7 สิ่งอันตรายในบ้านที่เราไม่คาดคิด
By vLIVING PRO16 พฤศจิกายน 2567 04:38:45

สิ่งของรอบตัวในบ้านที่เราใช้กันอยู่ทุกวันบางที เราอาจจะไม่รู้เลยว่า

ที่ใช้ๆกันอยู่แฝงไปด้วยอันตรายมากน้่อยแค่ไหนวันนี้เรามาดุกันว่ามีอะไรบ้างนะ

 

 

1.สารเคมีใน Printer

                ปริ้นเตอร์ที่พิมพ์งานได้คมชัดจะปล่อยสารเคมี VOCs(สารระเหยง่ายในอากาสที่จัดว่าเป็นพิษ)

ออกมาในปริมาณที่จะส่งผลเสียต่อสุขภาพ ของคนใช้งานได้และมีความเกี่ยวพันกับการเกิดโรคหัวใจ

และโรคปอดขึ้นอยู่กับอายุของเครื่อง และส่วนประกอบอื่น ๆ ในเครื่องด้วย ซึ่งสิ่งที่ควรคำนึงถึงในการนำมาใช้งาน

คือ สถานที่วาง ไม่ควรให้มีใครเข้าไปนั่งใกล้ ๆ เป็นระยะยาว โดยเฉพาะในสำนักงาน

 

 

2.สีที่มีสารตะกั่ว

                     จะส่งผลเสียต่อสุขภาพมากมาย ทั้งระบบ ประสาท สมอง เซลล์ เมื่อทาทิ้งไว้เป็นเวลานาน

มันจะลอกออกมาและเป็นอันตรายไม่ควรไปจับหรือแกะโดยมือโดยตรง

 

 

3.สารเคมีที่เป็นสเปรย์

                      สารเคมีในรูปสเปรย์ฉีดพ่นเช่นน้ำมันต่างๆมีเคมีทำปฏิกิริยาส่งผลต่อสุขภาพหากใช้ในที่แคบจะมี

สารพิษตกค้าง เพราะอากาศไม่ถ่ายเทอาจทำให้เป็นสาเหตุที่ทำให้ป่วย หากจะใช้ควรทำให้มีอากาศถ่ายเทจะดีกว่า

 

 

 

 

4.พลาสติก BPA

         BPA (Bisphenol) เป็นสารเคมีที่พบในบรรจุภัณฑ์อาหาร และเครื่องดื่มที่ทำมาจากพลาสติก สามารถสร้างความ

ผิดปกติกับทางประสาทและการเจริญเติบโตของร่างกาย  เป็นสารที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเกิดมะเร็งเต้านมและมะเร็ง

ในต่อมลูกหมาก และส่งผลต่อความผิดปกติทางพันธุกรรมของเซลล์ในร่างกายอีกด้วย

 

 

5.ลูกเหม็น

                    จะสลายตัวเป็นก๊าซที่อาจจะเป็นอันตรายหากได้รับอย่างต่อเนื่องซึ่งอาจจะไปทำลายเม็ดเลือดขาว

หากจำเป็นต้องใช้จริงๆ ควรหาภาชนะปิดมาไว้

 

 

6.ยาฆ่าแมลงที่ใช้ในบ้าน

                 ในบ้านเรือนไม่ว่าจะเป็นยาฆ่าแมลง หรือ ยากำจัดแมลง ประเภท หนู มด แมลงสาป ล้วนมีสารเคมีทั้งสิ้น

 

 

7.พรม

                สารเคมีที่ใช้ในกระบวนการผลิตพรม เป็นสารระเหยไม่ดีต่อสุขภาพ หากได้รับปริมาณมากๆ   

พรมที่ผลิตมาใหม่จะมีสารดังกล่าวในปริมาณที่มากพอที่จะทำอันตรายต่อคนได้ เมื่อซื้อพรมมาใหม่ ก่อนนำเข้าบ้าน

ควรจะตากไว้ภายนอก 1-2วัน จึงนำมาใช้

 

 

8.เฟอร์นิเจอร์ไม้อัด

 

                 ได้รับความนิยมในการทำเฟอร์นิเจอร์มานานในการผลิตไม้อัดและการทำเฟอร์จะมีการใช้สารเคมีมากมาย

หากได้รับความร้อนและความชื้นอาจทำให้ระเหยออกมาทำให้เกิดอันตราย ต่อดวงตาและทางเดินหายใจ

 

 

 

 

ลองไปสังเกตรอบๆตัวเราดูนะคะว่ามีสิ่งของประเภทนี้อยู่ภายในบ้านหรือเปล่าทางที่ดีป้องกันไว้ก่อนดีกว่านะคะ

vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  •  หากนึกถึงอุปกรณ์ขนาดเล็กที่สามารถวัดกระแสไฟฟ้าได้คงไม่พ้นเจ้าตัวไขควงวัดไฟแน่นอน ไขควงตัวจิ๋วนี้จะมีหลักการทำงานอย่างไรมาดูกันได้เลยค่ะ

     

     

     

     

     

     

     

     

     

  • ไม้ระแนงคือ ลักษณะของแผงระแนงไม้ที่เป็นทั้งแนวนอน

    หรือว่าแนวตรง  มีลักษณะเป็นไม้ที่เป็นแผ่นยาวๆ

    ....................................................................

    มีหลายหลายวัสดุเช่น

    ....................................................................

    ....................................................................

    ....................................................................

    ....................................................................

     

    ที่นำมาเรียงไว้บนโครงคร่าวอาจจะเว้นช่องว่างหรือไม่เว้นก็ได้

    ....................................................................

    ....................................................................

    ไม้เหล่านี้ทำหน้าที่ เป็นที่บังแดด หรือบังตาในบ้าน

    หรืออาจจะใช้เป็นพื้น ผนัง รั้วหรือ ระเบียงเหมาะกับบ้าน

    ที่ไม่ต้องการความอึดอัดจนเกินไป

     

    ....................................................................

    ....................................................................

    ....................................................................

    ไม้ระแนงถือว่าเป็นทางเลือกในการตกแต่งบ้านได้อีกประเภทหนึ่ง

    ซึ่งมีหลากหลายวัสดุ ให้เลือก หากจะเลือกนำไปใช้ก็เลือกให้เหมาะกับบ้านนะคะ

    ....................................................................

  •                 การจัดพื้นที่บ้านให้เหมาะสมกับทิศทางของแดดและลม เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมาก ที่เราไม่สามารถมองข้างได้ จึงควรทำความเข้าใจในเรื่องทิศทางแดดและลม ตามแต่ละฤดูกาลของบ้านเราอย่างถูกต้อง เพื่อช่วยทำให้ให้บ้านไม่ร้อน มืดทึบ หรือมีกลิ่นเหม็นอับ ในตอนกลางวัน

     

      

                    แสงแดดในยามเช้า จะวิ่งจากทิศตะวันออก แล้วอ้อมโค้งไปทางทิศใต้ ก่อนจะตกลงในทิศตะวันตก ทำให้ทิศใต้ไปจนถึงทิศตะวันตก จะได้รับแสงแดดมากที่สุด คือ ตั้งแต่หลังเที่ยงวันไปจนถึงเวลา 5 โมงเย็น ดังนั้นจึงควรใช้ทิศทางนี้ในการทำกิจกรรมต่างๆที่ต้องการแสงแดด เช่น ใช้ตากผ้า หรือปลูกต้นไม้ที่ต้องการแสงแดด เป็นต้น

     

     

    ทางทิศตะวันออกจะได้รับแสงอ่อนๆในตอนเช้า และแดดจะแรงจัดในช่วงเวลา 10 โมงเช้าถึงเที่ยงวัน

     

     

    ทางทิศเหนือจะได้รับแสงแดดน้อยที่สุด เหมาะกับห้องที่ต้องการแสงน้อย เช่น ห้องนอน และห้องรับแขก เป็นต้น

     

     

    ตำแหน่งของบ้านที่ลมสามารถวิ่งผ่านได้ดี คือ ต้องอยู่ในแนวผ่านของลมประจำฤดู ดังนี้

     

     

    หน้าหนาว ลมจะพัดจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ไปยังทิศตะวันตกเฉียงใต้

     

     

     

    หน้าร้อน และหน้าฝน ลมจะพัดจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ ไปยังทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

     

     

    ขนาดของช่องลมเข้า – ออกที่ดีที่เหมาะสำหรับบ้าน คือ

     

    ช่องลมเข้า ควรมีขนาดเล็กกว่า หรือเท่ากับช่องลมออก

     

     

     

    ถ้าช่องลมเข้ามีขนาดใหญ่กว่า แล้วช่องลมออกมีขนาดเล็กกว่า หรือไม่มีช่องลมออกเลย

    จะทำให้อากาศถ่ายเทได้ไม่สะดวก และควรหันด้านที่ยาวที่สุดของตัวบ้านเข้าหาทิศทางของลม เพื่อให้ลมธรรมชาติสามารถพัดเข้าในตัวบ้านได้ เป็นการช่วยระบายความร้อนออกจากตัวบ้านให้ได้มากที่สุด ทำให้ช่วยลดค่าใช้จ่ายาจากการเปิดใช้เครื่องปรับอากาศได้อีกด้วย

     

           เมื่อทราบถึงทิศทางของแสงแดด และสายลมแล้ว  ก็จะช่วยให้เราสามารถปรับเปลี่ยน แก้ไขบ้านได้อย่างถูกต้อง เพื่อให้บ้านมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก มีทั้งลมเข้า ลมออก และบ้านของเราจะเป็นบ้านที่เย็นสบายตลอดทั้งปี                                                   

  •      หน้าร้อนแบบนี้ สิ่งที่ควรระวังมากที่สุดไม่ใช่การกังวลแค่อากาศร้อน แต่บ้านไหนที่มีสัตว์เลี้ยง เช่นน้องหมาหรือน้องแมว ก็น่าเป็นห่วงไม่น้อยเช่นกัน หากเราปล่อยไว้ในที่อากาศร้อนมากๆ อาจทำให้ร่างกายเกิดอาการ “ฮีทสโตรก” คือร่างกายปรับตัวไม่ทันกับอากาศที่ร้อน อาจเกิดจากการออกกำลังกายมากๆในช่วงหน้าร้อน หรือการขาดน้ำ หรืออยู่ในที่ที่มีอากาศร้อนจนเกินไปเป็นเวลานานๆ ร่างกายไม่สามารถที่จะปรับระบบระบายความร้อนได้ทันที

     

    สุนัข

    ร่างกายของสุนัขจะไม่มีต่อมเหงื่อตามรูขุมขนเหมือนมนุษย์อย่างเราๆ จึงสังเกตกันไหมว่า สุนัขจะชอบทำลิ้นห้อยอยู่ตลอดเวลา เพราะเป็นการระบายความร้อนนั่นเอง

     

     

    หากสุนัขไม่สามารถ ระบายอากาศได้ทันจะมีอาการหายใจแรง หอบ และน้ำลายเยอะ เหงือกแดง หัวใจเต้นเร็ว หายใจลำบาก อาเจียนออกเป็นเลือด ถ่ายเป็นเลือด มีจุดแดงตามร่างกาย กล้ามเนื้อกระตุก อุณหภูมิร่างกายสูง จนเกิดอาการชัก หยุดหายใจและตายได้ ควรรีบนำไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด

     

     

    วิธีการปฐมพยาบาล

    ลดอุณหภูมิโดยการนำน้ำมาชโลมให้ทั่วร่างกายหรือใช้สารระเหยที่ทำให้เกิดความเย็นเช่นแอลกฮอล์มาเช็ดที่อุ้งเท้า ใต้รักแร้ และขาหนีบ หลังจากนั้นเปิดพัดลมจ่อเพื่อระบายความร้อน

    วิธีป้องกัน

    1.อย่าให้น้ำขาด มีน้ำให้กินตลอดเวลา

     

    2.ไม่พาออกกำลังกายในที่มีอากาศร้อนจัดๆหาที่หลบแดดให้อยู่ในช่วงกลางวัน

     

    3.ห้ามทิ้งสุนัขไว้ในรถเด็ดขาด หากจำเป็นควรจอดไว้ในที่ร่มมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก หรือทำการเปิดกระจกให้มีอากาศและมีน้ำดื่มทิ้งไว้ให้ด้วย

     

    4.หากจะให้อาหารในที่แจ้ง ควรเลือกให้เวลาที่พระอาทิตย์ตก เนื่องจากสุนัขไม่กินอาหารถ้าอากาศร้อน

     

     

    5.หากร้อนเกินไปอาบน้ำหรือราดน้ำให้ทั่วตัวปล่อยให้ตัวแห้งหมาดๆเพื่อให้ร่างกายมีความเย็นอยู่

     

     

    6.ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำหมาดปูนอนตอนกลางวัน หรือใช้พัดลมเป่า

     

     

     

    แมว

    แมวเป็นสัตว์ที่ไม่ชอบน้ำเอามากๆ หากจะเอาไปอาบน้ำก็คงจะไม่ได้  มาดูวิธีคลายร้อนให้แมวกัน

    1.วางก้อนน้ำแข็งไว้ใกล้ๆแมว

    หากวันไหนที่อากาศร้อนจัดๆแล้วต้องออกไปนอกบ้านหรือไม่อยู่บ้านไม่มีเวลาดูแล ให้นำน้ำแข็งมาใส่จานน้ำของน้องแมวเพื่อให้ดื่มคลายร้อนระหว่างวัน

     

     

    2.เปิด-ปิดแอร์เมื่อไม่อยู่บ้าน

    ไม่จำเป็นต้องเปิดแอร์ทั้งวันเพียงแค่ตั้งเวลา เปิด ปิดไว้ ในช่วงที่ร้อนที่สุด ระยะเวลา 1-2 ชั่วโมง หากกลัวจะร้อนไปอีกก็สามารถเปิดพัดลมเพื่อให้มีลมหมุนเวียนไปด้วยก็ได้

     

     

    3.เปลี่ยนน้ำบ่อยๆ

    น้ำที่น้องแมวดื่มควรสะอาดและเย็นเสมอ และควรหมั่นเปลี่ยนบ่อยๆ

     

     

    4.ตัดขน

    ถ้าน้ำแมวของคุณเป็นพันธ์ที่มีขนยาวหนา แนะนำให้ตัดขนส่วนลำตัวให้สั้นแล้วเหลือหัวไว้

     

     

     

     

     หน้าร้อนแบบนี้เป็นอันตรายกับสัตว์เลี้ยงมาก หากไม่อยากให้สัตว์เลี้ยงของเราเกิดอาการฮีทสโตรกก็ควรจะดูแลเยอะมากกว่าปกติ เพราะสัตว์ก็ร้อนเหมือนคนเช่นกัน

  • เทคนิคง่ายๆในการฉาบปูนเพื่อความแข็งแรงให้กับบ้านของเรา จะต้องทำอย่างไรบ้างมาดูกันได้เลยค่ะ