ศัพท์ช่างวันนี้ แม่บันได
By vLIVING PRO21 กุมภาพันธ์ 2561 10:58:12

แม่บันไดเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างบันได มีหน้าที่เป็นคานรับลูกบันได รับน้ำหนัก และแรงกดที่เกิดขึ้นจากการใช้งาน แม่บันไดมีแบบไหนบ้าง? มาดูกันค่ะ

 

 

บันไดเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของบ้าน ลองนำตัวอย่างของแม่บันไดที่แนะนำมาข้างบนนี้ไปปรับใช้ดูนะคะ ว่าแบบไหนถึงจะเหมาะสมกับบ้านและการใช้งานของเพื่อนๆ ค่ะ

vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  • การปูกระเบื้อง เป็นองค์ประกอบหนึ่งของบ้าน ทั้งภายนอกและภายในบ้าน รวมถึงกระเบื้องจะมีอายุการใช้งานยาวนานหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการใส่ใจในงานปูกระเบื้องด้วย จึงควรปูกระเบื้องให้ถูกวิธี เพื่อจะได้ไม่เกิดผลกระทบเสียหายได้ ในระยะยาว

     

    การปูกระเบื้องที่ถูกวิธี มีขั้นตอนดังนี้

    ควรใช้ปูนกาวในการปูกระเบื้อง เพราะปูนกาวมีสารที่ช่วยป้องกันการดูดน้ำ ไม่ให้กระเบื้องดูดน้ำออกจากปูนทราย ช่วยให้กระเบื้องไม่แข็งเร็วเท่าที่ควรจะเป็นก่อนที่จะเซ็ทตัว

     

    ควรผสมปูนกาวกับน้ำในปริมาณที่พอดีและเข้ากันทุกส่วน ไม่ข้นหรือเหลวจนเกินไป ทิ้งไว้ 3-4 นาทีก่อนใช้งาน กาวซีเมนต์ที่ผสมแล้วสามารถใช้งานได้ไม่เกิน 3-4 ชั่วโมง (ดูฉลากข้างถุงปูน) แล้วใช้เกรียงหวีปาดปูนกาวให้ทั่วบริเวณที่ต้องการปู 

     

    ถ้าเป็นกระเบื้องแผ่นใหญ่ ขนาดใหญ่กว่า 10x10 นิ้ว ควรปาดปูนกาวให้เต็มด้านหลังของแผ่นด้วย แล้ววางกระเบื้องลงตรงจุดที่ต้องการปู จากนั้นใช้ค้อนเคาะ เพื่อช่วยปรับให้ได้ระดับเดียวกัน และควรใช้ spacer หรือวัสดุที่ใช้สำหรับเว้นช่องไฟ เพื่อให้ได้ช่องที่เท่ากัน และเพื่อความสวยงาม

     

    เมื่อปูกระเบื้องเสร็จแล้วควรทิ้งไว้อย่างน้อย 1 วัน เพื่อให้ปูนกาวเซ็ตตัว แล้วจึงค่อยทำการยาแนวให้เต็มร่อย เสร็จแล้วทิ้งไว้อีก 7 วัน จึงจะสามารถใช้งานในบริเวณนั้นๆได้ เพื่อให้ซีเมนต์ที่ใช้ยาแนวแข็งได้ตัวเต็มที่ และทำให้ปูนกาวยึดเกาะกระเบื้องได้เต็มแผ่น ไม่เกิดปัญหากระเบื้องแตก หรือน้ำซึมผ่านเข้าไปในกระเบื้อง รวมทั้งช่วยลดปัญหาการเกิดคราบขาวบริเวณผิวกระเบื้องด้วย

     

    หากทราบวิธีการปูกระเบื้องที่ถูกต้องแล้ว จะช่วยให้ลดปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามมาได้ และถ้าเห็นว่าช่างปูกระเบื้องไม่ถูก เราสามารถบอกให้ช่างแก้ไขปูใหม่ได้

  • หลายๆคนต้องการมีบ้านที่ดีถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย ดังนั้นบ้านหลังสวยที่เป็นดั่งวิมานของเรา จะต้องมีคุณลักษณะพิเศษ ที่ช่วยเสริมดวงให้เจ้าของบ้านเกิดความร่ำรวย และเพื่อให้ทุกคนในครอบครัวใช้ชีวิตได้อย่างราบรื่นไร้เรื่องราวกวนใจ ต้องเป็นอย่างไรบ้างเรามาดูกันค่ะ

     

    ลักษณะของบ้านที่ดี ควรเป็นดังนี้

    1. บ้านทำเลทอง คือ มีพื้นที่ติดแม่น้ำ ซึ่งมีลักษณะโค้งเข้าหาตัวบ้าน ถือว่าเป็นฮวงจุ้ยที่ดีมาก จะได้รับพลังงานที่ดี มีคนคอยสนับสนุน ช่วยเหลือ มีความสุข ความสำเร็จ และร่ำรวย

     

     

     

    2. บ้านที่มีแต่ความสมบูรณ์ คือบ้านที่มีลักษณะด้านหลังกว้างกว่าด้านหน้า ตามหลักฮวงจุ้ย เรียกว่า รูปทรงถุงทอง จะมีโชคลาภ และมีพลังงานดีๆ คอยส่งเสริมอยู่เสมอ

     

    3. บ้านที่อยู่แล้วเจริญรุ่งเรือง คือบ้านที่มีต้นไม้ให้ความร่มรื่น เพราะทางฮวงจุ้ยถือว่า ต้นไม้เป็นสัญลักษณ์ของความเจริญงอกงาม ช่วยส่งเสริมให้มีแต่ความรุ่งเรืองก้าวหน้า

    ดอกไม้ที่มีความเป็นมงคลมาก และควรนำมาจัดสวน คือ

    • ดอกโบตั๋น เป็นดอกไม้มงคลสูงสุด เป็นตัวแทนของความมั่งคั่ง และความรัก
    • ดอกเบญจมาศ แทนความรัก และเสียงหัวเราะ สีเหลืองของดอกเบญจมาศ แทนความสะดวกสบายและความหรูหรา
    • ดอกจำปี และกล้วยไม้ แทนความอ่อนหวาน และช่วยเหลือเกื้อกูล ช่วยทำให้แขกที่มาเยือนได้รู้สึกผ่อนคลาย
    • ดอกบัว ตัวแทนของศาสนา และการรู้แจ้ง แทนความบริสุทธิ์ สงบ สร้างสรรค์ และความฉลาด

     

    1. บ้านที่เป็นมงคล คือ มีสระว่ายน้ำ หรือบ่อน้ำอยู่หน้าบ้าน ช่วยให้มีความสุข สมบูรณ์ ร่ำรวย ร่มเย็น

     

     

     

    5. บ้านที่มีชื่อเสียง คือ บ้านที่มีต้นสนอยู่หน้าบ้าน ทั้งด้านซ้าย และด้านขวา ตามหลักฮวงจุ้ย ต้นสนสามารถเรียกแสงที่ดีเข้าบ้านได้ ช่วยให้มีโชค มีชื่อเสียง ความรัก ความสำเร็จ มั่นคง

     

     

    การมีบ้านลักษณะที่ดีตามหลักฮวงจุ้ยนั้น เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้คนในบ้านมีความสุข และมีสถานะทางการเงินที่ดี ต่อให้บ้านเราหลังเล็กแค่ไหน แต่ถ้าครอบครัวเรารักกัน บ้านของเรานั้นก็จะมีแต่ความสุข อยู่ยังไงก็ร่มรื่นร่มเย็น

     

    ขอบคุณภาพประกอบจาก Pinterest

  •               เป็นเรื่องธรรมดาที่คนส่วนใหญ่ต้องประสบพบเจอกับปัญหาคนบ้านใกล้เรือนเคียงมากมายหลายรูปแบบ อาจสร้างความลำบากใจ หรือหงุดหงิดรำคาญใจต่อกันได้  ดังนั้นถ้าไม่อยากให้ความสัมพันธ์อันดีต่อเพื่อนบ้านต้องสั่นคลอน ควรทำความเข้าใจปัญหาต่างๆ และความรู้เบื้องต้นด้านกฎหมาย เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต ดังนี้

     

    1. ข้อพิพาทเกี่ยวกับอาณาเขต

    ควรศึกษากฎหมายให้แน่ชัดก่อนว่าควรเว้นระยะถอยร่นจากเขตกรรมสิทธิ์เท่าไร เช่น

    • อาคารที่เป็นผนังทึบ และสูงไม่เกิน 15 เมตร สามารถสร้างติดเขตที่ดินได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตจากเพื่อนบ้านก่อน แต่ถ้าเพื่อนบ้านไม่ยินยอม ต้องถอยร่นห่างจากเขตที่ดินอย่างน้อย 50 เซนติเมตร
    • อาคารสูงเกิน 15 เมตร แต่ไม่เกิน 23 เมตร จะต้องถอยร่นห่างจากเขตที่ดินอย่างนี้ 50 เซนติเมตร
    • ถ้ามีช่องเปิด แล้วอาคารสูงไม่เกิน 9 เมตร ตัวอาคารจะมีกี่ชั้นก็ได้ จะต้องถอยร่นห่างจากเขตที่ดินอย่างน้อย 2 เมตร แต่ถ้าอาคารสูงเกิน 9 เมตร และมีช่องเปิด ต้องถอยร่นห่างจากแนวเขตที่ดินอย่างน้อย 3 เมตร
    • 70% ของพื้นที่ทั้งหมดใช้สำหรับสร้างบ้าน และควรมีพื้นที่ว่างไม่น้อยกว่า 30% เพื่อใช้สำหรับทำบ่อน้ำ สระว่ายน้ำ หรือบ่อพักน้ำเสีย เป็นต้น

    ดังนั้น ถ้าจำเป็นต้องต่อเติมชิดติดเขตของเพื่อนบ้าน ควรให้เพื่อนบ้านเซ็นยินยอมก่อน

     

    1. เขตรั้ว

    มาตรฐานความสูงของรั้ว ที่นิยมใช้ทั่วไป  คือ รั้วหลังบ้านสูงได้ไม่เกิน  1.80 เมตร รั้วหน้าบ้านสูงได้ไม่เกิด 1.20 เมตร และรั้วต้นไม้สูงได้ไม่เกิน 2.40 เมตร แต่ในกรณี ที่ต้องการสร้างรั้วสูง เพื่อความเป็นส่วนตัว ก็สามารถทำได้ แต่ต้องสร้างสูงได้ไม่เกิน 3 เมตร และต้องสร้างใหม่อยู่ในเขตที่ดินของตนเอง ตามที่กฎหมายระบุไว้

     

    1. การยื่นล้ำของหลังคา

     ควรระวังไม่ให้หลังคายื่นล้ำเขาไปในเขตของเพื่อนบ้าน เพราะเมื่อเวลาฝนตก จะทำให้ฝนจากหลังคาบ้านไหลเข้าบริเวณเขตบ้านของเพื่อนบ้านได้ ละถ้าหลังคาเสมอกับขอบรั้วบ้าน ควรใส่รางน้ำให้เรียบร้อยด้วย เพื่อไม่ให้น้ำฝนไหลลงในเขตพื้นที่ของเพื่อนบ้าน

     

    1. วิวทิวทัศน์

    ถ้าเพื่อนบ้านต่อเติมบ้าน หรือปลูกต้นไม้บังวิว ทิวทัศน์  โดยเฉพาะกรณีที่เพื่อนบ้านเจตนาทำสิ่งก่อสร้างขึ้นเพื่อบังวิว  เช่น บางสถานที่เป็นทะเล ภูเขา ซึ่งเป็นวิวธรรมชาติ  กฎหมายจะระบุไว้ว่าห้ามปลูกต้นไม้สูงหรือสิ่งก่อสร้างล่วงล้ำไปยังพื้นที่สาธารณะทำให้บังวิวเพื่อนบ้าน  เจ้าของบ้านที่ถูกบังวิวสามารถยื่นฟ้องร้องเพื่อรักษาสิทธิชมวิวของตนได้ หากมีความจำเป็นที่จะต้องต่อเติมหรือสร้างสิ่งปลูกสร้าง ควรพูดคุยเจรจากับเพื่อนบ้านก่อนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาต่างๆตามมา

     

    1. ขุดบ่อ สระ หรือบ่อพักน้ำเสีย

     

    การปรับพื้นที่ อาจก่อให้เกิดปัญหากับเพื่อนบ้านได้ ดังนั้นจึงควรรู้เรื่องกฎหมายก่อนที่จะลงมือทำ เช่น การขุดดิน บ่อ หรือสระว่ายน้ำ ควรเว้นระยะร่นห่างจากรั้วบ้าน หรือพื้นที่ของเพื่อนบ้านไม่น้อยกว่า 2 เมตร และต้องระวังไม่ให้ดินพังด้วย หากจำเป็นต้องขุดบ่อน้ำเสีย ควรระวังเรื่องกลิ่นเหม็น และน้ำเสียในบ่อเออล้น ไหลซึมเข้าเขตเพื่อนบ้าน ซึ่งตามกฎหมายถือเป็นความผิดที่สามารถเอาผิดได้

     

    1. การปลูกต้นไม้ใหญ่ริมรั้ว

    การปลูกต้นไม้ใหญ่ในปัจจุบันก่อให้เกิดปัญหามากมายกับเพื่อนบ้าน ไม่ควรปลูกต้นไม้ใหญ่ติดกับรั้วของเพื่อนบ้าน เพราะหากต้นไม้เกิดเอนเอียง ใกล้จะล้ม หรือรากอาจชอนไชทะลุไปฝั่งเพื่อนบ้าน แล้วอาจทำให้รั้ว หรือโครงสร้างบ้านบริเวณนั้นๆพัง เสียหายได้ และหากกิ่งก้านของต้นไม้ยื่นล้ำเข้าไปในเขตของเพื่อนบ้าน แล้วรู้สึกว่าอาจทำให้บ้านเกิดการเสียหายได้  เพื่อนบ้านมีสิทธิตัดกิ่งไม้ที่ยื่นล้ำเข้ามาได้เลย หรือเพื่อนบ้านสามารถโทรแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อให้สั่งตัด หรือขุดถอนต้นไม้ที่อาจก่อให้เกิดปัญหาทิ้งได้

     

    1. สัตว์เลี้ยงแสนรัก (ของเราคนเดียว)

    ควรป้องกันสัตว์เลี้ยงเข้าไปในเขตของเพื่อนบ้าน กัดทำลายข้าวของพังเสียหาย หรือถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ รวมทั้งคุ้ยขยะ ทำให้บริเวณบ้านสกปรก ส่งกลิ่นเหม็น สร้างความเดือดร้อนเพื่อนบ้านสามารถเรียกร้องจากเจ้าของสัตว์ได้ และในกรณีที่สุนัขอาจชอบเห่าหอนส่งเสียงดัง สร้างความหนวกหู รำคาญใจ เพื่อนบ้านสร้างมารถแจ้งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่ดูแลสัตว์ได้เช่นกัน ดังนั้นถ้าต้องการที่จะเลี้ยงสัตว์เลี้ยงประเภทใดก็ตาม ควรใส่ใจดูแล และให้ความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ ควรจัดพื้นที่ให้เป็นสัดส่วน ฝึกนิสัยของสัตว์เลี้ยงให้ดี เพื่อไม่ให้ก่อเรื่องวุ่นวาย และสร้างความเดือดร้อนให้กับเพื่อนบ้าน

     

    8 . จอดรถ ขวางทาง

     

    ไม่ควรจอดรถขวางทางเข้า – ออก หน้าประตูบ้านของเพื่อนบ้าน กฎหมาย ถือว่าเป็นการกระทำความผิด สร้างคามเดือดร้อนรำคาญใจ เจ้าของบ้านมีสิทธิ์เรียกร้อง แต่ถ้ามีเหตุจำเป็นควรขออนุญาตเพื่อนบ้านก่อน เช่น ถ้ามีแขก หรือเพื่อนมาหาที่บ้านเพื่อนคุยธุระ แล้วที่จอดรถไม่เพียงพอ ควรพูดคุยเพื่อขออนุญาตกับเพื่อนให้เรียบร้อยก่อน เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น

     

    1. เสียงดังรบกวน

    การส่งเสียงดังที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญใจ ให้กับเพื่อน บ้านเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่สำคัญ  เช่น เสียงที่เกิดจาก งานเลี้ยง ดื่มสุรา เมาแล้วโวยวายส่งเสียงดัง เปิดเพลงเสียงดัง ทะเลาะกันเอะอะโวยวาย กฎหมายถือเป็นความผิด เพื่อนบ้านมีสิทธิ์ฟ้องร้องได้  หากจำเป็นต้องขออนุญาตเพื่อนบ้านก่อน โดยกฎหมายได้ระบุช่วงเวลาเงียบสงบ ไว้ดังนี้

    วันธรรมดา     ช่วงเงียบสงบ คือ ตั้งแต่เวลา 22.00 น. – 7.00 น.

    วันหยุด           ช่วงเงียบสงบ คือ ตั้งแต่เวลา 22.00 น. – 9.00 น.

     

                       การอยู่บ้านใกล้เรือนเคียงกัน อาจจะก่อให้เกิดเรื่องกระทบกระทั้งกันบ้าง แต่ทางที่ดี ควรพูดคุยกันด้วยเหตุผล เปิดใจรับฟัง และช่วยกันแก้ปัญหา ก็จะช่วยให้อยู่กันได้อย่างมีความสุข  และหากทุกคนทำตามกฎหมายข้อบังคับต่างๆอย่างถูกต้อง เชื่อว่าปัญหาระหว่างเพื่อนบ้านก็จะหมดไป และอยู่กันได้ด้วยความสุขสงบ หมดปัญหากวนใจ

     

    ขอบคุณรูปภาพจาก Pinterest

  • การเชื่อมเต็มเหล็กนับว่าเป็นสิ่งสำคัญ หากเชื่อมไม่ดีอาจทำให้โครงสร้างมีปัญหาได้ 

    วันนี้ผมมีบทความดีๆมาบอกกันว่า เชื่อมเต็มคืออะไร มีความสำคัญขนาดไหนมาดูกันครับ

    หากเพื่อนๆท่านไหนยังไม่ได้อ่าน เชื่อมแต้ม ติดตามอ่านได้เลยครับ