ข้อแตกต่างที่ควรรู้ ระหว่าง “บ้านไม้” กับ “บ้านปูน” อย่างไหนดีกว่ากันนะ??
By vLIVING PRO20 กุมภาพันธ์ 2561 16:18:53

         เชื่อว่ามีคนมากมายที่กำลังคิดว่าอยากจะสร้างบ้านใหม่ แต่อาจยังลังเลใจอยู่ เลือกไม่ถูกว่าจะสร้างบ้านไม้ หรือบ้านปูนดี  ดังนั้น เพื่อให้ได้เห็นถึงความแตกต่างของบ้านไม้ กับ บ้านปูน อย่างชัดเจน เราจึงได้นำข้อดี – ข้อเสีย ของบ้านทั้ง 2 แบบ มาเปรียบเทียบให้ดูกัน ดังนี้

 

  

 

บ้านไม้

          ควรเลือกใช้ไม้แต่ละประเภทให้เหมาะสมกับการใช้งาน เช่น ไม้บางประเภทอาจจะเหมาะสำหรับใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ หรือบางประเภท เหมาะสำหรับทำโครงสร้างบ้าน เป็นต้น

          บ้านไม้ เป็นบ้านที่มีความสวยงาม คลาสสิก และอบอุ่น อากาศถ่ายเทได้ดี โปร่ง โล่ง สบาย มีความยืดหยุ่นสูง ง่ายต่อการซ่อมแซมแก้ไข รื้อถอน หรือตกแต่งเพิ่มเติม และสามารถนำไม้กลับมาใช้ใหม่ได้

 

 

 

 

 

  1. ไม้เต็ง เนื้อไม้มีผิวหยาบ เหมาะสำหรับงานที่โชว์ลวดลายของไม้ ส่วนใหญ่เหมาะสำหรับใช้กับงานภายนอก และงานโครงสร้างเป็นหลัก เช่น เสา และคาน

  2. ไม้แดง นิยมนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของโครงสร้างบ้าน เช่น ใช้ทำพื้นบ้าน หรือวงกบประตู หน้าต่าง เป็นต้น

  3. ไม้มะค่า มีความแข็งแรงมาก ส่วนใหญ่นิยมนำมาใช้ทำพื้นไม้ และบันไดบ้าน

  4. ไม้ตะแบก เหมาะสำหรับใช้กับงานภายในเท่านั้น เช่น พื้นภายในบ้าน และประตู เป็นต้น

  5. ไม้ตะเคียน มีความคงทนสูง ส่วนใหญ่ใช้สำหรับทำวงกบ และพื้นไม้

  6. ไม้สัก มีลายไม้ที่สวยงาม และคงทน เหมาะสำหรับใช้เป็นส่วนประกอบของโครงสร้างบ้าน หรือส่วนต่างๆ ของบ้านที่ต้องการความสวยงาม เช่น บานประตู หน้าต่าง และเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น

  7. ไม้ยางพารา เหมาะสำหรับใช้ทำประตู วงกบ พื้น บันได และเฟอร์นิเจอร์

  8. ไม้จำปา ส่วนใหญ่นิยมใช้กับงานภายใน เช่น ประตู เป็นต้น

 

ข้อควรระวังสำหรับบ้านไม้ คือ

  1. จำเป็นต้องใช้ช่างที่มีประสบการณ์ในการสร้างบ้านไม้ ต้องมีฝีมือที่ประณีต เรียบร้อย และสวยงาม
  2. ในปัจจุบันไม้หายากมากขึ้น จึงทำให้ไม้มีราคาแพง
  3. ปลวก และแมลงสามารถกันกินไม้ได้
  4. เสื่อมโทรม ผุ พังได้ตามอายุการใช้งาน และตามสภาพดินฟ้าอากาศ

 

การป้องกัน และการดูแลแก้ไขสำหรับบ้านไม้ คือ

  1. ประตู หน้าต่าง และโครงสร้างไม้ภายนอก ควรทาด้วยสีน้ำมัน สีพลาสติก สำหรับใช้กับงานไม้โดยเฉพาะ หรือสามารถใช้สีย้อมไม้ก็ได้เช่นกัน ทาประมาณ 2 – 3 ชั้น การทาแต่ละชั้นควรทิ้งระยะให้แห้งอย่างน้อยประมาณ 6 ชั่วโมง
  2. ไม้บริเวณระเบียงนอกชาน ที่อยู่กลางแจ้ง ควรขัดผิว และทาด้วยสีย้อมไม้สำหรับทาภายนอกโดยเฉพาะ ทุกๆ 3 ปี
  3. พื้นไม้ และบันไดภายในบ้าน ควรทาน้ำยากันปลวกให้ทั่วก่อน แล้วจึงเคลือบด้วยน้ำยาโพลียูรีเทน เพื่อช่วยป้องกันการเกิดรอยขีดข่วนจากการใช้งาน และช่วยเพิ่มความทนทานได้อีกด้วย
  4. เฟอร์นิเจอร์ไม้ ควรขัดเคลือบผิวก่อน เพื่อไม่ให้เนื้อไม้เสีย หรือดูดซับความชื้นมากจนเกินไป จากนั้นจึงเคลือบด้วยแล็กเกอร์ เพื่อช่วยให้ผิวไม้เงางามมากยิ่งขึ้น การทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ไม้ ควรใช้ผ้านุ่มๆชุบน้ำที่ผสมกับสบู่จางๆ เช็ดทำความสะอาด หรือใช้น้ำยาทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ไม้โดยเฉพาะก็ได้ ใช้ง่าย และยังสามารถช่วยบำรุงผิวไม้ได้อีกด้วย
 

บ้านปูน

          ความแข็งแรงของบ้านปูน จะขึ้นอยู่กับโครงสร้างที่ใช้ ส่วนผสมของคอนกรีต เทคนิคการก่ออิฐ ฉาบปูน และงานระบบต่างๆ เช่น งานฝ้าเพดาน งานประปา และงานไฟฟ้า เป็นต้น

 

 

 

          บ้านปูนมีลักษณะที่ทันสมัย และสวยงาม แต่ผนังของบ้านปูนจะมีความทึบแสง ไม่โปร่งเท่ากับบ้านไม้ ดังนั้น อาจแก้ไขได้โดย การจัดแปลนบ้านให้ลมสามารถพัดผ่านเข้าภายในบ้านได้ และจัดให้ห้องที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน อยู่ในด้านที่โดนแดดจัดๆในตอนกลางวัน เช่น ห้องเก็บของ เป็นต้น หรือทำช่องระบายอากาศให้มากขึ้น และทำหน้าต่างให้กว้างขึ้นด้วย

 

ข้อควรระวังสำหรับบ้านปูน คือ

ควรใช้ช่างที่มีความชำนาญ ไม่เช่นนั้น อาจทำให้เกิดรอยร้าวได้ ดูไม่สวยงาม และอาจเกิดคราบดำขึ้นที่ผนัง เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ และชนิดของปูนให้เลือกใช้มากมาย ดังนั้นจึงควรเลือกใช้ให้ถูกต้องตามแต่ละประเภทด้วย และสำหรับผู้ที่ต้องการจะรีโนเวทบ้านปูน ต้องทำการทุบ หรือรื้อถอนของเก่าทิ้งก่อนเท่านั้น ไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีก ยกเว้น ประตู หน้าต่าง วงกบ บันได ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ถ้าอยู่ในสภาพที่ดี

 

          สำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจ หรือกำลังสับสนอยู่ บทความนี้น่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการนำมาช่วยพิจารณา ในการตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ว่าจะเลือกสร้างบ้านแบบไหนดี จึงจะเหมาะสมสไตล์ และการอยู่อาศัยของเรามากที่สุด

 

ขอบคุณรูปภาพจาก Pinterest

vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  • ระดับน้ำ!!  หลายคนได้ยินชื่อนี้อาจจะสงสัยว่า....

    ระดับน้ำคืออะไรกัน วันนี้เรามีคำตอบมาฝากค่ะ

    ระดับน้ำ มีความสำคัญมาก เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่ใช้เช็คดิ่ง เช็คความราบ ของพื้นผิว (แนวตั้งและแนวนอน)

     

     

     

     

     

     

     

     

     

  •  ในช่วงหน้าฝนนี้อาจมีน้ำขังทำให้เกิดยุงลายชุกชุม เป็นพาหะนำโรคได้วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆในกำจัดยุงลายมาฝากกัน

     

    1.ตะไคร้หอม

                 เป็นผักสวนครัวที่ปลูกไว้ประกอบอาหาร เป็นยารักษาโรคได้

    และสามารถปลูกไว้ในบ้านเพื่อช่วยป้องกันยุงได้เพราะยุงไม่ชอบกลิ่นแรงๆ ของตะไคร้

     

    2.ต้นสะเดา

              มีสรรพคุณในการไล่ยุงได้มากกว่าสเปรย์ไล่ยุงหลายเท่า ทั้งต้นสะเดาสด และน้ำมันสกัดจากเมล็ดสะเดา

     

     

     

     

    3.ลาเวนเดอร์

            ยุงไม่ชอบกลิ่นของลาเวนเดอร์ สามารถนำน้ำมันหอมระเหยกลิ่นลาเวนเดอร์

    ใส่ถ้วยแล้วไปวางตามหน้าต่างบ้านหรือทาที่ผิวเพื่อป้องกันยุงกัดได้

     

     

     

     

    4.ยูคาลิปตัส

              เป็นสมุนไพรไล่ยุงที่ได้ผลดี โดยใช้ใบสดมาขยี้ให้แหลก วางไว้ตามจุดต่างๆ น้ำมันหอมระเหยที่อยู่ในใบ จะช่วยไล่ยุงและแมลงอื่นๆ ได้ ส่วนเปลือกไม้ของยูคาลิปตัสนำมาบดให้ละเอียดผสมกับขี้เลื้อยและกาว ใช้ทำเป็นธูป และผสมกำมะถัน ใช้ทำเป็นยากันยุงได้

     

     

     

    5.มหาหงส์ หรือหางหงส์

              เป็นไม้ล้มลุก เป็นสมุนไพรไล่ยุงที่ได้ผลดีอีกชนิดหนึ่งและได้รับความนิยมวิธีการคือนำหัวหรือเหง้าสดมาทุบให้แตก

    กลิ่นของน้ำมันหอมระเหยจะออกมา  เอาไปวางในจุดที่ต้องการ ยุงหรือแมลงก็จะไม่มารบกวน

     

     

     

    6.เปลือกส้ม

                    มีสรรพคุณเป็นสมุนไพรไล่ยุงได้ เอาเปลือกส้มมาผึ่งให้แห้ง แล้วนำมาเผาไฟ ควันที่เกิดขึ้นและน้ำมันหอมระเหย   

    ที่อยู่ในเปลือกส้มมีสรรพคุณอย่างดีในการไล่ยุง  และปลอดภัยทั้งต่อคนและสัตว์เลี้ยง

     

     

    7.มะกรูด 

                เป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์มากมาย ปลูกง่าย และสามารถไล่ยุงได้ดีด้วย วิธีการคือนำผิวมะกรูดสดมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ            มาโขลกกับน้ำ 1 เท่าตัวจนแหลกละเอียด กรองเอาเฉพาะน้ำนำมาทาผิวหรือใส่กระบอก ฉีดตามจุดต่างๆของบ้าน เพื่อกันยุงได้

     

     

     

    8.แคทนิป Catnip หญ้าแมว หรือกัญชาแมว

              เป็นพืชตระกูลเดียวกับสะระแหน่ ที่เรียกว่าต้นกัญชาแมว เพราะเวลาที่ต้นนี้โตจะมีน้ำมันหอมระเหยชื่อ

    Nepetalactone (เนเปทาแลคโตน) ซึ่งเป็นสารแห่งความสุขของน้องเหมียว เมื่อแมวได้กลิ่นหรือ กินเข้าไปจะมีอาการเคลิบเคลิ้ม

    และยังช่วยในการไล่ยุงและแมลงได้ดี ไม่เป็นอันตรายกับคนดีกว่าผลิตภัณฑ์ยาทากันยุงต่างๆ ถึง 10 เท่า

     

     

     

     

     

    9.โหระพา

              กลิ่นหอมแรงของโหระพาช่วยในการไล่ยุงและแมลง เพราะใบโหระพามีน้ำมันที่นำมาสกัด

    เป็นเอสเซนเชี่ยลออยล์ได้บรรจุขวดใช้เป็นสเปรย์ไล่ยุง เป็นสมุนไพรที่ควรปลูกไว้ในบ้าน

     

    10.สะระแหน่

             พืชตระกูลเดียวกับต้นมิ้นต์ ยุงไม่ชอบกลิ่นหอมของสะระแหน่ วิธีการ คือ นำใบสะระแหน่มาบดขยี้ให้มีกลิ่น นำไปวางตามจุดต่างๆ หรือบดแล้วทาผิว จะทำให้ผิวหนังชุ่มชื่นและช่วยกันยุงด้วย

     

     

     

    11.จิงจูฉ่าย

                 คือสมุนไพรจีนต้านมะเร็ง หน้าตาคล้ายขึ้นฉ่าย มีกลิ่นหอมที่ยุงไม่ชอบและไม่กล้าบินเข้าใกล้

    หรือจะนำมาบดขยี้แล้วทาผิวหนังเพื่อกันยุงก็ได้

     

     

     

    12.กระเทียม

              ยุงไม่ชอบกลิ่นฉุนของกระเทียม ลองนำกระเทียมมาตำให้แตกไม่ต้องละเอียดมาก วางบนถุงพลาสติก

    แล้วนำไปวางไว้ตามจุดต่างๆ ภายในบ้าน กลิ่นฉุนของกระเทียมจะช่วยไล่ยุงร้ายออกไป

     

     

     

    13.เจอเรเนียม

              มีชื่อไทยว่า ปากนกกระเรียน สามารถกันยุงได้ จะมีกลิ่นตอนช่วงค่ำเป็นต้นไป ใบจะขับกลิ่นน้ำมันหอมระเหยออกมา

    กลิ่นหอมคล้ายตะไคร้ นิยมปลูกเพื่อไล่ยุงกันอย่างแพร่หลาย

     

     

     

    14.มอสซี่ บัสเตอร์

              เป็นการผสมพันธุ์ระหว่างเจอเรเนียมและตะไคร้หอม คุณสมบัติและความสามารถในการไล่ยุงขึ้นอยู่กับขนาดของต้น

    และพื้นที่ในการใช้ กลิ่นน้ำมันที่ระเหยออกมาจากต้นไม้ สามารถไล่ยุงได้ ควรปลูกไว้ริมรั้วที่ห่างจากตัวบ้าน

    เพราะขณะที่ต้นไม้มีขนาดเล็กกำลังโต มันจะมีสารที่ดึงดูดยุง แต่เมื่อโตเต็มที่จะเปลี่ยนเป็นสารไล่ยุงแทน

     

     

    15.ต้นกานพลู

    หากปลูกไว้ในบ้าน จะช่วยไล่ยุงได้ หรือนำน้ำมันสกัดจากต้นกานพลูมาพ่นไล่ยุง

     

     

     

                                                                             16.หม้อข้าวหม้อแกงลิง                                                                                                                                          

         เป็นไม้เลื้อยกินแมลง มีลักษณะคล้ายลิง ภายในมีของเหลวไว้ล่อแมลง ไม่ว่าจะยุงหรือแมลงไหนๆ ที่บินมาติดก็จะโดนงับทันที

     

     

    17.กะเพรา

              เป็นสมุนไพรมีฤทธิ์ช่วยในเรื่องต่างๆ เช่น ยาระบาย แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ และช่วยไล่ยุงด้วย 

    นำมาปลูกไว้บริเวณขอบหน้าต่างบ้าน

     

    18.โรสแมรี่

              นิยมในบริเวณบ้านเพื่อความสวยงาม และช่วยกันยุงได้ โดยเอาใบมาเผาไฟ ทำให้เกิดกลิ่นหอมที่ยุงไม่ชอบ

    นอกจากจะช่วยไล่ยุงแล้ว ยังสามารถผสมกับดอกไม้ประเภทอื่นเพื่อช่วยดูแลผิวพรรณได้ด้วย

     

     

    19.ต้นไหมจุรี

              เป็นไม้ดอกสวยงามที่ช่วยไล่ยุงได้ โดยบริษัทผู้ผลิตสเปรย์ไล่ยุงนิยมนำดอกไม้ชนิดนี้มาเป็นส่วนผสมในการผลิต

     

     

    20.เลมอน บาล์ม

              มีสรรพคุณช่วยให้นอนหลับสบาย ช่วยปรับระดับความดันโลหิต และกลิ่นจากใบทำให้ยุงบินหนี

     

     

     

  • เลือกใช้ทรายในงานก่อสร้าง เลือกให้ถูกและดี และเหมาะกับงาน ทรายแบ่งออกมาได้หลากหลายชนิด เคยสังเกตกันไหมแต่ละชนิดก็เหมาะกับงานก่อสร้างแต่ละประเภทไม่เหมือนกัน เพื่อให้การใช้งาน เหมาะสมที่สุดวันนี้เรามีตัวอย่างของทรายแต่ละประเภทมาฝากกัน

  • คอนกรีตเสริมเหล็ก หลายๆคนคงเคยได้ยินกันบ่อยๆในงานก่อสร้าง คือคอนกรีตที่มีการเสริมแรงในการรับน้ำหนักเข้ามาโดยใช้เหล็กเข้ามาเป็นตัวช่วยในการเสริมแรง รายละเอียดจะมีอะไรบ้าง  มาดูัน

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

  • หากช่วงนี้มีใครต้องการจะสร้างบ้านซักหลัง ขั้นตอนแรกๆของการก่อสร้างที่ไม่ควรมองข้ามคือ การเทลีน ดังนั้นเรามาดูขั้นตอนการเทลีนกัน ว่ามีอะไรบ้าง เพื่อที่จะได้เข้าใจถึงความสำคัญของขั้นตอนนี้ค่ะ

     

     

     

     

    การเทลีน หมายถึง  การเทคอนกรีตปรับผิวหน้าดิน สำหรับเตรียมพื้นที่ไว้รองรับการผูกเหล็ก เพื่อเทคอนกรีตงานโครงสร้างที่วางบนพื้นทราย หรือดิน

     

     

    ขั้นตอนการเทลีน มีดังนี้

    1. ขุดหลุม หรือปรับระดับดิน

    2. ผสมคอนกรีตหยาบในอัตราส่วน 1: 3 : 5 คือ ปูน 1 ส่วน ทราย 3 ส่วน และหิน 5 ส่วน

    3. เทคอนกรีตให้มีความหนาประมาณ 5 – 10 เซนติเมตรลงบนพื้นดิน

     


    ข้อดีของการเทลีน คือ

    1. ช่วยให้การผูกเหล็กตรงส่วนที่ติดกับพื้นดินทำได้ง่ายขึ้น เช่น งานฐานราก และคานคอดิน เป็นต้น และควรมีการหนุนลูกปูนด้วย เพื่อช่วยให้คอนกรีตไหลลงแบบได้มิดทั่วทั้งเหล็ก และช่วยเพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้าง รวมทั้งเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสนิม

    2. ช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดจากดิน เช่น ดินไหล ดินเป็นโพรง ดินโคลนสกปรก หรือน้ำจากใต้ดิน ซึ่งอาจส่งผลต่อความแข็งแรงของโครงสร้างได้

     

     

    รูปเปรียบเทียบตัวอย่างการเทลีน และไม่เทลีน

     

    เมื่อทราบถึงความสำคัญของ "การเทลีน" แล้ว ใครที่กำลังเริ่มสร้างบ้านอยู่ หรือกำลังคิดที่สร้าง อย่าลืมตรวจสอบกันด้วยนะคะว่าช่างได้ทำการเทลีนรึป่าว เพื่อประโยชน์ของเรา และบ้านที่รักของเราค่ะ