เลือกใช้กระเบื้องแต่ละประเภท
By vLIVING PRO21 สิงหาคม 2562 10:23:09

           การเลือกกระเบื้องมาใช้งานสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรก ประเภทของกระเบื้องและหน้างานที่เราจะใช้ ว่าเราจะนำมาใช้งานในประเภทไหน หากทำการเลือกกระเบื้องให้ถูกต้องและเหมาะสม ก็จะทำให้สามารถใช้ได้ยาวนาน 

          วันนี้เรามีกระเบื้องแต่ละประเภท มาให้ดูกันว่ากระเบื้องแบบไหน เหมาะกับหน้างานอะไรมากที่สุด

 

1.กระเบื้องโมเสค

      เป็นกระเบื้องที่มีขนาดเล็กใช้ในการตกแต่ง นิยมนำมาใช้กับผนังห้องน้ำ ห้องครัว สระว่ายน้ำ ลักษณะมันวาว เนื้อกระเบื้องนิยมทำหลากสีสดใส

          มีราคาสูง ความแข็งแรงน้อยไม่นิยมนำมาปูพื้นทางเดินที่ต้องรับน้ำหนักเยอะๆ

      ตัวกระเบื้องมีความเปราะบาง หรือนำมาปูครัวอาจทำให้ลื่น ทำความสะอาดยากอาจจะมีคราบบริเวณที่ยาแนวได้

 

ตัวอย่างกระเบื้องโมเสค

 

2.กระเบื้องดินเผา(Earthenware Tile)


         เป็นกระเบื้องที่มีมาตั้งแต่โบราณมีความใกล้เคียงกับดินแต่เปราะบาง แตกหักได้ง่าย ผิวด้าน ราคาไม่แพง ไม่ลื่น ตะไคร่ไม่เกาะผิว สามารถระบายความร้อนได้ดีไม่อมความร้อนอีกด้วย

         แต่ข้อเสียของกระเบื้องดินเผาก็คือจะดูดซับความชื้นได้ง่ายหากช่างทำการปูไม่ดี หรือเว้นร่องห่างเกินไปอาจทำให้กระเบื้องบวม แล้วยังทำความสะอาดยาก สกปรกง่าย

ตัวอย่างกระเบื้องดินเผา(Earthenware Tile)

3.กระเบื้องแกรนิตโต้

          กระเบื้องที่เป็นหินแกรนิตเทียมมีส่วนผสมของผงหินแกรนิตนำไปผ่านความร้อนสูงมีความแข็งแรงเทียบเท่ากับหินแกรนิตลักษณะผิวมันวาว

          เป็นกระเบื้องที่ไม่มีการเคลือบสีผิวหน้ากับเนื้อด้านในเป็นสีเดียวกัน มีความทนทานต่อรอยขีดข่วน ไม่มีการดูดซึมน้ำ เป็นกระเบื้องที่รับน้ำหนักได้สูงเหมาะกับพื้นที่รับน้ำหนักได้ดี

ตัวอย่างกระเบื้องแกรนิตโต้

 

4.กระเบื้องเกลซพอร์ซเลนด์ (Glazed Porcelain Tile)

          เป็นกระเบื้องที่มีส่วนผสมของดินขาวผสมกับแร่อื่นๆ สามารถขึ้นรูปได้ทั้งกระเบื้องปูพื้น และงานเซรามิก มีความแข็งแรงเป็นเนื้อเดียวกันตลอดทั้งแผ่น

         ทนทานต่อการขูดขีด แทบจะไม่ดูดซึมน้ำเลย เหมาะกับการติดตั้งในพื้นที่ ภายในหรือภายนอกอาคารก็ได้ และใช้ปูผนังได้ด้วย

ตัวอย่างกระเบื้องเกลซพอร์ซเลนด์ (Glazed Porcelain Tile)

 

5.กระเบื้องเซรามิก (Ceramic Tile)

          เป็นกระเบื้องดินเผาหรือเรียกว่ากระเบื้องเคลือบก็ได้ กระเบื้องเซรามิกมีหลายสี มีความแข็งแรง ทนทาน ดูแลรักษาง่าย ไม่ทนต่อรอยขีดข่วน

          ผิวหน้ามีความลื่นเมื่อเปียกน้ำ มีวัสดุให้เลือกหลายประเภท หลายสี และหลายรูปทรง จะนิยมนำมาใช้ปูพื้นที่ห้องครัวและห้องน้ำ

          ข้อเสียคือหากเปียกน้ำจะมีความลื่นและดูดซึมน้ำ ไม่เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องรับน้ำหนักเยอะๆ

ตัวอย่างกระเบื้องเซรามิก (Ceramic Tile)

 

6.กระเบื้องแก้ว (Glass Tile)

          เป็นกระเบื้องที่มีความวาวเหมือนแก้ว มีทั้งแบบแผ่นโมเสค ส่วนมากจะนิยมติดผนังมีราคาสูง ไม่ควรปูพื้นเพราะรับน้ำหนัก ได้น้อย

ตัวอย่างกระเบื้องแก้ว

 

vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  • ห้องน้ำเป็นส่วนสำคัญที่สุดส่วนหนึ่งในบ้าน เพราะเป็นพื้นที่ที่เราใช้ชำระล้างร่างกาย วันนี้เรามีไอเดียการตกแต่งห้องน้ำ

    ในหลากหลายสไตล์ต่างๆ มาให้ดูเป็นไอเดียกัน

     

     

     

     

     

     

     

  • อากาศที่ร้อนแบบนี้ใช่ว่าทุกบ้านจะติดแอร์ บางบ้านก็มีข้อจำกัดหลายอย่างในการติดตั้ง อาจจะพื้นที่ไม่อำนวย หรืออะไรหลายๆอย่าง มาดู10วิธีที่สามารถช่วยคลายร้อนด้วยเมื่อยามไม่มีแอร์

     

    1.ใช้พัดลมตั้งพื้น

    พัดลมตั้งพื้นสามารถช่วยระบายความร้อนได้ดี นำไปตั้งไว้ที่โล่งๆเพื่อให้ระบายอากาศ ก็สามารถช่วยบรรเทาได้อีกระดับหนึ่ง

    2.ดื่มน้ำเยอะๆ

    ร่างกายที่สูญเสียน้ำไป จากเหงื่อที่ออกเป็นจำนวนมากๆ แนะนำให้ดื่มน้ำตามเข้าไปทีละน้อยๆเพื่อเป็นการช่วยทดแทนการกระหายน้ำ และไม่ให้ร่างกายเกิดการขาดน้ำเมื่ออยู่ในบรรยากาศที่ร้อน

     

     

    3.แช่น้ำเพื่อความสดชื่น

    การใช้น้ำเพื่อความสดชื่นก็คือการอาบน้ำ หรือการเอาตัวเองไปแช่น้ำนั่นเอง หากไม่สะดวกในการอาบน้ำ ก็สามารถนำเท้าไปแช่น้ำเย็นๆเพื่อความสดชื่น

     

    4.อยู่ในพื้นที่ชั้นล่างจะเย็นกว่าชั้นบนเพราะไอความร้อนมักลอยขึ้นด้านบน

    หากบ้านไหนมีหลายชั้น ควรเลือกที่จะอยู่ชั้นล่าง เพราะความร้อนผ่านลงมาจากบนลงข้างล่างจึงทำให้บ้านด้านบนมีอุณหภูมิที่สูงกว่า การอยู่ชั้นล่างที่โปร่งๆจะทำให้สบายกว่า   

     

     

     

     

    5.กำจัดแหล่งความร้อนที่ไม่จำเป็นออกไป

    อุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้านที่มีความสว่างจ้า ไม่ว่าจะเป็นพวกหลอดไฟ หรือว่าคอมพิวเตอร์ก็ทำให้เกิดความร้อนได้เช่นกันหากไม่ใช้แล้วควรปิดจะดีกว่า

     

     

    6.หลีกเลี่ยงการทานอาหารที่มีโปรตีนเยอะๆ

    หากกินเข้าไปมากทำให้ร่างกายต้องยิ่งเผาผลาญ ควรกินให้พอดีเพื่อไม่ให้ร่างกายร้อนไปมากกว่านี้จะดีกว่า

     

    7.ออกไปอยู่ที่สาธารณะที่มีแอร์

    การออกไปอยู่ในที่ๆสาธารณะจะเป็นการช่วยลดความร้อนได้ดี เช่นห้างสรรพสินค้าจะช่วยให้ผ่อนคลายแต่อาจจะไม่ประหยัดตังค์แทน

     

    8.ทำพัดลมความเย็นเอง

    เป็นอีกวิธีนึงที่ช่วยทำความร้อนได้โดยการนำกล่องโฟมมาเจาะรูแล้วนำท่อมาใส่ตามรู ใส่น้ำแข็งเข้าไปด้านในแล้วนำพัดลมมาเป่า ก็ช่วยคลายร้อนได้ระดับนึง หรือ จะนำขวดน้ำที่แช่แข็งไปแขวนไว้ด้านหลังของพัดลม เพราะลมที่ผ่านเข้ามาก็จะกลายเป็นไอเย็นแทน

     

    9.งดดื่มแอลกฮอล์ช่วงกลางวันโดยเด็ดขาด

    ด้วยอากาศที่ร้อนจัด การดื่มแอลกฮอล์เข้าไปจะทำให้ร่างเกิดความร้อนสะสมมากยิ่งขึ้น ทางที่ดีอย่าดื่มแอลกฮอล์ตอนกลางวันจะดีกว่า

     

    10.อย่าลืมดูแลสัตว์เลี้ยง

    หากบ้านไหนมีสัตว์เลี้ยง อย่าลืมว่าน้องหมา น้องแมว ก็ร้อนเหมือนกัน ควรหมั่นอาบน้ำ และให้อยู่ในที่เย็นๆเพื่อไม่ให้เกิดอาการฮีทสโตรก์ ในสัตว์เลี้ยง หากร้อนเกินไปพวกสัตว์เลี้ยงเหล่านี้อาจเสียชีวิตได้

     

    หากหนีไม่ได้ก็ต้องปรับตัว ลองนำไปประยุกต์ใช้กัน เพื่อคลายร้อนไม่มากก็น้อย สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการพยายามทำใจเย็นเข้าไว้จะช่วยให้ผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น

  • บ้าน  เป็นแหล่งพักพิงที่มนุษย์ไว้อยู่อาศํย แต่บางคนอาจยังไม่พร้อมด้วยปัจจัยสำคัญก็คือเรื่องเงิน วันนี้เรามีขั้นตอนรายละเอียดที่ต้องเตรียมพร้อมก่อนทำการยื่นกู้เงินเพื่อมาสร้างบ้านมาฝากกัน

     

     

     

  • หน้าร้อนมาเยือนแล้ว อากาศก็แสนจะร้อนอบอ้าว และอุณหภูมิโลกสูงขึ้นทุกปี การติดตั้งเครื่องปรับอากาศภายในบ้าน จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่หลายๆ บ้านใช้ในการแก้ปัญหา ผมมีข้อแนะนำเกี่ยวกับวิธีการเลือกซื้อ การใช้แอร์ และการดูแลรักษาแอร์ ที่ถูกต้องมาฝากครับ

     

    ควรเลือกใช้แอร์ที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 และจุดที่ทำจะติดตั้งแอร์ ต้องสามารถกระจายควรเย็นได้ทั่วทั้งห้อง

     

    ไม่ควรติดแอร์ด้านที่มีแสงแดดส่องแรงๆ เพราะจะทำให้แอร์ทำงานหนัก สิ้นเปลืองพลังงาน และต้องเสียค่าไฟมากเกินความจำเป็น ควรเลือกขนาดของแอร์ให้เหมาะสมกับพื้นที่ห้องที่ต้องการติดตั้ง ซึ่งแอร์โดยทั่วไปมีขนาดตั้งแต่ 9,000 – 60,000 BTU

     

    ควรตั้งอุณหภูมิให้เหมาะสม คือ 25 องศา หรือ ประมาณ 26 – 28 องศา จริงๆแล้ว การตั้งอุณหภูมิที่ 25 องศา ไม่ได้ช่วยให้ประหยัดไฟที่สุด แต่เป็นอุณหภูมิที่ร่างกายรู้สึกเย็นสบายพอดี เช่น บางคนอาจจะชอบที่อุณหภูมิ 27 หรือ 28 องศา เป็นต้น ร่างกายของแต่ละคนจะรู้สึกเย็นสบายในอุณหภูมิที่แตกต่างกัน และอุณหภูมิยิ่งสูง ยิ่งช่วยให้ประหยัดค่าไฟ แต่ไม่ควรเปิดแอร์อุณหภูมิสูงจนไม่เกิดความเย็น ซึ่งจะกลายเป็นว่า ไม่ได้ใช้ประโยชน์จากการเปิดใช้แอร์ ถือเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานด้วย และควรล้างแผ่นกรอง และตะแกรงแอร์ เดือนละ 1 ครั้ง

     

    ควรหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า ในห้องที่ใช้เครื่องปรับอากาศ เช่น เตาไฟฟ้า ไมโครเวฟ เป็นต้น รวมทั้ง ควรล้างแอร์ปีละ 2 ครั้ง เพื่อให้แอร์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถยืดอายุการใช้งานได้ยาวนาน และประหยัดค่าไฟ

     

    หากต้องการเปิดใช้แอร์ควรปิดประตู – หน้าต่างให้มิดชิด เพื่อไม่ให้ความเย็นรั่วไหลออกภายนอกห้อง และใส่เสื้อผ้าที่สบายๆ เหมาะกับสภาพอากาศ หรือถ้าที่บ้านจำเป็นต้องเปิดใช้แอร์นานต่อเนื่องเกิน 8 ชั่วโมง ควรเลือกใช้แอร์ Inverter เพราะจะช่วยให้ประหยัดไฟได้เกือบ 50% เลยทีเดียว

     

    ไม่ควรสูบบุหรี่ในห้องแอร์ เพราะทำให้ต้องเปิดพัดลมระบายอากาศ เพื่อช่วยระบายกลิ่น และควันบุหรี่ ทำให้ความเย็นจากแอร์ถูกดูดออกไปด้วย ส่วนคอยล์ร้อน ควรติดตั้งให้อยู่ในจุดที่โดนแดดน้อยที่สุด หรืออยู่ในที่ร่ม และมีอากาศที่สามารถถ่ายเทได้สะดวก หรือติดตั้งให้ห่างจากผนังอย่างน้อย 15 เซนติเมตร เพื่อช่วยระบายความร้อนได้ดี และยังช่วยประหยัดไฟได้ถึง 15 – 20 %  ควรปิดแอร์ก่อนออกจากห้องอย่างน้อย 30 นาที เพราะถึงแม้จะปิดแอร์แล้วแต่ก็ยังคงมีความเย็นอยู่ และปิดคัทเอาท์แอร์ทุกครั้งเมื่อเลิกใช้งาน

     

    วิธีต่างๆ เหล่านี้น่าจะช่วยให้เพื่อนๆ ใช้แอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดค่าใช้จ่าย ทั้งค่าไฟฟ้า และค่าบำรุงรักษา รวมทั้งยังให้ความเย็นที่เพียงพอกับความต้องการได้ตลอดเวลา ที่สำคัญยังช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้อีกด้วย

     

  •  มีคำถามจากเว็บอร์ดที่ได้ถามกันเข้ามาว่า..

         บ้านโครงการแจ้งว่าบ้านที่กำลังก่อสร้างเลือกทำเสาเอ็นแนวตั้ง จึงไม่ใส่คานทับหลัง หรือเสาเอ็นแนวนอน เนื่องจากแข็งแรงกว่า สวยงามกว่า จึงอยากเรียนปรึกษาเรื่องการติดตั้งคานทับหลังหรือเสาเอ็นหน่อยค่ะ ว่ามี criteria ในการเลือกยังไงบ้าง วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกัน