หลังคาบ้าน แก้ปัญหาบ้านร้อนได้ยังไงนะ?
By vLIVING PRO20 กุมภาพันธ์ 2561 14:50:13

เมื่อลมร้อนพัดผ่านมาเมื่อไร บ้านก็จะร้อนจนกลายเป็นเตาอบ เพราะแสงแดดแผดเผา เนื่องจากความร้อนที่เข้ามาภายในบ้านส่วนใหญ่มักจะมาจากหลังคา ดังนั้นหากต้องการจะแก้ปัญหาบ้านร้อนให้ได้ผลดี จึงควรเริ่มที่หลังคาก่อน เพื่อช่วยลดและป้องกันความร้อนจากหลังคา เพิ่มความเย็นให้กับบ้านของเรา มาฝากทุกคน ดังนี้ 

 

 

1. ใช้หลังคาสีอ่อน เพื่อช่วยสะท้อนรังสีความร้อน    

 

 

 

 

 

 

2. ชายคา ควรมีระยะยื่นออกมาอย่างน้อย 1 เมตร และฝ้าชายคา ควรมีช่องระบายความร้อน รวมทั้งช่องตรงฝ้าชายคายิ่งเยอะ

ก็จะยิ่งช่วยระบายความร้อนได้ดีขึ้นด้วย

 

 


 

 

 

3. ช่องว่างใต้หลังคา ควรมีความสูงมากพอ เพื่อช่วยเพิ่มพื้นที่ในการกักเก็บความร้อนบริเวณใต้หลังคา ทำให้ความร้อนแผ่ลงมายังตัวบ้านได้น้อยลง

 

 

 

 

 

 

 

  4. การติดตั้งแผ่นฟอยล์สะท้อนความร้อน สามารถปูได้ทั้งบนแปรหลังคา หรือปูใต้แปหลังคาก็ได้  

 

 

 

 

 

 5. การติดตั้งฉนวนกันความร้อนบนฝ้าเพดาน ฉนวนมีความหนาตั้งแต่ 2 นิ้ว – 6 นิ้ว แต่ฉนวนกันความร้อนยิ่งมีความหนามากก็จะยิ่งมีน้ำหนักมากขึ้นเช่นกัน จึงต้องทำโครงฝ้าให้แข็งแรงมากขึ้นด้วย     

         

 

 

 

 

 

ไม่ว่าจะเลือกใช้วิธีใดก้ตาม สิ่งสำคัญคือ ควรคำนึงถึงความเหมาะสมสำหรับบ้านของเรา ไม่ว่าจะเป็นบ้านเก่า หรือบ้านสร้างใหม่และควรขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้วย

 

 

ขอบคุณรูปภาพจาก Pinterest                  

vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  • ก่อนที่หน้าฝนกำลังจะมาเยือนในเวลาอันใกล้นี้ เราควรเตรียมตัวรับมือไว้ล่วงหน้า โดยการตรวจสอบบ้านที่รัก ก่อนจะเกิดปัญหาหนักอก รำคาญใจ โดยเฉพาะบริเวณดาดฟ้า และระเบียงบ้าน ซึ่งปัญหาเรื่องดาดฟ้า ระเบียงบ้านรั่วซึมนั้น สามารถเกิดขึ้นได้มากมายหลายสาเหตุด้วยกัน มาดูกันนะคะว่า เกิดจากอะไรได้บ้าง??

     

     

     

     

     

    สาเหตุที่ทำให้ดาดฟ้า และระเบียงบ้านรั่งซึมเกิดจาก

    1. ดาดฟ้า และระเบียงบ้าน ตากแดด ฝน มาเป็นเวลายาวนาน จึงทำให้คอนกรีตพื้นบริเวณดาดฟ้าเสื่อมสภาพ และส่งผลให้น้ำรั่วซึมลงมายังตัวบ้านได้
    2. พื้นผิวบนดาดฟ้า หรือระเบียงบ้านมีความลาดชันน้อย ทำให้น้ำระบายได้ไม่ดี
    3. มีแอ่งน้ำขังบนดาดฟ้า หรือระเบียงบ้าน เนื่องจากพื้นดาดฟ้าแอ่นเป็นบ่อ ซึ่งอาจเกิดจากการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น การผสมปูนผิดสัดส่วน หรือการเทคอนกรีตพื้นที่ไม่ได้ระดับ จึงทำให้เกิดน้ำขังได้
    4. บริเวณพื้นบนดาดฟ้า หรือระเบียงบ้านมีรอยร้าว แตกลายงา หรือมีรอยแตกตามแนวคาน สาเหตุอาจเป็นเพราะไม่ได้เสริมเหล็กตามแนวคานก่อนที่จะเทคอนกรีต
    5. ขนาดของท่อน้ำทิ้งบนดาดฟ้า หรือระเบียงบ้านเล็กเกินไป หรือจำนวนท่อน้ำทิ้งมีไม่พอต่อการระบายน้ำ จึงส่งผลให้ท่อน้ำอุดตัน

     

     

     

     

    วิธีแก้ปัญหาดาดฟ้า และระเบียงบ้านรั่ว มีดังนี้

    1. สกัดปูนทรายของเดิมบริเวณที่เป็นแอ่งน้ำออกก่อน แล้วทำระบบกันซึม จากนั้นจึงเทปูนทรายเพื่อปรับระดับพื้นใหม่
    2. ใช้ฝาตะแกรงน้ำทิ้งแบบ Roof Drain ซึ่งเป็นฝาตะแกรงยกที่สูงจากพื้น เพื่อช่วยป้องกันการอุดตันที่ปากท่อน้ำทิ้ง ขนาดโดยทั่วไปที่นิยมนำมาใช้งานกัน คือ ต่อกับท่อ 2 – 3 นิ้ว และควรติดตั้งท่อน้ำทิ้งอย่างน้อย 1 จุด ต่อพื้นที่ 30 – 40 ตารางเมตร
    3. อาจเลือกใช้ฟลิ้นโค้ททาตรงรอยแตก แล้วขังน้ำไว้ เพื่อหารอยรั่วซึม ถ้ารอยแตกมีขนาดใหญ่ และกว้างมาก ควรทาซีเมนต์กันซึมด้วย
    4. การปูกระเบื้องเซรามิคทับบนผิวพื้น สามารถช่วยกันซึมได้ดี ทนต่อแสงแดด และฝนได้ดีกว่าปูนซีเมนต์ทั่วไป แต่ควรระวังเรื่องยาแนวหลุดร่อนตามรอยต่อกระเบื้อง ดังนั้นจึงควรใช้กาวยาแนวคุณภาพดี และหมั่นดูแลซ่อมแซมกำจัดสิ่งสกปรกอย่างสม่ำเสมอ

     

     

    ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ จะหมดไปหากเราหันมาดูแลใส่ใจ ได้รู้ถึงสาเหตุ วิธีการป้องกัน และการแก้ไข ปัญหาการรั่วซึมของดาดฟ้า และระเบียงบ้าน ต่อจากนี้ไปเมื่อหน้าฝนมาถึง ก็ไม่ต้องหนักใจกับปัญหาจุกจิกอีกต่อไป

     

    ขอบคุณรูปภาพจาก Pinterest

  • วัสดุแผ่นที่ใช้ในบ้าน ยังมีอีกชนิดหนึ่งซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไปคือ “ซีเมนต์บอร์ด” ทั้งแผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ และแผ่นไม้อัดซีเมนต์ ซึ่งต่างก็เป็นวัสดุประเภท “ซีเมนต์บอร์ด” ทั้งคู่ แต่คุณสมบัติจะแตกต่างกันออกไป ส่วนจะต่างกันอย่างไร และมีข้อดี-ข้อเสียอะไรบ้างมาดูกันค่ะ 

     

     

     

     

      

     

    จากข้อมูลทั้งหมดนี้ เพื่อนๆ คงจะเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างแผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ กับแผ่นไม้อัดซีเมนต์ มากขึ้นแล้วนะคะ และเราหวังว่าทุกคนจะนำความรู้เหล่านี้ไปเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสม เพราะวัสดุทั้ง 2 ชนิดนี้มีความน่าสนใจมากสำหรับการนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของบ้านค่ะ

  • การปูกระเบื้องแบบซาลาเปาไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง ทำให้เกิดผลกระทบตามมามากมาย เช่น กระเบื้องหลุดร่อน แตกร้าว น้ำซึมผ่านเข้าไปในกระเบื้อง ปัญหาการเกิดคราบขาวบริเวณผิวกระเบื้อง และอายุการใช้งานของกระเบื้องที่สั้นลง ส่งผลให้ต้องเสียเงินจ้างช่างมาซ่อมแซม หรือต้องปูกระเบื้องใหม่อีกครั้ง

    การปูกระเื้องแบบซาลาเปา คือ การนำปูนกาวซีเมนต์มาโปะหลังกระเบื้อง แล้ววางกดลงไปบนพื้นผิวปูนหยาบ ทำได้ง่ายรวดเร็วและประหยัด แต่ไม่ควรทำ เนื่องจากกระเบื้องจะหลุดร่อนง่าย

     

    เพราะหน้าสัมผัสของปูน และกระเบื้องน้อย บริเวณขอบกระเบื้องมีแต่โพรงอากาศไม่มีเนื้องปูน ทำให้กระเบื้องบิ่น และแตกร้าวง่าย ที่สำคัญห้ามปูแบบซาลาเปาในพื้นที่สัมผัสน้ำ

     

    เพราะโพรงอากาศใต้กระเบื้องจะขังน้ำขัง ทำให้น้ำซึมผ่านลงข้างล่างได้ วิธีทดสอบ คือ สุ่มตรวจโดยการเคาะกระเบื้อง และฟังเสียง 

    ข้อแนะนำ!! หากพบว่าเป็นการปูแบบซาลาเปา ควรรื้อปูใหม่ให้ถูกต้อง

     

    ควรศึกษาวิธีการปูกระเบื้องที่ถูกวิธี เพื่อจะได้ไม่มีปัญหาเกิดขึ้นตามมาในระยะยาว และจะได้รู้ทันช่าง หากพบเห็นว่าช่าง ปูกระเบื้องไม่ถูกวิธี เราามารถบอกให้ช่างทำการแก้ไขให้ถูกต้องได้ 

  • ลูกฟัก?

    หรือที่เรียกกันว่ากรอบบานลูกฟัก

    คืออะไร....อยู่ในส่วนไหนของงานช่าง....

    วันนี้ผมมีคำตอบมาให้ครับ