งานยุ่ง ไม่มีเวลา อยากมีเลขาส่วนตัวมาช่วย????
By vLIVING PRO04 กุมภาพันธ์ 2564 06:13:35

งานยุ่ง ไม่มีเวลา อยากมีเลขาส่วนตัวมาช่วย????
เพียงแอดไลน์ พิมพ์ @SCGHOME
▪️ถามข้อมูลสินค้า
▪️ถามราคา
▪️เช็คโปร เช็คสต็อก
▪️สั่งซื้อสินค้า พร้อมจัดส่งถึงไซต์งาน
แค่แอดไลน์ @SCGHOME หรือโทรมาที่
SCG HOME Contact Center
โทรเลย 02 586 2222 เบอร์เดียวครบจบแน่????

vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  • ประวัติ

    บริษัท อิสรา ลิฟวิ่ง จำกัด เป็นบริษัทเกี่ยวกับ “บ้านระบบสำเร็จรูป”  ก่อตั้งขึ้นเมื่อต้นปี 2558 จากความรัก ความสนใจในเรื่องเดียวกันของสถาปนิก 3 ท่าน ประกอบด้วย กระผม ชยดล ปิยะวาณิชเสถียร (ปิ๊ก) เอกรัฐ เฉลิมชิต (เอก) และปียพัทธ์ เชี่ยววานิช (แต้ว) ซึ่งทุกคนเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน จากคณะสถาปัตยกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และต้องการที่จะทำให้เป็นธุรกิจที่มั่นคง

    จุดเริ่มต้นของธุรกิจบ้านสำเร็จรูปคืออะไร และรวมตัวกันได้อย่างไร

    เริ่มต้นจากการที่เราพูดคุยกัน ถึงเรื่องที่เกี่ยวกับปัญหามากมายในวงการก่อสร้าง แล้วก็ลองคิดกันเล่นๆว่า จะมีวิธีไหน หรือหนทางใดที่จะเป็นทางออกสำหรับปัญหาเดิมๆที่เกิดขึ้น อาทิเช่น การเป็นผู้รับเหมางานสร้างในที่ที่ต้องเดินทางไป-กลับ ต้องหาที่พักให้กับคนงาน หรืออาจสร้างความเดือดร้อนรำคาญใจให้กับเจ้าของบ้านบริเวณใกล้เคียง ไม่ว่าจะเป็นเสียง ฝุ่น รวมถึงการเก็บงาน ซึ่งหากทำในโรงงานจะทำได้ง่ายและเร็วกว่า เป็นต้น เมื่อเราได้พบเจอกับบ้านหลังเล็กๆ หรือศาลาที่วางขายตามข้างทาง จึงเริ่มเกิดไอเดียที่อยากจะย้ายสถานที่ก่อสร้างจากหน้างานให้ไปอยู่ในโรงงานแทน  พวกเรานัดประชุมกันหลายครั้ง ก่อนที่จะเปิดเป็นบริษัทฯ เพื่อประชุมแลกเปลี่ยนข้อมูล วิเคราะห์ตลาด รูปร่างหน้าตาของบ้านที่เหมาะสมกับฟังก์ชั่นและวัสดุที่ใช้ รวมถึงศึกษาเทคนิคการก่อสร้างบ้านสำเร็จรูป  เมื่อความคิดเห็นทุกอย่างตกตะกอน ลงตัวดีที่สุดแล้ว จึงเริ่มต้นทดลองทำบ้านหลังแรกขึ้นมา เพื่อเป็นต้นแบบมีชื่อรุ่นว่า Slope ซึ่งเป็นชื่อเรียกง่ายๆของหลังคาที่เอียงด้านเดียว แต่ที่จริงแล้วอยากตั้งชื่อให้เป็นอะไรที่เกี่ยวกับภูมิประเทศในธรรมชาติ

    บ้านสำเร็จรูปของคุณมีรูปแบบอย่างไรบ้าง มีจุดเด่น และแตกต่างจากคู่แข่งอย่างไร

    พวกเรามีความสุข และสนุกในการทำงาน เราคิดแบบบ้านสำเร็จรูป ทั้งรุ่นและรูปแบบต่างๆ จากการวิเคราะห์ไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งาน จุดเด่นที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือ การออกแบบเพิ่มเติมให้ตัวบ้านสอดคล้องกับหน้างานในแต่ละที่ จากสถาปนิกผู้เชี่ยวชาญ อาทิเช่น คิดเรื่องการเข้าถึง การจัดวาง และออกแบบตัวบ้านให้สามารถรับลมได้ แต่ก็หลบแดดได้ด้วย คิดถึงเรื่องการเชื่อมต่อกับบ้านเดิม ทำให้ลูกค้าได้บ้านที่เหมาะสมกับตัวเองจริงๆ เป็นต้น ไม่ได้ทำขึ้นมาเพื่อวางขายเรียงกันเยอะๆหลายหลังๆ

    เป้าหมายทางธุรกิจในอนาคตเป็นอย่างไร จะพัฒนาต่อยอดไปในทิศทางไหน

    เมื่อผ่านการทำงานมาเกือบ 3 ปี เราพบว่าต้องมีการพัฒนาแบบบ้านให้มีความทันสมัยมากขึ้น และสวยงามอยู่เสมอ มีการออกแบบบ้านสำเร็จรูปรุ่นใหม่ๆออกมาเพิ่มเติมเรื่อยๆ ออกแบบระบบต่างๆภายในบ้านเพื่อช่วยเสริมความสมบูรณ์ให้กับตัวบ้าน ใส่นวัตกรรมใหม่ๆลงไป เช่น ระบบระบายอากาศทำให้บ้านเย็น ระบบโซล่าเซลล์ ระบบเปิด-ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าและแสงสว่างอัตโนมัติ เป็นต้น รวมทั้งออกแบบระบบการผลิตที่โรงงานให้มีความรวดเร็วและเรียบง่ายมากยิ่งขึ้น สามารถใช้เป็นต้นแบบในการขยายสาขาต่อไปได้ในอนาคตด้วย

    ฝากทิ้งท้ายสำหรับธุรกิจของคุณ ถึงคนที่กำลังมองหาและสนใจบ้านสำเร็จรูป

    อิสรา ลิฟวิ่ง มีความตั้งใจในการผลิตบ้านสำเร็จรูปที่สามารถตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัย ในแง่ความสวยงาม ความรวดเร็วในการสร้าง การควบคุมงบประมาณ จากการมีรุ่นให้เลือกหลายแบบหลายราคา ช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ และความสะดวกสบายให้กับผู้อยู่อาศัย รวมทั้งใช้ระบบสำเร็จรูปทั้งงานฐานราก และตัวบ้าน เพื่อความเรียบร้อยของพื้นที่หน้างาน  มุ่งมั่นตอบโจทย์วิถีชีวิตของคนยุคใหม่ ฝากติดตามชมบ้านสำเร็จรูปรุ่นใหม่ของเราที่มีชื่อว่า CAVE series ได้ทาง www.esaraliving.com หรือ www.facebook.com/esaraliving หรือติดต่อฝ่ายขายของทางบริษัท ได้ที่ เบอร์ 098 825 7602 และ 064 334 4557 

  •  

    คอนกรีตเป็นวัสดุที่นิยมใช้กันมาก โดยตัวคอนกรีตนั้นจะประกอบด้วย หิน ทราย น้ำ มาผสมกัน แล้วนำไปใช้ตามที่ต้องการ หลังจากนั้นคอนกรีตที่เหลวจะเปลี่ยนสภาพเป็นของแข็งมีความทนทานสูง คอนกรีตที่มีการเสริมเหล็กเข้าไปจะเป็นการเพิ่มสมรรถภาพหรือเสริมแรงในการรับน้ำหนัก เพื่อเป็นการช่วยเสริมความสามารถของคอนกรีต หากเป็นคอนกรีตอย่างเดียวจะมีความเปราะแตกหักง่ายไม่แข็งแรงนัก

                  คอนกรีตเสริมเหล็กเมื่อแข็งตัว คอนกรีตจะจับเหล็กเสริมได้แน่น ซึ่งทำให้เกิดการการถ่ายเทแรงภายในระหว่างคอนกรีตและเหล็กเสริมมีความแข็งแรงมากขึ้น

     

  •  มุ้งลวดมีให้เลือกเยอะแยะมากมายหลายแบบ หลายชนิด ขึ้นอยู่กับว่าจะนำไปใช้

    ในหน้างานไหน วัสดุก็มีให้เลือกมากมายมาดูกันว่า หลักที่คนส่วนมากใช้กัน

    และวัสดุที่ใช้มีอะไรบ้าง

     

     

     

    1.มุ้งลวดอลูมิเนียม

                      ทอขึ้นมาจากอลูมิเนียม มีความแข็งแรง เหมาะกับบ้านพักอาศัยที่อยู่ในตัวเมือง แต่ข้อเสีย ผุ กร่อนและเกิดสนิมได้ง่าย เมื่อโดนความชื้นบ่อยๆการยึดเกาะไม่ค่อยดีทำให้เกิดการเบี้ยวของเส้นตารางได้ง่าย การนำมาขึ้นกรอบจึงต้องใช้ความระมัดระวัง

     

     

    2.มุ้งลวดไฟเบอร์

             ผิวมีความยืดหยุ่นไม่คม ทอจากเส้นลวดและมีหน้ากว้างเยอะ เหมาะกับประตูหรือหน้าต่างที่กว้างมากๆ หรือบ้านพักอาศัยที่อยู่ใกล้ชายทะเล มีความทนทานต่อการกัดกร่อนของละอองทะเลหรือไอเค็ม แต่เมื่อใช้ไปนานๆ จะเกิดการฉีกขาดง่ายกว่ามุ้งลวดอลูมิเนียม

     

     

    3.มุ้งลวดไนลอน

                มีความทนทานเหนียว ถ่ายเทอากาศได้ไม่ค่อยดี เส้นลวดมีความหนา หากต้องการติดเพื่อให้มองเห็นภายนอกอาจไม่เหมาะ เพราะเส้นลวดที่หนาจึงทำให้มองเห็นไม่ชัด

     

     

     

     

    1.มุ้งลวดบานเลื่อน

        มีให้พบเห็นทั่วไปส่วนมากที่ร้านจะสั่งทำพร้อมกระจกติดตั้งมีทั้งแบบบานเดี่ยว และบานคู่ เป็นระบบที่ยึดเข้ากรอบหน้าต่างด้วยแม่เหล็ก สามารถติดตั้งได้หลายแบบ ทั้งแบบรางล่าง, แบบรางบน, ติดตั้งบนวงกบไม้, ติดตั้งบนวงกบ UPVC และติดตั้งบนวงกบอะลูมิเนียม

     

     

     

    2.มุ้งลวดพับจีบ

                         เวลากางแล้วจะมีลักษณะเป็นจีบคล้ายกับบานเฟี้ยม ถ้าเป็นบานเลื่อนเวลาเก็บจะพับไปทางใด ทางหนึ่ง

     

     

     มุ้งลวดพับจีบนี้ แบ่งออกมาได้อีก 2 ประเภท

     

    1.มุ้งลวดพับจีบแบบมีราง

     มีลักษณะเป็นกล่องเสริม 1x1 นิ้ว แปะหน้าวงกบ เหมาะใช้กับงานประตู

     

     

     

    2.มุ้งลวดพับจีบแบบเก็บราง

           รางล่างของมุ้งจะเลื่อนเก็บเข้าไปในกล่องเมื่อไม่ใช้มุ้งลวด เหลือเพียง Guide Rail บาง ๆ เพียง 3 มิลลิเมตรที่พื้น ทำให้ปลอดภัยและเดินไม่สะดุดเวลาเข้า-ออก มุ้งจีบแบบเก็บรางสามารถติดตั้งได้กับประตูที่มีความกว้างมาก ๆ (ไม่เกิน 3 เมตร) เช่น บานเฟี้ยม 

     

     

    3.มุ้งลวดม้วนเก็บ

            เป็นมุ้งลวดที่เหมาะกับบ้านสมัยใหม่เรียบหรู ไม่รกสายตา เพราะมุ้งลวดแบบเก่ามีปัญหาที่เกิดขึ้นคือฉีกขาดง่าย เหมาะกับการใช้ที่หน้าต่างมากกว่า

     

     

    4.มุ้งลวดนิรภัย

                เป็นมุ้งลวดที่ผลิตจากเหล็ก เป็นมุ้งลวดที่ช่วยป้องกันและปลอดภัย มีความแข็งแรงทนทานมากกว่ามุ้งลวดทั่วๆไปสามารถใช้งานได้ในระยะยาว

     

     

    5.มุ้งลวดUPVC

            มีลักษณะเหมือนพลาสติก uPVC สีขาว ทนทาน ต่อทุกสภาพอากาศและป้องกันความร้อนได้ดี โครงสร้างภายในกรอบมุ้งเสริมด้วยเหล็กเพื่อความแข็งแรง

     

    เลือกมุ้งลวดให้เหมาะกับหน้างานที่บ้านนะคะ เพื่อมุ้งลวดจะได้ไม่มีปัญหาภายหลังค่ะ

  •  ระดับความสูงของฝ้าเพดานถือว่ามีความสำคัญมากกับผู้อยู่อาศัย แล้วควรมีความสูงเท่าไหร่ถึงจะดี? แล้วถ้าฝ้าเพดานที่บ้านของเราต่ำ หรือเตี้ยเกินไป ต้องแก้ไขยังไงกันดีนะ? 

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    ระดับความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน เป็นอีกเรื่องควรใส่ใจนะคะ เพราะถ้าหากทำไปแล้วเกิดการผิดพลาด การแก้ไขจะทำได้ยุ่งยาก รวมทั้งสินเปลืองเงินทอง และเวลาอีกด้วย

  •  

              การเลือกใช้แสงของหลอดไฟให้ตรงกับการใช้งานภายในบ้าน ถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะหลอดไฟมีหลายโทนสี และแสงของหลอดไฟแต่ละสีก็สร้างความรู้สึก อารมณ์ และบรรยากาศให้กับผู้อยู่อาศัยด้วย วันนี้เรามีเคล็ดลับการเลือกแสงไฟให้เหมาะกับแต่ละห้องมาฝากเพื่อนๆ กัน

     

     

    1.ห้องน้ำ  

                ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน แบบสว่างสดใส ใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำได้นาน ควรใช้หลอดไฟ Daylight White หรือชอบความรู้สึกผ่อนคลาย แบบร้านสปา ควรใช้ หลอดไฟ Warm White และ Cool White เป็นต้นและเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความอับชื้น มองเห็นได้ชัดเจน ไม่ลื่นล้ม ควรเลือกแสงไฟที่สว่างๆ หากเปิดให้แสงธรรมชาติถ่ายเทผ่านเข้ามาได้มากยิ่งดี และบริเวณอ่างล้างหน้า หรือโต๊ะหากชอบแบบสว่างสดใสสำหรับแต่งหน้า แต่งตัว ควรติดไฟรอบกระจกด้วยแสงอ่อนนุ่ม หรือไฟสีขาว เพราะจะให้แสงที่เป็นจริง 

     

     

     

     

    2.ห้องทำงาน หรือสำนักงาน

            ควรเป็นแสงธรรมชาติ หรือหลอดไฟแสงขาว สบายตา เงียบสงบ มีแสงสว่างเพียงพอ ผ่อนคลาย สามารถเห็นสิ่งต่างๆ ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อต้องเพ่งสายตากับคอมพิวเตอร์นานๆ  มีสมาธิ และช่วยกระตุ้นการทำงาน สำหรับคนที่ชอบทำงานตอนกลางคืน ควรมีโคมไฟตั้งโต๊ะ โดยใช้แสงไฟสีขาวนวล (Cool White) จะช่วยให้มองเห็นงานได้ชัดเจน และไม่รู้สึกปวดตาเวลาทำงาน

     

     

    3.ห้องทานอาหาร

                              ใช้หลอดไฟที่ให้แสงสว่างแบบอ่อนโยน สะอาดตา ช่วยสร้างบรรยากาศอบอุ่น เป็นกันเอง สบายๆ                                        เช่น หลอดไฟ Warm White และ Cool White ที่เป็นแสงโทนอุ่น ช่วยให้อาหารดูน่ารับประทานมากขึ้นด้วย

     

     

     

    4.ห้องนั่งเล่น และห้องรับแขก
      เป็นห้องสำหรับการผ่อนคลาย สบายตา สร้างบรรยากาศอบอุ่นให้กับครอบครัว และแขกผู้มาเยือน ดังนั้นควรใช้แสงสว่างที่ส่องมาจากธรรมชาติเป็นหลัก จะทำให้ห้องดูโปร่งสบาย และควรใช้แสงไฟสีส้ม หรือขาวโทนอุ่น Warm White และ Cool White ให้มีแสงสว่างมากพอ หรือสีที่เข้ากับโทนการตกแต่งห้อง

     

     

    5.ห้องนอน

                 ควรรู้สึกสงบ อบอุ่น ผ่อนคลาย พักผ่อนได้อย่างสบายใจ ใช้หลอดไฟแสง Warm White หรือ Cool White ให้แสงที่นวลตา ไม่สว่างมาก และแสงไม่อ่อนมากเกินไป เช่น แชนเดอเลียร์, ไฟซ่อนผนัง, ไฟฝังฝ้า จะช่วยให้เรารู้สึกมั่นใจ ปลอดภัย และนอนหลับได้อย่างสนิท ช่วยลดความวิตกกังวลระหว่างนอนหลับ แต่ถ้าชอบอ่านหนังสือในห้องนอนควรใช้แสงสว่างให้เพียงพอ หรือมีโคมไฟหัวนอนเสริม

     

     

    6.ห้องครัว

           ควรใช้แสงไฟสว่างตั้งแต่แสงปกติจนถึงสว่างเป็นพิเศษ เช่น หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ หรือหลอดไฟฮาโลเจน และควรมีช่องแสงหรือหน้าต่างให้มีอากาศถ่ายเท ไม่ควรเป็นจุดอับ ปลอดโปร่ง มีแสงจากธรรมชาติเข้ามาได้มากที่สุด ช่วยลดกลิ่นอับ และควรเพิ่มแสงสว่างใต้เครื่องดูดควัน ตู้เก็บของชั้นบน หรือบริเวณอื่นๆ เพื่อให้ทำงานสะดวกและเพิ่มความสวยงามได้ด้วย

     

     

    ลองนำเทคนิคที่เราแนะนำนี้ไปใช้ดูนะคะ ทั้งในเรื่องบรรยากาศภายในบ้านและการใช้งาน และมีสไตล์เข้ากับความชอบของเราที่สำคัญการเลือกหลอดไฟที่เหมาะสม และจำนวนที่พอดีจะช่วยให้เราประหยัดมากขึ้น เพราะไม่ต้องใช้หลอดไฟมากเกินไปความจำเป็นอีกด้วยค่ะ หวังว่าข้อมูลนี้จะทำให้เพื่อนๆ สามารถเลือกซื้อหลอดไฟได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมในแต่ละห้องได้ค่ะ