อากาศร้อนๆแบบนี้ คงหนีไม่พ้นอุปกรณ์ที่จะช่วยให้ความเย็นแก่ร่างกาย หลายคนคงคิดถึงแอร์
แต่หากบางบ้าน มีเหตุจำเป็นไม่สามารถติดได้ล่ะ พัดลมก็เป็นสิ่งที่คลายร้อนได้ ที่ทุกบ้านต้องมี
วันนี้ผมเลยมีเทคนิค การคลายร้อนสำหรับพัดลมมาฝากกันนะครับ








อากาศร้อนๆแบบนี้ คงหนีไม่พ้นอุปกรณ์ที่จะช่วยให้ความเย็นแก่ร่างกาย หลายคนคงคิดถึงแอร์
แต่หากบางบ้าน มีเหตุจำเป็นไม่สามารถติดได้ล่ะ พัดลมก็เป็นสิ่งที่คลายร้อนได้ ที่ทุกบ้านต้องมี
วันนี้ผมเลยมีเทคนิค การคลายร้อนสำหรับพัดลมมาฝากกันนะครับ
























สิ่งของรอบตัวในบ้านที่เราใช้กันอยู่ทุกวันบางที เราอาจจะไม่รู้เลยว่า
ที่ใช้ๆกันอยู่แฝงไปด้วยอันตรายมากน้่อยแค่ไหนวันนี้เรามาดุกันว่ามีอะไรบ้างนะ

1.สารเคมีใน Printer
ปริ้นเตอร์ที่พิมพ์งานได้คมชัดจะปล่อยสารเคมี VOCs(สารระเหยง่ายในอากาสที่จัดว่าเป็นพิษ)
ออกมาในปริมาณที่จะส่งผลเสียต่อสุขภาพ ของคนใช้งานได้และมีความเกี่ยวพันกับการเกิดโรคหัวใจ
และโรคปอดขึ้นอยู่กับอายุของเครื่อง และส่วนประกอบอื่น ๆ ในเครื่องด้วย ซึ่งสิ่งที่ควรคำนึงถึงในการนำมาใช้งาน
คือ สถานที่วาง ไม่ควรให้มีใครเข้าไปนั่งใกล้ ๆ เป็นระยะยาว โดยเฉพาะในสำนักงาน

2.สีที่มีสารตะกั่ว
จะส่งผลเสียต่อสุขภาพมากมาย ทั้งระบบ ประสาท สมอง เซลล์ เมื่อทาทิ้งไว้เป็นเวลานาน
มันจะลอกออกมาและเป็นอันตรายไม่ควรไปจับหรือแกะโดยมือโดยตรง

3.สารเคมีที่เป็นสเปรย์
สารเคมีในรูปสเปรย์ฉีดพ่นเช่นน้ำมันต่างๆมีเคมีทำปฏิกิริยาส่งผลต่อสุขภาพหากใช้ในที่แคบจะมี
สารพิษตกค้าง เพราะอากาศไม่ถ่ายเทอาจทำให้เป็นสาเหตุที่ทำให้ป่วย หากจะใช้ควรทำให้มีอากาศถ่ายเทจะดีกว่า

4.พลาสติก BPA
BPA (Bisphenol) เป็นสารเคมีที่พบในบรรจุภัณฑ์อาหาร และเครื่องดื่มที่ทำมาจากพลาสติก สามารถสร้างความ
ผิดปกติกับทางประสาทและการเจริญเติบโตของร่างกาย เป็นสารที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเกิดมะเร็งเต้านมและมะเร็ง
ในต่อมลูกหมาก และส่งผลต่อความผิดปกติทางพันธุกรรมของเซลล์ในร่างกายอีกด้วย

5.ลูกเหม็น
จะสลายตัวเป็นก๊าซที่อาจจะเป็นอันตรายหากได้รับอย่างต่อเนื่องซึ่งอาจจะไปทำลายเม็ดเลือดขาว
หากจำเป็นต้องใช้จริงๆ ควรหาภาชนะปิดมาไว้

6.ยาฆ่าแมลงที่ใช้ในบ้าน
ในบ้านเรือนไม่ว่าจะเป็นยาฆ่าแมลง หรือ ยากำจัดแมลง ประเภท หนู มด แมลงสาป ล้วนมีสารเคมีทั้งสิ้น

7.พรม
สารเคมีที่ใช้ในกระบวนการผลิตพรม เป็นสารระเหยไม่ดีต่อสุขภาพ หากได้รับปริมาณมากๆ
พรมที่ผลิตมาใหม่จะมีสารดังกล่าวในปริมาณที่มากพอที่จะทำอันตรายต่อคนได้ เมื่อซื้อพรมมาใหม่ ก่อนนำเข้าบ้าน
ควรจะตากไว้ภายนอก 1-2วัน จึงนำมาใช้

8.เฟอร์นิเจอร์ไม้อัด
ได้รับความนิยมในการทำเฟอร์นิเจอร์มานานในการผลิตไม้อัดและการทำเฟอร์จะมีการใช้สารเคมีมากมาย
หากได้รับความร้อนและความชื้นอาจทำให้ระเหยออกมาทำให้เกิดอันตราย ต่อดวงตาและทางเดินหายใจ

ลองไปสังเกตรอบๆตัวเราดูนะคะว่ามีสิ่งของประเภทนี้อยู่ภายในบ้านหรือเปล่าทางที่ดีป้องกันไว้ก่อนดีกว่านะคะ
พรม เป็นของตกแต่งบ้านที่นอกจากจะให้สัมผัสที่อ่อนนุ่มแล้ว ยังช่วยเพิ่มความอบอุ่น หรูหรา และลดความกระด้างของพื้นบ้าน ทำให้บ้านดูมีชีวิตชีวา ช่วยดูดซับเสียง แถมยังมีสีและลวดลายให้เลือกซื้อมากมายอีกด้วย เราจึงอยากชวนทุกคนมาลองเลือกซื้อพรมสำหรับใช้ตกแต่งบ้านกันค่ะ และใครที่กำลังสงสัยว่าพรมจะเป็นพื้นที่สะสมของเชื้อโรครึป่าว หรือจะทำความสะอาดยากไหม วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆ เกี่ยวกับการดูแลรักษา ทำความสะอาด และการเลือกซื้อพรมมาแนะนำให้ทุกคนได้รู้กันค่ะ









เห็นไหมคะว่า เทคนิคการเลือกซื้อและการดูแลรักษาพรมไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด ใครที่กำลังคิดอยากจะซื้อพรมมาใช้ในบ้านลองนำวิธีต่างๆ เหล่านี้ ไปใช้ดูนะคะ
เกรียงเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญมากสำหรับช่างปูน หากไม่มีเกรียงจะทำให้งานลำบาก
วันนี้ผมมีเกรียงแต่ละประเภทมาให้เพื่อนๆได้ดูกันว่า ชนิดไหนเหมาะกับงานปูนประเภทใด 















การปูกระเบื้อง เป็นองค์ประกอบหนึ่งของบ้าน ทั้งภายนอกและภายในบ้าน รวมถึงกระเบื้องจะมีอายุการใช้งานยาวนานหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการใส่ใจในงานปูกระเบื้องด้วย จึงควรปูกระเบื้องให้ถูกวิธี เพื่อจะได้ไม่เกิดผลกระทบเสียหายได้ ในระยะยาว

การปูกระเบื้องที่ถูกวิธี มีขั้นตอนดังนี้

ควรใช้ปูนกาวในการปูกระเบื้อง เพราะปูนกาวมีสารที่ช่วยป้องกันการดูดน้ำ ไม่ให้กระเบื้องดูดน้ำออกจากปูนทราย ช่วยให้กระเบื้องไม่แข็งเร็วเท่าที่ควรจะเป็นก่อนที่จะเซ็ทตัว

ควรผสมปูนกาวกับน้ำในปริมาณที่พอดีและเข้ากันทุกส่วน ไม่ข้นหรือเหลวจนเกินไป ทิ้งไว้ 3-4 นาทีก่อนใช้งาน กาวซีเมนต์ที่ผสมแล้วสามารถใช้งานได้ไม่เกิน 3-4 ชั่วโมง (ดูฉลากข้างถุงปูน) แล้วใช้เกรียงหวีปาดปูนกาวให้ทั่วบริเวณที่ต้องการปู

ถ้าเป็นกระเบื้องแผ่นใหญ่ ขนาดใหญ่กว่า 10x10 นิ้ว ควรปาดปูนกาวให้เต็มด้านหลังของแผ่นด้วย แล้ววางกระเบื้องลงตรงจุดที่ต้องการปู จากนั้นใช้ค้อนเคาะ เพื่อช่วยปรับให้ได้ระดับเดียวกัน และควรใช้ spacer หรือวัสดุที่ใช้สำหรับเว้นช่องไฟ เพื่อให้ได้ช่องที่เท่ากัน และเพื่อความสวยงาม

เมื่อปูกระเบื้องเสร็จแล้วควรทิ้งไว้อย่างน้อย 1 วัน เพื่อให้ปูนกาวเซ็ตตัว แล้วจึงค่อยทำการยาแนวให้เต็มร่อย เสร็จแล้วทิ้งไว้อีก 7 วัน จึงจะสามารถใช้งานในบริเวณนั้นๆได้ เพื่อให้ซีเมนต์ที่ใช้ยาแนวแข็งได้ตัวเต็มที่ และทำให้ปูนกาวยึดเกาะกระเบื้องได้เต็มแผ่น ไม่เกิดปัญหากระเบื้องแตก หรือน้ำซึมผ่านเข้าไปในกระเบื้อง รวมทั้งช่วยลดปัญหาการเกิดคราบขาวบริเวณผิวกระเบื้องด้วย
หากทราบวิธีการปูกระเบื้องที่ถูกต้องแล้ว จะช่วยให้ลดปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามมาได้ และถ้าเห็นว่าช่างปูกระเบื้องไม่ถูก เราสามารถบอกให้ช่างแก้ไขปูใหม่ได้
ข้อกำหนด
ทดสอบ :O)
123 ถนนอยู่สุข เขตอยู่สุข กรุงเทพฯ 10000
02-123-4567
support@vlivingpro.com
แก้ไขความคิดเห็น