เลือกปลั๊กไฟอย่างไรให้ถูกใจ
By vLIVING PRO21 กุมภาพันธ์ 2561 11:00:00

มาทำความรู้จัก

และเลือกใช้ปลั๊กไฟให้เหมาะกับบ้านของเรากันนะครับ :)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เพื่อนๆ ลองนำข้อมูลไปปรับใช้กับบ้าน หรืออาคาร

ให้เหมาะสมและดูสวยงามกันนะครับ...

 

 

 

 

 

vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  •        พูดถึงที่ดินก็เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ เพราะถือว่าเป็นหลักปัจจัย 4 ในการดำรงชีพของมนุษย์ ไว้เป็นที่อยู่อาศัยพึ่งพิงแล้วหากเรามีที่ดินเปล่าที่ยังไม่คิดจะใช้งานในที่ดินผืนนี้ เราควรจะรักษาสิทธิ์อย่างไรบ้างวันนี้เรามาดูกันว่า การดูแลที่ดินที่เราได้ซื้อไว้แล้วยังไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์จะต้องดำเนินการอย่างไรบ้างมาดูกัน

     

     

    ควรไปดูแลที่ดินอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อไม่ปล่อยไว้เป็นที่รกร้าง

     

     

    2.หากไปดูที่ดินแล้วควรสอบถาม ชาวบ้านบริเวณนั้น ว่าที่ดินมีใครเข้ามาบุกรุกหรือเข้ามาวุ่นวายไหม

     

     

    3.ตรวจสอบหลักหมุดว่ามีการชำรุดหรือมีการเคลื่อนย้ายไหม  หากหลักหมุดหายไปสิ่งที่ควรทำคือ

    3.1แจ้งตำรวจเพื่อดำเนินคดี(ไม่ใช่แจ้งเป็นหลักฐานแค่ลงบันทึกประจำวัน)เพราะการทำลายหลักหมุดเป็นคดีอาญา

    3.2แจ้งที่ดินเพื่อดำเนินการสอบหมุดรังวัดใหม่

     

     

    4.รังวัดที่ดินในทุกๆ5 ปี เพราะที่ดินอาจจะเพิ่มหรือลดได้ ยิ่งที่ดินอยู่ริมแม่น้ำหรือริมตลิ่ง

     

    5.หากมีคนเข้ามาอาศัยในพื้นที่เรา ควรเข้าไปเจรจาว่าเค้ารุกล้ำที่ดินของเราอยู่  หากเค้าต้องการที่จะเช่าหรือซื้อก็ควรจะเจรจาให้เรียบร้อยไม่ใช่มาบุกรุกที่ดินคนอื่น

     

     

    6.ที่ดินควรล้อมรั้วเพื่อกำหนดขอบเขตให้ชัดเจนว่าเป็นที่ดินมีเจ้าของ

     

    7.ติดป้ายไว้เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของเพื่อให้ได้รู้ว่าไม่ใช่ที่ดินสาธารณะ ไม่ให้ใครมารุกล้ำ

     

     

    8.คอยเช็คดูว่ามีร่องรอยของทางเดินรถผ่านไหม เพราะที่ดินอาจโดนใช้เป็นทางผ่านรถไปได้หากเราไม่เข้าไปดูแล

     

     

    คนที่เป็นเจ้าของไม่ควรปล่อยที่ดินไว้โดยไม่ได้ไประบุ ว่าเป็นที่ดินของตนเอง เพราะหากเราปล่อยไว้อาจจะมีคนเข้ามาใช้ประโยชน์บนที่ดินของเรา เพราะอาจจะเกิดการครอบครองปรปักษ์ได้   การครอบครองปรปักษ์ คือการแย่งกรรมสิทธิ์ ของเจ้าของที่ดินโดยการเข้าไปในที่ดินที่มีฉโนดของผู้อื่นโดยสงบหรือเปิดเผย ด้วยการแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของและได้ใช้ประโยชน์ติดต่อมาถึง 10 ปี เมื่อครบกำหนดแล้วคนนั้นจะได้เป็นเจ้าของโดยทันทีเพราะเหตุนี้เราจึงต้องเข้าไปดูที่ดินว่างเปล่าที่เราคิดว่าไม่มีประโยชน์บ่อยๆนะครับ

  • ปัญหากระเบื้องระเบิดเป็นปัญหาที่เกิดกับเทคนิคการปูกระเบื้องโดยตรงเพราะตามลักษณะของกระเบื้องแล้วหากใช้วิธีการปูที่ไม่ดีอาจทำให้เกิดปัญหาที่ทำให้กระเบื้องแตกร้าว หรือระเบิดได้ดังนี้

    1.ปูกระเบื้องเว้นแนวร่องชิดเกินไป

    ช่างหลายคน ชอบปูกระเบื้องร่องชิด เพื่อให้ดูสวยงาม แต่หากในบริเวณที่ปูกระเบื้องนั้น มีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิระหว่างวันมาก คือ กลางวันอากาศร้อนจัด ส่วนเวลากลางคืน อุณหภูมิก็ลดลงเร็ว ทำให้ตัวกระเบื้องมีการขยายตัวตอนกลางวัน และหดตัวตอนกลางคืน แต่เมื่อมีการปูกระเบื้องเว้นร่องน้อย ทำให้เมื่อกระเบื้องมีการขยับตัว จะเบียดกันเอง ทำให้เกิดการโก่ง และแตกออกมาจากพื้นได้

    2.ไม่ได้ทาปูนกาวลงบนหลังกระเบื้อง หรือมีการปูกระเบื้องแบบซาลาเปา

    ช่างกระเบื้องบางคน เวลาปูกระเบื้อง จะทาปูนลงบนพื้นเท่านั้น แต่ไม่ได้ทาปูนกาวที่แผ่นกระเบื้อง โดยช่างจะทำการวางกระเบื้องบนปูนที่เตรียมไว้ และเคาะให้ได้ระดับไปเลย ทำให้การยึดเกาะตัวระหว่างพื้นกับกระเบื้องไม่ดีเท่าที่ควร (จะเห็นจากรูปกระเบื้องที่แตก หลุดร่อนออกมา ไม่มีปูนติดกระเบื้อง)  หรืออาจเกิดจากการที่ช่างใช้วิธีปูกระเบื้องแบบซาลาเปา คือ ใส่ปูนแค่บริเวณกลางแผ่นกระเบื้อง แล้วทำการเคาะให้ได้ระดับ ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่ช่างทำงานง่าย และเร็ว แต่ประสิทธิภายในการยึดเกาะของกระเบื้องกับพื้นเดิม ไม่ดี และกระเบื้องก็มีโอกาส แตกบิ่น บริเวณมุมได้ง่ายอีกด้วย

     

    การแก้ไขสำหรับกรณีที่เกิดกระเบื้องระเบิด

    1.ควรเลาะกระเบื้องเก่าออกทั้งหมด แล้วทำการปูใหม่และสำหรับบ้านสร้างใหม่ เราก็สามารถป้องกันปัญหาดังกล่าวได้

    2.การปูให้ถูกวิธีตั้งแต่แรก คือ ปรับระดับพื้นให้เหมาะสม

     

    3.ใช้ปูนกาวซีเมนต์ที่มีคุณภาพ โดยทาให้เต็มทั้งพื้นและทาที่หลังกระเบื้องด้วย แล้วทำการเว้นร่องกระเบื้องตามระยะที่กำหนด ก็จะทำให้พื้น ที่เราปูกระเบื้องไว้ มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน คงทนไปตลอดอายุการใช้งาน

     

     

     

  • วงกบ หลายคนคงได้ยินชื่อบ่อยๆเวลาเราจะสร้างบ้าน

    หรือรีโนเวทบ้าน วงกบมีหน้าที่ทำอะไรในส่วนไหนของบ้าน มาดูกันเล้ยยย

     

  • มุ้งลวด เป็นอุปกรณ์ด่านแรกๆที่ช่วยป้องกันสิ่งสกปรก และสิ่งไม่พึงประสงค์ต่างๆเข้ามาภายในบ้าน เช่น ยุง แมลง หรือฝุ่นละออง จึงทำให้บริเวณมุ้งลวดมักจะมีคราบสกปรกเกาะอยู่มากมายจากลมที่พัดเข้ามาในบ้าน แล้วอาจนำพาฝุ่นละอองติดมาด้วย ดังนั้นเราจึงควรหมั่นทำความสะอาดมุ่งลวดอยู่เสมอและไม่ควรละเลย เพราะอาจส่งผลต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัยได้ ดังนั้นวันนี้เรามีเคล็ดลับการทำความสะอาดมุ้งลวดอย่างง่ายดาย และถูกต้องมาฝากค่ะ

     

     

     

     

    บ้านใครที่มีมุ้งลวดดำ สกปรก หยากไย่ขึ้น หรือมีฝุ่นละอองเกาะอยู่เต็มไปหมด ลองใช้วิธีที่ได้แนะนำไปในบทความข้างบนนี้ดูนะคะ เป็นวิธีที่ง่ายๆ เพื่อนๆ สามารถทำเองได้สบายเลยค่ะ

  • การทาสีบ้านให้สวยงามเรียบเนียน จำเป็นต้องใช้ช่างมืออาชีพ หรือหากต้องการทาสีบ้านด้วยตัวเองก็ควรศึกษาขั้นตอน และวิธีการทาสีที่ถูกต้องเพื่อให้บ้านอันเป็นที่รักของเราดูดี สวยงามและน่าอยู่ วันนี้เสนอสาเหตุของ "การทาสีไม่ขึ้น" ว่าเกิดจากอะไร เผื่อใครที่พบเจอกับปัญหานี้ จะได้ทราบถึงสาเหตุ และรู้วิธีแก้ไขอย่างถูกต้อง

     

     

     สีทาไม่ขึ้น หมายถึง สียังบางอยู่ อาจเป็นเพราะทาสีบางเกินไป ทำให้มองเห็นรอบแปรงหรือลูกกลิ้ง สาเหตุเกิดจาก ผสมตัวทำละลายลงในสีมากเกินไป จึงทำให้สีบาง (ตัวทำละลาย คือ น้ำ ทินเนอร์ น้ำมันสน เป็นต้น)

     

     

    ดังนั้นจึงควรตรวจสอบส่วนผสมอีกครั้ง หรืออาจเป็นเพราะเนื้อสีมีน้อย เพราะใช้สีที่มีราคาถูก หรือใช้ลูกกลิ้งในการทาสี จึงทำให้สีบาง สีไม่ขึ้น หรือขึ้นช้า ทำให้ต้องทาซ้ำๆหลายๆรอบ จนกว่าสีจะเข้ม ทึบ หรือเด่นชัดขึ้น เรียกว่า “สีขึ้น” แต่ไม่ต้องกังวลใจไปนะครับ  เพราะการใช้ลูกกลิ้งทาสี  ถึงแม้ว่าจะต้องทาหลายๆรอบ แต่จะทำให้ได้สีที่เรียบเนียน สวยงาม มากกว่าการใช้แปรงทาสีนะครับ

     

    เมื่อทราบถึงความหมายของการทาสีไม่ขึ้น และสาเหตุ รวมทั้งวิธีการทาสีที่ถูกต้องแล้ว เชื่อว่าไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป สำหรับใครที่ต้องการลงมือทาสีบ้านด้วยตัวเอง แต่เรื่อง การทาสีไม่ขึ้น อาจเป็นแค่ส่วนหนึ่งในอีกหลายๆปัญหาของการทาสีบ้านที่อาจพบเจอได้นะครับ

     

    ขอบคุณภาพประกอบจาก Pinterest