ดับร้อนด้วยพัดลม
By vLIVING PRO14 พฤษภาคม 2561 08:55:17

อากาศร้อนๆแบบนี้ คงหนีไม่พ้นอุปกรณ์ที่จะช่วยให้ความเย็นแก่ร่างกาย หลายคนคงคิดถึงแอร์

แต่หากบางบ้าน มีเหตุจำเป็นไม่สามารถติดได้ล่ะ พัดลมก็เป็นสิ่งที่คลายร้อนได้ ที่ทุกบ้านต้องมี

วันนี้ผมเลยมีเทคนิค การคลายร้อนสำหรับพัดลมมาฝากกันนะครับ

 

vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  • ไอเดียตกแต่งสวนด้วยของที่มีภายในบ้าน ซึ่งวัสดุบางอย่างอาจเป็นของรักของโปรดที่เราใช้เป็นประจำ เมื่อมันเสื่อมสภาพใช้งานไม่ได้ก็อาจเสียดายที่ต้องทิ้งไปเฉยๆ วันนี้จึงนำการตกแต่งสวนที่เรียบง่ายผสมกับวัสดุที่คุ้นตามาแนะนำกัน ลองไปชมไอเดียรูปแบบต่างๆ กันเลยว่ามีอะไรบ้าง

    1. เปลี่ยนกระเช้าปีใหม่ให้กลายเป็นกระถางต้นไม้สุดเดิร์น

       

    กระเช้าของขวัญที่หลายๆคนอาจได้รับในช่วงเทศกาลปีใหม่ สามารถนำมาปลูกต้นไม้ ดอกไม้วางไว้ในสวนสวย หรือตามมุมโปรดในบ้านของเราได้นะ แถมยังใช้เป็นของขวัญให้กับคนอื่นได้อีกด้วย

     

    2. กระถางต้นไม้จากกรงนกที่ถูกทิ้ง

      

    สำหรับบ้านใครที่เลี้ยงนก รักนกเป็นชีวิตจิตใจ ต้องมีกรงนกเก่าๆ เริ่มชำรุด ทรุดโทรมอยู่แน่นอน ลองนำกรงเก่าๆที่ไม่ได้ใช้มาทำเป็นกระถางต้นไม้แขวนดูนะคะ แล้วหาต้นไม้ที่ปลูกง่าย โตไว ไม่ต้องดูแลมากมาปลูกดู เช่นต้นไม้กลุ่ม แคคตัส (Cactus) หรือกลุ่มต้นกระบองเพชร จะแขวนไว้ริมหน้าต่าง หรือสวนหน้าก็ได้ ช่วยเพิ่มความสดชื่นได้ไม่น้อยเลยค่ะ 

     

    3. กระถางต้นไม้จากล้อรถเก่า

      

    ล้อรถเก่า ของใกล้ตัวที่หลายๆคนอาจมีเก็บไว้ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ซึ่งวางทิ้งอยู่ในโรจอดรถมานานแล้ว จากการเปลี่ยนยางใหม่ เมื่อของเก่าเสื่อมสภาพ ดังนั้นเราเอายางล้อรถเก่ามาทำเป็นกระถางปลูกดอกไม้ในสวนมาทำให้มีคุณค่า ดูเก๋ไก๋ สวยงามกันดีกว่าค่ะ 

     

    4. เปลี่ยนแก้วกาแฟใบโปรดให้กลายเป็นกระถางต้นไม้สุดเก๋

      

     

    เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ต้องมีแก้วกาแฟใบโปรดไว้ใช้กันอยู่แล้ว ดังนั้นหากแก้วของคุณเกิดชำรุด บิ่น หรือมีรอยราวเล็กๆ ใช้งานไม่ได้แล้ว อย่าพึ่งทิ้งนะคะ ขอแนะนำให้เอามาปลูกต้นไม้ขนาดเล็ก หรือ “บอนไซจิ๋ว” เหมือนกับการทำสวนจิ๋วในขวดโหล ก็จะดูเก๋ไก๋ สวยงามไปอีกแบบค่ะ

     

    5. กระถางต้นไม้จากชั้นเก็บของ หรือโต๊ะทำงานเสื่อมสภาพ

      

     ชุดสวนหย่อมอันสวยสดงดงาม ทำขึ้นจากการนำโต๊ะเก่าหมดสภาพมาทาสีใหม่ ส่วนโทนสีสามารถเลือกทาได้ตามใจที่คุณชอบได้เลย อาจจะเลือกให้ตัดกับโทนสีของห้อง หรือบริเวณนั้นๆที่เราจะเอาโต๊ะไปตั้งก็ได้ค่ะ แล้วจัดวางต้นไม้ ดอกไม้ที่ชอบลงไป แค่นี้บ้านคุณก็สวยงาม สดชื่น น่าอยู่ขึ้นอีกเยอะเลย

     

    6. กระถางต้นไม้จากเก้าอี้เก่าในบ้าน

      

    เก้าอี้เก่าในบ้าน ถึงแม้ว่าผุพังแล้วก็ไม่ควรทิ้งขว้างนะคะ ถ้ามีเบาะก็แค่ลอกเบาะออก พ่นสีใหม่ตามใจชอบ แล้วนำมาทำเป็นที่ใส่ต้นไม้ เลือกต้นไม้ขนาดที่พอดีกับเก้าอี้ แล้วปลูกเป็นไม้พุ่มก็ได้นะคะ เพียงแค่นี้ก็ได้เก้าอี้สำหรับปลูกต้นไม้ ดอกไม้ในสวนสวยกันแล้วค่ะ

     

    7. กระถางต้นไม้จากรถจักรยานสุดเลิฟ

      

    จักรยานคันเก่าที่จอดทิ้งไว้มานานหลายปี ตอนนี้อาจขึ้นสนิท และสภาพไม่เอื้ออำนวยให้ใช้งานได้แล้ว ขอแนะนำให้เอามาไว้ในสวนตกแต่งประดับประดาด้วยต้นไม้ ดอกไม้หลากสีสัน หรืออาจจะย้อมสีซักหน่อยให้ดูสดใสสวยงามขึ้น แค่นี้ก็เลิศเลอแล้วค่ะ 

     

    หวังว่าไอเดียที่แนะนำทั้งหมดนี้ จะเป็นประโยชน์ให้กับหลายๆคนที่ชื่นชอบการแต่งสวน ได้ลองนำไปทำ ดัดแปลง หรือประยุคใช้ให้ตรงกับความต้องการของทุกคนได้นะคะ

  • การก่อสร้างผนังนั้น ทับหลังก็ถือเป็นส่วนที่สำคัญมากในการก่อสร้าง

    หากไม่มีทับหลังแล้ว จะเกิดปัญหาอะไรตามมา ผมมีคำตอบให้ครับ

     

     

     

     

     

     

     

     

     

  •      จะปูกระเบื้องทับของเดิม ต้องเช็คอะไรก่อนบ้าง กระเบื้องเก่าอยากจะปูใหม่ ต้องเช็คอะไร วันนี้เรามีวิธีมาฝากกัน

     

     

    สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนจะปูกระเบื้องทับของเก่ามีดังนี้

    1.พื้นที่ที่ต้องการปูทับต้องมีระดับเดียวกันเสมอกันหมด หากไม่เรียบปูทับไปอาจทำให้เกิดปัญหาแนะนำให้รื้อออกแล้วปูใหม่จะดีกว่า

     

     

    2.ตรวจเช็คความลาดเอียง หากพื้นไม่ได้มาตรฐาน มีการระบายน้ำที่ไม่ดีเกิดเป็นแอ่ง ไม่ควรปูทับแด็ดขาด สำหรับห้องน้ำและระเบียง ควรจะทากันซึมให้เรียบร้อยก่อนการปูกระเบื้องทับจะดีกว่า

     

     

    3.ถ้ากระเบื้องเดิมเกิดการแตกร้าว บิ่น โก่ง หรือการยึดเกาะเดิมของกระเบื้องไม่ดีเท่าที่ควร ไม่ควรจะปูกระเบื้องทับเด็ดขาด เพราะทำให้เกิดการรั่วซึมหรือกระเบื้องเดิมอาจจะแตกร้าวได้

     

    4.ไม่ควรปูทับกระเบื้องภายนอกเด็ดขาด เพราะอากาศจะทำให้กระเบื้องหลุดร่วงเป็นอันตรายได้

    5.เคาะเพื่อดูความแน่นของซีเมนต์ใต้แผ่นกระเบื้อง หากมีเสียงโปร่งที่ขอบกระเบื้อง ไม่ควรปูทับ เพราะอาจทำให้เกิดการรั่วซึม หรือกระเบื้องจะแตกร้าวได้

     

     

    ข้อดีและข้อเสียของการปูกระเบื้องทับของเดิม

    1.ช่วยประหยัดค่าแรงเพราะไม่ต้องทำการรื้อกระเบื้องเดิมออกและใช้เวลารวดเร็วในการทำงาน ไม่ก่อให้เกิดเสียงรบกวน

    ข้อเสีย

    1.พื้นมีความหนามากขึ้นตามความหนาของกระเบื้อง และกาวซีเมนต์ ทำให้ห้องดูแคบหรือเตี้ยลงได้ ทำให้มีผลกับบานประตูอาจจะต้องตัดข้างล่างออกเพื่อให้เปิดปิดได้หรืออาจจะต้องเปลี่ยนบานใหม่

     

    2.โครงสร้างอาจมีน้ำหนักมากขึ้นเพราะพื้นที่ต่างๆวิศวกรได้คำนวณมาหมดแล้ว หากมีการเพิ่มน้ำหนักเข้าไปอีก อาจจะทำให้เป็นการเพิ่มความเสี่ยงสำหรับบ้านที่ไม่แข็งแรงพอได้

     

    3.การยึดเกาะอาจไม่ดีเท่าที่ควร กระเบื้องแผ่นเก่าบางที่อาจเป็นผิวหน้าเรียบทำให้ไม่สามารถยึดเกาะปูนกาวได้ เพราะกระเบื้องที่มีความเรียบมันจะทำให้ยึกติดยากกว่าแบบหน้าหยาบทำให้กระเบื้องไม่ยึดติดและร่อนได้

    4.ช่างที่ทำบางคนอาจมีความถนัดไม่มากพอ เลยทำให้เกิดการปูกระเบื้องที่ไม่ดีได้

     

     

    5.ช่องใต้แผ่นกระเบื้อง หรือระหว่างกระบื้องแผ่นเดิมและแผ่นใหม่ หากเป็นส่วนที่ต้องเดิมน้ำตลอด เช่นห้องน้ำ อาจจะทำให้เกิดการขังของน้ำใต้กระเบื้อง หรือตามคราบยาแนว ทำให้เกิดเป็นเชื้อราทำให้ต้องรื้อและปูกระเบื้องใหม่

     

    ควรเลือกใช้กาวซีเมนต์สำหรับปูทับกระเบื้องโดยเฉพาะ ที่มีประสิทธิภาพในการยึดเกาะตัวสูง จะทำให้กระเบื้องยึดติดกันได้แน่น และช่วยลดปัญหาการหลุดล่อน

  • หน้าฝนแบบนี้ หากมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างบ้าน หรือทำงานก่อสร้างจริงๆ

    จะต้องระวังอะไรบ้าง เรามีข้อควรระวังในการสร้างบ้านหน้าฝนมาฝากกันค่ะ

     

  •                 การจัดพื้นที่บ้านให้เหมาะสมกับทิศทางของแดดและลม เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมาก ที่เราไม่สามารถมองข้างได้ จึงควรทำความเข้าใจในเรื่องทิศทางแดดและลม ตามแต่ละฤดูกาลของบ้านเราอย่างถูกต้อง เพื่อช่วยทำให้ให้บ้านไม่ร้อน มืดทึบ หรือมีกลิ่นเหม็นอับ ในตอนกลางวัน

     

      

                    แสงแดดในยามเช้า จะวิ่งจากทิศตะวันออก แล้วอ้อมโค้งไปทางทิศใต้ ก่อนจะตกลงในทิศตะวันตก ทำให้ทิศใต้ไปจนถึงทิศตะวันตก จะได้รับแสงแดดมากที่สุด คือ ตั้งแต่หลังเที่ยงวันไปจนถึงเวลา 5 โมงเย็น ดังนั้นจึงควรใช้ทิศทางนี้ในการทำกิจกรรมต่างๆที่ต้องการแสงแดด เช่น ใช้ตากผ้า หรือปลูกต้นไม้ที่ต้องการแสงแดด เป็นต้น

     

     

    ทางทิศตะวันออกจะได้รับแสงอ่อนๆในตอนเช้า และแดดจะแรงจัดในช่วงเวลา 10 โมงเช้าถึงเที่ยงวัน

     

     

    ทางทิศเหนือจะได้รับแสงแดดน้อยที่สุด เหมาะกับห้องที่ต้องการแสงน้อย เช่น ห้องนอน และห้องรับแขก เป็นต้น

     

     

    ตำแหน่งของบ้านที่ลมสามารถวิ่งผ่านได้ดี คือ ต้องอยู่ในแนวผ่านของลมประจำฤดู ดังนี้

     

     

    หน้าหนาว ลมจะพัดจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ไปยังทิศตะวันตกเฉียงใต้

     

     

     

    หน้าร้อน และหน้าฝน ลมจะพัดจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ ไปยังทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

     

     

    ขนาดของช่องลมเข้า – ออกที่ดีที่เหมาะสำหรับบ้าน คือ

     

    ช่องลมเข้า ควรมีขนาดเล็กกว่า หรือเท่ากับช่องลมออก

     

     

     

    ถ้าช่องลมเข้ามีขนาดใหญ่กว่า แล้วช่องลมออกมีขนาดเล็กกว่า หรือไม่มีช่องลมออกเลย

    จะทำให้อากาศถ่ายเทได้ไม่สะดวก และควรหันด้านที่ยาวที่สุดของตัวบ้านเข้าหาทิศทางของลม เพื่อให้ลมธรรมชาติสามารถพัดเข้าในตัวบ้านได้ เป็นการช่วยระบายความร้อนออกจากตัวบ้านให้ได้มากที่สุด ทำให้ช่วยลดค่าใช้จ่ายาจากการเปิดใช้เครื่องปรับอากาศได้อีกด้วย

     

           เมื่อทราบถึงทิศทางของแสงแดด และสายลมแล้ว  ก็จะช่วยให้เราสามารถปรับเปลี่ยน แก้ไขบ้านได้อย่างถูกต้อง เพื่อให้บ้านมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก มีทั้งลมเข้า ลมออก และบ้านของเราจะเป็นบ้านที่เย็นสบายตลอดทั้งปี