จะสร้างบ้านไม้ทั้งทีเลือกให้ดีก่อนไหม
By vLIVING PRO16 พฤศจิกายน 2567 10:23:15

 

บ้านไม้

          บ้านไม้ เป็นบ้านที่มีความสวยงาม คลาสสิก และอบอุ่น อากาศถ่ายเทได้ดี โปร่ง โล่ง สบาย มีความยืดหยุ่นสูง ง่ายต่อการซ่อมแซมแก้ไข รื้อถอน หรือตกแต่งเพิ่มเติม และสามารถนำไม้กลับมาใช้ใหม่ได้

          ควรเลือกใช้ไม้แต่ละประเภทให้เหมาะสมกับการใช้งาน เช่น ไม้บางประเภทอาจจะเหมาะสำหรับใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ หรือบางประเภท เหมาะสำหรับทำโครงสร้างบ้าน วันนี้เราจะมาดูกันว่าไม้ที่ใช้ทำการก่อสร้างหลักๆมีอะไรบ้าง

 

ไม้เต็ง

เนื้อไม้มีผิวหยาบ เหมาะสำหรับงานที่โชว์ลวดลายของไม้ ส่วนใหญ่เหมาะสำหรับใช้กับงานภายนอก และงานโครงสร้างเป็นหลัก เช่น เสา และคาน

 

ไม้แดง

เนื้อไม้มีความแข็งแรง มีสีน้ำตาลอมแดง มีสีสันสวยงามนิยมใช้เป็นโครงสร้างที่ต้องการโชว์สีและลายไม้ เช่นวงกบ พื้น ไม่เหมาะที่จะนำมาทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ เพราะเนื้อไม้มีความแข็งแรงมาก

 

 ไม้มะค่า

มีความแข็งแรงมาก ส่วนใหญ่นิยมนำมาใช้ทำพื้นไม้ และบันไดบ้าน

 

ไม้ตะแบก

ลักษณะเนื้อไม้สีเทาจนถึงสีน้ำตาลอมเทา เสี้ยนตรง เนื้อละเอียด ส่วนมากนำมาทำไม้ปูพื้น ลายใกล้เคียงกับไม้สัก สีอ่อนสุดเมื่อเทียบกับไม้ชนิดอื่นๆ ตกแต่งได้ง่าย เหมาะกับการใช้ในงานภายนอกอาคารเช่น พื้นภายในบ้านและประตู ข้อเสียคือมักบิดตัวและโก่งงอง่ายหากโดนความร้อนหรือความชื้นนาน ๆ  

 

ไม้ตะเคียน 

ไม้เนื้อแข็งมีความทนทานสูง สีน้ำตาลอมส้ม ทนปลวกได้ดีนิยมใช้ทำวงกบประตูและพื้น

 

 

ไม้สัก 

มีลายไม้ที่สวยงาม และคงทน เหมาะสำหรับใช้เป็นส่วนประกอบของโครงสร้างบ้าน หรือส่วนต่างๆ ของบ้านที่ต้องการความสวยงาม เช่น บานประตู หน้าต่าง และเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น

 

 

ไม้ยาง

เหมาะสำหรับใช้ทำประตู วงกบ พื้น บันได และเฟอร์นิเจอร์

 

ไม้จำปา

ไม้เนื้ออ่อน คล้ายไม้สัก ราคาใกล้เคียงกับไม้เต็ง เหมาะกับการที่ใช้ภายใน ข้อเสียไม่ทนความชื้นและน้ำ จะทำให้ไม้ผุ  ไม้จะมีการบิดงอได้  ส่วนใหญ่นิยมใช้กับงานภายใน เช่น ประตู เป็นต้น

 

ข้อควรระวังสำหรับบ้านไม้ คือ

  1. จำเป็นต้องใช้ช่างที่มีประสบการณ์ในการสร้างบ้านไม้ ต้องมีฝีมือที่ประณีต เรียบร้อย และสวยงาม
  2. ในปัจจุบันไม้หายากมากขึ้น จึงทำให้ไม้มีราคาแพง
  3. ปลวก และแมลงสามารถกันกินไม้ได้
  4. เสื่อมโทรม ผุ พังได้ตามอายุการใช้งาน และตามสภาพดินฟ้าอากาศ

 

 

 

 

vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  •        พูดถึงที่ดินก็เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ เพราะถือว่าเป็นหลักปัจจัย 4 ในการดำรงชีพของมนุษย์ ไว้เป็นที่อยู่อาศัยพึ่งพิงแล้วหากเรามีที่ดินเปล่าที่ยังไม่คิดจะใช้งานในที่ดินผืนนี้ เราควรจะรักษาสิทธิ์อย่างไรบ้างวันนี้เรามาดูกันว่า การดูแลที่ดินที่เราได้ซื้อไว้แล้วยังไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์จะต้องดำเนินการอย่างไรบ้างมาดูกัน

     

     

    ควรไปดูแลที่ดินอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อไม่ปล่อยไว้เป็นที่รกร้าง

     

     

    2.หากไปดูที่ดินแล้วควรสอบถาม ชาวบ้านบริเวณนั้น ว่าที่ดินมีใครเข้ามาบุกรุกหรือเข้ามาวุ่นวายไหม

     

     

    3.ตรวจสอบหลักหมุดว่ามีการชำรุดหรือมีการเคลื่อนย้ายไหม  หากหลักหมุดหายไปสิ่งที่ควรทำคือ

    3.1แจ้งตำรวจเพื่อดำเนินคดี(ไม่ใช่แจ้งเป็นหลักฐานแค่ลงบันทึกประจำวัน)เพราะการทำลายหลักหมุดเป็นคดีอาญา

    3.2แจ้งที่ดินเพื่อดำเนินการสอบหมุดรังวัดใหม่

     

     

    4.รังวัดที่ดินในทุกๆ5 ปี เพราะที่ดินอาจจะเพิ่มหรือลดได้ ยิ่งที่ดินอยู่ริมแม่น้ำหรือริมตลิ่ง

     

    5.หากมีคนเข้ามาอาศัยในพื้นที่เรา ควรเข้าไปเจรจาว่าเค้ารุกล้ำที่ดินของเราอยู่  หากเค้าต้องการที่จะเช่าหรือซื้อก็ควรจะเจรจาให้เรียบร้อยไม่ใช่มาบุกรุกที่ดินคนอื่น

     

     

    6.ที่ดินควรล้อมรั้วเพื่อกำหนดขอบเขตให้ชัดเจนว่าเป็นที่ดินมีเจ้าของ

     

    7.ติดป้ายไว้เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของเพื่อให้ได้รู้ว่าไม่ใช่ที่ดินสาธารณะ ไม่ให้ใครมารุกล้ำ

     

     

    8.คอยเช็คดูว่ามีร่องรอยของทางเดินรถผ่านไหม เพราะที่ดินอาจโดนใช้เป็นทางผ่านรถไปได้หากเราไม่เข้าไปดูแล

     

     

    คนที่เป็นเจ้าของไม่ควรปล่อยที่ดินไว้โดยไม่ได้ไประบุ ว่าเป็นที่ดินของตนเอง เพราะหากเราปล่อยไว้อาจจะมีคนเข้ามาใช้ประโยชน์บนที่ดินของเรา เพราะอาจจะเกิดการครอบครองปรปักษ์ได้   การครอบครองปรปักษ์ คือการแย่งกรรมสิทธิ์ ของเจ้าของที่ดินโดยการเข้าไปในที่ดินที่มีฉโนดของผู้อื่นโดยสงบหรือเปิดเผย ด้วยการแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของและได้ใช้ประโยชน์ติดต่อมาถึง 10 ปี เมื่อครบกำหนดแล้วคนนั้นจะได้เป็นเจ้าของโดยทันทีเพราะเหตุนี้เราจึงต้องเข้าไปดูที่ดินว่างเปล่าที่เราคิดว่าไม่มีประโยชน์บ่อยๆนะครับ

  • หน้าบัน ช่วยป้องกันแดด และฝนไม่ให้เข้าไปภายในตัวอาคาร แถมยังมีความสวยงามอีกด้วยค่ะ สำหรับบ้านเรือนทั่วไปจะเรียกว่า "หน้าจั่ว" หน้าบัน มีลักษณะอย่างไร และอยู่ส่วนไหนของตัวอาคาร เรามาทำความรู้จักไปพร้อมกันค่ะ

     

     

    หน้าบัน มีลักษณะที่หลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับอาคารก่อสร้างของแต่ละศาสนา และแต่ละรูปแบบของอาคารบ้านเรือน ซึ่งมีความสวยงาม และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างกันด้วยค่ะ

  • เลือกต้นไม้แบบไหน ที่เหมาะกับการปลูกในบ้านมากที่สุด วันนี้เรามีตัวอย่างต้นไม้ การปลูกและการดูแล รวมไปถึงข้อดี ข้อเสีย มาฝากกัน

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

  • เชือกหรือเส้นด้ายสามารถนำมาทำ D.I.Y สำหรับตกแต่งบ้านได้หลากหลาย และนี่คืออีก 1 ไอเดียในการนำเชือกมาทำเป็นโคมไฟสุดสวย และไม่ซ้ำใคร ซึ่งขั้นตอนการทำก็แสนจะง่ายดาย สามารถทำเองได้ แถมยังประหยัดงบประมาณอีกต่างหาก เรามาดูภาพตัวอย่างของโคมไฟเชือกกันดีกว่าว่ามีแบบไหน และขั้นตอนการทำเป็นยังไงบ้าง?

      

    อุปกรณ์สำหรับการทำโคมไฟจากเส้นด้าย หรือเชือกมีดังนี้

    1.   เชือกป่าน หรือเส้นด้าย (สีตามใจชอบ)

    2.   กาวลาเท็กซ์

    3.   ชามหรือกะละมัง

    4.   น้ำเปล่า

    5.   กรรไกร

    6.   ลูกบอลยาง หรือลูกโป่งขนาดต่างๆ ตามต้องการที่จะใช้ทำโคมไฟ

    7.   เข็ม หรือ ไม้ลูกชิ้นปลายแหลม

    8.   สายไฟปาร์ตี้ หรือชุดหลอดไฟ

    9.   ปากกาเมจิก

    10. เข็มสำหรับปล่อยลมลูกบอล

     

    วิธีการทำ

    1. ใช้ปากกาเมจิกวาดช่องว่างให้ได้ขนาดที่พอดี เพื่อที่จะนำหลอดไฟใส่เข้าไปได้ 

     

     

    2. เป่าลูกบอลยาง หรือลูกโป่งที่เตรียมไว้ให้มีขนาดพอดีกับโคมไฟที่เราต้องการ

     

    3. ใส่น้ำเปล่าลงไปในชามที่เตรียมไว้ เทกาวตามลงไปในชาม แล้วคนให้เข้ากัน

     

     

    4. เอาเชือกหรือด้ายที่เตรียมไว้ลงไปชุบในน้ำกาว

      

     

    5. แล้วเอาเชือก หรือด้ายมาพันรอบลูกโป่ง ทับไปทับมาเหมือนตาข่ายหรือรังนกจนเป็นลูกกลมๆเต็มลูกโป่ง หรือลูกบอลยาง

      

     

    6. ใช้ไดร์เป่าผมเป่า หรือทิ้งไว้จนกาวแห้ง

      

     

    7. ใช้เข็มเจาะลูกโป่งให้แตก หรือปล่อยลมออกจากลูกบอลยาง แล้วเอาลูกโปร่งออกมา

      

     

     

    8. เอาโคมไฟไปใส่เข้าไปในโคมเชือกหรือด้าย แล้วนำไปติดตั้งตามจุดต่างๆของบ้านได้ตามใจชอบเลยค่ะ 

        

       

     

    ลองนำเทคนิคต่างๆ เหล่านี้ไปปรับใช้ และลองทำกันดูนะคะ สามารถทำได้ทั้งโคมไฟเส้นด้ายแบบเล็กๆ และโคมไฟขนาดใหญ่ที่ทำจากเชือก นับเป็นของแต่งบ้านอีกชิ้นที่สวยงาม และให้ความโรแมนติกไม่เบาเลยค่ะ 

     

    ของคุณภาพประกอบจาก pinterest

  • วันคริสต์มาส และวันปีใหม่ เทศกาลแห่งความสนุกสนาน งานปาร์ตี้สนุกๆ ใกล้มาถึงแล้ว เรามาเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับวันแห่งความสุขที่ใกล้จะถึงเร็วๆ กันดีกว่า ด้วยการตกแต่งบ้านให้พร้อมรับกับความสุข ความสนุก กับไอเดีย DIY ช่วยประหยัดเงิน แต่ก็สามารถแต่งบ้านให้สวยสดใส พร้อมสำหรับการเฉลิมฉลองได้ค่ะ

     

    1. ทำโมบายด้วยวัสดุต่างๆ ใกล้ตัว เช่น พับกระดาษแบ่งครึ่งให้เท่าๆ กัน วาดรูปเกล็ดหิมะ รูปดาว หรือรูปที่ต้องการลงไป แล้วนำมาร้อยเชือก  หรืออีกไอเดียหนึ่งคือโมบายแต่งโต๊ะดินเนอร์ โดยการนำเถาวัลย์ หรือท่อนไม้มาผูกเชือกให้แน่นหนา แล้วนำของตกแต่งต่าง ๆ มาแขวนให้สวยงาม ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย 

     

    2. ทำพวงมาลัยจากจุกก๊อก ไม้หนีบผ้า หรือวัสดุอื่นๆ หากที่บ้านมีจุกก๊อกที่เหลือจากงานปาร์ตี้ หรือไม้หนีบผ้านำมาติดกาวและตกแต่งให้สวยงาม หรืออาจนำกิ่งไม้ ลวดมัดรวมๆ กัน หรือกระดาษแข็งตัดเป็นห่วงวงกลมก็ได้ แล้วหาดอกไม้ผ้า ลูกไม้ ริบบิ้น และอื่นๆมาตกแต่งนำเือกหรือรีบบิ้นมีทำเป็นห่วงไว้สำหรับแขวน แค่นี้ก็เรียบร้อย

     

     

    3. ทำแบรนด์เนอร์สุดเก๋ตกแต่งบ้าน ทำได้ง่าย และประหยัด เช่น ทำสายรุ้งต้นสน ดาว หรือรูปอื่นๆ อาจทำจากผ้าสักหลาด หรือกระดาษสีก็ได้ ตัดเป็นรูปต้นสน แล้วนำมาเย็บต่อกันเป็นสายยาวๆ หรืออาจนำกระดาษมาประดิษฐ์เป็นตัวอักษร ตกแต่งอีกนิดหน่อยให้สวยงาม เสร็จแล้วนำไปติดในบริเวณที่ต้องการได้เลย

     

     

    4. ประดิษฐ์ดางดาวจากไม้เหลือใช้ นำกิ่งไม้มาต่อกันให้เป็นรูปดาว แล้วตกแต่งด้วยต้นไม้-ดอกไม้ หรือไฟประดับ แล้วนำไปติดตามมุมต่างๆ ของบ้าน เพิ่มบรรยากาศให้กับบ้าน เพื่อต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขที่จะมาถึง

     

    ไอเดียแต่งบ้าน DIY เพื่อต้อนรับคริสต์มาสและปีใหม่เหล่านี้ ที่เรานำมาฝากกัน เพื่อนๆ ลองนำไปทำดูนะคะ ช่วยประหยัดตังค์ในกระเป๋าของเพ่อนๆ ได้เยอะเลยค่ะ

     

    ขอบคุณรูปภาพประกอบจาก Pinterest