ไอเดียจัดห้องครัวไม่จำกัดสไตล์
By vLIVING PRO31 ธันวาคม 2563 01:12:19

ครัว  จัดว่าเป็นพื้นที่ส่วนสำคัญที่สุดของบ้าน เพราะครัวเป็นพื้นที่ที่ใช้กินดื่มในชีวิตประจำวันของมนุษย์เรา การเลือกห้องครัวก็มีความสำคัญ เพราะแต่ละบ้าน การใช้งานกับไลฟ์สไตล์และความชอบแต่ละครอบครัวก็ไม่เหมือนกัน  วันนี้เรามีไอเดียของครัวแบบต่างๆ ในหลายๆแบบมาฝากกัน

หินกับไม้

ความแข็งของหินผสมกับความนุ่มนวลของไม้ เข้ากันได้อย่างลงตัว

การเลือกหวายมาใช้งานในห้องครัวก็ทำให้ดูวินเทจนิดๆทำให้ชุดบิวท์อินตู้ครัวสีเทาดูซอฟลงได้

หากใครชอบงาน Modern เรียบหรู เนี๊ยบ แต่งแบบนี้ก็เหมาะมากเพราะทุกอย่างจะถูกเก็บอย่างเรียบร้อย

สีเขียวใครว่าไม่สวย? 

การนำสีเขียวมาแมตซ์ให้เข้ากับโทนสีสุภาพ ก็ช่วยให้เกิดความโดดเด่นไม่น่าเบื่อของครัวได้

ปูกระเบื้องสลับลายก็ทำให้ดูไม่น่าเบื่อ?

ลองเปลี่ยนจากการปูกระเบื้องในแบบแนวตรงแบบเดิมๆเปลี่ยนมาปูสลับก็ดีมีดีไซน์ไปอีกแบบ

เลือกไม้มาเป็นส่วนหนึ่งในการตกแต่ง

การนำไม้สีอ่อนมาช่วยตกแต่ง จะให้ความรู้สึกที่นุ่มนวลและลงตัวยิ่งขึ้นเมื่อเข้ากับสีขาวของห้อง

ต้นไม้กับครัว

การเลือกต้นไม้เข้ามาเป็นตัวเลือกในการตกแต่งก็ช่วยให้ครัวที่สีขาวล้วนดูมีความสดชื่นเพิ่มขึ้นมา

ห้องครัวโทนสีเทาตัดด้วยความเงาของสีทอง

ครัวสีเทาอาจดูเรียบไปแต่เมื่อนำสีทองเข้ามาตกแต่งทำให้เกิดความเรียบหรูขึ้นมา 

จัดวางของให้เป็นระเบียบด้วยชั้น

ห้องครัวที่มีขนาดเล็กแต่มีของเยอะมากสามารถแก้ไขปัญหาได้ด้วยการเพิ่มชั้นวางเพื่อเป็นการจัดระเบียบของสิ่งของและอุปกรณ์ต่างๆ

คลุมโทนด้วยสีดำ

หากใครไม่ชอบแบบสีจัดจ้านก็สามารถเลือกคลุมโทนด้วยสีดำ ขาว หรือนำไม้มาตัดให้ดูซอฟลง

.

 พื้นที่น้อยแต่ใช้งานได้ทุกฟังก์ชั่น

หากเป็นครัวพื้นที่น้อยการทำชั้นที่สามารถจุของได้เยอะที่สุดก็เป็นสิ่งที่น่าทำ และเลือกใช้สีขาวเพื่อให้ครัวมีความสว่าง

ครัวไม้

หากใครชอบไม้ก็สามารถเลือกมาทำครัวได้ หรือหากไม่อยากใช้ไม้จริงก็เลือกวัสดุปิดผิวที่มีลวดลายเลียนแบบไม้มาทำได้

ครัวสีขาว

เพิ่มความสว่างและความสดใสด้วยสีขาวทำให้ห้องครัวดูสะอาดตา และตัดด้วยหินเพื่อไม่ให้น่าเบื่อเกินไป

ลิ้นชักสารพัดประโยชน์

ใช้กล่องเพื่อแบ่งการจัดเก็บของในลิ้นชักให้เป็นหมวดหมู่ง่ายต่อการจัดเก็บ

ไฟตกแต่ง

เลือกไฟตกแต่งเข้ามาเพื่อให้ห้องครัวดูมีอะไรมากขึ้นอาจจะใช้เป็นไฟประดับแบบห้อย หรือไฟแบบติดเพดานสไตล์ต่างๆก็สวยเช่นกัน

เมื่อมีแบบครัวที่เลือกไว้ในใจแล้ว สิ่งที่สำคัญคือพื้นที่ในบ้าน หรือพื้นที่โดยรอบ ควรเลือกให้เหมาะกับบ้านและใช้งานได้คุ้มค่าที่สุดเพื่อจะได้ฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์กับทุกคนภายในบ้านและใช้งานได้อย่างมีความสุข

vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  • ปัญหาหลังคารั่วซึมที่เกิดขึ้นในฤดูฝน ทำให้น้ำหยดไหลเข้ามาในบ้าน คงเป็นเรื่องที่น่าหนักใจไม่น้อยสำหรับเจ้าของบ้านเลยทีเดียว  ปัญหาหลังคารั่ว เกิดได้หลายสาเหตุ และหลายจุด แต่ที่พบบ่อยๆ มีอยู่ 7 จุด ดังนี้

     

    1. น้ำฝนรั่วบริเวณรางน้ำตะเข้ เกิดจากรางตะเข้เป็นสนิม ผุกร่อน หรือรางน้ำทำจากแผ่นโลหะพับเป็นรูปตัววี ทำให้ความลึกของท้องรางมีน้อย และปีกสั้น

    วิธีแก้ไข คือ ควรใช้รางน้ำที่ลึกและกว้างมากขึ้น ทำมาจากสแตนเลสที่ได้มาตรฐาน ไม่เป็นสนิม สามารถช่วยรองรับ และระบายน้ำฝนได้ดี

     

     

     

     

    1. น้ำฝนรั่วจากแผ่นกระเบื้อง เนื่องจากแผ่นกระเบื้องแตก หรือร้าว ทำให้เกิดน้ำรั่วซึมไหลเข้าบ้าน

    วิธีแก้ไข คือ ควรเปลี่ยนกระเบื้องใหม่ กรณีที่มีช่องหรือรู ควรใช้วัสดุยาแนว เช่น โพลียูรีเทน ที่มีความยืดหยุ่นสูง

     

     

     

    1. น้ำรั่วบริเวณอุปกรณ์ยึดกระเบื้อง เช่น ตะปูเกลียว หรือ ขอป.ปลา เสื่อมสภาพ แหวนยางแห้งกรอบ และหมวกสังกะสีผุ เป็นสนิม

    วิธีแก้ไข คือ ถอดหมวกสังกะสี และแหวนยางอันเก่าออก แล้วใส่อุปกรณ์สำหรับยึดกระเบื้องหลังคาใหม่หมดทั้งชุด ควรเลือกใช้อุปกรณ์ยึดแบบที่มีความหนา และขนาดใหญ่ขึ้นกว่าของเก่า เพื่อจะได้สามารถปิดรูเดิมที่ใหญ่ขึ้นได้

     

     

     

     

    1. น้ำรั่วบริเวณปูนปั้น หรือปีกนก เกิดจากปูนทราย หรือคอนกรีตที่เทไว้แตกร้าว

    วิธีแก้ไข คือ สกัดปูนทรายตรงผิวเดิมบริเวณที่แตกร้าวออก แล้วทารองพื้นด้วยซีเมนต์กันซึม จากนั้นฉาบทับหน้าด้วยปูนทรายละเอียด เพื่อช่วยให้เกิดความสวยงาม

     

     

     

    1. น้ำฝนรั่วบริเวณชายคา เพราะชายกระเบื้องยื่นเลยเชิงชายออกมาน้อยเกินไป และหลังคามีความลาดเอียงหรือความชันน้อยเกินไป ทำให้ระบายน้ำได้ไม่ดี เกิดเป็นน้ำสะสม และทำให้น้ำไหลย้อนกระเบื้อง ไหลเข้าในบ้าน

    วิธีแก้ไข คือ เปลี่ยนกระเบื้องแถวล่างให้มีความยาวมากขึ้น

     

     

     

    1. โครงสร้างของหลังคาแป แอ่น และยุบตัว เกิดจากการเสื่อมสภาพของวัสดุที่ใช้ เช่น โครงหลังคาอาจผุพัง เป็นสนิม และแอ่นตัว ทำให้กระเบื้องมีช่องโหว่เกิดน้ำรั่วซึม

     

    วิธีแก้ไข คือ ถ้าเป็นโครงหลังคาเหล็ก ควรขัดสนิมที่โครงเหล็กออกก่อน ถ้าโครงทรุดตัว ควรนำไม้มาค้ำเพื่อไม่ให้โครงหลังคาทรุด หรือแอ่น แล้วนำเหล็ก 2 แผ่นมาประกบกับโครงเหล็กที่เป็นสนิม แล้วจึงขันน๊อตให้แน่น

     

    สำหรับโครงหลังคาไม้ ตัดไม้เก่าที่ผุออก นำไม้ 2 แผ่นมาประกบกับโครงไม้ที่ผุ แล้วขันน๊อตให้แน่น จากนั้นนำไปดามโครงหลังคาไม้ขึ้นให้ติดกระเบื้อง เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างระหว่างกระเบื้อง และป้องกันน้ำรั่วซึม

     

     

     

    1. หลังคารั่วตรงที่ครอบสันหลังคา เมื่อน้ำฝนกัดเซาะมาเป็นเวลานาน ทำให้บริเวณครอบสันหลังคาแตกร้าว หรือหลุดร่อน จึงทำให้น้ำรั่วไหลผ่านช่องที่แตกร้าวเข้าในบ้านได้

     

    วิธีแก้ไข คือ ใช้ปูน นอน-ชลิงค์ (ปูนที่ไม่หดตัว) อุดรอยรั่วแตกร้าว ระหว่างครอบสันหลังคากับแผ่นกระเบื้องหลังคา ไม่ให้มีช่องโหว่ ทาน้ำยาอะคริลิกกันซึมทับอีกชั้นหนึ่ง หรือในกรณีที่หลังคาเดิมติดตั้งเป็นระบบครอบแห้ง (วิธีการสังเกตระบบครอบแห้งคือ บริเวณตรงครอบหลังคาไม่มีปูนทราย) ต้องเปิดครอบสันหลังคาที่แตกร้าวออก แล้วเช็คสภาพแผ่นยางกันการรั่วซึมด้านใต้ด้วย หากแผ่นยางเสื่อมสภาพ ควรทำการเปลี่ยนแผ่นยางใหม่ให้เรียบร้อย

    เมื่อได้ทราบถึงจุดที่อาจจะทำให้เกิดหลังคารั่วซึมแล้ว ลองนำวิธีการข้างต้นไปตรวจสอบบ้านที่คุณรักดูนะคะ หวังว่าทุกท่านจะสามารถแก้ไขปัญหาหลังคารั่วซึมได้ เพื่อพร้อมรับมือกันหน้าฝนที่กำลังจะมาเยือน ได้อย่างสบายใจ และมีความสุขค่ะ

     

    ขอบคุณภาพจาก Pinterest

  • เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่เราใช้กันทุกวันนี้ รู้หรือไม่บางอย่างก็กินไฟเหลือเกินโดยที่เราคาดไม่ถึง

    มาดูกันดีกว่าว่าจะมีอะไรบ้างที่กินไฟ เราได้จัดอันดับมาให้ดูแล้วค่ะ

     

     

     

     

  • ฉนวนกันความร้อน คือ วัสดุที่สามารถช่วยในการกั้นความร้อนที่ส่งผ่านมาจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง แต่หากเราเลือกใช้ฉนวนกันความร้อนที่ดี  ก็จะมีความสามารถช่วยป้องกันไม่ให้ความร้อนส่งผ่านลงมาในตัวบ้านเราได้ แล้วฉนวนกันความร้อนจะเลือกใช้แบบไหนดี เรามีตัวเลือกมาฝากกัน

  • สำหรับงาน DIY ในบทความนี้เป็นอะไรที่สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยของเหลือใช้ใกล้ตัว ที่เราสามารถนำมาประยุกต์ทำเป็นสิ่งของเครื่องใช้ และของตกแต่งบ้านเก๋ๆได้ ลองมาดูกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง

    1. นำแผ่นไม้เก่ามาทำความสะอาด ทาสี หรือเคลือบสีตามต้องการ จากนั้นติดตะขอเหล็กเข้ากับไม้ ก็สามารถใช้เป็นที่แขวนโคมไฟ ตะเกียง ช่วยเพิ่มบรรยากาศภายในบ้าน นอกจากจะใช้งานได้แล้วยังสามารถใช้เป็นของตกแต่งบ้านไปในตัวได้อีกด้วย

           

     

    2. นำขวดแก้วรูปทรงเก๋ไก๋ มายึดติดกับแผ่นไม้เก่าที่เหลือจากการใช้งาน ทำเป็นแจกันสำหรับใส่ดอกไม้แล้วติดบริเวณผนังบ้านตามต้องการ ซึ่งเป็นของแต่งบ้านที่ทำได้ง่ายๆ แถมยังช่วยเพิ่มความสวยงาม สดชื่น เป็นธรรมชาติให้กันบ้านของเราได้มากเลยค่ะ

      

      

     

    3.  ทำที่แขวนของใช้ต่างๆ บริเวณหน้าประตูเข้าบ้าน หรือทำชั้นรูปทรงเก๋ๆ สำหรับวางของและแขวนของใช้จำเป็นที่ต้องใช้ประจำเพื่อความสะดวกในการหยิบใช้สอย เมื่อเวลาเข้า-ออกบ้าน นอกจากใช้งานได้แล้ว ยังเป็นของตกแต่งบ้านได้อีกด้วย

       

     

    4. หากนำเศษไม้เก่าที่เหลือใช้ยึดติดกับโถ หรือขวดน้ำที่ไม่ใช้แล้ว และนำไปกับผนังบริเวณห้องครัว ก้สามารถใช้เป็นที่ใส่ช้อน-ส้อม ทับพี ตะหลิว และยังใช้เป็นแขวนแก้วน้ำ หรือของอื่นๆ ตามที่เราต้องการได้ อาจเพิ่มลูกเล่นด้วยการใส่ลวดลาย ตัวหนังสือลงบนแผ่นไม้ นอกจากนี้ยังสามารถทำชั้นวางของตามมุมของกำแพงทำให้ดูมีมิติและมีความสวยงามด้วย

      

     

    เป็นยังไงบ้างคะ สำหรับไอเดียจากเศษไม้เก่าเหลือใช้ที่นำมา DIY ในบทความนี้ได้นำเสนอให้ดูแค่บางส่วนเท่านั้นนะคะ หากใครสนใจ ต้องการที่จะลองนำไปทำดูบ้างก็ได้นะคะ ซึ่งเป็นวิธีง่ายๆไม่ยุ่งยาก รับรองได้ว่าบ้านของคุณจะสวยงามไม่เหมือนใครเลยค่ะ

    ขอบคุณภาพประกอบจาก pinterest

  • วัสดุแผ่นที่ใช้ในบ้าน ยังมีอีกชนิดหนึ่งซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไปคือ “ซีเมนต์บอร์ด” ทั้งแผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ และแผ่นไม้อัดซีเมนต์ ซึ่งต่างก็เป็นวัสดุประเภท “ซีเมนต์บอร์ด” ทั้งคู่ แต่คุณสมบัติจะแตกต่างกันออกไป ส่วนจะต่างกันอย่างไร และมีข้อดี-ข้อเสียอะไรบ้างมาดูกันค่ะ 

     

     

     

     

      

     

    จากข้อมูลทั้งหมดนี้ เพื่อนๆ คงจะเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างแผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ กับแผ่นไม้อัดซีเมนต์ มากขึ้นแล้วนะคะ และเราหวังว่าทุกคนจะนำความรู้เหล่านี้ไปเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสม เพราะวัสดุทั้ง 2 ชนิดนี้มีความน่าสนใจมากสำหรับการนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของบ้านค่ะ