP Home Excellence ของเรา ยินดีให้บริการ 

สนใจติดต่อสอบถามได้ที่    ???? 082-359-3382 

 

 

 

vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  • ในงานก่อสร้าง การก่ออิฐฉาบปูน ถือเป็นหัวใจหลักที่สำคัญที่สุดตั้งแต่การเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนแรกไปจำถึงการฉาบจนสำเร็จแต่การที่ทำอย่างไรให้ผนังอิฐ ของเราเนี้ยะ แข็งแรงคงทน แต่มีคำถามของเพื่อนๆที่ถามกันเข้ามาในเว็บบอร์ดว่า "ผนังที่ก่อด้วยอิฐมอนแดง ก่อนฉาบโยกได้ แบบนี้เป็นปกติไหม แล้วจะแก้ไขยังไง " วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกัน

     

     

     

    .

  • "บันไดบ้าน" จะไม่เป็นแค่บันไดบ้านอีกต่อไป เบื่อกันไหมกันบันไดบ้านแบบเดิมๆ 

    วันนี้เรามีไอเดียบันไดที่ออกแบบอย่างสวยงามไม่จำเจมาให้ดูกัน มาดูกันเลย

     

     

     

     

     

     

    เป็นอย่างไรบ้างครับ ไอเดียบันได เรานำภาพมาให้ชมแบบจุใจ หวังว่าจะสามารถช่วยเป็นไอเดียให้เพื่อนๆได้ไม่มากก็น้อยนะครับ

     

    ขอบคุณรูปภาพไอเดียสวยๆจาก pinterest

     

     

     

     

     

  • หากช่วงนี้มีใครต้องการจะสร้างบ้านซักหลัง ขั้นตอนแรกๆของการก่อสร้างที่ไม่ควรมองข้ามคือ การเทลีน ดังนั้นเรามาดูขั้นตอนการเทลีนกัน ว่ามีอะไรบ้าง เพื่อที่จะได้เข้าใจถึงความสำคัญของขั้นตอนนี้ค่ะ

     

     

     

     

    การเทลีน หมายถึง  การเทคอนกรีตปรับผิวหน้าดิน สำหรับเตรียมพื้นที่ไว้รองรับการผูกเหล็ก เพื่อเทคอนกรีตงานโครงสร้างที่วางบนพื้นทราย หรือดิน

     

     

    ขั้นตอนการเทลีน มีดังนี้

    1. ขุดหลุม หรือปรับระดับดิน

    2. ผสมคอนกรีตหยาบในอัตราส่วน 1: 3 : 5 คือ ปูน 1 ส่วน ทราย 3 ส่วน และหิน 5 ส่วน

    3. เทคอนกรีตให้มีความหนาประมาณ 5 – 10 เซนติเมตรลงบนพื้นดิน

     


    ข้อดีของการเทลีน คือ

    1. ช่วยให้การผูกเหล็กตรงส่วนที่ติดกับพื้นดินทำได้ง่ายขึ้น เช่น งานฐานราก และคานคอดิน เป็นต้น และควรมีการหนุนลูกปูนด้วย เพื่อช่วยให้คอนกรีตไหลลงแบบได้มิดทั่วทั้งเหล็ก และช่วยเพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้าง รวมทั้งเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสนิม

    2. ช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดจากดิน เช่น ดินไหล ดินเป็นโพรง ดินโคลนสกปรก หรือน้ำจากใต้ดิซึ่งอาจส่งผลต่อความแข็งแรงของโครงสร้างได้

     

     

    รูปเปรียบเทียบตัวอย่างการเทลีน และไม่เทลีน

     

    เมื่อทราบถึงความสำคัญของ "การเทลีน" แล้ว ใครที่กำลังเริ่มสร้างบ้านอยู่ หรือกำลังคิดที่สร้าง อย่าลืมตรวจสอบกันด้วยนะคะว่าช่างได้ทำการเทลีนรึป่าว เพื่อประโยชน์ของเรา และบ้านที่รักของเราค่ะ

     

  • หากไม่ใช้แผ่นพื้นสำเร็จทำดาดฟ้า แล้วจะใช้อะไรแทน?

    เพื่อไม่ให้เกิดปัญหารั่วซึม มาดูวิธีแก้ไขปัญหากันเถอะ

     

     

    ขั้นตอนที่1 : เทพื้นแบบหล่อในที่

    (ผูกเหล็ก + เทคอนกรีต ที่ผสมกับน้ำยากันซึม )

     

     

    ขั้นตอนที่ 2  :

    ทำระบบกันซึมที่ผิวหน้าพื้นมี 5 ทางเลือกหลักๆ  

    ระบบกันซึมทางเลือก 1 : พื้นผิวขัดมันด้วยผงซีเมนต์

    - ประหยัดเงินแต่อาจจะไม่คงทน

    ระบบกันซึมทางเลือก 2 :

    ทาซีเมนต์กันซึม + ปูกระเบื้องทับหน้า

    ข้อดี

    ดูเรียบร้อยเหมือนพื้นทั่วไปหากปูไม่ดีกระเบื้องมีโอกาสร่อนทำให้น้ำรั่วซึมได้เช่นกัน

    ข้อเสีย
    1.ต้องทาทุก 2-3 ปี อาจทำให้เปลืองค่าใช้จ่าย

    ระบบกันซึม ทางเลือกที่ 3 : ทาด้วยอะคริลิคโพลิเมอร์

    ข้อดี

    1.ใช้งานง่าย

    2.ประหยัด

    3.อายุการใช้งานประมาณ 5 ปี

    ข้อเสีย

    ไม่ทนต่อน้ำขัง (ทนความชื้นได้ แต่ไม่เหมาะกับกรณีน้ำขังเป็นระยะเวลานานเช่นดาดฟ้า ฝนตกมีการขังน้ำ)

     

    ระบบกันซึม ทางเลือกที่ 4 : ทาด้วยโพลียูรีเทน

    ให้ความทนทานสูงทั้ง UV และทนการขังน้ำได้ดี อายุการใช้งานประมาณ 10 ปี

     

    ระบบกันซึมทางเลือก 5 : ปูแผ่นเมมเบรนที่พื้น

    ข้อดี 

    1.อายุการใช้งานนาน

    2.ทนทาน 10-30 ปี (ขึ้นอยู่กับคุณภาพวัสดุและงานติดตั้ง)

    3.โอกาสรั่วต่ำ

    ข้อเสีย

    1.แผ่นยางอาจหลุดออกจากผิวคอนกรีตได้ถ้าเจอความชื้นหากติดตั้งไม่ดี

  •  

    เรื่องการโดนผู้รับเหมาทิ้งงาน เป็นปัญหาเรื่องการก่อสร้างที่พบเจอกันเป็นประจำ

    ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างบ้านขนาดเล็ก จนถึงอาคารขนาดใหญ่ก็มีปัญหาเรื่องการทิ้งงาน

    จนต้องมีการเปลี่ยนผู้รับเหมาหลายราย กว่าจะทำงานก่อสร้างให้แล้วเสร็จได้

     

    ซึ่งตรงนี้ประเด็นและสาเหตุการทิ้งงานของผู้รับเหมา โดยส่วนมากมักจะมีปัญหา

    เรื่องการบริหารจัดการตัวเองไม่ว่าจะเป็นการทำงาน หรือเป็นเรื่องส่วนตัวเช่นเรื่องการเงิน

    ทำให้หมุนเงินไม่ทัน จึงต้องหาวิธีรับงานใหม่ เพื่อเบิกงวดงานของที่ใหม่มาใช้จ่าย

    เมื่อเบิกงวดงานของที่ใหม่ไปแล้ว ทำให้ต้องไปเริ่มงานที่ใหม่ และไม่สามารถ

    กลับมาทำงานที่เดิมต่อได้จึงเป็นปัญหาทิ้งงานเกิดขึ้น 

     

    นอกจากนี้ ปัญหาการสื่อสาร ระหว่างช่างกับเจ้าของบ้านก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง

    ที่ทำให้ช่าง ผู้รับเหมาทิ้งงาน เช่น เมือรับคำสั่งแล้วทำงานออกมาแล้ว

    ไม่ตรงตามความต้องการ หรือไม่ได้ดั่งใจเจ้าของบ้าน ทำให้ต้องมีการเก็บแก้งานบ่อยๆ

    เมื่อนานเข้า จึงขาดทุน ทำให้ต้องทิ้งงาน

     

    บทความนี้ vLIVING PRO จะมาพูดคุยกัน ถึงกรณีการทิ้งงานว่า

    ถ้าเกิดการทิ้งงานขึ้นแล้วจะเคลียร์ค่าใช้จ่ายยังไง และเราควรทำสัญญา

    ระบุงวดงานเบิกจ่ายให้ชัดเจน ดังต่อไปนี้ 

     

     

     

     

     1.ต้องจ่ายเงินในส่วนที่ผู้รับเหมาทำงานไปแล้วหรือไม่?

    หากช่างทำงานไม่สำเร็จ หรือทิ้งงานไปกลางคัน โดยที่ปริมาณงานยังเหลืออีกเยอะ หากช่างเบิกงวดงาน

    ไปแล้วปิดมือถือหรือติดต่อยาก ลักษณะนี้ถือว่าเป็นการทิ้งงาน  ผู้ว่าจ้างอาจจะต้องพิจารณาไม่จ่ายเงิน

    ในส่วนที่ทำไป แล้วเพราะ เงินที่เหลือ จะต้องนำไปจ้างช่าง หรือผู้รับเหมาที่ว่าจ้างเข้ามาใหม่

    เพื่อเข้ามาต่องาน เก็บแก้งานเดิม ซึ่งช่างใหม่อาจจะคิดเงินราคาแพงกว่าที่ควรจะเป็น

    เพราะไม่รู้ว่าของเดิมได้ทำไว้แย่แค่ไหน จึงทำให้มีค่าใช้จ่ายในการเก็บงานมากขึ้น

    ในส่วนของการเผื่อค่าเก็บแก้งาน

     

    2.การจ้างงานช่างหรือผู้รับเหมา

    ในการจ้างงาน ควรทำสัญญาให้ชัดเจน ว่าเบิกงวดงานได้ตอนไหน

    แต่หากเราไม่มีเอกสารสัญญาที่จะระบุได้ชัดเจนเรื่องงวดงาน

    อาจจะทำให้ช่าง มีการเบิกเงินเกินกว่าปริมาณงานที่ทำไปแล้วจริง

    พอเจ้าของบ้านมารู้ตัวอีกที ก็พบว่าผู้รับเหมาเบิกเงินส่วนใหญ่ไปเกือบหมดแล้ว

    แต่งานยังไม่ไปถึงไหนเลย

     

    ในทางกลับกัน หากถึงงวดงานที่กำหนดแล้วเจ้าของบ้านดึงเงิน ไม่จ่าย

    และสัญญามีระบุว่า ผู้รับเหมามีสิทธิ์ยกเลิกสัญญาได้  ทางผู้รับเหมาก็อาจจะ

    พิจารณายกเลิกสัญญา และฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายต่อศาล

    ในส่วนงานที่ได้ทำไปแล้ว ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น ก็จะต้องมาไกล่เกลี่ย

    และสรุปกันว่า ทำงานไปมาก น้อยแค่ไหน แล้วจะต้องเคลียร์ค่าใช้จ่ายกันเท่าไหร่

     

     

    ข้อแนะนำเพิ่มเติม

     

    - ในการทำสัญญากับผู้รับเหมา ทางผู้ว่าจ้างควรจะขอเอกสารประกอบ

    การทำสัญญาจ้างงาน เช่น บัตรประชาชน ทะเบียนบ้านเดิม ไว้เป็นหลักฐานทุกครั้ง

    เพื่อใช้ในการอ้างอิง ซึ่งโดยทั่วไปช่างที่ไม่บริสุทธิ์ใจจะไม่ยอมให้หลักฐานประกอบ

    เพื่อแนบในสัญญา ดังนั้น หากผู้รับเหมาบ่ายเบี่ยงการให้เอกสารเหล่านี้

    ก็ไม่ควรทำการว่าจ้าง 

     

    - นอกจากนี้ เราไม่ควรเลือกผู้รับเหมาที่มีปัญหาการเงินตั้งแต่แรก

    เพราะตอนทำงานจริงก็มีโอกาสเกิดปัญหาหมุนเงินไม่ทันและอาจทิ้งงานได้

    หลักเกณฑ์ง่ายๆในการดูว่า ผู้รับเหมามีปัญหาทางการเงินหรือไม่

    เช่น ดูจากรถยนต์ที่ขับ ถ้าสภาพแย่มากๆ ก็เสียบ่อย แล้วไม่มีเงินซ่อม

    ก็อาจจะบ่งบอกว่า กำลังมีปัญหาการเงิน หรืออีกวิธีคือ สอบถามจากผู้ว่างจ้าง

    รายก่อนๆ ถึงเรื่องการเบิกจ่ายเงิน ของผู้รับเหมารายดังกล่าว ว่าที่ผ่านมา

    มีการเบิกล่วงหน้า ก่อนงวดงานที่ควรจะทำจ่ายได้ บ่อยหรือไม่ เป็นต้น