ระยะร่นสำคัญขนาดไหนในงานก่อสร้าง?
By vLIVING PRO18 กรกฎาคม 2562 06:42:40

ศาลาริมน้ำถล่ม / วันที่ 16 ก.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสงคราม รับแจ้งเหตุศาลาริมน้ำขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง บริเวณท่าน้ำวัดเพชรสมุทรวรวิหาร อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม ถล่มลงในแม่น้ำแม่กลองเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บและสูญหายในน้ำหลายราย (แหล่งที่มา จาก ข่าวสด )

ในการก่อสร้างหรือดัดแปลงใกล้บ้านหรือใกล้แหล่งน้ำสาธารณะจะมีกฎหมายควบคุมอาคาร การก่อสร้างหรือดัดแปลงควบคุมอยู่ซึ่งกำหนดให้มีระยะร่นห่างจาก เขตแหล่งน้ำสาธารณะตามกฎหมายควบคุมอาคารกำหนด

            ระยะร่นอาคารจากแหล่งน้ำสาธารณะ ต้องร่นแนวอาคาร ให้ห่างจากแนวเขตที่กฎหมายระบุไว้  ระยะร่นของแนวอาคารจากแหล่งน้ำสาธารณะ ขึ้นอยู่กับความกว้างของแหล่งน้ำสาธารณะโดยแนวเขตแหล่งน้ำสาธารณะเป็นจุดที่วัดระยะร่นดังนี้

 

1.ระยะร่นแหล่งน้ำสาธารณะมีความกว้างน้อยกว่า 10 เมตร

 

2.ระยะร่นแหล่งน้ำสาธารณะมีความกว้าง 10 เมตรขึ้นไป

 

3.ระยะร่นแหล่งน้ำสาธารณะขนาดใหญ่

 

        กฎหมายควบคุมอาคารจะผ่อนผันให้กับการก่อสร้างที่ติดกับเขตใกล้แหล่งแม่น้ำสาธารณะโดยไม่ต้องมีระยะร่น ได้แก่ สะพาน, เขื่อน, รั้ว, ท่อระบายน้ำ, ท่าเรือ, ป้าย, อู่เรือ, คานเรือ หรือที่ว่างซึ่งใช้เป็นที่จอดรถ (ลักษณะเป็นลานจอดรถโดยต้องไม่มีหลังคาคลุม และมีระดับสูงไม่เกิน 1.20 เมตร) โดยก่อนจะสร้างจะต้องตรวจสอบดังนี้

 

1.ตรวจสอบรูปแผนที่โฉนดที่ดิน

ที่ดินมีระบุว่าด้านใดติดกับแหล่งแม่น้ำสาธารณะ หรือผ่านเข้ามาในแปลงที่ดินหรือไม่ เพราะโฉนดที่ดินทุกฉบับต้องเขียนแผนที่ที่ดินโดยสังเขป ว่าที่ดินของเราติดกับอะไร หรือโฉนดอาจมีเขียนว่าห้วยสาธารณะให้ประโยชน์ก็ถือว่าเป็นแหล่งน้ำสาธารณะเช่นกัน

 

2.ตรวจสอบที่ดินควบคู่กับโฉนดไปด้วย

- โฉนดกับที่ดินปัจจุบันไม่ตรงกัน

- โฉนดติดแหล่งน้ำสาธารณะแต่ไปดูจริงเป็นถนนไปแล้ว

- โฉนดไม่ได้ระบุ แต่พื้นที่จริงติดลำรางน้ำ

 

3.ตรวจสอบแนวเขตแหล่งน้ำสาธารณะ

ว่าใช่แนวเดียวกับที่ดินของเราที่ชิดกับแหล่งน้ำไหมเพราะเจ้าหน้าที่อาจจะยึดจากสภาพจริงเป็นเขตแหล่งน้ำได้ เช่นหากมีเขื่อนริมน้ำก็ให้ถือเอาตามแนวสันเขื่อนเป็นเขตแหล่งน้ำ

 

4.มีกฎหมายควบคุมอาคารเพิ่ม

หากเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญเช่นแม่น้ำเจ้าพระยา มีข้อบัญญัติกำหนด เมื่อปี 2542 ว่าการควบคุมการก่อสร้าง ดัดแปลงอาคารริมแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสองฝั่ง ซึ่งจะมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการจำกัดความสูงของอาคารที่ก่อสร้างหรือดัดแปลง ตามระยะที่ห่างจากริมฝั่งแม่น้ำ เช่น กรณีก่อสร้างห่างไม่เกิน 15 เมตรจากริมฝั่งแม่น้ำ ให้ก่อสร้างอาคารที่มีความสูงไม่เกิน 8 เมตร

 

 

ขอบคุณรูปภาพจาก

ไทยรัฐ , ข่าวสด

vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  • บ้านจะน่าอยู่ก็มีปัจจัยหลายๆอย่างรวมกัน การทำความสะอาดบ้านถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะเราใช้บ้านเป็นที่พักอาศัย หลับนอน ในยามที่เราเหนื่อยล้ากลับมา วันนี้เรามีวิธี เคล็ดลับง่ายๆในการทำความสะอาดบ้านมาฝากกัน

  •      ปัญหาห้องน้ำที่ชักโครกกดไม่ลง เป็นปัญหาที่พบกันบ่อยมากๆ แล้วยังเป็นปัญหาจุกจิกกวนใจ จริงๆแล้วสาเหตุเกิดจากอะไร ?  หรือบางครั้งการที่เราติดตั้งสุขภัณฑ์ถูกวิธีแล้วก็ยังเกิดปัญหาอยู่ วันนี้เรายกตัวอย่างมาฝากกัน

  • การรั่วซึมของดาดฟ้าและระเบียงบ้าน เกิดขึ้นได้หลายสาเหตุด้วยกัน  สิ่งแรกที่ควรทำ คือ หาจุดรั่วซึมที่แท้จริงให้เจอ เนื่องจากแต่ละจุดมีวิธีการซ่อมแซมที่แตกต่างกัน ดังนี้

     

     

     

      1.ดาดฟ้าและระเบียงตากแดด ฝนมาเป็นเวลานาน ทำให้พื้นคอนกรีตเสื่อมสภาพ น้ำจึงซึมผ่านได้ง่าย

      2.พื้นผิวมีความลาดชันน้อย ทำให้น้ำระบายได้ไม่ดี จึงเกิดน้ำท่วมขัง

      3.พื้นบนดาดฟ้าแอ่นเป็นบ่อ อาจเกิดจากการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน จึงทำให้เกิดแอ่งน้ำขึ้นบนดาดฟ้า เช่น การผสมปูนผิดสัดส่วน หรือการเทคอนกรีตพื้นที่ไม่ได้ระดับ เป็นต้น จึงทำให้เกิดน้ำขัง

      4.พื้นมีรอยร้าว รอยแตกลายงา หรือแตกตามแนวคาน สาเหตุอาจเกิดจากไม่ได้เสริมเหล็กตามแนวคาน ก่อนเทคอนกรีต ดังนั้นจึงควรใส่เหล็กเสริมไว้ตั้งแต่ทำการก่อสร้างครั้งแรก ก่อนที่จะเทคอนกรีตไม่ควรปล่อยให้เกิดปัญหาแล้วถึงจะทำ

      5.ขนาดของท่อน้ำทิ้งเล็กเกินไป จึงทำให้ท่อน้ำอุดตัน หรือจำนวนของท่อน้ำทิ้งไม่พอต่อการระบายน้ำ

     

     

     

    วิธีแก้ไขปัญหาดาดฟ้าและระเบียงบ้านรั่วซึม มีดังนี้

     

      

     

    1.สกัดปูนทรายของเดิมตรงบริเวณที่เป็นแอ่งน้ำออก จากนั้นทาระบบกันซึม แล้วเทปูนทรายปรับระดับพื้นใหม่

    2. ใช้ฝาตะแกรงน้ำทิ้งแบบ Roof Drain ซึ่งมีฝาตะแกรงยกสูงจากพื้น เพื่อช่วยป้องกันการอุดตันที่ปากท่อน้ำทิ้ง ขนาดทั่วไปที่ใช้งานกันคือ ต่อกับท่อ 2 - 3 นิ้ว และควรติดตั้งท่อน้ำทิ้งอย่างน้อย 1 จุด ต่อพื้นที่ 30 – 40 ตารางเมตร

    3. อาจเลือกใช้ฟลิ้นโค้ททาบริเวณรอยแตกร้าว แล้วใส่น้ำขังทิ้งไว้ เพื่อหารอยรั่วซึม ถ้ารอยแตกมีขนาดใหญ่ และกว้าง ควรทาซีเมนต์กันซึมด้วย

    4. การปูกระเบื้องเซรามิคทับบนผิวพื้น ซึ่งสามารถกันการรั่วซึมได้ดี รวมทั้งสามารถทนแดด และฝนได้ดีกว่าปูนซีเมนต์ทั่วไป แต่ควรระวังเรื่องยาแนวหลุดร่อนตามรอยต่อของกระเบื้อง ดังนั้นจึงควรใช้ยาแนวที่มีคุณภาพดี และหมั่นดูแลซ่อมแซมกำจัดสิ่งสกปรกอย่างสม่ำเสมอด้วย

      

    ผู้อ่านทุกท่าน คงทราบถึงสาเหตุ การป้องกัน และการแก้ไขปัญหาดาดฟ้า และระเบียงรั่วซึมกันไปแล้ว ต่อจากนี้ไปเมื่อเข้าสู่ช่วงหน้าฝน ก็ไม่ต้องหนักใจกับปัญหาจุกจิกกวนใจ เหล่านี้อีกต่อไปแล้วหล่ะค่ะ

     

    ขอขอบคุณรูปภาพจาก Pinterest
  •  

              โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กที่มีลักษณะเป็นแนวนอน  แผ่น แบน หรือเรียกกันอีกอย่างว่าสแลบ มักจะนิยมใช้กับงานพื้น หลังคา มีทั้งแบบการก่อสร้างแบบหล่อในที่ และแบบพื้นสำเร็จ โดยการก่อสร้างนั้นจะทำวิธีเดียวกันกับแบบการทำโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กทั่วๆไป สแลบจะเกี่ยวข้องกับอะไรบ้างนั้นมาดูกัน

     

  • แสงแดดร้อนๆยามบ่าย แผดเผาบ้านเรือน ทำให้บ้านมีความร้อนมาก การติดตั้งระแนงไม้ จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยลดความร้อนภายในบ้านได้ และยังช่วยลดค่าไฟฟ้าจากการเปิดใช้เครื่องปรับอากาศ รวมถึงช่วยทำให้บ้านดูน่าอยู่มากขึ้นด้วย

     

    การติดตั้งระแนงไม้ สามารถติดตั้งได้กับผนังบ้าน ชายคาบ้าน หรือบริเวณที่แสงแดดส่องเข้ามาในบ้านมากเกินไป รวมถึงต้องขึ้นอยู่กับความเหมาะสม และประโยชน์ใช้สอยด้วย นอกจากนี้ การติดตั้งระแนงไม้ โดยทั่วไปนิยมใช้ไม้ระแนงขนาดหน้ากว้าง 3 นิ้ว และเว้นช่องไฟ 1 นิ้ว เพื่อให้มีแสงแดดส่องผ่านได้บ้าง หรือติดตั้งระแนงเฉียง 45 องศา เพื่อช่วยในการบังแดด กันฝน และช่วยให้ลมผ่านได้ดี

     

     วัสดุที่นำมาใช้ทำระแนง มีอยู่ 3 ชนิดหลักๆ ดังนี้

    1. ระแนงไม้เทียม

     

      

    มีราคาถูก หาง่าย มีความทนทานต่อแสงแดดได้เป็นอย่างดี ติดตั้งง่าย ไม่เป็นวัสดุลามไฟ และปลอดภัยจากแมลงกินไม้ แต่สิ่งที่ต้องระวัง คือ ไม่ควรใช้ไม้เทียมรับน้ำหนักโดยตรง

     

    1. ระแนงไม้จริง

    เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบไม้จริง ส่วนใหญ่นิยมใช้ไม้เนื้อแข็ง เนื่องจากมีลวดลายที่สวยงามเป็นธรรมชาติ แต่มีราคาสูง รวมทั้งถ้าใช้ไปนานๆ และโดนแดด ฝน อาจทำให้ไม้ผุพังได้ หรืออาจโดนปลวก มอดกินได้ ผู้ที่ต้องการใช้ไม้จริงในการทำระแนงไม้ ควรทา หรือฉีดยากันปลวกเป็นประจำ

     

    1. ระแนงไม้สังเคราะห์ (ไวนิล)

    คนทั่วไปเรียกว่า UPVC น้ำหนักเบา มีสี และแบบให้เลือกมากมาย ติดตั้งง่าย รวดเร็ว ทนต่อความชื้น แสงแดด และแมลงต่างๆ แต่มีราคาสูง ฝุ่นชอบเกาะ ต้องคอยเช็ดทำความสะอาดอยู่เสมอ

      

    ทั้งนี้ การที่จะเลือกใช้วัสดุชนิดใดมาทำเป็นระแนงนั้น ควรนึกถึงปัจจัยต่างๆให้ครอบคลุมครบถ้วน เข้ากับบ้านได้อย่างสวยงาม เหมาะสมกับการใช้งานของแต่ละบ้าน และแต่ละส่วนของบ้านด้วย

     

    ขอบคุณรูปภาพจาก Pinterest