DIY ทำดอกไม้แห้งแต่งบ้านง่ายๆด้วยตัวเอง
By vLIVING PRO20 กุมภาพันธ์ 2561 10:52:41

ใครที่เคยพูดว่าดอกไม้ เมื่อแห้งเหี่ยวแล้วก็ต้องโยนทิ้งไป คงต้องเปลี่ยนความคิดซะแล้วหล่ะ เพราะดอกไม้แห้งก็สวยงามได้ ถ้าสามารถรักษารูปทรงเดิมให้อยู่ได้ เรามายืดอายุให้กับดอกไม้กันเถอะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นดอกอะไรก็สามารถทำได้ และไม่ยุ่งยาก จะทำเป็นของที่ระลึก ของขวัญ หรือทำเป็นบุหงารำไป ช่วยเพิ่มความหอมสดชื่นให้บ้านก็ได้นะคะ งั้นเรามาเริ่มทำไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ

1. ตากดอกไม้เพื่อทำดอกไม้แห้งให้ฟอร์มยังคงความสวยงามอยู่เหมาะเดิม

วิธีทำมีดังนี้

1. เลือกดอกไม้ที่ต้องการทำเป็นดอกไม้แห้ง  เด็ดกลีบช้ำ ขาด แหว่ง หรือไม่สวยทิ้งไป

2. ตัดก้านดอกไม้ออกสักนิด แต่ต้องไม่น้อยกว่า 6 นิ้ว

3.  ใช้เชือกมัดตรงปลายก้านรวมกันเป็นช่อ สำหรับแขวนกลับหัว ให้ดอกไม้ห้อยลงล่าง ก้านชี้ขึ้นข้างบน เพื่อรักษาตัวดอกไม้ให้คงรูป ในห้องที่มีอากาศถ่ายเท ป้องกันการเกิดเชื้อราที่กลีบของดอก

4. ทิ้งไว้ 2-3 สัปดาห์ดอกไม้จะแห้งสนิท และก้านจะตั้งตรงไม่หักงอ 

วิธีนี้เหมาะกับดอกไม้ที่มีกลีบหนาและทน แต่ไม่เหมาะกับดอกไม้ประเภทกลีบบางช้ำง่าย เพราะกลีบจะเหี่ยวย่น ยับยู่ หรืออาจจะร่วงระหว่างตากลมได้ค่ะ

  

 

2. แช่ด้วยสารดูดความชื้น หรือซิลิก้าเจล เป็นสารที่ใส่อยู่ในถุงเล็กๆ ที่ติดมากับห่อขนม กล่องรองเท้า กระเป๋า หรือผลิตภัณฑ์บางประเภท สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายเคมีทั่วไป และสามารถใช้ซ้ำได้เรื่อยๆ

วิธีการทำมีดังนี้

1. เอาสารดูดความชื้นใส่ในภาชนะทรงสูง แล้วตั้งดอกไม้ให้ตรง จัดให้อยู่ในทรงที่เราต้องการ

2. เทสารดูดความชื้นให้ดอกไม้ให้มิด

3. ปิดฝาทิ้งไว้ประมาณ 3-7 วัน แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จ หรือถ้าอยากได้เฉพาะดอก ก็สามารถตัดก้านออกได้ แล้วใส่ในภาชนะที่ไม่ต้องสูงมาก 

4. เอาเข้าไมโครเวฟ 1-2 นาทีก็เสร็จเรียบร้อย หรือหากไม่มีไมโครเวฟ ก็สามารถวางทิ้งไว้เฉยๆ ได้ แต่จะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์

5. ล้างมือให้สะอาด ภาชนะที่นำมาใช้ก็ทิ้งไปเลยนะคะ หรือนำไปใช้อย่างอื่นก็ได้ แต่ห้ามใช้ใส่อาหารเด็ดขาด

 

 

3. การทับดอกไม้ วิธียอดฮิตสมัยเด็กๆ

วิธีการทำมีดังนี้ 

1. เลือกดอกไม้ ควรใช้ดอกไม้ที่มีขนาดเล็กและแบน หลีกเลี่ยงการใช้ดอกไม้ที่มีก้านอ้วนๆ หรือที่มีกลีบบาง เพราะจะได้รับความเสียหายได้ง่าย
 
2. วางดอกไม้บนกระดาษที่ผิวแห้ง ด้าน ไม่มันเงา เช่น หนังสือพิมพ์ กระดาษแข็งหรือกระดาษทิชชู่
 
3. นำไปสอดไว้ในหนังสือเล่มหนาอีกครั้ง อาจใส่กล่อง หรือแผ่นไม้หนักๆ วางทับลงอีกที ทิ้งไว้ประมาณ 1-3 อาทิตย์ แค่นี้ก็จะได้ดอกไม้แห้งที่บางเรียบคงตัวตามแบบที่จัดไว้ แล้วอาจนำไปใส่กรอบรูป หรือเคลือบทำเป็นที่คั่นหนังสือก็ได้
 
  
 
 
4. การอบแห้งในเตาอบลมร้อน
 
วิธีการทำมีดังนี้
1. เตรียมดอกไม้ที่ต้องการ แล้วตัดลวดตาข่ายแบบดัดได้ ขนาดใหญ่พอสำหรับดอกไม้ จากนั้นวางดอกไม้พาดช่องว่างของตะแกรง
 
2. เปิดไฟวอร์มเตาอบก่อน และควรใช้เตาอบลมร้อนที่ระบายอากาศได้ดี โดยใช้อุณหภูมิต่ำ เมื่อเตาอบร้อนถึง 38ºC ให้วางตะแกรงที่เรียงดอกไม้ใส่เข้าไปในเตาอบ
 
3. ปล่อยทิ้งไว้ในเตาอบลมร้อนประมาณ 1 ชั่วโมง การใช้ระยะเวลาในการอบแห้งจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับชนิดและจำนวนของดอกไม้ที่ใช้ ไม่ควรใช้เตาอบทั่วไป เพราะมีความชื้นมากเกินไป
 
4. เมื่อดอกไม้แห้งสนิทแล้ว นำออกมาจากเตาอบและพักไว้บนตะแกรงให้เย็นลง แล้งฉีดสเปรย์ใส่ผม หรือสารคงสภาพดอกไม้ เพื่อเพิ่มความแข็งแรง ทนทานของดอกไม้แห้ง
  
 

ลองทำตามกันดูนะคะ เป็นวิธีที่ง่ายๆ มีให้เลือกหลายวิธี และหากเพื่อนๆ คนไหน ทำแล้วติดใจ อาจลองทำขายก็ได้นะคะ ใช้เวลาว่างให้เกินประโยชน์ แถมยังสามารถทำเป็นรายได้เสริมได้อีกด้วยค่ะ 

 

ขอบคุณภาพประกอบจาก Pinterest

 

vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
DIY เตียงนอนจากไม้พาเลท
vLIVING PRO
ศัพท์ช่างวันนี้ลูกฟัก
vLIVING PRO
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  • เสาเข็มมีหลากหลายประเภทแต่ละหน้างานก็ไม่เหมือนกัน

    วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องเสาเเข็มตอก แล้วมันสามารถใช้ทำอะไรได้บ้างในงานก่อสร้างมาดูกันเลย

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

  • ยัดหัวปลาสร้อย คืออะไร??

    หลายคนคงจะสงสัยคำนี้ว่าเกี่ยวอะไรกับงานก่อสร้างมาดูกันเลยคร้าบบ

     

  • ไม้พาเลทอาจดูเป็นของไร้ค่าในสายตาใครหลายๆคน เรามาชุบชีวิตไม้พาเลทให้กลับมามีชีวิต และดูมีค่า จนต้องร้องว้าวกันดีกว่าค่ะ ไอเดียการแต่งห้องนอนสวยๆ ในงบเบาๆ จากไม้พาเลท ก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่น่าสนใจ หาได้ง่าย และสามารถสร้างสรรค์เตียงนอนของเราได้ตามต้องการ แถมยังไม่ซ้ำใคร เรามาดูกันดีกว่าว่าเตียงนอน DIY จากไม้พาเลท เท่ๆ แนวๆ จะมีแบบไหนบ้างที่น่าสนใจ?

     

    1. ทำเตียงไม้เตี้ยๆด้วยพาเลท
    ใครที่ต้องการแต่งห้องอย่างง่ายๆ และประหยัด สามารถนำไม้พาเลท หรือลังไม้มาทำเป็นเตียงนอนเตี้ยๆได้เลย แล้วทำให้ได้ขนาดที่รองรับกับที่นอนได้พอดี แค่นี้เราก็จะได้ห้องนอนที่มีบรรยากาศแบบดิบๆ แต่เท่ เก๋ไก๋ ให้กับห้องนอนของคุณตามสไตล์ที่ชอบกันแล้ว

     

    2. ติดล้อให้กับเตียงนอนพาเลท
    ไอเดียนี้เป็นการเพิ่มฟังก์ชั่นให้เตียงไม้พาเลท ด้วยการติดล้อเพื่อให้สามารถเคลื่อนที่ไป-มาได้ตามต้องการ หากเบื่อบรรยากาศในมุมเดิมๆ ก็แค่เลื่อนเตียงนอนไปมุมใหม่ๆ เท่านี้ก็เรียบร้อย

     

     

    3. ใช้ไม้พาเลททำเป็นเตียงนอนใหม่ไม่ซ้ำใคร
    ลองนำไม้พาเลทมาแยกชิ้นส่วนแล้วประกอบเป็นเตียงนอนดีไซน์ใหม่ตามใจเรา ก็คงจะสวยดูดีไปอีกแบบ อาจจะทาสีตกแต่งเพิ่มให้สวยงามอีกสักหน่อยแค่นี้ก็โอเคแล้วค่ะ

     

     

    4. เตียงไม้พาเลทมีช่องสำหรับเก็บของในตัว
    แค่ออกแบบไม้พาเลทให้เป็นเตียงนอนและมีลิ้นชักใต้เตียง สำหรับเก็บของที่รกรุงรัง หรือของกระจุกกระจิกต่างๆที่อยู่ในห้องของเราได้

     

    5. ทำเตียงไม้พาเลทแบบแขวน 
    นำไม้พาเลทมาต่อกัน แล้วร้อยเชือกยึดทั้ง 4 มุม แล้วแขวนไว้กับเพดานบ้านคล้ายเปล เตียงแบบนี้อาจจะเหมาะสำหรับคนที่ชอบความแปลกใหม่ ซึ่งให้ความรู้สึกที่ต่างออกไปจากเดิม

     

    6. เตียงนอนเด็กน้อยจากไม้พาเลท
    ไม้พาเลท สามารถนำมาทำเป็นเตียงให้ลูกน้อยของคุณได้ แค่นำชิ้นส่วนของไม้พาเลทมาประกอบใหม่ ให้มีดีไซน์ที่ถูกใจทั้งคุณพ่อ คุณแม่ และคุณลูก เท่านี้ก็เรียบร้อยแล้วค่ะ

     

    ตอนนี้ใครที่กำลังคิดอยากจะเปลี่ยนเตียงนอนของตัวเองใหม่ ลองนำไอเดียต่างๆเหล่านี้ไปลองใช้ดูนะคะ แล้วจะรู้ว่าไม้พาเลทมีดีมากกว่าที่คิด แถมยังเพิ่มความภาคภูมิใจให้กันตัวเองอีกด้วย เพราะเป็นเตียงนอนที่ทำขึ้นด้วยฝีมือเราเองค่ะ

     

    ขอบคุณภาพประกอบจาก pinterest

  • ลูกฟัก?

    หรือที่เรียกกันว่ากรอบบานลูกฟัก

    คืออะไร....อยู่ในส่วนไหนของงานช่าง....

    วันนี้ผมมีคำตอบมาให้ครับ

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

  • เมื่อลมร้อนพัดผ่านมาเมื่อไร บ้านก็จะร้อนจนกลายเป็นเตาอบ เพราะแสงแดดแผดเผา เนื่องจากความร้อนที่เข้ามาภายในบ้านส่วนใหญ่มักจะมาจากหลังคา ดังนั้นหากต้องการจะแก้ปัญหาบ้านร้อนให้ได้ผลดี จึงควรเริ่มที่หลังคาก่อน เพื่อช่วยลดและป้องกันความร้อนจากหลังคา เพิ่มความเย็นให้กับบ้านของเรา มาฝากทุกคน ดังนี้ 

     

     

    1. ใช้หลังคาสีอ่อน เพื่อช่วยสะท้อนรังสีความร้อน    

     

     

     

     

     

     

    2. ชายคา ควรมีระยะยื่นออกมาอย่างน้อย 1 เมตร และฝ้าชายคา ควรมีช่องระบายความร้อน รวมทั้งช่องตรงฝ้าชายคายิ่งเยอะ

    ก็จะยิ่งช่วยระบายความร้อนได้ดีขึ้นด้วย

     

     


     

     

     

    3. ช่องว่างใต้หลังคา ควรมีความสูงมากพอ เพื่อช่วยเพิ่มพื้นที่ในการกักเก็บความร้อนบริเวณใต้หลังคา ทำให้ความร้อนแผ่ลงมายังตัวบ้านได้น้อยลง

     

     

     

     

     

     

     

      4. การติดตั้งแผ่นฟอยล์สะท้อนความร้อน สามารถปูได้ทั้งบนแปรหลังคา หรือปูใต้แปหลังคาก็ได้  

     

     

     

     

     

     5. การติดตั้งฉนวนกันความร้อนบนฝ้าเพดาน ฉนวนมีความหนาตั้งแต่ 2 นิ้ว – 6 นิ้ว แต่ฉนวนกันความร้อนยิ่งมีความหนามากก็จะยิ่งมีน้ำหนักมากขึ้นเช่นกัน จึงต้องทำโครงฝ้าให้แข็งแรงมากขึ้นด้วย     

             

     

     

     

     

     

    ไม่ว่าจะเลือกใช้วิธีใดก้ตาม สิ่งสำคัญคือ ควรคำนึงถึงความเหมาะสมสำหรับบ้านของเรา ไม่ว่าจะเป็นบ้านเก่า หรือบ้านสร้างใหม่และควรขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้วย

     

     

    ขอบคุณรูปภาพจาก Pinterest