ศัพท์ช่างวันนี้ มาในเรื่องของ " ตะปู " เป็นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้เลยในงานช่าง
แล้วตะปูมีกีแบบ มาดูกันเลยคร้าบบ








ศัพท์ช่างวันนี้ มาในเรื่องของ " ตะปู " เป็นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้เลยในงานช่าง
แล้วตะปูมีกีแบบ มาดูกันเลยคร้าบบ








หลังคา เป็นส่วนที่ช่วยปกป้องความร้อน แดด และฝนให้กับบ้านของเรา ดังนั้นโครงหลังคาจึงมีความสำคัญมาก เพราะต้องสามารถรองรับน้ำหนักของวัสดุมุงหลังคาและอุปกรณ์อื่นๆ ได้อย่างเหมาะสม และการติดตั้งอย่างถูกวิธี จะช่วยให้ได้หลังคามีความคงทนแข็งแรงด้วย

ส่วนประกอบของโครงหลังคา
1. แป หรือระแนง Batten คือ ไม้สี่เหลี่ยมจัตุรัส ที่วางอยู่บนจันทัน เพื่อรองรับกระเบื้องหลังคาประเภทต่างๆ และวางห่างกันตามขนาดของกระเบื้องที่ใช้ โดยวางขนานกับแนวอกไก่

2. จันทัน Rafter คือ ส่วนที่วางเอียงลาดไปตามลักษณะของหลังคา พาดอยู่บนอเส และอกไก่ เพื่อรองรับแปสำหรับรับกระเบื้องมุงหลังคา จันทัน มีทั้งที่วางอยู่บนหัวเสา และที่ไม่ได้วางพาดอยู่บนหัวเสา โดยทั่วไปจันทันจะวางเป็นระยะทุกๆ 1 เมตร โดยระยะห่างของจันทัน จะขึ้นอยู่กับน้ำหนักของวัสดุมุงหลังคา และระยะแปด้วย

3. อกไก่ Ridge เปรียบเหมือนคานอยู่บริเวณส่วนกลางของหลังคาทรงจั่วหรือทรงปั้นหยา จะวางพาดอยู่บนดั้งบริเวณสันหลังคา ทำหน้าที่รับน้ำหนักจันทันตามแนวสันหลังคา

4. ดั้ง King Post คือ ส่วนที่อยู่ในแนวสันหลังคา ซึ่งอยู่บนขื่อ เพื่อรองรับอกไก่แทนเสาจริงของอาคารโดยมีอกไก่วางพาดตามแนวสันหลังคาเป็นตัวยึด โดยทั่วไป
5. ขื่อ Tie Beam หรือเรียกว่า สะพานรับดั้ง คือ ส่วนของโครงสร้างที่วางอยู่บนหัวเสา ในทิศทางเดียวกับจันทัน ทำหน้าที่รับแรงดึงและยึดหัวเสาในแนวคาน แล้วถ่ายน้ำหนักลงสู่เสา และช่วยยึดโครงผนัง

6. อเส Stud Beam คือ ส่วนของหลังคาที่พาดอยู่บนหัวเสา มีลักษณะคล้ายคาน ช่วยยึดและรัดหัวเสา รวมทั้งช่วยรับแรงจากโครงหลังคาที่ถ่ายลงสู่เสา โดยทั่วไปอเสมักจะวางอยู่บริเวณริมด้านนอกของเสา
7. เชิงชาย Eaves คือ ไม้ที่ใช้ปิดปลายของจันทันทุกตัวตามแนวชายคามีไม้ปิดเป็นลอน ซ้อนทับเชิงชายและปิดช่องโค้งใต้แผ่นกระเบื้องมุงหลังคา และช่วยปรับแนวชายคาที่ยึดหัวจันทันให้เป็นแนวตรง สวยงาม รวมทั้งช่วยป้องกันการผุเปื่อยของไม้ที่ปลายจันทัน
8. ปั้นลม Eaves คือ ส่วนที่ใช้ปิดหัวท้ายบริเวณริมโครงสร้างหลังคาจั่ว พาดอยู่บนหัวแป และด้านล่างของครอบข้างหลังคาช่วยกันลมไม่ให้ปะทะกับกระเบื้องหลังคาโดยตรง และช่วยกันน้ำฝนไม่ให้เข้าในบ้าน ส่วนใหญ่จะนิยมใช้ไม้จริง หรือไม้สังเคราะห์
หลังคาเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของบ้าน ดังนั้นควรศึกษาข้อมูลให้ถูกต้อง และรอบคอบ เพราะหากเกิดปัญหาขึ้น การซ่อมแซมจะค่อนข้างยุ่งยาก
ตามหลักฮวงจุ้ยนั้น โครงสร้างของบ้าน เช่น เสา คาน หรือเพดาน เป็นต้น ถือว่ามีความสำคัญมาก บ้านควรมีรูปทรงที่ดี และควรเลือกสีของหลังคาให้เข้ากับสมาชิกในบ้าน รวมถึงการเลือกรูปทรงของหลังคาที่เหมาะสมด้วย ดังนี้
1. รูปทรงของบ้านที่ดี ควรมีลักษณะเป็นตอนลึก หรือรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ซึ่งถือว่าเป็นฮวงจุ้ยที่ดี

2.รูปทรงของหลังคา มีดังนี้




ควรใช้รูปทรงของหลังคาให้เข้ากับธาตุของบ้าน และเจ้าของบ้านด้วย โดยปรับให้มีความสมดุล และเหมาะสมกัน ดังนี้

สีประจำตามปีนักษัตร


สีของหลังคาที่เหมาะสมกับวันเกิด มีดังนี้


4. คาน ที่อยู่ภายในบ้านจะมีผลต่อผู้ที่อยู่อาศัยภายในบ้าน ในสมัยโบราณมีความเชื่อว่า

การสร้างบ้านที่ตรงตามหลักฮวงจุ้ยนั้น เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้สมาชิกทุกคนครอบครัวได้รับแต่สิ่งดีๆ มีความสุข อบอุ่น ร่ำรวย ร่มเย็น และปลอดภัย ค่ะ
ขอบคุณภาพประกอบจาก Pinterest
ปัจจุบันโคมไฟระย้ามีหลายแบบหลากสไตล์ การเลือกแบบให้เข้ากับสไตล์ของแต่ละห้อง จะช่วยให้ห้องดูดี สวยงาม มีสไตล์มากยิ่งขึ้น วันนี้เรามีไอเดียดีๆ ในการตกแต่งบ้านด้วยโคมไฟระย้า มาฝากคนรักบ้านกันค่ะ

โคมไฟระย้า
โคมไฟระย้ามีเพื่อเน้นส่วนของบ้านที่ต้องการโชว์ ให้มีความสวยงามยิ่งขึ้น ความสูงของโคมระย้าจากพื้นในกรณีที่แขวนในห้องทั่วไป ควรสูงประมาณ 1.95 - 2.10 ม.

ห้องนั่งเล่น
โคมไฟระย้าควรอยู่บริเวณโต๊ะกลางเพื่อเป็นจุดเด่นหนึ่งของห้องนั่งเล่นและควรเลือกให้เหมาะกับสไตล์ของห้องที่เราตกแต่ง

ห้องกินข้าว
ติดเหนือโต๊ะกินข้าว 1 ชุด หรือ 2 ชุดก็ได้ ขึ้นอยู่กับความยาวไม่ควรแขวนโคมไฟสูงเหนือโต๊ะอาหารมากเกินไป

ห้องนอน
ถ้าอยากมีห้องที่ดูแตกต่างควรใช้โคมไฟติดเพดาน เป็นโคมไฟระย้า สิ่งที่ดีที่สุดควรเลือกแสงที่อ่อนๆ เพราะ เป็นการพักผ่อน

ห้องน้ำ
ควรติดความสูงให้พอดีและให้แสงสามารถส่องเห็นหน้าตอนส่องกระจกได้

ห้องทำงาน
โคมไฟระย้าสามารถแขวนได้กึ่งกลางห้องหรือเหนือโต๊ะทำงานก็ได้

สไตล์โคมไฟระย้า หรือแชนเดอร์เลียร์ที่นิยมนำมาตกแต่ง มีดังนี้
เป็นรูปแบบดั่งเดิม เน้นความหรูหรา ตกแต่งด้วยเม็ดคริสตัลเมื่อกระทบกับแสงไฟ จะส่งประกายระยิบระยับ โครงหรือกิ่งก้านมักทำจากแก้ว หรือมีก้านทองเหลืองสลักลาย รวมถึงแชนเดอร์เลียร์แบบ Classic จะให้อารมณ์ที่เรียบ และเย็นกว่า

แชนเดอร์เลียร์แบบ Contemporary
มีความร่วมสมัยมากขึ้น ผสมผสานระหว่างแบบคลาสสิคกับแบบปัจจุบัน รูปทรงก็ค่อนมาทางเรียบๆ ไม่มีลวดลายซับซ้อนเท่ากับแบบ classic โครงหรือกิ่งก้านจะเป็นโลหะ หรือวัสดุธรรมชาติ

แชนเดอร์เลียร์ Modern Classic
มีพื้นฐานมาจากแชนเดอร์เลียร์กลุ่ม classic เพิ่มเติมความทันสมัยด้วยวัสดุใหม่ๆ เช่น โครงหรือกิ่งก้านเป็นเหล็ก เน้นความรู้สึกเรียบง่าย อบอุ่น แต่เริ่มมีสีสันมากขึ้น รูปทรงยังคงความอ่อนช้อยงดงามแบบ classic

แชนเดอร์เลียร์ Modern
เน้นความสวยงามแบบเรียบง่าย ไม่เหลือเค้าโครงแบบดั่งเดิม ตกแต่งด้วยดวงโคมน้อยชิ้นเน้นรูปทรงเรขาคณิต ไม่มีลวดลายห้อยระย้ามากนัก มีเส้นสายเรียบๆ ตรงๆ แต่อาจจะออกแนวย้อนยุคได้บ้าง เพื่อลดความแข็งกระด้าง และไม่ใช้เม็ดคริสตัล เหมาะกับบ้านสไตล์โมเดิร์นเป็นส่วนใหญ่

โคมไฟระย้า เป็นทางเลือกหนึ่งที่ได้รับความนิยมในการนำมาจัดตกแต่ง ยังไงก็ลองนำไอเดียร์ต่างๆ เหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับการแต่งบ้านของทุกคนดูนะคะ
หลายคนคงจะปวดหัวกันน่าดูสำหรับสัตว์ที่ไม่ได้รับเชิญ
วันนี้ผมมีเทคนิคเล็กๆ มาฝากเพื่อนๆ
เพื่อกำจัด เหล่าบรรดาสัตว์กวนใจทั้งหลาย ด้วยวิธีธรรมชาติคร้าบบบบบ
























หลายๆคนต้องการมีบ้านที่ดีถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย ดังนั้นบ้านหลังสวยที่เป็นดั่งวิมานของเรา จะต้องมีคุณลักษณะพิเศษ ที่ช่วยเสริมดวงให้เจ้าของบ้านเกิดความร่ำรวย และเพื่อให้ทุกคนในครอบครัวใช้ชีวิตได้อย่างราบรื่นไร้เรื่องราวกวนใจ ต้องเป็นอย่างไรบ้างเรามาดูกันค่ะ
ลักษณะของบ้านที่ดี ควรเป็นดังนี้

2. บ้านที่มีแต่ความสมบูรณ์ คือบ้านที่มีลักษณะด้านหลังกว้างกว่าด้านหน้า ตามหลักฮวงจุ้ย เรียกว่า รูปทรงถุงทอง จะมีโชคลาภ และมีพลังงานดีๆ คอยส่งเสริมอยู่เสมอ

3. บ้านที่อยู่แล้วเจริญรุ่งเรือง คือบ้านที่มีต้นไม้ให้ความร่มรื่น เพราะทางฮวงจุ้ยถือว่า ต้นไม้เป็นสัญลักษณ์ของความเจริญงอกงาม ช่วยส่งเสริมให้มีแต่ความรุ่งเรืองก้าวหน้า

ดอกไม้ที่มีความเป็นมงคลมาก และควรนำมาจัดสวน คือ

5. บ้านที่มีชื่อเสียง คือ บ้านที่มีต้นสนอยู่หน้าบ้าน ทั้งด้านซ้าย และด้านขวา ตามหลักฮวงจุ้ย ต้นสนสามารถเรียกแสงที่ดีเข้าบ้านได้ ช่วยให้มีโชค มีชื่อเสียง ความรัก ความสำเร็จ มั่นคง

การมีบ้านลักษณะที่ดีตามหลักฮวงจุ้ยนั้น เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้คนในบ้านมีความสุข และมีสถานะทางการเงินที่ดี ต่อให้บ้านเราหลังเล็กแค่ไหน แต่ถ้าครอบครัวเรารักกัน บ้านของเรานั้นก็จะมีแต่ความสุข อยู่ยังไงก็ร่มรื่นร่มเย็น
ขอบคุณภาพประกอบจาก Pinterest
ข้อกำหนด
ทดสอบ :O)
123 ถนนอยู่สุข เขตอยู่สุข กรุงเทพฯ 10000
02-123-4567
support@vlivingpro.com
แก้ไขความคิดเห็น