ดับร้อนด้วยพัดลม
By vLIVING PRO14 พฤษภาคม 2561 08:55:17

อากาศร้อนๆแบบนี้ คงหนีไม่พ้นอุปกรณ์ที่จะช่วยให้ความเย็นแก่ร่างกาย หลายคนคงคิดถึงแอร์

แต่หากบางบ้าน มีเหตุจำเป็นไม่สามารถติดได้ล่ะ พัดลมก็เป็นสิ่งที่คลายร้อนได้ ที่ทุกบ้านต้องมี

วันนี้ผมเลยมีเทคนิค การคลายร้อนสำหรับพัดลมมาฝากกันนะครับ

 

vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  • หากจะกำหนดระยะตำแหน่ง เพื่อความแม่นยำ คงจะต้องใช้การตีเต๊า เป็นตัวช่วยแล้วตีเต๊าคืออะไรทำอะไรได้บ้าง มาดูกัน?
    .

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

  • สิ่งของรอบตัวในบ้านที่เราใช้กันอยู่ทุกวันบางที เราอาจจะไม่รู้เลยว่า

    ที่ใช้ๆกันอยู่แฝงไปด้วยอันตรายมากน้่อยแค่ไหนวันนี้เรามาดุกันว่ามีอะไรบ้างนะ

     

     

    1.สารเคมีใน Printer

                    ปริ้นเตอร์ที่พิมพ์งานได้คมชัดจะปล่อยสารเคมี VOCs(สารระเหยง่ายในอากาสที่จัดว่าเป็นพิษ)

    ออกมาในปริมาณที่จะส่งผลเสียต่อสุขภาพ ของคนใช้งานได้และมีความเกี่ยวพันกับการเกิดโรคหัวใจ

    และโรคปอดขึ้นอยู่กับอายุของเครื่อง และส่วนประกอบอื่น ๆ ในเครื่องด้วย ซึ่งสิ่งที่ควรคำนึงถึงในการนำมาใช้งาน

    คือ สถานที่วาง ไม่ควรให้มีใครเข้าไปนั่งใกล้ ๆ เป็นระยะยาว โดยเฉพาะในสำนักงาน

     

     

    2.สีที่มีสารตะกั่ว

                         จะส่งผลเสียต่อสุขภาพมากมาย ทั้งระบบ ประสาท สมอง เซลล์ เมื่อทาทิ้งไว้เป็นเวลานาน

    มันจะลอกออกมาและเป็นอันตรายไม่ควรไปจับหรือแกะโดยมือโดยตรง

     

     

    3.สารเคมีที่เป็นสเปรย์

                          สารเคมีในรูปสเปรย์ฉีดพ่นเช่นน้ำมันต่างๆมีเคมีทำปฏิกิริยาส่งผลต่อสุขภาพหากใช้ในที่แคบจะมี

    สารพิษตกค้าง เพราะอากาศไม่ถ่ายเทอาจทำให้เป็นสาเหตุที่ทำให้ป่วย หากจะใช้ควรทำให้มีอากาศถ่ายเทจะดีกว่า

     

     

     

     

    4.พลาสติก BPA

             BPA (Bisphenol) เป็นสารเคมีที่พบในบรรจุภัณฑ์อาหาร และเครื่องดื่มที่ทำมาจากพลาสติก สามารถสร้างความ

    ผิดปกติกับทางประสาทและการเจริญเติบโตของร่างกาย  เป็นสารที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเกิดมะเร็งเต้านมและมะเร็ง

    ในต่อมลูกหมาก และส่งผลต่อความผิดปกติทางพันธุกรรมของเซลล์ในร่างกายอีกด้วย

     

     

    5.ลูกเหม็น

                        จะสลายตัวเป็นก๊าซที่อาจจะเป็นอันตรายหากได้รับอย่างต่อเนื่องซึ่งอาจจะไปทำลายเม็ดเลือดขาว

    หากจำเป็นต้องใช้จริงๆ ควรหาภาชนะปิดมาไว้

     

     

    6.ยาฆ่าแมลงที่ใช้ในบ้าน

                     ในบ้านเรือนไม่ว่าจะเป็นยาฆ่าแมลง หรือ ยากำจัดแมลง ประเภท หนู มด แมลงสาป ล้วนมีสารเคมีทั้งสิ้น

     

     

    7.พรม

                    สารเคมีที่ใช้ในกระบวนการผลิตพรม เป็นสารระเหยไม่ดีต่อสุขภาพ หากได้รับปริมาณมากๆ   

    พรมที่ผลิตมาใหม่จะมีสารดังกล่าวในปริมาณที่มากพอที่จะทำอันตรายต่อคนได้ เมื่อซื้อพรมมาใหม่ ก่อนนำเข้าบ้าน

    ควรจะตากไว้ภายนอก 1-2วัน จึงนำมาใช้

     

     

    8.เฟอร์นิเจอร์ไม้อัด

     

                     ได้รับความนิยมในการทำเฟอร์นิเจอร์มานานในการผลิตไม้อัดและการทำเฟอร์จะมีการใช้สารเคมีมากมาย

    หากได้รับความร้อนและความชื้นอาจทำให้ระเหยออกมาทำให้เกิดอันตราย ต่อดวงตาและทางเดินหายใจ

     

     

     

     

    ลองไปสังเกตรอบๆตัวเราดูนะคะว่ามีสิ่งของประเภทนี้อยู่ภายในบ้านหรือเปล่าทางที่ดีป้องกันไว้ก่อนดีกว่านะคะ

  • พรม เป็นของตกแต่งบ้านที่นอกจากจะให้สัมผัสที่อ่อนนุ่มแล้ว ยังช่วยเพิ่มความอบอุ่น หรูหรา และลดความกระด้างของพื้นบ้าน ทำให้บ้านดูมีชีวิตชีวา ช่วยดูดซับเสียง แถมยังมีสีและลวดลายให้เลือกซื้อมากมายอีกด้วย เราจึงอยากชวนทุกคนมาลองเลือกซื้อพรมสำหรับใช้ตกแต่งบ้านกันค่ะ และใครที่กำลังสงสัยว่าพรมจะเป็นพื้นที่สะสมของเชื้อโรครึป่าว หรือจะทำความสะอาดยากไหม วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆ เกี่ยวกับการดูแลรักษา ทำความสะอาด และการเลือกซื้อพรมมาแนะนำให้ทุกคนได้รู้กันค่ะ

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    เห็นไหมคะว่า เทคนิคการเลือกซื้อและการดูแลรักษาพรมไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด ใครที่กำลังคิดอยากจะซื้อพรมมาใช้ในบ้านลองนำวิธีต่างๆ เหล่านี้ ไปใช้ดูนะคะ

  • เกรียงเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญมากสำหรับช่างปูน หากไม่มีเกรียงจะทำให้งานลำบาก

    วันนี้ผมมีเกรียงแต่ละประเภทมาให้เพื่อนๆได้ดูกันว่า ชนิดไหนเหมาะกับงานปูนประเภทใด 

     

     

     

  • การปูกระเบื้อง เป็นองค์ประกอบหนึ่งของบ้าน ทั้งภายนอกและภายในบ้าน รวมถึงกระเบื้องจะมีอายุการใช้งานยาวนานหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการใส่ใจในงานปูกระเบื้องด้วย จึงควรปูกระเบื้องให้ถูกวิธี เพื่อจะได้ไม่เกิดผลกระทบเสียหายได้ ในระยะยาว

     

    การปูกระเบื้องที่ถูกวิธี มีขั้นตอนดังนี้

    ควรใช้ปูนกาวในการปูกระเบื้อง เพราะปูนกาวมีสารที่ช่วยป้องกันการดูดน้ำ ไม่ให้กระเบื้องดูดน้ำออกจากปูนทราย ช่วยให้กระเบื้องไม่แข็งเร็วเท่าที่ควรจะเป็นก่อนที่จะเซ็ทตัว

     

    ควรผสมปูนกาวกับน้ำในปริมาณที่พอดีและเข้ากันทุกส่วน ไม่ข้นหรือเหลวจนเกินไป ทิ้งไว้ 3-4 นาทีก่อนใช้งาน กาวซีเมนต์ที่ผสมแล้วสามารถใช้งานได้ไม่เกิน 3-4 ชั่วโมง (ดูฉลากข้างถุงปูน) แล้วใช้เกรียงหวีปาดปูนกาวให้ทั่วบริเวณที่ต้องการปู 

     

    ถ้าเป็นกระเบื้องแผ่นใหญ่ ขนาดใหญ่กว่า 10x10 นิ้ว ควรปาดปูนกาวให้เต็มด้านหลังของแผ่นด้วย แล้ววางกระเบื้องลงตรงจุดที่ต้องการปู จากนั้นใช้ค้อนเคาะ เพื่อช่วยปรับให้ได้ระดับเดียวกัน และควรใช้ spacer หรือวัสดุที่ใช้สำหรับเว้นช่องไฟ เพื่อให้ได้ช่องที่เท่ากัน และเพื่อความสวยงาม

     

    เมื่อปูกระเบื้องเสร็จแล้วควรทิ้งไว้อย่างน้อย 1 วัน เพื่อให้ปูนกาวเซ็ตตัว แล้วจึงค่อยทำการยาแนวให้เต็มร่อย เสร็จแล้วทิ้งไว้อีก 7 วัน จึงจะสามารถใช้งานในบริเวณนั้นๆได้ เพื่อให้ซีเมนต์ที่ใช้ยาแนวแข็งได้ตัวเต็มที่ และทำให้ปูนกาวยึดเกาะกระเบื้องได้เต็มแผ่น ไม่เกิดปัญหากระเบื้องแตก หรือน้ำซึมผ่านเข้าไปในกระเบื้อง รวมทั้งช่วยลดปัญหาการเกิดคราบขาวบริเวณผิวกระเบื้องด้วย

     

    หากทราบวิธีการปูกระเบื้องที่ถูกต้องแล้ว จะช่วยให้ลดปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามมาได้ และถ้าเห็นว่าช่างปูกระเบื้องไม่ถูก เราสามารถบอกให้ช่างแก้ไขปูใหม่ได้