ข้อแตกต่างที่ควรรู้ ระหว่าง “บ้านไม้” กับ “บ้านปูน” อย่างไหนดีกว่ากันนะ??
By vLIVING PRO20 กุมภาพันธ์ 2561 16:18:53

         เชื่อว่ามีคนมากมายที่กำลังคิดว่าอยากจะสร้างบ้านใหม่ แต่อาจยังลังเลใจอยู่ เลือกไม่ถูกว่าจะสร้างบ้านไม้ หรือบ้านปูนดี  ดังนั้น เพื่อให้ได้เห็นถึงความแตกต่างของบ้านไม้ กับ บ้านปูน อย่างชัดเจน เราจึงได้นำข้อดี – ข้อเสีย ของบ้านทั้ง 2 แบบ มาเปรียบเทียบให้ดูกัน ดังนี้

 

  

 

บ้านไม้

          ควรเลือกใช้ไม้แต่ละประเภทให้เหมาะสมกับการใช้งาน เช่น ไม้บางประเภทอาจจะเหมาะสำหรับใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ หรือบางประเภท เหมาะสำหรับทำโครงสร้างบ้าน เป็นต้น

          บ้านไม้ เป็นบ้านที่มีความสวยงาม คลาสสิก และอบอุ่น อากาศถ่ายเทได้ดี โปร่ง โล่ง สบาย มีความยืดหยุ่นสูง ง่ายต่อการซ่อมแซมแก้ไข รื้อถอน หรือตกแต่งเพิ่มเติม และสามารถนำไม้กลับมาใช้ใหม่ได้

 

 

 

 

 

  1. ไม้เต็ง เนื้อไม้มีผิวหยาบ เหมาะสำหรับงานที่โชว์ลวดลายของไม้ ส่วนใหญ่เหมาะสำหรับใช้กับงานภายนอก และงานโครงสร้างเป็นหลัก เช่น เสา และคาน

  2. ไม้แดง นิยมนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของโครงสร้างบ้าน เช่น ใช้ทำพื้นบ้าน หรือวงกบประตู หน้าต่าง เป็นต้น

  3. ไม้มะค่า มีความแข็งแรงมาก ส่วนใหญ่นิยมนำมาใช้ทำพื้นไม้ และบันไดบ้าน

  4. ไม้ตะแบก เหมาะสำหรับใช้กับงานภายในเท่านั้น เช่น พื้นภายในบ้าน และประตู เป็นต้น

  5. ไม้ตะเคียน มีความคงทนสูง ส่วนใหญ่ใช้สำหรับทำวงกบ และพื้นไม้

  6. ไม้สัก มีลายไม้ที่สวยงาม และคงทน เหมาะสำหรับใช้เป็นส่วนประกอบของโครงสร้างบ้าน หรือส่วนต่างๆ ของบ้านที่ต้องการความสวยงาม เช่น บานประตู หน้าต่าง และเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น

  7. ไม้ยางพารา เหมาะสำหรับใช้ทำประตู วงกบ พื้น บันได และเฟอร์นิเจอร์

  8. ไม้จำปา ส่วนใหญ่นิยมใช้กับงานภายใน เช่น ประตู เป็นต้น

 

ข้อควรระวังสำหรับบ้านไม้ คือ

  1. จำเป็นต้องใช้ช่างที่มีประสบการณ์ในการสร้างบ้านไม้ ต้องมีฝีมือที่ประณีต เรียบร้อย และสวยงาม
  2. ในปัจจุบันไม้หายากมากขึ้น จึงทำให้ไม้มีราคาแพง
  3. ปลวก และแมลงสามารถกันกินไม้ได้
  4. เสื่อมโทรม ผุ พังได้ตามอายุการใช้งาน และตามสภาพดินฟ้าอากาศ

 

การป้องกัน และการดูแลแก้ไขสำหรับบ้านไม้ คือ

  1. ประตู หน้าต่าง และโครงสร้างไม้ภายนอก ควรทาด้วยสีน้ำมัน สีพลาสติก สำหรับใช้กับงานไม้โดยเฉพาะ หรือสามารถใช้สีย้อมไม้ก็ได้เช่นกัน ทาประมาณ 2 – 3 ชั้น การทาแต่ละชั้นควรทิ้งระยะให้แห้งอย่างน้อยประมาณ 6 ชั่วโมง
  2. ไม้บริเวณระเบียงนอกชาน ที่อยู่กลางแจ้ง ควรขัดผิว และทาด้วยสีย้อมไม้สำหรับทาภายนอกโดยเฉพาะ ทุกๆ 3 ปี
  3. พื้นไม้ และบันไดภายในบ้าน ควรทาน้ำยากันปลวกให้ทั่วก่อน แล้วจึงเคลือบด้วยน้ำยาโพลียูรีเทน เพื่อช่วยป้องกันการเกิดรอยขีดข่วนจากการใช้งาน และช่วยเพิ่มความทนทานได้อีกด้วย
  4. เฟอร์นิเจอร์ไม้ ควรขัดเคลือบผิวก่อน เพื่อไม่ให้เนื้อไม้เสีย หรือดูดซับความชื้นมากจนเกินไป จากนั้นจึงเคลือบด้วยแล็กเกอร์ เพื่อช่วยให้ผิวไม้เงางามมากยิ่งขึ้น การทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ไม้ ควรใช้ผ้านุ่มๆชุบน้ำที่ผสมกับสบู่จางๆ เช็ดทำความสะอาด หรือใช้น้ำยาทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ไม้โดยเฉพาะก็ได้ ใช้ง่าย และยังสามารถช่วยบำรุงผิวไม้ได้อีกด้วย
 

บ้านปูน

          ความแข็งแรงของบ้านปูน จะขึ้นอยู่กับโครงสร้างที่ใช้ ส่วนผสมของคอนกรีต เทคนิคการก่ออิฐ ฉาบปูน และงานระบบต่างๆ เช่น งานฝ้าเพดาน งานประปา และงานไฟฟ้า เป็นต้น

 

 

 

          บ้านปูนมีลักษณะที่ทันสมัย และสวยงาม แต่ผนังของบ้านปูนจะมีความทึบแสง ไม่โปร่งเท่ากับบ้านไม้ ดังนั้น อาจแก้ไขได้โดย การจัดแปลนบ้านให้ลมสามารถพัดผ่านเข้าภายในบ้านได้ และจัดให้ห้องที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน อยู่ในด้านที่โดนแดดจัดๆในตอนกลางวัน เช่น ห้องเก็บของ เป็นต้น หรือทำช่องระบายอากาศให้มากขึ้น และทำหน้าต่างให้กว้างขึ้นด้วย

 

ข้อควรระวังสำหรับบ้านปูน คือ

ควรใช้ช่างที่มีความชำนาญ ไม่เช่นนั้น อาจทำให้เกิดรอยร้าวได้ ดูไม่สวยงาม และอาจเกิดคราบดำขึ้นที่ผนัง เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ และชนิดของปูนให้เลือกใช้มากมาย ดังนั้นจึงควรเลือกใช้ให้ถูกต้องตามแต่ละประเภทด้วย และสำหรับผู้ที่ต้องการจะรีโนเวทบ้านปูน ต้องทำการทุบ หรือรื้อถอนของเก่าทิ้งก่อนเท่านั้น ไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีก ยกเว้น ประตู หน้าต่าง วงกบ บันได ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ถ้าอยู่ในสภาพที่ดี

 

          สำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจ หรือกำลังสับสนอยู่ บทความนี้น่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการนำมาช่วยพิจารณา ในการตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ว่าจะเลือกสร้างบ้านแบบไหนดี จึงจะเหมาะสมสไตล์ และการอยู่อาศัยของเรามากที่สุด

 

ขอบคุณรูปภาพจาก Pinterest

vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  • บันได ถือเป็นส่วนประกอบหนึ่งที่สำคัญของบ้าน ซึ่งบ้านเกือบทุกหลังจำเป็นต้องมีบันได โดยสิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือขนาดของลูกตั้ง ลูกนอนที่เหมาะสม เพื่อให้สมาชิกทุกคนภายในบ้านใช้บันไดได้อย่างสบายเท้า ดังนั้นบันไดที่ดี จึงควรมีลักษณะ ดังนี้

     

     

     

     

    บันได ถือเป็นส่วนประกอบหนึ่งที่สำคัญของบ้าน ซึ่งบ้านเกือบทุกหลังจำเป็นต้องมีบันได โดยสิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือขนาดของลูกตั้ง ลูกนอนที่เหมาะสม เพื่อให้สมาชิกทุกคนภายในบ้านใช้บันไดได้อย่างสบายเท้า ดังนั้นบันไดที่ดี จึงควรมีลักษณะ ดังนี้

     

    1. ลักษณะและขนาดของลูกตั้ง และลูกนอนที่ดี

    ลูกตั้ง คือ ระยะตั้งของบันไดแต่ละขั้น

    ลูกนอน คือ ระยะราบที่ใช้เดินเหยียบบันไดแต่ละขั้น

    สูตรการคำนวณลูกตั้งลูกนอนบันได คือ ลูกตั้ง + ลูกนอน = 45

    ตัวอย่างการคำนวณ ลูกตั้งลูกนอน  ลูกตั้ง + ลูกนอน = ผลรวม   เช่น     18+ 27 = 45  เป็นต้น

     

     

    ตัวอย่างบันไดที่เดินสบาย

    ดังนั้น บันไดที่เดินแล้วสบายเท้า ลูกตั้ง จะอยู่ที่ 17 – 18 เซนติเมตร ส่วนลูกนอน จะอยู่ที่ 27 – 28 เซนติเมตร 

    ตามกฎหมายระบุไว้ว่า ลูกตั้งต้องไม่เกิน 20 เซนติเมตร ส่วนลูกนอนต้องกว้างไม่น้อยกว่า 22 เซนติเมตร

    (เพราะถ้าความกว้างของลูกนอนน้อยเกินไป จะทำให้เหยียบได้ไม่ถนัดเท้า)

     

    1. ความสูงของช่วงบันได

     

    ในกรณีที่ความสูงระหว่างชั้นไม่เกิน 3 เมตร สามารถใช้บันได ช่วงเดียวได้เลย

    แต่ถ้าความสูงระหว่างชั้นเกิน 3 เมตร ควรแบ่งช่วงบันได

     

    1. ชานพัก

      

    มีไว้เพื่อแบ่งช่วงบันได และความยาวของชานพัก ต้องไม่น้อยกว่าความกว้างของบันได

    รวมถึง ระยะดิ่งจากขั้นบันได หรือชานพัก ถึงเพดานเหนือหัว ต้องสูงไม่น้อยกว่า 1.90 เมตร

     

     

    บันไดบ้านจะสวยมากน้อยแค่ไหนไม่สำคัญ สิ่งสำคัญคือ การมีบันไดที่ได้สัดส่วนตามมาตรฐาน ใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย เหมาะสม และปลอดภัยกับทุกคนในครอบครัวเป็นอย่างดี 

     

    ขอคุณภาพประกอบจาก Pinterest

  • หลายคนคงเคยเจอปัญหา ผนังทาสีแล้วหลุดร่อน หรือสีที่ทาแล้วไม่คงทนถาวร

    การเลือกประเภทสีที่ใช้กับบ้านของเราได้ถูกประเภท  จะช่วยให้บ้านของเราสวยงามและคงทนอยู่กับเราได้ยาวนาน โดยไม่ต้องซ่อมแซมจุกจิกตามมา   ลองมาดูกันนะครับว่า มีวิธีเลือกการเลือกใช้สีอย่างไรให้ถูกต้อง

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

  •  

     

     

     

     

     

  • หน้าฝนมาแล้วว ปัญหาที่มาพร้อมกับหน้าฝนมากมายเหลือเกิน

    วันนี้เรามาเตรียมพร้อมกันเพื่อต้อนรับหน้าฝนกันดีกว่าว่าจะรับมืออย่างไรดี

     

     

     

  • ถ้าใครเคยติดตามเพจ "ผู้รับเหมาผู้ซื่อสัตย์" ในช่วงที่ผ่านมา จะทราบดีว่ามีคำแนะนำดีๆจากคุณวิน - พิรัตน์ พลธีระเสถียร วิศวกรอารมณ์ดี มาถ่ายทอดเคล็ดลับเรื่องการสร้างบ้านที่เจ้าของบ้านควรรู้ มาทำความรู้จักกับวิศวกรสุดใจดีท่านนี้ ถึงเหตุผลที่เขาเลือกที่จะแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับการสร้างบ้านแบบไม่มีกั๊กกันค่ะ 

    ประวัติ คุณวิน – พิรัตน์ พลธีระเสถียร

              ชีวิตวัยเด็กของผมก็เหมือนกับเด็กทั่วๆไป  แต่บ่อยครั้งที่ในช่วงวันหยุดผมจะติดตามคุณพ่อไปตามไซด์งานต่างๆ ได้คลุกคลี ได้เห็นการทำงาน ทำให้เกิดความผูกพัน และเกิดเป็นความชอบในสายงานนี้ เมื่อจบชั้นมัธยมศึกษาปีที 6 จากโรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก จึงศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นก็ได้มีโอกาสเดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ ในหลักสูตร Master  of Enterprise in Environmental Innovation จาก The University of Manchester

              หลังจากเรียนจบ  ผมได้เริ่มหาประสบการณ์ในบริษัทเอกชนหลายแห่ง อยู่นานหลายปี พร้อมกับเริ่มค้นหาตัวเองไปด้วย สุดท้ายจึงตัดสินใจกลับมาสานต่อธุรกิจก่อสร้างของที่บ้าน ซึ่งทำมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่ รุ่นคุณพ่อ จนมาถึงรุ่นของผม ซึ่งถ้านับรวม 3 เจเนอเรชั่นก็ประมาณ 80 ปีครับ โดยในยุคแรกๆ จะรับงานพวกหินขัด ทรายล้าง ต่อมาเริ่มขยายงานเพิ่ม รับงานต่อเติม รีโนเวทอาคารทั้งหลัง จนในปัจจุบันกลายเป็นธุรกิจรับก่อสร้างบ้าน อาคารพาณิชย์ ทาวน์เฮ้าส์ โรงงาน       อพาร์ทเมนต์ ซึ่งครบวงจรตั้งแต่งานออกแบบ งานฐานราก งานโครงสร้าง งานสถาปัตย์ ไปจนถึงงานอินทีเรียบิวท์อิน

              ผมเริ่มต้นเรียนรู้การทำงานกับคุณพ่อ ช่าง และโฟร์แมนที่คุมไซด์งาน ศึกษาตั้งแต่งานฐานราก งานระบบต่างๆ ของบ้าน ไปจนถึงการเก็บรายละเอียดงาน ก่อนส่งมอบบ้านให้กับลูกค้า ทำให้มีประสบการณ์พบเจอปัญหาในหลายๆรูปแบบ ซึ่งผมก็ชอบที่จะเรียนรู้เพิ่มเติม เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ และแก้ไขการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ผมอยากให้เป็นบริษัทก่อสร้างที่เติบโต และพร้อมเดินหน้าไปได้อย่างมั่นคง ลูกค้ามีความพึงพอใจ และได้รับงานที่มีคุณภาพตามที่คาดหวัง เพราะทุกขั้นตอนของการสร้างบ้านต้องมีการดูแล และควบคุมคุณภาพอย่างทั่วถึง ตั้งแต่การเริ่มออกแบบ จนสร้างเสร็จสมบูรณ์ทั้งหลัง ซึ่งผลของความไม่ซื่อสัตย์จะอยู่อยู่ในรูปแบบของการล็อคสเป็ค แบรนด์วัสดุที่เลือกใช้ของผู้ออกแบบ การฮั้วการประกวดราคากับผู้รับเหมา การหมกเม็ด การสับงานแบบไม่มีคุณภาพของผู้รับเหมา ไม่มีการควบคุมคุณภาพของงาน การลดปริมาณของ ลดสเป็ควัสดุ ซึ่งตรงนี้สามารถเกิดได้ทุกขั้นตอน อย่างไรก็ตามหากเกิดการลดสเป็ควัสดุ หรือลดของในขั้นตอนของงานฐานรากและโครงสร้าง ผมมองว่าน่าจะทำให้เกิดผลกระทบมากที่สุด เพราะโครงสร้างและฐานรากถือเป็นพื้นฐานหลักของความแข็งแรงและอายุการใช้งานของตัวบ้าน ซึ่งสาเหตุดังกล่าวอาจส่งผลให้บ้านทรุด แตกร้าว และไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้หายขาดได้อย่างถาวรอีกด้วย

    แฟนเพจ "ผู้รับเหมาผู้ซื่อสัตย์" เกิดขึ้นเพราะอะไร เมื่อไหร่ และเพื่อคนกลุ่มไหน?

              ผมเริ่มทำเพจ “ผู้รับเหมาผู้ซื่อสัตย์” ในช่วงปลายปี 58 จุดประสงค์ คือ อยากช่วยให้การสร้างบ้านและปรับปรุงอาคารเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น โดยเน้นวิธีกาารให้ข้อมูลในรูปแบบที่แม้แต่คนทั่วไปสามารถทำความเข้าใจได้โดยใช้เวลาอันสั้น เพราะจากประสบการณ์ที่เจอมา คนรอบข้างมักจะบ่นถึงปัญหาระหว่างที่สร้างบ้านหรือปรับปรุงอาคาร ทั้งๆที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่พอถึงหน้างานกลับเจอปัญหามากมายหลายรูปแบบ ทั้งเรื่องการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน สร้างผิดแบบ ปัญหาจากตัวบุคคล เช่น ผู้รับเหมาทิ้งาน เจ้าของบ้านสื่อสารกับช่างแล้วไม่เข้าใจกัน รวมถึงงบบานปลาย ปัญหาเหล่านี้เมื่อเกิดขึ้นแล้วอาจจะไม่สามารถแก้ไขได้ง่าย หรือทำให้เกิดความเสียหายจนไม่สามารถแก้ให้กลับมาดีได้ตามที่ตั้งใจไว้ เพจ "ผู้รับเหมาผู้ซื่อสัตย์" จึงเป็นเหมือนสื่อกลางในการแบ่งปัน แชร์ แลกเป็นความรู้ ปัญหา และประสบการณ์ ระหว่างกันในสายงานการก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นช่าง ผู้รับเหมา วิสวกร สถาปนิก หรือแม้แต่เจ้าของบ้านเอง โดยทางเพจพร้อมจะแชร์เทคนิคให้เพื่อนๆที่กำลังฝันอยากมีบ้าน รวมถึงช่างผู้ชำนาญการด้านต่างๆได้เข้าใจ เพื่อให้งาก่อสร้างสามารถเดินหน้าไปได้อย่างราบรื่น

    คุณวินอยากให้องค์ความรู้เรื่องการก่อสร้างไม่ได้จำกัดแค่ในวงการผู้รับเหมา?

               ใช่ครับ วัตถุประสงค์ของเพจคือ เราจะทำความรู้เกี่ยวกับบ้าน ที่อาจจะเป็นเรื่องยากๆ ให้คนทั่วไปหรือช่างบางตนรู้ในรูปแบบที่ไม่น่าเบื่อและเข้าใจง่าย เช่น บทความการ์ตูนภาพ บทความวิเคราะห์ปัญหาที่คนส่วนใหญ่พบเจอ คลิปวีดีโอแนะนำเทคนิคการเลือกใช้วัสดุและการแก้ปัญหาหน้างานต่างๆ แบบเข้าใจง่าย ซึ่งไม่ได้จำกัดเฉพาะวงผู้รับเหมา แต่ยังเป็นประโยชน์กับคนอื่นๆในสายงานการก่อสร้างอีกด้วย คำถามที่ถามเข้ามาทางหน้าเพจ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเทคนิคการก่อสร้าง การเลือกใช้วัสดุที่หมาะสม การดีลงานกับช่างหรือผู้รับเหมา ปัญหาหลังจากซื้อหรือสร้างไปแล้ว และอีกมากมาย ตรงนี้เราก็จะช่วยวิเคราะห์ หาข้อมูล สาเหตุ รวมถึงแนวทางการแก้ไข เพื่อช่วยลดปัญหาและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากปัญหาดังกล่าว

    เว็บไซด์ vLIVING PRO สังคมการก่อสร้างคุณภาพแห่งใหม่เป็นอย่างไร?

              หลังจากที่ทำเพจไปได้ระยะหนึ่ง ผมพบว่าเจ้าของบ้านส่วนใหญ่มักกลัวผู้รับเหมา เนื่องจากผู้รับเหมาส่วนใหญ่ไม่มีตัวตน ทำให้เมื่อมีปัญหาหน้างานหรือเงินทุนหมุนเวียนไม่พอ ก็อาจทิ้งงานได้ และหลายๆคนก็ไม่รู้ว่าจะไปหาช่าง ผู้รับเหมา หรือสถาปนิกจากที่ไหนมาสานงานต่อ เราจึงตั้งให้เวปไซด์นี้เป็น "สังคมการก่อสร้างที่ดีที่สุด" ที่จะยกระดับความน่าเชื่อถือของช่าง ผู้รับเหมา สถาปนิก วิศวกร และทุกสายงานอาชีพด้านการก่อสร้างได้มาเจอกัน เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้ ช่วยเหลือเกื้อกูลกันในด้านต่างๆ มากขึ้น ที่สำคํญเวปไซด์แห่งนี้ จะช่วยสร้างตัวตนที่ชัดเจนขึ้น สามารถลงรูปโชว์ผลงานที่ผ่านมาได้ มีระบบเรทติ้งจากผู้ใช้งานจริง เพื่อให้เกิดสำนึกความรับผิดชอบต่อตัวงานโดยเจ้าของบ้านสามารถเข้ามาดูรายละเอียด Profile และผลงานที่สนใจได้ด้วยตนเอง โดยอาจเลือกผู้รับเหมาในพื้นที่ใกล้บ้านได้อีกด้วย

    ขั้นตอนใดบ้างที่คนทั่วไปสุ่มเสี่ยงจะโดน "ความไม่ซือสัตย์" ทำร้ายมากที่สุด เมื่อสร้างบ้าน

               ทุกขั้นตอนต้องมีการดูแล และควบคุมคุณภาพอย่างทั่วถึง ตั้งแต่การเริ่มออกแบบ จนสร้างเสร็จออกมาเป็นหลัง ซึ่งผลของความไม่ซื่อสัตย์จะอยู่ในรูปแบบของการล็อคสเป็ค แบนด์วัสดุที่เลือกใช้ของผู้ออกแบบ การฮั้วการประกวดราคากับผู้รับเหมา การหมกเม็ด การสับงานแบบไม่มีคุณภาพของผู้รับเหมา ไม่มีการควบคุมคุณภาพของงาน การลดปริมาณของ ลดสเป็ควัสดุ ซึ่งตรงนี้สามารถเกิดได้ทุกขั้นตอน อย่างไรก็ตามหากเกิดการลดสเป็ควัสดุ หรือลดของในขั้นตอนของงานฐานรากและโครงสร้าง ผมมองว่าน่าจะทำให้เกิดผลกระทบมากที่สุด เพราะโครงสร้างและฐานราก ถือเป็นพื้นฐานหลักของความแข็งแรงและอายุการใช้งานของตัวบ้าน ซึ่งสาเหตุดังกล่าวอาจส่งผลให้บ้านทรุด แตกร้าว และไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้หายขาดได้อย่างถาวรอีกด้วย

    เป้าหมายที่คาดหวังกับทุกช่องทางที่กำลังทำอยู่

             ผมหวังว่าทั้งเพจผู้รับเหมาผู้ซื่อสัตย์และเว็บไซด์ จะเป็นพื้นที่ของการรวมกลุ่ม เป็นสังคมการก่อสร้างทางออนไลน์ที่ดีที่สุด ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทุกคนที่เกี่ยวข้องบ้านบ้าน เจ้าของบ้าน เจ้าของโครงการ ก็สามารถเข้มาดูข้อมูล เห็นผลงานที่ผ่านมาของช่าง สถาปนิก และผู้ชำนาญการด้านต่างๆได้ ทั้งยังสามารถให้คะแนน Rating ความพึงพอใจหลังจากได้รับบริการจากผู้เชี่ยวชาญนั้นๆ ในส่วนของช่างผู้ชำนาญการ ผู้รับเหมางานต่างๆเอง ก็จะเกิดการพัฒนา ปรับปรุงผลงาน ให้มีคุณภาพ สร้างตัวตนและความน่าเชื่อถือ เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ บนเว็บไซด์แห่งนี้ นอกจากนี้ เรายังมีการรวมกลุ่มกันแบ่งปัน แชร์ข้อมูล ความรู้ ข้อเท็จจริงระหว่างกันที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับหน้างานจริง และยกระดับคุณภาพ ความน่าเชื่อถือของสังคมการก่อสร้างอย่างยั่งยืนได้อีกด้วย 

    ท้ายสุดนี้ อยากจะฝากอะไรถึงคนที่กำลังจะมีบ้านเป็นของตัวเองบ้าง?

              หากใครกำลังคิดจะสร้างบ้าน หรือซื้อบ้านเป็นของตนเอง ควรหาข้อมูล ทำการบ้านล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฟังก์ชั่นการใช้งาน แปลนบ้าน ไอเดีย แบบบ้าน และการแต่งบ้าน ทำความเข้าใจในรายละเอียดของตัวงาน และขั้นตอนการก่อสร้าง ข้อดี-ข้อเสียของวัสดุก่อสร้างแต่ละประเภท ซึ่งปัจจุบันนี้โลกออนไลน์ได้เข้ามามีส่วนในชีวิตประจำวันมากขึ้น จึงเป็นเรื่องง่ายที่เราสามารถหาข้อมูลเบื้องต้น หาแบบบ้านที่ชอบ จากอินเตอร์เน็ตได้อย่างสะดวกสบาย และรวดเร็ว อย่างไรก็ดี ปัจจัยหลักที่จะช่วยให้การสร้างบ้านมีความแข็งแรง สวยงาม ราบรื่น เสร็จตามกำหนด และงบไม่บานปลาย คือ การหาผู้รับเหมาที่ดี มีคุณภาพ และไว้ใจได้ ดังนั้นเราจึงควรให้ความสำคัญกับเรื่องขั้นตอน และแนวทางคัดเลือกผู้รับเหมาก่อสร้าง ซึ่งจะช่างลดปัญหา และขั้นตอนการทำงานที่ซับซ้อน ลดต้นทุนการก่อสร้าง และลดโอกาสผู้รับเหมาทิ้งงานลงได้อย่างมาก

              ท้ายสุดนี้ ผมขอฝากเวปไซด์ vLIVINGPRO ที่รวมทุกสายงานอาชีพด้านการก่อสร้างที่ดีที่สุด ที่จะช่วยคุณเพิ่มโอกาสในการค้นหาผู้รับเหมา ช่าง สถาปนิก รวมถึงร้านค้าต่างๆที่มีคุณภาพ ลดโอกาสเสี่ยงจากการถูกโกง ถูกทิ้งงานต่างๆลงได้ครับ