ขนาดที่จอดรถตามมาตรฐาน
By vLIVING PRO05 พฤษภาคม 2565 06:57:02
????สงสัยมั้ย พื้นที่จอดรถควรมีขนาดกว้างสักเท่าไหร่?
ถึงจะมีขนาดที่พอดี ในการทำพื้นที่จอดรถ
ควรคำนึงถึงระยะการเข้า - ออก ระยะเปิด - ปิด
ระยะการเลี้ยวที่เหมาะสม วันนี้เรามีข้อมูลดีๆมาฝากกัน
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  • การ์ตูนซีรีย์ ตอนที่ 2  "อิฐ"  อิฐมีหลายประเภท หลายชนิด และแต่ละประเภทก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน มาดูกันดีกว่าว่า อิฐประเภทไหน เหมาะกับงานอะไรบ้าง?

  •  

    เรื่องการโดนผู้รับเหมาทิ้งงาน เป็นปัญหาเรื่องการก่อสร้างที่พบเจอกันเป็นประจำ

    ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างบ้านขนาดเล็ก จนถึงอาคารขนาดใหญ่ก็มีปัญหาเรื่องการทิ้งงาน

    จนต้องมีการเปลี่ยนผู้รับเหมาหลายราย กว่าจะทำงานก่อสร้างให้แล้วเสร็จได้

     

    ซึ่งตรงนี้ประเด็นและสาเหตุการทิ้งงานของผู้รับเหมา โดยส่วนมากมักจะมีปัญหา

    เรื่องการบริหารจัดการตัวเองไม่ว่าจะเป็นการทำงาน หรือเป็นเรื่องส่วนตัวเช่นเรื่องการเงิน

    ทำให้หมุนเงินไม่ทัน จึงต้องหาวิธีรับงานใหม่ เพื่อเบิกงวดงานของที่ใหม่มาใช้จ่าย

    เมื่อเบิกงวดงานของที่ใหม่ไปแล้ว ทำให้ต้องไปเริ่มงานที่ใหม่ และไม่สามารถ

    กลับมาทำงานที่เดิมต่อได้จึงเป็นปัญหาทิ้งงานเกิดขึ้น 

     

    นอกจากนี้ ปัญหาการสื่อสาร ระหว่างช่างกับเจ้าของบ้านก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง

    ที่ทำให้ช่าง ผู้รับเหมาทิ้งงาน เช่น เมือรับคำสั่งแล้วทำงานออกมาแล้ว

    ไม่ตรงตามความต้องการ หรือไม่ได้ดั่งใจเจ้าของบ้าน ทำให้ต้องมีการเก็บแก้งานบ่อยๆ

    เมื่อนานเข้า จึงขาดทุน ทำให้ต้องทิ้งงาน

     

    บทความนี้ vLIVING PRO จะมาพูดคุยกัน ถึงกรณีการทิ้งงานว่า

    ถ้าเกิดการทิ้งงานขึ้นแล้วจะเคลียร์ค่าใช้จ่ายยังไง และเราควรทำสัญญา

    ระบุงวดงานเบิกจ่ายให้ชัดเจน ดังต่อไปนี้ 

     

     

     

     

     1.ต้องจ่ายเงินในส่วนที่ผู้รับเหมาทำงานไปแล้วหรือไม่?

    หากช่างทำงานไม่สำเร็จ หรือทิ้งงานไปกลางคัน โดยที่ปริมาณงานยังเหลืออีกเยอะ หากช่างเบิกงวดงาน

    ไปแล้วปิดมือถือหรือติดต่อยาก ลักษณะนี้ถือว่าเป็นการทิ้งงาน  ผู้ว่าจ้างอาจจะต้องพิจารณาไม่จ่ายเงิน

    ในส่วนที่ทำไป แล้วเพราะ เงินที่เหลือ จะต้องนำไปจ้างช่าง หรือผู้รับเหมาที่ว่าจ้างเข้ามาใหม่

    เพื่อเข้ามาต่องาน เก็บแก้งานเดิม ซึ่งช่างใหม่อาจจะคิดเงินราคาแพงกว่าที่ควรจะเป็น

    เพราะไม่รู้ว่าของเดิมได้ทำไว้แย่แค่ไหน จึงทำให้มีค่าใช้จ่ายในการเก็บงานมากขึ้น

    ในส่วนของการเผื่อค่าเก็บแก้งาน

     

    2.การจ้างงานช่างหรือผู้รับเหมา

    ในการจ้างงาน ควรทำสัญญาให้ชัดเจน ว่าเบิกงวดงานได้ตอนไหน

    แต่หากเราไม่มีเอกสารสัญญาที่จะระบุได้ชัดเจนเรื่องงวดงาน

    อาจจะทำให้ช่าง มีการเบิกเงินเกินกว่าปริมาณงานที่ทำไปแล้วจริง

    พอเจ้าของบ้านมารู้ตัวอีกที ก็พบว่าผู้รับเหมาเบิกเงินส่วนใหญ่ไปเกือบหมดแล้ว

    แต่งานยังไม่ไปถึงไหนเลย

     

    ในทางกลับกัน หากถึงงวดงานที่กำหนดแล้วเจ้าของบ้านดึงเงิน ไม่จ่าย

    และสัญญามีระบุว่า ผู้รับเหมามีสิทธิ์ยกเลิกสัญญาได้  ทางผู้รับเหมาก็อาจจะ

    พิจารณายกเลิกสัญญา และฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายต่อศาล

    ในส่วนงานที่ได้ทำไปแล้ว ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น ก็จะต้องมาไกล่เกลี่ย

    และสรุปกันว่า ทำงานไปมาก น้อยแค่ไหน แล้วจะต้องเคลียร์ค่าใช้จ่ายกันเท่าไหร่

     

     

    ข้อแนะนำเพิ่มเติม

     

    - ในการทำสัญญากับผู้รับเหมา ทางผู้ว่าจ้างควรจะขอเอกสารประกอบ

    การทำสัญญาจ้างงาน เช่น บัตรประชาชน ทะเบียนบ้านเดิม ไว้เป็นหลักฐานทุกครั้ง

    เพื่อใช้ในการอ้างอิง ซึ่งโดยทั่วไปช่างที่ไม่บริสุทธิ์ใจจะไม่ยอมให้หลักฐานประกอบ

    เพื่อแนบในสัญญา ดังนั้น หากผู้รับเหมาบ่ายเบี่ยงการให้เอกสารเหล่านี้

    ก็ไม่ควรทำการว่าจ้าง 

     

    - นอกจากนี้ เราไม่ควรเลือกผู้รับเหมาที่มีปัญหาการเงินตั้งแต่แรก

    เพราะตอนทำงานจริงก็มีโอกาสเกิดปัญหาหมุนเงินไม่ทันและอาจทิ้งงานได้

    หลักเกณฑ์ง่ายๆในการดูว่า ผู้รับเหมามีปัญหาทางการเงินหรือไม่

    เช่น ดูจากรถยนต์ที่ขับ ถ้าสภาพแย่มากๆ ก็เสียบ่อย แล้วไม่มีเงินซ่อม

    ก็อาจจะบ่งบอกว่า กำลังมีปัญหาการเงิน หรืออีกวิธีคือ สอบถามจากผู้ว่างจ้าง

    รายก่อนๆ ถึงเรื่องการเบิกจ่ายเงิน ของผู้รับเหมารายดังกล่าว ว่าที่ผ่านมา

    มีการเบิกล่วงหน้า ก่อนงวดงานที่ควรจะทำจ่ายได้ บ่อยหรือไม่ เป็นต้น

     

  • การก่อสร้างผนังนั้น ทับหลังก็ถือเป็นส่วนที่สำคัญมากในการก่อสร้าง

    หากไม่มีทับหลังแล้ว จะเกิดปัญหาอะไรตามมา ผมมีคำตอบให้ครับ

     

     

     

     

     

     

     

     

     

  • กำจัดสัตว์ภาค2
    By vLIVING PRO20/03/2561

    กลับมาอีกครั้งกับเทคนิคกำจัดสัตว์ภาค2

    ผมมีวิธีง่ายๆในการกำจัดมาฝากเพื่อนๆนะครับ

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

  •         

    บ้านไม้ 

     

     

     

              บ้านไม้ เป็นบ้านที่มีความสวยงาม คลาสสิก และอบอุ่น อากาศถ่ายเทได้ดี โปร่ง โล่ง สบาย มีความยืดหยุ่นสูง ง่ายต่อการซ่อมแซมแก้ไข รื้อถอน หรือตกแต่งเพิ่มเติม และสามารถนำไม้กลับมาใช้ใหม่ได้

              ควรเลือกใช้ไม้แต่ละประเภทให้เหมาะสมกับการใช้งาน เช่น ไม้บางประเภทอาจจะเหมาะสำหรับใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ หรือบางประเภท เหมาะสำหรับทำโครงสร้างบ้าน เป็นต้น

     

     

     

     

     

    1.ไม้เต็ง               

                                                                                                                                                                                                    เนื้อไม้มีผิวหยาบ เหมาะสำหรับงานที่โชว์ลวดลายของไม้ ส่วนใหญ่เหมาะสำหรับใช้กับงานภายนอกและงานโครงสร้างเป็นหลัก เช่น เสา และคาน

     

     

    2.ไม้แดง

             เนื้อไม้มีความแข็งแรง มีสีน้ำตาลอมแดง มีสีสันสวยงามนิยมใช้เป็นโครงสร้างที่ต้องการโชว์สีและลายไม้ เช่นวงกบ พื้น ไม่เหมาะที่จะนำมาทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ เพราะเนื้อไม้มีความแข็งแรงมาก

     

     

     

    3.ไม้มะค่า

           มีลักษณะเป็นไม้เนื้อแข็ง สีและลวดลายที่โดดเด่น คือสีออกส้มทอง ลวดลายชัดเจน ปลวกมอดไม่กิน มีความแข็งแรงมาก ส่วนใหญ่นิยมนำมาใช้ทำพื้นไม้ และบันไดบ้าน

     

    4.ไม้ตะแบก

            ลักษณะเนื้อไม้สีเทาจนถึงสีน้ำตาลอมเทา เสี้ยนตรง เนื้อละเอียด ส่วนมากนำมาทำไม้ปูพื้น ลายใกล้เคียงกับไม้สัก สีอ่อนสุดเมื่อเทียบกับไม้ชนิดอื่นๆ ตกแต่งได้ง่าย เหมาะกับการใช้ในงานภายนอกอาคารเช่น พื้นภายในบ้านและประตู ข้อเสียคือมักบิดตัวและโก่งงอง่ายหากโดนความร้อนหรือความชื้นนาน ๆ  

     

     

    5.ไม้ตะเคียน 

    ไม้เนื้อแข็งมีความทนทานสูง สีน้ำตาลอมส้ม ทนปลวกได้ดีนิยมใช้ทำวงกบประตูและพื้น

     

     

    6.ไม้สัก 

          มีลายไม้ที่สวยงาม และคงทน เหมาะสำหรับใช้เป็นส่วนประกอบของโครงสร้างบ้าน หรือส่วนต่างๆ ของบ้านที่ต้องการความสวยงาม เช่น บานประตู หน้าต่าง และเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น

     

    7.ไม้ยาง

             คุณภาพใกล้เคียงไม้สักมีลวดลายที่สวยงาม ตกแต่งง่าย น้ำหนักเบาราคาถูกเมื่อเทียบกับไม้ชนิดอื่นเหมาะสำหรับใช้ทำประตู วงกบ พื้น บันได และเฟอร์นิเจอร์

     

    8.ไม้จำปา

                       ไม้เนื้ออ่อน คล้ายไม้สัก ราคาใกล้เคียงกับไม้เต็ง เหมาะกับการที่ใช้ภายใน ข้อเสียไม่ทนความชื้นและน้ำ จะทำให้ไม้ผุ  ไม้จะมีการบิดงอได้  ส่วนใหญ่นิยมใช้กับงานภายใน เช่น ประตู เป็นต้น

     

     

    ข้อควรระวังสำหรับบ้านไม้ คือ

    1.จำเป็นต้องใช้ช่างที่มีประสบการณ์ในการสร้างบ้านไม้ ต้องมีฝีมือที่ประณีต

    เรียบร้อย และสวยงาม

     

     

     

    2.ในปัจจุบันไม้หายากมากขึ้น จึงทำให้ไม้มีราคาแพง

    3.ปลวก และแมลงสามารถกัดกินไม่ได้

    4.เสื่อมโทรม ผุ พังได้ตามอายุการใช้งาน และตามสภาพดินฟ้าอากาศ

     

    การป้องกัน และการดูแลแก้ไขสำหรับบ้านไม้ คือ

    1. ประตู หน้าต่าง และโครงสร้างไม้ภายนอก ควรทาด้วยสีน้ำมัน สีพลาสติก สำหรับใช้กับงานไม้โดยเฉพาะ หรือสามารถใช้สีย้อมไม้ก็ได้เช่นกัน ทาประมาณ 2 – 3 ชั้น การทาแต่ละชั้นควรทิ้งระยะให้แห้งอย่างน้อยประมาณ 6 ชั่วโมง

     

    2.ไม้บริเวณระเบียงนอกชาน ที่อยู่กลางแจ้ง ควรขัดผิว และทาด้วยสีย้อมไม้

    สำหรับทาภายนอกโดยเฉพาะ ทุกๆ 2-3 ปี

     

     

    3.พื้นไม้ และบันไดภายในบ้าน ควรทาน้ำยากันปลวกให้ทั่วก่อน แล้วจึงเคลือบด้วยน้ำยาโพลียูรีเทน เพื่อช่วยป้องกันการเกิดรอยขีดข่วนจากการใช้งาน และช่วยเพิ่มความทนทานได้อีกด้วย

     

     

    4.เฟอร์นิเจอร์ไม้ ควรขัดเคลือบผิวก่อน เพื่อไม่ให้เนื้อไม้เสีย หรือดูดซับความชื้นมากจนเกินไป จากนั้นจึงเคลือบด้วยแลคเกอร์ เพื่อช่วยให้ผิวไม้เงางามมากยิ่งขึ้น