ปัญหาบ้านที่มากับหน้าฝน ตอนที่ 1 หลังคารั่วซึม
By vLIVING PRO20 กุมภาพันธ์ 2561 08:57:06

ปัญหาหลังคารั่วซึมที่เกิดขึ้นในฤดูฝน ทำให้น้ำหยดไหลเข้ามาในบ้าน คงเป็นเรื่องที่น่าหนักใจไม่น้อยสำหรับเจ้าของบ้านเลยทีเดียว  ปัญหาหลังคารั่ว เกิดได้หลายสาเหตุ และหลายจุด แต่ที่พบบ่อยๆ มีอยู่ 7 จุด ดังนี้

 

  1. น้ำฝนรั่วบริเวณรางน้ำตะเข้ เกิดจากรางตะเข้เป็นสนิม ผุกร่อน หรือรางน้ำทำจากแผ่นโลหะพับเป็นรูปตัววี ทำให้ความลึกของท้องรางมีน้อย และปีกสั้น

วิธีแก้ไข คือ ควรใช้รางน้ำที่ลึกและกว้างมากขึ้น ทำมาจากสแตนเลสที่ได้มาตรฐาน ไม่เป็นสนิม สามารถช่วยรองรับ และระบายน้ำฝนได้ดี

 

 

 

 

  1. น้ำฝนรั่วจากแผ่นกระเบื้อง เนื่องจากแผ่นกระเบื้องแตก หรือร้าว ทำให้เกิดน้ำรั่วซึมไหลเข้าบ้าน

วิธีแก้ไข คือ ควรเปลี่ยนกระเบื้องใหม่ กรณีที่มีช่องหรือรู ควรใช้วัสดุยาแนว เช่น โพลียูรีเทน ที่มีความยืดหยุ่นสูง

 

 

 

  1. น้ำรั่วบริเวณอุปกรณ์ยึดกระเบื้อง เช่น ตะปูเกลียว หรือ ขอป.ปลา เสื่อมสภาพ แหวนยางแห้งกรอบ และหมวกสังกะสีผุ เป็นสนิม

วิธีแก้ไข คือ ถอดหมวกสังกะสี และแหวนยางอันเก่าออก แล้วใส่อุปกรณ์สำหรับยึดกระเบื้องหลังคาใหม่หมดทั้งชุด ควรเลือกใช้อุปกรณ์ยึดแบบที่มีความหนา และขนาดใหญ่ขึ้นกว่าของเก่า เพื่อจะได้สามารถปิดรูเดิมที่ใหญ่ขึ้นได้

 

 

 

 

  1. น้ำรั่วบริเวณปูนปั้น หรือปีกนก เกิดจากปูนทราย หรือคอนกรีตที่เทไว้แตกร้าว

วิธีแก้ไข คือ สกัดปูนทรายตรงผิวเดิมบริเวณที่แตกร้าวออก แล้วทารองพื้นด้วยซีเมนต์กันซึม จากนั้นฉาบทับหน้าด้วยปูนทรายละเอียด เพื่อช่วยให้เกิดความสวยงาม

 

 

 

  1. น้ำฝนรั่วบริเวณชายคา เพราะชายกระเบื้องยื่นเลยเชิงชายออกมาน้อยเกินไป และหลังคามีความลาดเอียงหรือความชันน้อยเกินไป ทำให้ระบายน้ำได้ไม่ดี เกิดเป็นน้ำสะสม และทำให้น้ำไหลย้อนกระเบื้อง ไหลเข้าในบ้าน

วิธีแก้ไข คือ เปลี่ยนกระเบื้องแถวล่างให้มีความยาวมากขึ้น

 

 

 

  1. โครงสร้างของหลังคาแป แอ่น และยุบตัว เกิดจากการเสื่อมสภาพของวัสดุที่ใช้ เช่น โครงหลังคาอาจผุพัง เป็นสนิม และแอ่นตัว ทำให้กระเบื้องมีช่องโหว่เกิดน้ำรั่วซึม

 

วิธีแก้ไข คือ ถ้าเป็นโครงหลังคาเหล็ก ควรขัดสนิมที่โครงเหล็กออกก่อน ถ้าโครงทรุดตัว ควรนำไม้มาค้ำเพื่อไม่ให้โครงหลังคาทรุด หรือแอ่น แล้วนำเหล็ก 2 แผ่นมาประกบกับโครงเหล็กที่เป็นสนิม แล้วจึงขันน๊อตให้แน่น

 

สำหรับโครงหลังคาไม้ ตัดไม้เก่าที่ผุออก นำไม้ 2 แผ่นมาประกบกับโครงไม้ที่ผุ แล้วขันน๊อตให้แน่น จากนั้นนำไปดามโครงหลังคาไม้ขึ้นให้ติดกระเบื้อง เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างระหว่างกระเบื้อง และป้องกันน้ำรั่วซึม

 

 

 

  1. หลังคารั่วตรงที่ครอบสันหลังคา เมื่อน้ำฝนกัดเซาะมาเป็นเวลานาน ทำให้บริเวณครอบสันหลังคาแตกร้าว หรือหลุดร่อน จึงทำให้น้ำรั่วไหลผ่านช่องที่แตกร้าวเข้าในบ้านได้

 

วิธีแก้ไข คือ ใช้ปูน นอน-ชลิงค์ (ปูนที่ไม่หดตัว) อุดรอยรั่วแตกร้าว ระหว่างครอบสันหลังคากับแผ่นกระเบื้องหลังคา ไม่ให้มีช่องโหว่ ทาน้ำยาอะคริลิกกันซึมทับอีกชั้นหนึ่ง หรือในกรณีที่หลังคาเดิมติดตั้งเป็นระบบครอบแห้ง (วิธีการสังเกตระบบครอบแห้งคือ บริเวณตรงครอบหลังคาไม่มีปูนทราย) ต้องเปิดครอบสันหลังคาที่แตกร้าวออก แล้วเช็คสภาพแผ่นยางกันการรั่วซึมด้านใต้ด้วย หากแผ่นยางเสื่อมสภาพ ควรทำการเปลี่ยนแผ่นยางใหม่ให้เรียบร้อย

เมื่อได้ทราบถึงจุดที่อาจจะทำให้เกิดหลังคารั่วซึมแล้ว ลองนำวิธีการข้างต้นไปตรวจสอบบ้านที่คุณรักดูนะคะ หวังว่าทุกท่านจะสามารถแก้ไขปัญหาหลังคารั่วซึมได้ เพื่อพร้อมรับมือกันหน้าฝนที่กำลังจะมาเยือน ได้อย่างสบายใจ และมีความสุขค่ะ

 

ขอบคุณภาพจาก Pinterest

vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  • พรม เป็นของตกแต่งบ้านที่นอกจากจะให้สัมผัสที่อ่อนนุ่มแล้ว ยังช่วยเพิ่มความอบอุ่น หรูหรา และลดความกระด้างของพื้นบ้าน ทำให้บ้านดูมีชีวิตชีวา ช่วยดูดซับเสียง แถมยังมีสีและลวดลายให้เลือกซื้อมากมายอีกด้วย เราจึงอยากชวนทุกคนมาลองเลือกซื้อพรมสำหรับใช้ตกแต่งบ้านกันค่ะ และใครที่กำลังสงสัยว่าพรมจะเป็นพื้นที่สะสมของเชื้อโรครึป่าว หรือจะทำความสะอาดยากไหม วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆ เกี่ยวกับการดูแลรักษา ทำความสะอาด และการเลือกซื้อพรมมาแนะนำให้ทุกคนได้รู้กันค่ะ

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    เห็นไหมคะว่า เทคนิคการเลือกซื้อและการดูแลรักษาพรมไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด ใครที่กำลังคิดอยากจะซื้อพรมมาใช้ในบ้านลองนำวิธีต่างๆ เหล่านี้ ไปใช้ดูนะคะ

  • หากคุณโตมาในยุค 70-80 แน่นอนว่าคุณต้องมีเทปคาสเซ็ต หรือเทปวีดีโอสะสมอยู่อย่างแน่นอน และถ้าไม่อยากให้มันดูไร้ค่า คุณสามารถนำมันออกมาประยุกต์เป็นของแต่งบ้าน D.I.Y. ได้ค่ะ คราวนี้จะพาทุกคน มาลองทำของใช้แบบง่ายๆ ที่ประดิษฐ์จากเทปคาสเซ็ต และเทปวีดีโอ ลองดูไอเดียเหล่านี้เป็นตัวอย่างนะคะ เผื่อว่าจะช่วยให้คุณเกิดความคิดสร้างสรรค์ที่เต็มเปี่ยมขึ้น และสามารถเปลี่ยนเทปเก่าๆ ให้กลายเป็นของใช้ที่มีประโยชน์ขึ้นมาได้ค่ะ

    1. ทำโคมไฟด้วยเทปคาสเซ็ต ซึ่งเป็นของแต่งบ้านที่คลาสสิคสุดๆ และทำเองได้ไม่ยาก ด้วยอุปกรณ์ไม่กี่อย่าง โดยวัสดุหลักคือเทปคาสเซ็ทเก่าๆ จัดเรียงเทปคาสเซ็ทตามรูปแบบที่เราต้องการ แล้วนำมาเชื่อมต่อกันด้วยกาว หรือที่รัด แล้วใส่หลอดไฟ แค่นี้ก็สามารถใช้งานได้แล้ว  

       

      

     

    2. โต๊ะอเนกประสงค์ และชั้นวางของสวยๆเก๋ๆ ด้วยม้วนวีดีโอเทป หากที่บ้านคุณมีม้วนวีดีโอเก่า ที่เก็บเข้ากรุไว้นานแล้ว ลองเอามาทำดูนะคะ ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก และใช้อุปกรณ์เพียงไม่กี่ชิ้นก็สามารถทำได้แล้วค่ะ และอาจนำไปฉีดสีสเปรย์ให้ทั่วเพื่อเปลี่ยนสี หรือตกแต่งลวดลายตามต้องการ แค่นี้เราก็จะได้โต๊ะอเนกประสงค์ และชั้นวางของไว้สำหรับใช้งานแล้วค่ะ 

       

     

     

    3. ที่ใส่อุปกรณ์เครื่องเขียน จากเทปคาสเซ็ต ใครมีอยู่ที่บ้านแล้วเก็บไว้เฉยๆ ไม่ได้ใช้อะไร หยิบออกมาเลยค่ะ วิธีการทำก็ง่ายแสนง่าย เพียงไม่กี่นาทีคุณก็จะได้ที่ใส่เครื่องเขียน ดินสอ ปากกา เอาไว้ใช้บนโต๊ะได้แล้วค่ะ

     

     

     

    ไม่น่าเชื่อใช่มั้ยคะว่าของเก่าๆ เหลือใช้ที่ดูเหมือนจะไร้ประโยชน์ ก็สามารถนำมาดัดแปลงเป็นของแต่งบ้านได้ นอกจากจะประหยัดแล้ว ยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ แถมยังมีความแตกต่าง มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร รับรองได้ว่าหากมีใครที่แวะเวียนมาที่บ้านของคุณ แล้วเห็นของแต่งบ้านของคุณชิ้นนี้จะต้องชื่นชอบอย่างแน่นอน

     

    ขอบคุณ รูปภาพจาก pinterest

  • การเชื่อมเต็มเหล็กนับว่าเป็นสิ่งสำคัญ หากเชื่อมไม่ดีอาจทำให้โครงสร้างมีปัญหาได้ 

    วันนี้ผมมีบทความดีๆมาบอกกันว่า เชื่อมเต็มคืออะไร มีความสำคัญขนาดไหนมาดูกันครับ

    หากเพื่อนๆท่านไหนยังไม่ได้อ่าน เชื่อมแต้ม ติดตามอ่านได้เลยครับ

     

     

     

  •  

    การปูตงคืออะไร

    ตงโน้น ตงนี้ ตงนั้นหรือเปล่า มาหาคำตอบกันได้เลยคร้าบบบ

     

     

  • เมื่อลมร้อนพัดผ่านมาเมื่อไร บ้านก็จะร้อนจนกลายเป็นเตาอบ เพราะแสงแดดแผดเผา เนื่องจากความร้อนที่เข้ามาภายในบ้านส่วนใหญ่มักจะมาจากหลังคา ดังนั้นหากต้องการจะแก้ปัญหาบ้านร้อนให้ได้ผลดี จึงควรเริ่มที่หลังคาก่อน เพื่อช่วยลดและป้องกันความร้อนจากหลังคา เพิ่มความเย็นให้กับบ้านของเรา มาฝากทุกคน ดังนี้ 

     

     

    1. ใช้หลังคาสีอ่อน เพื่อช่วยสะท้อนรังสีความร้อน    

     

     

     

     

     

     

    2. ชายคา ควรมีระยะยื่นออกมาอย่างน้อย 1 เมตร และฝ้าชายคา ควรมีช่องระบายความร้อน รวมทั้งช่องตรงฝ้าชายคายิ่งเยอะ

    ก็จะยิ่งช่วยระบายความร้อนได้ดีขึ้นด้วย

     

     


     

     

     

    3. ช่องว่างใต้หลังคา ควรมีความสูงมากพอ เพื่อช่วยเพิ่มพื้นที่ในการกักเก็บความร้อนบริเวณใต้หลังคา ทำให้ความร้อนแผ่ลงมายังตัวบ้านได้น้อยลง

     

     

     

     

     

     

     

      4. การติดตั้งแผ่นฟอยล์สะท้อนความร้อน สามารถปูได้ทั้งบนแปรหลังคา หรือปูใต้แปหลังคาก็ได้  

     

     

     

     

     

     5. การติดตั้งฉนวนกันความร้อนบนฝ้าเพดาน ฉนวนมีความหนาตั้งแต่ 2 นิ้ว – 6 นิ้ว แต่ฉนวนกันความร้อนยิ่งมีความหนามากก็จะยิ่งมีน้ำหนักมากขึ้นเช่นกัน จึงต้องทำโครงฝ้าให้แข็งแรงมากขึ้นด้วย     

             

     

     

     

     

     

    ไม่ว่าจะเลือกใช้วิธีใดก้ตาม สิ่งสำคัญคือ ควรคำนึงถึงความเหมาะสมสำหรับบ้านของเรา ไม่ว่าจะเป็นบ้านเก่า หรือบ้านสร้างใหม่และควรขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้วย

     

     

    ขอบคุณรูปภาพจาก Pinterest