จะสร้างบ้านไม้ทั้งทีเลือกให้ดีก่อนไหม
By vLIVING PRO16 พฤศจิกายน 2567 10:23:15

 

บ้านไม้

          บ้านไม้ เป็นบ้านที่มีความสวยงาม คลาสสิก และอบอุ่น อากาศถ่ายเทได้ดี โปร่ง โล่ง สบาย มีความยืดหยุ่นสูง ง่ายต่อการซ่อมแซมแก้ไข รื้อถอน หรือตกแต่งเพิ่มเติม และสามารถนำไม้กลับมาใช้ใหม่ได้

          ควรเลือกใช้ไม้แต่ละประเภทให้เหมาะสมกับการใช้งาน เช่น ไม้บางประเภทอาจจะเหมาะสำหรับใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ หรือบางประเภท เหมาะสำหรับทำโครงสร้างบ้าน วันนี้เราจะมาดูกันว่าไม้ที่ใช้ทำการก่อสร้างหลักๆมีอะไรบ้าง

 

ไม้เต็ง

เนื้อไม้มีผิวหยาบ เหมาะสำหรับงานที่โชว์ลวดลายของไม้ ส่วนใหญ่เหมาะสำหรับใช้กับงานภายนอก และงานโครงสร้างเป็นหลัก เช่น เสา และคาน

 

ไม้แดง

เนื้อไม้มีความแข็งแรง มีสีน้ำตาลอมแดง มีสีสันสวยงามนิยมใช้เป็นโครงสร้างที่ต้องการโชว์สีและลายไม้ เช่นวงกบ พื้น ไม่เหมาะที่จะนำมาทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ เพราะเนื้อไม้มีความแข็งแรงมาก

 

 ไม้มะค่า

มีความแข็งแรงมาก ส่วนใหญ่นิยมนำมาใช้ทำพื้นไม้ และบันไดบ้าน

 

ไม้ตะแบก

ลักษณะเนื้อไม้สีเทาจนถึงสีน้ำตาลอมเทา เสี้ยนตรง เนื้อละเอียด ส่วนมากนำมาทำไม้ปูพื้น ลายใกล้เคียงกับไม้สัก สีอ่อนสุดเมื่อเทียบกับไม้ชนิดอื่นๆ ตกแต่งได้ง่าย เหมาะกับการใช้ในงานภายนอกอาคารเช่น พื้นภายในบ้านและประตู ข้อเสียคือมักบิดตัวและโก่งงอง่ายหากโดนความร้อนหรือความชื้นนาน ๆ  

 

ไม้ตะเคียน 

ไม้เนื้อแข็งมีความทนทานสูง สีน้ำตาลอมส้ม ทนปลวกได้ดีนิยมใช้ทำวงกบประตูและพื้น

 

 

ไม้สัก 

มีลายไม้ที่สวยงาม และคงทน เหมาะสำหรับใช้เป็นส่วนประกอบของโครงสร้างบ้าน หรือส่วนต่างๆ ของบ้านที่ต้องการความสวยงาม เช่น บานประตู หน้าต่าง และเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น

 

 

ไม้ยาง

เหมาะสำหรับใช้ทำประตู วงกบ พื้น บันได และเฟอร์นิเจอร์

 

ไม้จำปา

ไม้เนื้ออ่อน คล้ายไม้สัก ราคาใกล้เคียงกับไม้เต็ง เหมาะกับการที่ใช้ภายใน ข้อเสียไม่ทนความชื้นและน้ำ จะทำให้ไม้ผุ  ไม้จะมีการบิดงอได้  ส่วนใหญ่นิยมใช้กับงานภายใน เช่น ประตู เป็นต้น

 

ข้อควรระวังสำหรับบ้านไม้ คือ

  1. จำเป็นต้องใช้ช่างที่มีประสบการณ์ในการสร้างบ้านไม้ ต้องมีฝีมือที่ประณีต เรียบร้อย และสวยงาม
  2. ในปัจจุบันไม้หายากมากขึ้น จึงทำให้ไม้มีราคาแพง
  3. ปลวก และแมลงสามารถกันกินไม้ได้
  4. เสื่อมโทรม ผุ พังได้ตามอายุการใช้งาน และตามสภาพดินฟ้าอากาศ

 

 

 

 

vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  • 6 ปัจจัยที่มีผลต่อการก่อสร้าง ก่อนจะทำการสร้างมีปัจจัยหลักๆสำคัญที่ควรรู้ก่อนการก่อสร้าง 6 ข้อดังนี้

     

    1.ทำเลสถานที่ก่อสร้าง

    ถ้าเราสร้างบ้านที่เหมือนกัน 2 หลัง  แต่อยู่คนละจังหวัด ค่าก่อสร้าง ย่อมไม่เท่ากัน  เพราะ แต่ละจังหวัด มีค่าครองชีพ ค่าแรง และ ค่าวัสดุต่างกัน บางจังหวัด สามารถหาผู้รับเหมา
    มาตีราคาได้ง่ายกว่า ทำให้เจ้าของมีโอกาส ต่อรองราคาได้มาก 
    .
    ผิดกับบางจังหวัดที่มีช่างน้อย ผู้รับเหมาก็ อาจจะไม่ค่อยมีคู่แข่งมากนัก หรือในบางกรณี  เรียกผู้รับเหมาจากพื้นที่อื่น เข้ามาทำบ้านให้  ก็จะมีค่าใช้จ่าย เรื่องการเดินทาง ทำให้ราคา
    ที่เสนอเข้ามา สูงขึ้นจากเดิม จริงๆแล้ว ... แม้ว่าจะสร้างบ้านแบบเดียวกัน  ในจังหวัดเดียวกัน แต่อยู่คนละโซน ก็อาจจะมี ค่าก่อสร้างที่ไม่เท่ากัน 
    .
    บ้านที่อยู่ในตัวเมือง มีแนวโน้มจะมีค่าก่อสร้างสูงกว่าบ้านที่อยู่ชานเมือง เพราะ การขนส่งของ  จำพวกวัสดุก่อสร้างชิ้นใหญ่ๆ เช่น เสาเข็ม 
    ทำได้ยากกว่า ที่จอดรถน้อยกว่า หรือที่ว่างหายากกว่า ทำให้ไม่สามารถปลูกแคมป์ ที่พักคนงานบริเวณ Site งานได้  ทำให้ผู้รับเหมาต้องหาเช่าที่ข้างนอก

    ให้คนงานพัก แล้วยังอาจต้องมีค่ารถขนส่ง คนงานเข้าไซท์งาน อีกด้วย 

     

    2. ลักษณะพื้นที่หน้างานก่อสร้าง 
    .
    ถ้าสร้างเต็มพื้นที่ และในระแวกใกล้เคียง  ไม่มีพื้นที่ว่าง สำหรับกองของ ค่าก่อสร้างอาจจะแพงกว่าปกติ  เนื่องจากการที่ไม่มีพื้นที่กองของ ทำให้ การสั่งซื้อของเข้า Site งาน อาจต้องทยอยสั่ง เข้ามาทีละน้อย ราคาต่อหน่วยของวัสดุก่อสร้าง  จึงแพงกว่า กรณีสั่งของมาดั๊มป์หน้างาน

     

    3.ยี่ห้อ รุ่น สเปค วัสดุก่อสร้าง

    ที่ใช้วัสดุประเภทเดียวกัน แต่คนละยี่ห้อ ราคาก็ต่างกัน หรือแม้ยี่ห้อเดียวกัน รุ่นต่างกัน ก็อาจจะ ก็มีราคาไม่เท่ากัน

    ตัวอย่างที่เห็นชัดเจน เช่น กระเบื้องปูพื้น  ซึ่งราคามีความแตกต่างค่อนข้างมาก  ขึ้นอยู่กับ ประเภทชนิด

    • ลวดลาย
    • ผิวสัมผัส
    • ขนาดแผ่นกระเบื้อง (แผ่นยิ่งใหญ่ ยิ่งแพง)
    • ยี่ห้อ

    ราคาอาจเริ่มตั้งแต่ ตร.ม. หลักร้อย จนถึง หลักหลายพัน ดังนั้น เวลาสร้างบ้าน  ยิ่งพื้นที่บ้านเยอะ ราคาค่าวัสดุต่อตร.ม.  เลยยิ่งทวีคูณ ทำให้ค่าสร้างบ้าน  โดดแพงขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

     

    4. ประสบการณ์ของทีมงานก่อสร้าง  (ผู้รับเหมา หรือทีมช่าง) 

    ช่างที่ทำงานมานาน หรือทำงานเฉพาะทาง  มักจะมีค่าแรงแพงกว่าช่างที่เพิ่งมาทำงานใหม่  หรืออาจจะยังไม่มีความชำนาญในสายงาน ดังนั้น ในการจ้างทีมงานก่อสร้างที่มีประสบการณ์ทำงาน เจ้าของบ้านก็อาจจะต้อง จ่ายแพงกว่า เพื่อแลกกับคุณภาพงานก่อสร้าง แต่ก็ยังคุ้มค่ากว่า  การเลือกใช้ผู้รับเหมาที่ค่าแรงถูก  แต่งานที่ได้ออกมา เละ ไม่ตรงตามคุณภาพ  มาตรฐาน แถมยังเสียค่าของ ที่ต้องซื้อมา เปลี่ยน ทดแทนของเดิม  นอกจากนี้ ยังมีค่าแรงรื้อถอน ทุบทิ้ง แก้ไข  ซ่อมแซม และคุณภาพของงานที่แก้แล้ว อาจได้ไม่ดีเหมือนการทำให้ดีตั้งแต่แรกอีกด้วย

     

    5. ลักษณะแบบบ้าน

    แน่นอนว่า แบบบ้านก็มีผลทำให้ราคาค่าก่อสร้าง ถูกหรือแพงได้เช่นกัน เช่น บ้านที่เน้นดีไซน์เรียบง่าย เป็นกล่องๆ สไตล์ โมเดิร์น ช่างจะทำงานง่าย เพราะ ไม่ค่อยมีลวดลาย โค้ง เว้า ไม่ค่อยเน้น การติดตั้งบัวปูน ตามผนังมากนัก 

    บางหลังเลือกใช้หลังคาเมทัลชีท ซึ่งมีน้ำหนัก ที่เบามาก เมื่อเทียบกับบ้านปกติ ที่หลังคาเป็น กระเบื้องลอนคู่ หรือกระเบื้องคอนกรีต  ทำให้ประหยัดในเรื่องค่าโครงสร้างที่ไม่ต้อง รับน้ำหนักมากนัก และช่างก็ทำงานง่าย  เพราะการติดตั้งแผ่นหลังคาเมทัลชีท  ทำได้ง่ายและรวดเร็วมากอีกด้วย บ้านบางหลัง เลือกใช้ประตู หน้าต่างขนาดใหญ่  เพื่อให้ดูโปร่ง หรูหรา ทำให้ราคาวัสดุก่อสร้าง แพงขึ้นเยอะ เพราะอาจต้องใช้เป็นการสั่งทำ
    พิเศษจากโรงงาน 
    .
    ดังนั้น เจ้าของบ้านที่ต้องการประหยัด อาจจะต้องย้ำกับคนออกแบบให้เลือกใช้ วัสดุมาตรฐาน หาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาด  มาติดตั้งให้บ้านของเรา 
    .
    นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการใช้กระจก บานใหญ่มากๆ ซึ่งเราอาจจะปรับแบบประตู  หรือหน้าต่าง โดยเลือกใช้ การใช้เฟรมกระจก มาซอยคั่นกลาง เพื่อลดขนาด และความหนา ของกระจกลง ทำให้ค่ากระจก และค่าแรง
    ในการยกติดตั้ง ที่หน้างานถูกลงไปเยอะอีกด้วย

     

     

    6.เรื่องคนคุมงาน
    .
    หลาย ๆ คนไม่รู้ว่า ราคาที่ผู้รับเหมาเสนอมาแต่ละเจ้า ถูกหรือแพง ต่างกันมาก ๆ ส่วนนึงก็มาจากค่าใช้จ่าย ค่าตัว ค่าเสียเวลาในการดูแล ควบคุมงานของผู้รับเหมา เช่นกัน 

    การควบคุมคุณภาพงานที่ดี และสม่ำเสมอ อย่างต่อเนื่อง จะส่งผลให้เจ้าของบ้านได้รับบ้านที่มีความแข็งแรง  ได้มาตรฐานถูกต้องตามแบบ เสร็จตามกำหนดเวลา  และไม่มีปัญหาหลังจากอยู่อาศัยไปแล้ว...
    บริษัทที่รับออกแบบพร้อมสร้างบางราย (ไม่ใช่ทุกราย) มีความชำนาญ ด้านการออกแบบอย่างเดียว  แต่หาผู้รับเหมา มารับงานต่อเพื่อกินหัวคิว  โดยที่บริษัทอาจจะไม่ได้มีความรู้ ความเข้าใจ ในงานก่อสร้างเพียงพอ จึงไม่ได้เผื่อเรื่องของ ค่าใช้จ่าย ในการควบคุมคุณภาพงาน  ปล่อยให้ผู้รับเหมาทำงานตามใจฉัน 

    ในหลายๆครั้ง การที่บริษัทออกแบบไม่สามารถ ควบคุมคุณภาพการทำงานของผู้รับเหมาได้  เนื่องจาก ไม่ใช่ทีมงานของบริษัทเอง  เมื่อเวลาถึงงวดส่งงาน แล้วงานไม่ผ่าน  ผู้รับเหมาก็เลยทิ้งงานไปก็มีเยอะ 
    หรือในบางกรณี ตัวผู้รับเหมาเอง อาจจะรับงานซ้อน ไว้หลาย ๆ เจ้า ทำให้ดูแลไม่ทั่วถึง  บางเจ้าตอนเช้าอาจจะเอาคนงานไปทิ้งไว้ ให้ทำงาน แล้วเย็นก็มารับกลับ  หรือบางไซท์งานที่สามารถปลูกแคมป์ที่พัก คนงานได้ ผู้รับเหมาอาจไม่ได้เข้ามาดูแลบ่อย ๆ  ไม่ได้มีคนคุมงาน สัปดาห์นึงอาจจะเข้าทีนึง  หรือบางสัปดาห์อาจไม่ได้เข้าเลย ดังนั้น ในการเลือกผู้รับเหมา เราอาจต้องพิจารณาเรื่อง ความถี่ของการคุมงาน  ในการเข้าตรวจสอบหน้างานของผู้รับเหมาด้วย  รวมถึงความรู้และประสบการณ์ของผู้ที่รับผิดชอบดูแล ตรงนี้จะช่วยได้มาก

  • ระดับน้ำ!!  หลายคนได้ยินชื่อนี้อาจจะสงสัยว่า....

    ระดับน้ำคืออะไรกัน วันนี้เรามีคำตอบมาฝากค่ะ

    ระดับน้ำ มีความสำคัญมาก เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่ใช้เช็คดิ่ง เช็คความราบ ของพื้นผิว (แนวตั้งและแนวนอน)

     

     

     

     

     

     

     

     

     

  • สำหรับงาน DIY ในบทความนี้เป็นอะไรที่สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยของเหลือใช้ใกล้ตัว ที่เราสามารถนำมาประยุกต์ทำเป็นสิ่งของเครื่องใช้ และของตกแต่งบ้านเก๋ๆได้ ลองมาดูกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง

    1. นำแผ่นไม้เก่ามาทำความสะอาด ทาสี หรือเคลือบสีตามต้องการ จากนั้นติดตะขอเหล็กเข้ากับไม้ ก็สามารถใช้เป็นที่แขวนโคมไฟ ตะเกียง ช่วยเพิ่มบรรยากาศภายในบ้าน นอกจากจะใช้งานได้แล้วยังสามารถใช้เป็นของตกแต่งบ้านไปในตัวได้อีกด้วย

           

     

    2. นำขวดแก้วรูปทรงเก๋ไก๋ มายึดติดกับแผ่นไม้เก่าที่เหลือจากการใช้งาน ทำเป็นแจกันสำหรับใส่ดอกไม้แล้วติดบริเวณผนังบ้านตามต้องการ ซึ่งเป็นของแต่งบ้านที่ทำได้ง่ายๆ แถมยังช่วยเพิ่มความสวยงาม สดชื่น เป็นธรรมชาติให้กันบ้านของเราได้มากเลยค่ะ

      

      

     

    3.  ทำที่แขวนของใช้ต่างๆ บริเวณหน้าประตูเข้าบ้าน หรือทำชั้นรูปทรงเก๋ๆ สำหรับวางของและแขวนของใช้จำเป็นที่ต้องใช้ประจำเพื่อความสะดวกในการหยิบใช้สอย เมื่อเวลาเข้า-ออกบ้าน นอกจากใช้งานได้แล้ว ยังเป็นของตกแต่งบ้านได้อีกด้วย

       

     

    4. หากนำเศษไม้เก่าที่เหลือใช้ยึดติดกับโถ หรือขวดน้ำที่ไม่ใช้แล้ว และนำไปกับผนังบริเวณห้องครัว ก้สามารถใช้เป็นที่ใส่ช้อน-ส้อม ทับพี ตะหลิว และยังใช้เป็นแขวนแก้วน้ำ หรือของอื่นๆ ตามที่เราต้องการได้ อาจเพิ่มลูกเล่นด้วยการใส่ลวดลาย ตัวหนังสือลงบนแผ่นไม้ นอกจากนี้ยังสามารถทำชั้นวางของตามมุมของกำแพงทำให้ดูมีมิติและมีความสวยงามด้วย

      

     

    เป็นยังไงบ้างคะ สำหรับไอเดียจากเศษไม้เก่าเหลือใช้ที่นำมา DIY ในบทความนี้ได้นำเสนอให้ดูแค่บางส่วนเท่านั้นนะคะ หากใครสนใจ ต้องการที่จะลองนำไปทำดูบ้างก็ได้นะคะ ซึ่งเป็นวิธีง่ายๆไม่ยุ่งยาก รับรองได้ว่าบ้านของคุณจะสวยงามไม่เหมือนใครเลยค่ะ

    ขอบคุณภาพประกอบจาก pinterest

  • ตามหลักฮวงจุ้ยนั้น โครงสร้างของบ้าน เช่น เสา คาน หรือเพดาน เป็นต้น ถือว่ามีความสำคัญมาก บ้านควรมีรูปทรงที่ดี และควรเลือกสีของหลังคาให้เข้ากับสมาชิกในบ้าน รวมถึงการเลือกรูปทรงของหลังคาที่เหมาะสมด้วย ดังนี้

     

    1. รูปทรงของบ้านที่ดี ควรมีลักษณะเป็นตอนลึก หรือรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ซึ่งถือว่าเป็นฮวงจุ้ยที่ดี

     

     

     

        2.รูปทรงของหลังคา มีดังนี้

     

     

    • หลังคาทรงจั่ว เช่น บ้านทรงไทย หลังคาจะเทออกทั้ง 2 ข้าง ซึ่งหลังคาที่เทออกด้านข้างทั้ง 2 ด้านนั้น จะทำให้กระแสชี่ไหลออกจากด้านข้างหมด

     

     

     

    • หลังคาทรงปั้นหยา ช่วยป้องกันแดด และฝนได้ทุกทาง ทำให้ตัวบ้านไม่ปะทะกับลม แดด และฝนมากเกินไป ด้านเฉียงทั้ง 4 ด้านของหลังคา ทางฮวงจุ้ยถือว่าดีมาก เพราะกระแสชี่สามารถไหลได้รอบบ้าน ซึ่งหมายถึงทรัพย์สิน เงินทองไหลเข้าบ้าน

     

     

     

    • หลังคาแบบโค้ง หรือตัดสี่เหลี่ยม ส่วนใหญ่จะเป็นตึกแถว หรือบ้านที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ แต่ไม่สามารถเก็บพลังชี่ได้ และเก็บทรัพย์ไม่อยู่

     

     

     

    • หลังคาแบบ 2 จั่ว ไม่เป็นที่นิยม เพราะกระแสชี่จะไหลชนกันเอง ระหว่างหลังคาทรงจั่วทั้ง 2 หลัง ส่งผลทำให้คนในบ้านแตกแยก ไม่ลงรอยกัน ถ้าเป็นเรือนหอ อาจส่งผลต่อชีวิตคู่ได้ แต่ในกรณีที่จำเป็นต้องทำหลังคาทรง 2 จั่ว ควรทำให้หลังคาไม่เท่ากัน เพื่อกำหนดฐานะของเจ้าของบ้านให้ชัดเจน และเจ้าของบ้านควรอยู่บ้านหลังที่มีหลังคาจั่วใหญ่ที่สุด ส่วนหลังคาจั่วเล็ก เป็นตำแหน่งของบริวาร

     

     

    ควรใช้รูปทรงของหลังคาให้เข้ากับธาตุของบ้าน และเจ้าของบ้านด้วย โดยปรับให้มีความสมดุล และเหมาะสมกัน ดังนี้

     

    สีประจำตามปีนักษัตร

     

     

     

    สีของหลังคาที่เหมาะสมกับวันเกิด มีดังนี้

    • วันอาทิตย์ เหมาะกับหลังคาสีแดงเลือดหมู และสีทองเข้ม ช่วยเสริมอำนาจ บารมี ธุรกิจการค้าขายดี ร่ำรวย
    • วันจันทร์ เหมาะกับหลังคาสีฟ้าอ่อน หรือสีฟ้าน้ำทะเล ช่วยเสริมเรื่องความรัก มีเสน่ห์กับคนรอบข้าง และมีคนคอยช่วยเหลือ
    • วันอังคาร เหมาะกับหลังคาสีฟ้าอ่อน และสีเทา ช่วยให้คนในบ้านมีชีวิตที่สงบสุข ร่มเย็น ไม่ทะเลาะกัน
    • วันพุธ เหมาะกับหลังคาสีเขียวอ่อน สีดำ และสีเทา ช่วยให้คนในบ้านมีความสงบสุข มีชีวิตชีวา และมีความคิดสร้างสรรค์
    • วันพฤหัสบดี เหมาะกับหลังคาสีเขียว สีน้ำตาล สีเทา และสีโอ๊ค ช่วยให้คนในบ้านมีความสุข สบาย ร่มเย็น และปลอดภัย
    • วันศุกร์ เหมาะกับหลังคาสีเขียว สีส้ม และสีควันบุหรี่ ช่วยให้ครอบครัวอบอุ่น สามัคคี ปลอดภัย และเข้มแข็ง
    • วันเสาร์ ใช้ได้กับทุกสี แต่ควรเป็นสีโทนอ่อน ช่วยให้มีชีวิตที่เป็นมงคล มีความสุข เงินทองไหลเข้าบ้าน

     

     

     

    1. เสา ทุกต้นที่อยู่ในบ้าน ควรมีลักษณะกลม เพราะฮวงจุ้ยจะดีกว่าเสาเหลี่ยม ช่วยให้พลังชีวิตไหลผ่านได้ง่าย

     

     

     

     

    4. คาน ที่อยู่ภายในบ้านจะมีผลต่อผู้ที่อยู่อาศัยภายในบ้าน ในสมัยโบราณมีความเชื่อว่า

    • คานที่มีขนาดใหญ่มากๆ จะทำให้รุสึกกดดัน
    • คานที่อยู่เหนือตียงนอน จะทำให้เจ้าของห้องรู้สึกปวดศีรษะ
    • คานที่อยู่เหนือช่องท้องของผู้นอน จะทำให้รู้สึกปวดท้อง
    • คานที่อยู่เหนือข้อเท้า ทำให้มีปัญหาเรื่องการเคลื่อนไหว
    • คานที่อยู่เหนือเตาไฟ หรือโต๊ะกินข้าว จะถูกขัดลาภ หรือสูญเสียเงิน

     

     

     

     

    1. เพดาน ควรมีความสูงที่ได้สัดส่วนที่พอเหมาะ ห้องที่เพดานต่ำเกินไป จะทำให้อึดอัด มีผลต่ออารมณ์ และความคิด

     

     การสร้างบ้านที่ตรงตามหลักฮวงจุ้ยนั้น เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้สมาชิกทุกคนครอบครัวได้รับแต่สิ่งดีๆ มีความสุข อบอุ่น ร่ำรวย ร่มเย็น และปลอดภัย ค่ะ

     

    ขอบคุณภาพประกอบจาก Pinterest

  • วัสดุทำอ่างซิงค์ล้างจาน มีหลากหลาย แต่แบบไหนที่เหมาะกับเรานะ ???
    ปัจจุบัน อ่างล้างจานที่มีขายกันตามร้านค้ามีวัสดุให้เลือกมากมาย
    ตัวอย่างได้แก่
    - อ่างซิงค์อลูมิเนียม
    - อ่างซิงค์สแตนเลส
    - อ่างซิงค์เหล็กชุบโครเมียม
    - อ่างซิงค์คอนกรีต
    - อ่างซิงค์แกรนิต
    - อ่างซิงค์พลาสติก
    .
    ----------------------------------------
    .
    ซึ่งวัสดุแต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติ
    ข้อดี ข้อเสียต่างกัน
    .
    เช่น ความทนทานต่อแรงกระแทก
    ทนต่อรอยขีดข่วน ความสวยงาม
    การเกิดสนิมเมื่อผ่านการใช้งาน
    เป็นต้น
     
    .