บังใบเป็นสิ่งสำคัญของวงกบ และประตู เรามาดูกันค่ะว่า บังใบคืออะไรและมีประโยชน์อย่างไร










บังใบเป็นสิ่งสำคัญของวงกบ และประตู เรามาดูกันค่ะว่า บังใบคืออะไรและมีประโยชน์อย่างไร










การที่จะถมดิน มีอะไรบ้างที่ควรรู้บ้าง! จะถมดินในพื้นที่ทั้งทีสิ่งที่ควรรู้ก่อนการถม เพื่อไม่ให้เป็นการสูญเปล่า จะมีอะไรบ้างนั้น วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกัน

การถมดิน เป็นการทำให้บ้านสูงหรือเท่ากว่าถนน มาดูกันดีกว่า ว่าก่อนจะถมดินได้ต้องรู้อะไรบ้าง
1.ต้องถมดินไหม
บ้านโดยทั่วไปควรจะอยู่สูงกว่าพื้นถนนไว้ก่อน โดยทั่วไปถนนสาธารณะ จะมีการถมดินหนีน้ำหลายๆปีต้องมีการทำถนนหากบ้านเราสูง กว่าถนนนิดเดียว ในอนาคตอาจจะต่ำกว่าถนนได้

2.ถมดินสูงเท่าไหร่ดี
1.ดูทุนทรัพย์ในการถมแค่ไหนยิ่งพื้นที่ใหญ่กว่าค่าถมยิ่งแพง
2.ดูพื้นที่เพื่อนบ้านหากสูงกว่ามากอาจจะดูไม่เหมาะ

3.เผื่อดินไว้สำหรับการยุบตัว
ในการถมดินแต่ละครั้ง เมื่อเวลาผ่านไปดินจะมีการยุบตัวเสมอ ดังนั้นเราควรถมดินให้สูงกว่าระดับที่ต้องการเล็กน้อย เช่น ถ้าต้องการถมดิน 80 cm อาจจะต้องถมดินไว้สูงที่ระดับ 100 cm

4.เลือกถมดินเดือนไหนดี
จะถมดินช่วงไหนก็ได้แต่ให้ดีควรเลือกหน้าฝนเพราะน้ำฝนจะเป็นตัวช่วยให้ดินที่ยุบตัวและแน่น

5.ใช้ดินประเภทไหนดี
หากปลูกบ้านสร้างอาคารควรใช้ดินลูกรัง , หากต้องการทำเกษตรแนะนำให้ใช้ดินดำจะดีกว่า

6.ซื้อดินเป็นคันรถหรือเหมาจ่ายดีกว่ากัน
หากมีเวลามีคนเฝ้าก็สามารถเอาแบบเป็นคันรถได้ ตกลงกันให้แน่นนอน หากไม่มีคนเฝ้าแนะนำให้เอาแบบเหมาจะดีกว่า ตกลงราคากันให้เรียบร้อยว่าเท่าไหร่ยังไงเพราะหลังจากการถมแล้วต้องมีการบดอัดดินเพื่อให้แน่นอีกครั้ง

7.ตรวจเช็คเพื่อนบ้าน
การถมดินจะมีผลทั้งเรื่องเสียง ฝุ่น ความสกปรก เพราะอาจเกิดความไม่สะดวกให้กับเพื่อนระแวกข้างๆบ้านอาจจะต้องมีการแจ้งเพื่อนบ้านเพื่อทำความเข้าใจ

8.เซ็นสัญญาทุกครั้งก่อนทำการว่าจ้าง
ก่อนจะทำการว่าจ้าง ทำสัญญาให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันการทิ้งงานหรือได้ของไม่ตรงตามที่ตกลงกันไว้

9.แบ่งจ่ายเป็นงวด
ควรจ่ายเป็นงวดๆเพื่อป้องกันไมให้เกิดการล่าช้าและทิ้งงาน ไม่เป็นไปตามที่ตกลงไว้

10.ถมดินแล้วรอนานไหมกว่าจะสร้างบ้านได้
หากเป็นการถมดินแล้วการปลูกบ้านต้องมีการลงเข็มและน้ำหนักของตัวบ้านทั้งหมดจะไปอยู่ที่เข็ม ดังนั้น ในทางปฎิบัติ การถมดินแล้วสร้างเลยไม่ทำให้ปัญหาบ้านทรุด แต่ดิน อาจมีการยุบตัว เกิดเป็นโพรงใต้บ้าน ดังนั้นตอนก่อสร้างควรหาวิธีที่จะปิดช่องว่างที่จะเกิดได้ เพื่อป้องกันสัตว์เลื้อยคาน

ใครที่เคยพูดว่าดอกไม้ เมื่อแห้งเหี่ยวแล้วก็ต้องโยนทิ้งไป คงต้องเปลี่ยนความคิดซะแล้วหล่ะ เพราะดอกไม้แห้งก็สวยงามได้ ถ้าสามารถรักษารูปทรงเดิมให้อยู่ได้ เรามายืดอายุให้กับดอกไม้กันเถอะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นดอกอะไรก็สามารถทำได้ และไม่ยุ่งยาก จะทำเป็นของที่ระลึก ของขวัญ หรือทำเป็นบุหงารำไป ช่วยเพิ่มความหอมสดชื่นให้บ้านก็ได้นะคะ งั้นเรามาเริ่มทำไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ
1. ตากดอกไม้เพื่อทำดอกไม้แห้งให้ฟอร์มยังคงความสวยงามอยู่เหมาะเดิม
วิธีทำมีดังนี้
1. เลือกดอกไม้ที่ต้องการทำเป็นดอกไม้แห้ง เด็ดกลีบช้ำ ขาด แหว่ง หรือไม่สวยทิ้งไป
2. ตัดก้านดอกไม้ออกสักนิด แต่ต้องไม่น้อยกว่า 6 นิ้ว
3. ใช้เชือกมัดตรงปลายก้านรวมกันเป็นช่อ สำหรับแขวนกลับหัว ให้ดอกไม้ห้อยลงล่าง ก้านชี้ขึ้นข้างบน เพื่อรักษาตัวดอกไม้ให้คงรูป ในห้องที่มีอากาศถ่ายเท ป้องกันการเกิดเชื้อราที่กลีบของดอก
4. ทิ้งไว้ 2-3 สัปดาห์ดอกไม้จะแห้งสนิท และก้านจะตั้งตรงไม่หักงอ
วิธีนี้เหมาะกับดอกไม้ที่มีกลีบหนาและทน แต่ไม่เหมาะกับดอกไม้ประเภทกลีบบางช้ำง่าย เพราะกลีบจะเหี่ยวย่น ยับยู่ หรืออาจจะร่วงระหว่างตากลมได้ค่ะ

2. แช่ด้วยสารดูดความชื้น หรือซิลิก้าเจล เป็นสารที่ใส่อยู่ในถุงเล็กๆ ที่ติดมากับห่อขนม กล่องรองเท้า กระเป๋า หรือผลิตภัณฑ์บางประเภท สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายเคมีทั่วไป และสามารถใช้ซ้ำได้เรื่อยๆ
วิธีการทำมีดังนี้
1. เอาสารดูดความชื้นใส่ในภาชนะทรงสูง แล้วตั้งดอกไม้ให้ตรง จัดให้อยู่ในทรงที่เราต้องการ
2. เทสารดูดความชื้นให้ดอกไม้ให้มิด
3. ปิดฝาทิ้งไว้ประมาณ 3-7 วัน แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จ หรือถ้าอยากได้เฉพาะดอก ก็สามารถตัดก้านออกได้ แล้วใส่ในภาชนะที่ไม่ต้องสูงมาก
4. เอาเข้าไมโครเวฟ 1-2 นาทีก็เสร็จเรียบร้อย หรือหากไม่มีไมโครเวฟ ก็สามารถวางทิ้งไว้เฉยๆ ได้ แต่จะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์
5. ล้างมือให้สะอาด ภาชนะที่นำมาใช้ก็ทิ้งไปเลยนะคะ หรือนำไปใช้อย่างอื่นก็ได้ แต่ห้ามใช้ใส่อาหารเด็ดขาด


3. การทับดอกไม้ วิธียอดฮิตสมัยเด็กๆ
วิธีการทำมีดังนี้


ลองทำตามกันดูนะคะ เป็นวิธีที่ง่ายๆ มีให้เลือกหลายวิธี และหากเพื่อนๆ คนไหน ทำแล้วติดใจ อาจลองทำขายก็ได้นะคะ ใช้เวลาว่างให้เกินประโยชน์ แถมยังสามารถทำเป็นรายได้เสริมได้อีกด้วยค่ะ
ขอบคุณภาพประกอบจาก Pinterest
การก่อสร้างผนังนั้น ทับหลังก็ถือเป็นส่วนที่สำคัญมากในการก่อสร้าง
หากไม่มีทับหลังแล้ว จะเกิดปัญหาอะไรตามมา ผมมีคำตอบให้ครับ







7 สิ่งสุดยี้ที่คาดไม่ถึงที่อยู่ในครัว เป็นสิ่งใกล้ตัวที่เราคาดไม่ถึง จะมีอะไรบ้างนั้นมาดูกัน

1.ไมโครเวฟ
เห็นไมโครเวฟเป็นสิ่งที่มีความร้อนบางคนอาจจะคิดว่ามันสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ แต่แบคทีเรียที่เกิดจากการที่เราได้อุ่นอาหาร แล้วมีคราบที่กระเด็นไป ก็สามารถให้มันเจริญเติบโตได้หากทำความสะอาด ไม่เพียงพอ จะกลายเป็นที่สะสมของเชื้อโรคได้ หากมีคราบเปื้อนให้เช็ดทำความสะอาดทันที และหาอาหารปิดภาชนะทุกครั้ง

2.เคาน์เตอร์ครัว
เป็นสิ่งที่เราต้องใช้วางสิ่งของต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นถุงอาหาร กล่องข้าว หรือวัตถุดิบต่างๆ ของพวกนี้จะมีเชื้อโรคติดมาเสมอ เช่นแบคทีเรียที่สามารถอาจทำให้เกิดการท้องเสียได้ ควรรักษาความสะอาดให้มากที่สุด

3.ถังขยะในครัว
ถังขยะเป็นแหล่งสะสมโรคชนิดดีเยี่ยมเพราะว่าสารพัดขยะ ที่เราได้ทิ้งลงไป บางทีเราไม่ได้เก็บไปทิ้งภายในวันเดียวอาจทำให้เกิดการหมักหมมของเชื้อโรค และการส่งกลิ่นเหม็น หากเราปล่อยไว้ ไม่เก็บทิ้งก็อาจจะเกิดการสะสมเชื้อโรค หนูอาจจะมีสัตว์ที่เราไม่พึงประสงค์เข้ามาไม่รู้ตัว ควรมีฝาปิดและทิ้งทุกวัน

4.เขียง
เขียงที่เราได้ทำการหั่นอาหารลงไปนั้น ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือของแห้ง หากล้างไม่สะอาดก้จะทำให้เกิดการสะสมเชื้อโรคชั้นดี ยิ่งเป็นเขียงไม้ ยิ่งจะเป็นการสะสมเข้าไปอีก เพราะจะซึมเข้าเนื้อไม้ สกปรกเข้าไปอีก

5.บริเวณรอบอ่างล้างจานหรือซิ้งค์น้ำ
อ่างล้างจานเป็นส่วนที่สัมผัสน้ำมาตลอด เพราะทั้งการล้างจาน หรือการวางของที่โดนน้ำตลอด หากทำความสะอาดไม่ดีพอ หรือว่าปล่อยให้มีน้ำขัง สิ่งสกปรกจะไปสะสมเข้าทุกวัน

6.ผ้าเช็ดจานและฟองน้ำล้างจาน
เป็นแหล่งสะสมแบคทีเรียที่ดี เพราะเราล้างจานหรือเช็ดจานก็จะโดนน้ำตลอด ควรนำผ้าเช็ดจานไปซักทำความสะอาดและใช้ฟองน้ำไปเข้าไมโครเวฟเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียบ้าง บางคนอาจไม่เคยซักนานอาจทำให้สกปรกได้

7.ช่องแช่แข็ง
การเก็บเนื้อสัตว์ไว้ในตู้แช่แข็ง หากอุณหภูมิไม่ดีพอหรือเหมาะสมควร ต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียส เพราะหากเก็บไว้อุณหภูมิที่สูงกว่านี้จะทำให้แบคทีเรียเติบโตไว นานเข้าควรละลายน้ำแข็งเช็ดทำความสะอาดเป็นประจำ

หากช่วงนี้มีใครต้องการจะสร้างบ้านซักหลัง ขั้นตอนแรกๆของการก่อสร้างที่ไม่ควรมองข้ามคือ การเทลีน ดังนั้นเรามาดูขั้นตอนการเทลีนกัน ว่ามีอะไรบ้าง เพื่อที่จะได้เข้าใจถึงความสำคัญของขั้นตอนนี้ค่ะ

การเทลีน หมายถึง การเทคอนกรีตปรับผิวหน้าดิน สำหรับเตรียมพื้นที่ไว้รองรับการผูกเหล็ก เพื่อเทคอนกรีตงานโครงสร้างที่วางบนพื้นทราย หรือดิน


ขั้นตอนการเทลีน มีดังนี้
1. ขุดหลุม หรือปรับระดับดิน
2. ผสมคอนกรีตหยาบในอัตราส่วน 1: 3 : 5 คือ ปูน 1 ส่วน ทราย 3 ส่วน และหิน 5 ส่วน
3. เทคอนกรีตให้มีความหนาประมาณ 5 – 10 เซนติเมตรลงบนพื้นดิน
ข้อดีของการเทลีน คือ
1. ช่วยให้การผูกเหล็กตรงส่วนที่ติดกับพื้นดินทำได้ง่ายขึ้น เช่น งานฐานราก และคานคอดิน เป็นต้น และควรมีการหนุนลูกปูนด้วย เพื่อช่วยให้คอนกรีตไหลลงแบบได้มิดทั่วทั้งเหล็ก และช่วยเพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้าง รวมทั้งเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสนิม
2. ช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดจากดิน เช่น ดินไหล ดินเป็นโพรง ดินโคลนสกปรก หรือน้ำจากใต้ดิน ซึ่งอาจส่งผลต่อความแข็งแรงของโครงสร้างได้
รูปเปรียบเทียบตัวอย่างการเทลีน และไม่เทลีน

เมื่อทราบถึงความสำคัญของ "การเทลีน" แล้ว ใครที่กำลังเริ่มสร้างบ้านอยู่ หรือกำลังคิดที่สร้าง อย่าลืมตรวจสอบกันด้วยนะคะว่าช่างได้ทำการเทลีนรึป่าว เพื่อประโยชน์ของเรา และบ้านที่รักของเราค่ะ
ข้อกำหนด
ทดสอบ :O)
123 ถนนอยู่สุข เขตอยู่สุข กรุงเทพฯ 10000
02-123-4567
support@vlivingpro.com
แก้ไขความคิดเห็น