เทคนิคจบรอยต่อ โครงสร้างเหล็ก
By vLIVING PRO30 กรกฎาคม 2563 09:55:18

     ปัจจุบันอาคารบ้านเรือน มีการใช้โครงสร้างเหล็กรูปพรรณเยอะขึ้น สำหรับทำโครงสร้างและทำผนัง แทนการก่ออิฐ ฉาบปูน อีกทั้งการดีไซน์และการออกแบบสมัยใหม่ จะมีการโชว์โครงสร้างเหล็กเป็นส่วนหนึ่งของความสวยงามของตัวบ้าน

     ปัญหาที่พบกันบ่อยคือการจบงานตามขอบ ตามมุม รอยต่อระหว่างโครงสร้างเหล็ก พื้น และผนังอาคารในแต่ละส่วน เรื่องของน้ำรั่วซึมตามรอยต่อของวัสดุที่แตกต่างกันมักจะพบเจอกันบ่อย บางคนอาจจะใช้วิธีการเดิมๆในการแก้ปัญหา เช่น การยิงซิลิโคนเพื่อยาแนวตามรอยต่อ ซึ่งอาจจะป้องกันปัญหาได้ในระยะสั้นๆ การจบงานก็ทำให้ดูไม่เรียบร้อยเมื่อเวลาผ่านไปก็อาจเสื่อมสภาพทำให้รั่วซึมได้อีก

      วันนี้เราได้รวบรวมเคล็ดลับและเทคนิคการจบรอยต่อของบ้านโครงสร้างเหล็กมาฝากกัน 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  • อากาศที่ร้อนขึ้นทุกวันแบบนี้หลายๆบ้าน คงจะเปิดแอร์กันรัวๆ เพื่อคลายความร้อน หากจะเปิดแอร์ทั้งวันทั้งคืน ค่าไฟที่เพิ่มขึ้นมาคงจะทำให้หายหนาวกันเลยทีเดียว แล้วการเปิดแอร์ให้ได้ประโยชน์ที่สุดจะต้องทำอย่างไรเรามีวิธีมาฝากกัน

     

     

    1.เลือกเสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย

    อากาศแบบนี้เสื้อผ้าก็มีส่วนที่จะช่วยระบายความร้อน หากเราเลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่หนา และอยู่ในห้องที่เปิดแอร์ ก็จะต้องลดอุณภูมิต่ำลงไปอีกเพราะเสื้อผ้าไม่ช่วยระบายความร้อน ทางที่ดีแนะนำให้ใส่เสื้อผ้าสบายๆแล้วเปิดแอร์ในอุณหภูมิที่พอเหมาะจะดีกว่า

    2.ปิดหน้าต่างป้องกันไม่ให้ความร้อนจากภายนอกเข้ามา

    เปิดแอร์ควรปิดหน้าต่างให้เรียบร้อย ถ้าเปิดหน้าต่างไปด้วยเปิดแอร์ไปด้วย เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เพราะอากาศจากภายนอกและไอความร้อนจะเข้ามายิ่งทำให้แอร์ทำงานหนักมากขึ้น ทางที่ดีแนะนำให้ปิดหน้าต่างขณะเปิดแอร์ให้เรียบร้อยจะดีกว่า

     

    3.ไม่ควรนำเครื่องใช้ไฟฟ้าไว้ในห้องแอร์

    หากเป็นห้องที่มีขนาดไม่ได้ใหญ่มาก เช่นห้องนอน ไม่ควรนำเครื่องใช้ไฟฟ้าเข้าไปไว้ในห้อง เช่นตู้เย็น เพราะเครื่องใช้ไฟฟ้าจะทำการปล่อยความร้อนออกมาในการทำงาน อาจทำให้แอร์ทำงานหนักจนเกินไปเพราะห้องจะมีความร้อนมากยิ่งขึ้น

     

    4.จัดวางเฟอร์นิเจอร์ในทิศทางที่แดดส่องเพื่อบังแดด

    นำตู้หรือชั้นวางมาไว้ตรงทิศทางที่แดดส่อง เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้แดดเข้ามาเป็นการช่วยลดความร้อนหรือไอความร้อนจากภายนอกที่จะผ่านเข้ามาได้

     

    5.ไม่สูบบุหรี่ในห้องที่มีแอร์

    การสูบบุหรี่ในห้องที่มีแอร์ ทำให้เกิดกลิ่นที่อบอวนแล้ว จะทำให้แอร์เหม็น และยังจะเกิดฝุ่นที่อุดตันไปที่แอร์

     

    6.เปิดแอร์ในอุณหภูมิ 25 องศา

    การเปิดแอร์ที่เหมาะสมคือ 25 องศาเพราะเป็นการช่วยประหยัดไฟได้มากกว่า หรือในระหว่างที่เปิดแอร์สามารถเปิดพัดลมเพื่อกระจายความเย็นให้ทั่วเพื่อเป็นการประหยัดไฟได้ด้วย

     

     

    การใช้แอร์ BTU  ที่เหมาะสมกับ กับห้อง จะเป็นการช่วยประหยัดไฟได้อีกทาง เพราะทำให้แอร์ไม่ต้องทำงานหนักจนเกินไป หากห้องใหญ่แล้วใช้แอร์ที่ BTU น้อยไป ก็จะทำให้แอร์เกิดการทำงานหนักและไม่เย็นอีกด้วย

  • หากคุณโตมาในยุค 70-80 แน่นอนว่าคุณต้องมีเทปคาสเซ็ต หรือเทปวีดีโอสะสมอยู่อย่างแน่นอน และถ้าไม่อยากให้มันดูไร้ค่า คุณสามารถนำมันออกมาประยุกต์เป็นของแต่งบ้าน D.I.Y. ได้ค่ะ คราวนี้จะพาทุกคน มาลองทำของใช้แบบง่ายๆ ที่ประดิษฐ์จากเทปคาสเซ็ต และเทปวีดีโอ ลองดูไอเดียเหล่านี้เป็นตัวอย่างนะคะ เผื่อว่าจะช่วยให้คุณเกิดความคิดสร้างสรรค์ที่เต็มเปี่ยมขึ้น และสามารถเปลี่ยนเทปเก่าๆ ให้กลายเป็นของใช้ที่มีประโยชน์ขึ้นมาได้ค่ะ

    1. ทำโคมไฟด้วยเทปคาสเซ็ต ซึ่งเป็นของแต่งบ้านที่คลาสสิคสุดๆ และทำเองได้ไม่ยาก ด้วยอุปกรณ์ไม่กี่อย่าง โดยวัสดุหลักคือเทปคาสเซ็ทเก่าๆ จัดเรียงเทปคาสเซ็ทตามรูปแบบที่เราต้องการ แล้วนำมาเชื่อมต่อกันด้วยกาว หรือที่รัด แล้วใส่หลอดไฟ แค่นี้ก็สามารถใช้งานได้แล้ว  

       

      

     

    2. โต๊ะอเนกประสงค์ และชั้นวางของสวยๆเก๋ๆ ด้วยม้วนวีดีโอเทป หากที่บ้านคุณมีม้วนวีดีโอเก่า ที่เก็บเข้ากรุไว้นานแล้ว ลองเอามาทำดูนะคะ ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก และใช้อุปกรณ์เพียงไม่กี่ชิ้นก็สามารถทำได้แล้วค่ะ และอาจนำไปฉีดสีสเปรย์ให้ทั่วเพื่อเปลี่ยนสี หรือตกแต่งลวดลายตามต้องการ แค่นี้เราก็จะได้โต๊ะอเนกประสงค์ และชั้นวางของไว้สำหรับใช้งานแล้วค่ะ 

       

     

     

    3. ที่ใส่อุปกรณ์เครื่องเขียน จากเทปคาสเซ็ต ใครมีอยู่ที่บ้านแล้วเก็บไว้เฉยๆ ไม่ได้ใช้อะไร หยิบออกมาเลยค่ะ วิธีการทำก็ง่ายแสนง่าย เพียงไม่กี่นาทีคุณก็จะได้ที่ใส่เครื่องเขียน ดินสอ ปากกา เอาไว้ใช้บนโต๊ะได้แล้วค่ะ

     

     

     

    ไม่น่าเชื่อใช่มั้ยคะว่าของเก่าๆ เหลือใช้ที่ดูเหมือนจะไร้ประโยชน์ ก็สามารถนำมาดัดแปลงเป็นของแต่งบ้านได้ นอกจากจะประหยัดแล้ว ยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ แถมยังมีความแตกต่าง มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร รับรองได้ว่าหากมีใครที่แวะเวียนมาที่บ้านของคุณ แล้วเห็นของแต่งบ้านของคุณชิ้นนี้จะต้องชื่นชอบอย่างแน่นอน

     

    ขอบคุณ รูปภาพจาก pinterest

  •                 อากาศบ้านเราเปลี่ยนแปลงบ่อยบางวันก็ร้อนจัด บางวันก็ฝนตก กันสาด จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่หลายๆคนนำมาใช้ติดบริเวณหน้าบ้าน ระเบียงบ้าน หรือหน้าต่างบ้าน เพื่อป้องกันแสงแดดที่ส่องเข้ามาภายในบ้านมากจนเกิดไป และช่วยป้องกันน้ำฝนที่สาดเข้ามาในบ้านจนอาจทำให้ข้าวของเสียหายได้ กันสาด มีหลายประเภท และหลายรูปแบบ นอกจากจะช่วยกันแดด กันฝนแล้ว ยังช่วยทำให้บ้านดูสวยงาม น่ามอง และน่าอยู่มากขึ้นได้อีกด้วย

    กันสาด ช่วยกรองแสงแดดที่ส่องเข้ามาภายในบ้าน ช่วยประหยัดพลังงาน และค่าใช้จ่ายจากการเปิดใช้เครื่องปรับอากาศ ช่วยกันฝนสาดเข้าภายในบ้าน ช่วยเพิ่มความร่มรื่น และทำให้บ้านดูสวยงามมากขึ้นอีกด้วย กันสาด มี 2 แบบ คือ

     

    1. กันสาดแบบยื่นออจากตัวบ้าน

    ข้อดี คือ

    • ไม่มีเสาเกะกะ ติดตั้งง่าย
    • ไม่ต้องกังวลเรื่องการทรุดตัวของเสา

    ข้อเสีย คือ

    • ไม่สามารถยื่นออกจากตัวบ้านได้มาก เพราะจุดที่ยึดโครงกันสาดอาจแข็งแรงไม่มากพอ และควรยึดด้วยวัสดุที่มีน้ำหนักเบา

     

     

    1. กันสาดแบบเป็นซุ้มตั้งเสา หรือแบบมีเสา

     

    ข้อดี คือ

    • กันสาด สามารถยื่นยาวออกไปได้ตามต้องการ
    • มีเสารับน้ำหนักโครงสร้างแยกออกจากตัวบ้าน
    • สวยงาม

    ข้อเสีย คือ

    • เสาอาจทำให้ดูเกะกะ รกสายตา
    • การติดตั้งมีหลายขั้นตอน
    • โครงหลังคาอาจเกิดปัญหา เนื่องจากเสาทรุดตัวไม่เท่ากัน ทำให้น้ำรั่วซึมได้

     

    วัสดุที่นิยมนำมาใช้ทำเป็นโครงกันสาด มีดังนี้

    1. เหล็ก

    ราคาถูก หาง่าย แข็งแรง ทนทาน แต่มีน้ำหนักเยอะ และอาจเป็นสนิมได้

    1. สแตนเลส

    มีให้เลือกใช้หลายเกรด แต่ถ้าให้ดีควรเลือกใช้เกรด 304 เพราะไม่เป็นสนิม อายุการใช้งานยาวนาน และคงทนกว่าเหล็ก แต่มีราคาสูง

    1. ไม้เทียม หรือพลาสติกประเภทไวนิล

    ไม่ผุพัง ปลวกไม่สามารถกินได้ น้ำหนักเบา และไม่เป็นสนิม บางแบบผลิตขึ้นมาเพื่อทำเป็นกันสาดโดยเฉพาะ มีรูปแบบที่ตายตัว มีข้อจำกัดในการทำ และมีราคาแพง

     

    วัสดุที่นำมาใช้มุงกันสาด มี 2 ประเภท คือ

    1. แบบทึบแสง ช่วยป้องกันความร้อนได้ดี เช่น...

     

     

    1.1หลังคาไวนิล (พลาสติก หรือ UPVC)

    ข้อดี คือ

    น้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย มีความทนทานสูง และเสียงไม่ดังเวลาฝนตก ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน

    ข้อเสีย คือ

    เป็นรอยต่อง่าย และราคาสูง

    1.2เมทัลชีท บ้านสไตล์โมเดิร์นนิยมใช้มากในปัจจุบัน

    ข้อดี คือ

    ราคาถูก น้ำหนักเบา ประหยัดโครงสร้าง ติดตั้งง่าย มีอายุการใช้งานยาวนาน และสะท้อนความร้อนได้ดี

    ข้อเสีย คือ

    มีเสียงดังเวลาฝนตก

    1.3หลังคาผ้าใบทึบแสง

    ข้อดี คือ

    สามารถเลือกสีสัน และรูปทรงได้ตามต้องการ น้ำหนักเบา ดูเป็นธรรมชาติ มีความยืดหยุ่น และช่วยกรองแสงแดด ไม่เก็บกักความร้อน

    ข้อเสีย คือ

    พังง่าย และไม่มีความทนทาน

     

    1. แบบโปร่งแสง แดดผ่านได้ ไม่อึดอัด เช่น...

     

     

    2.1แผ่นโพลีคาร์บอเนต

    ข้อดี คือ

    สามารถดัดให้โค้งงอได้ตามต้องการ ไม่ติดไฟง่าย เหนียว แข็งแรงทนทาน มีสีและแบบให้เลือกมากมาย

    ข้อเสีย คือ

    สีซีด แตก และฝุ่นเกาะตามรูได้ง่าย

    2.2แผ่นโพลีชีทตัน

    ข้อดี คือ

    ช่วยกรองแสงได้ดี และไม่มีคราบฝุ่นเกาะภายในเนื้อแผ่น

     

               ในปัจจุบัน กันสาด มีมากมายหลากหลายประเภทให้เลือกใช้งาน ควรเลือกกันสาดให้เหมาะสมกับบ้าน และการใช้งาน จะช่วยทำให้น่าอยู่ และมีความสุขกับบ้านคุณรักได้มากขึ้นด้วย

     

    ขอบคุณรูปภาพจาก Pinterest

  •                     หากจะทำก่อสร้างที่ต้องมีการแยกระหว่างเปียกกับแห้งแยกกันชัดเจน เคิร์บก็เป็นสิ่งที่ช่วยทำขอบแนวกั้นให้มีการกันแนวน้ำไม่ให้ไหลลงมาในส่วนที่เราไม่ต้องการ วันนี้เรามีข้อมูลเกี่ยวกับเคิร์บมาฝากกัน

     

  • ถ้าตามขอบมุมต่างๆของตัวบ้านไม่เป็นระยะตั้งฉาก อาจจะทำให้บ้าน หรือตามขอบประตูหน้าต่างไม่ได้ระดับที่ดีพอ อาจส่งผล กระทบต่างๆตามมาในภายหลังได้ การจับเซี้ยมจึงมีส่วนสำคัญที่จะทำให้ขอบมุมต่างๆของบ้านได้ระดับที่ดี ขั้นตอนเป็นอย่างไรบ้างมาดูกันค่ะ

     

     

     

    จับเซี้ยม หมายถึง การทำให้ขอบหรือมุมต่างๆ ของตัวบ้านเป็นระยะตั้งฉาก ก่อนที่จะฉาบปูน เช่น ขอบประตู-หน้าต่าง มุมเสา มุมห้อง เป็นต้น โดยช่างจะปาดปูนที่ชนกันเข้ากับมุมทั้ง 2 ด้าน ตลอดแนวความสูงหรือความยาว ให้ได้ระดับที่พอดี หรือมีอีกวิธีหนึ่ง คือ ใช้เซี้ยมสำเร็จรูป ที่ทำมาจากเหล็ก หรือพลาสติกวางลงบนปูนที่ปาดไว้ จากนั้นปาดปูนทับทั้ง 2 ด้านของผนังอีกที ให้ความหนาปูนเสมอกับแนวสันของเซี้ยมสำเร็จรูป ซึ่งถือว่าเป็นวิธีที่ง่ายและทำได้รวดเร็ว

     

     

     

     

              ดังนั้น การจับเซี้ยม จึงถือว่าเป็นขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญสำหรับการก่อสร้างอาคารบ้านเรือน เพื่อให้ได้บ้านที่มีระยะตั้งฉาก และได้ระดับที่พอดี