DIY เปลี่ยนจุกก๊อกไวน์เหลือใช้ ให้เป็นของแต่งบ้านสุดชิค
By vLIVING PRO21 กุมภาพันธ์ 2561 10:14:42

ใครที่เป็นคอไวน์ อย่าทิ้งจุกก๊อกนะคะ เรามีไอเดียของแต่งบ้านสวยๆ จากจุกก๊อกมาฝาก สามารถทำเองได้ไม่ยาก และด้วยความมหัศจรรย์ของเจ้าจุกก๊อกนี้ สามารถแปลงร่างเป็นของใช้และของแต่งบ้านได้มากมายจนคุณนึกไม่ถึงเลยแหละ มาดูของตกแต่งจากจุกก๊อกไวน์ ว่ามีอะไรบ้าง ชมไปพร้อมๆกันเลยค่ะ

 

1. บอร์ดจุกก๊อกไวน์ สำหรับติดโน๊ตต่างๆ

เอาจุกก๊อกติดกาว แล้วติดเรียงไปเรื่อยๆ บนกระดาน กรอบรูป หรืออะไรก็ได้ที่ไม่ใช้แล้วตามต้องการ ติดไปเรื่อยจนเต็มพื้นที่ แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย แล้วหาหมุดสำหรับปักกระดาษ นำมาปักติดไว้ซะหน่อย มันง่ายมากๆเลยใช่มั้ยคะ ลองทำดูนะคะ

 

2. ที่รองแก้ว กาน้ำ หรือหม้อร้อนๆ

เป็นของใช้ที่ทำได้ง่ายมากๆ แค่เพียงนำจุกก๊อกมาติดรวม ๆ กันให้ได้ขนาดที่พอเหมาะกับสิ่งของที่ต้องการวาง แค่นี้ก้เก๋ไก๋ ใช้วางของได้แล้วค่ะ

 

 

3. ทำกระถางต้นไม้ด้วยจุกก๊อกไวน์

เพียงแค่เจาะรูตรงกลางจุกก๊อกด้วยมีดปลายแหลมหรือไขควง ให้เป็นหลุมลึกประมาณครึ่งหนึ่งของความยาวจุกก๊อก จากนั้นเติมดินลงไป แล้วนำต้นไม้ลงปลูก แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

 

 

4. พรมเช็ดเท้า

นำเสื่อพลาสติก หรือผ้าที่ไม่ใช้แล้ว มาตัดให้เป็นแผ่นสี่เหลี่ยมในขนาดที่พอเหมาะตามต้องการ จากนั้นทากาวลงไปบนจุกก๊อก แล้วติดเรียงลงบนเสื่อหรือผ้าที่เตรียมไว้ แค่นี้เราก็จะมีพรมสวยๆ ไว้ใช้งานแล้ว




5. ทำป้ายชื่อต้นไม้ด้วยจุกก๊อกไวน์

เอาสว่านมาเจาะตรงกึ่งกลางของหัวจุกก๊อก  แล้วเขียนชื่อ
ต้นไม้แต่ละต้นลงบนจุกก๊อก จากนั้นนำไม้เสียบลูกชิ้น หรือตะเกียบใส่เข้าไปในรูที่เจาะเอาไว้ เสร็จแล้วนำไปเสียบตามกระถางต้นไม้ได้เลยค่ะ

 

6. ทำที่แขวนสร้อย ต่างหูด้วยจุกก๊อกไวน์ 

ที่แขวนเครื่องประดับน่าจะถูกใจสาวๆ หลายคน เพราะทั้งสวย เป็นระเบียบ เก๋ไก๋ไม่ซ้ำใคร และสามารถทำเองได้ไม่ยาก

 

มันง่ายมากกับการนำของเหลือใช้มาทำให้เกิดประโยชน์  อย่างจุกก๊อกไม้จากขวดไวน์ ที่เราเอามาให้ดูเป็นตัวอย่างนี้ สามารถนำมา สร้างสรรค์เป็นของแต่งบ้านสุดเก่ได้อีกมากมาย และน่าจะช่วยให้บ้านของคุณสวยงามน่าสนใจขึ้นอีกไม่น้อยเลยค่ะ 

 

 ขอบคุณภาพประกอบจาก Pinterest

vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  •  

              การเลือกใช้แสงของหลอดไฟให้ตรงกับการใช้งานภายในบ้าน ถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะหลอดไฟมีหลายโทนสี และแสงของหลอดไฟแต่ละสีก็สร้างความรู้สึก อารมณ์ และบรรยากาศให้กับผู้อยู่อาศัยด้วย วันนี้เรามีเคล็ดลับการเลือกแสงไฟให้เหมาะกับแต่ละห้องมาฝากเพื่อนๆ กัน

     

     

    1.ห้องน้ำ  

                ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน แบบสว่างสดใส ใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำได้นาน ควรใช้หลอดไฟ Daylight White หรือชอบความรู้สึกผ่อนคลาย แบบร้านสปา ควรใช้ หลอดไฟ Warm White และ Cool White เป็นต้นและเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความอับชื้น มองเห็นได้ชัดเจน ไม่ลื่นล้ม ควรเลือกแสงไฟที่สว่างๆ หากเปิดให้แสงธรรมชาติถ่ายเทผ่านเข้ามาได้มากยิ่งดี และบริเวณอ่างล้างหน้า หรือโต๊ะหากชอบแบบสว่างสดใสสำหรับแต่งหน้า แต่งตัว ควรติดไฟรอบกระจกด้วยแสงอ่อนนุ่ม หรือไฟสีขาว เพราะจะให้แสงที่เป็นจริง 

     

     

     

     

    2.ห้องทำงาน หรือสำนักงาน

            ควรเป็นแสงธรรมชาติ หรือหลอดไฟแสงขาว สบายตา เงียบสงบ มีแสงสว่างเพียงพอ ผ่อนคลาย สามารถเห็นสิ่งต่างๆ ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อต้องเพ่งสายตากับคอมพิวเตอร์นานๆ  มีสมาธิ และช่วยกระตุ้นการทำงาน สำหรับคนที่ชอบทำงานตอนกลางคืน ควรมีโคมไฟตั้งโต๊ะ โดยใช้แสงไฟสีขาวนวล (Cool White) จะช่วยให้มองเห็นงานได้ชัดเจน และไม่รู้สึกปวดตาเวลาทำงาน

     

     

    3.ห้องทานอาหาร

                              ใช้หลอดไฟที่ให้แสงสว่างแบบอ่อนโยน สะอาดตา ช่วยสร้างบรรยากาศอบอุ่น เป็นกันเอง สบายๆ                                        เช่น หลอดไฟ Warm White และ Cool White ที่เป็นแสงโทนอุ่น ช่วยให้อาหารดูน่ารับประทานมากขึ้นด้วย

     

     

     

    4.ห้องนั่งเล่น และห้องรับแขก
      เป็นห้องสำหรับการผ่อนคลาย สบายตา สร้างบรรยากาศอบอุ่นให้กับครอบครัว และแขกผู้มาเยือน ดังนั้นควรใช้แสงสว่างที่ส่องมาจากธรรมชาติเป็นหลัก จะทำให้ห้องดูโปร่งสบาย และควรใช้แสงไฟสีส้ม หรือขาวโทนอุ่น Warm White และ Cool White ให้มีแสงสว่างมากพอ หรือสีที่เข้ากับโทนการตกแต่งห้อง

     

     

    5.ห้องนอน

                 ควรรู้สึกสงบ อบอุ่น ผ่อนคลาย พักผ่อนได้อย่างสบายใจ ใช้หลอดไฟแสง Warm White หรือ Cool White ให้แสงที่นวลตา ไม่สว่างมาก และแสงไม่อ่อนมากเกินไป เช่น แชนเดอเลียร์, ไฟซ่อนผนัง, ไฟฝังฝ้า จะช่วยให้เรารู้สึกมั่นใจ ปลอดภัย และนอนหลับได้อย่างสนิท ช่วยลดความวิตกกังวลระหว่างนอนหลับ แต่ถ้าชอบอ่านหนังสือในห้องนอนควรใช้แสงสว่างให้เพียงพอ หรือมีโคมไฟหัวนอนเสริม

     

     

    6.ห้องครัว

           ควรใช้แสงไฟสว่างตั้งแต่แสงปกติจนถึงสว่างเป็นพิเศษ เช่น หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ หรือหลอดไฟฮาโลเจน และควรมีช่องแสงหรือหน้าต่างให้มีอากาศถ่ายเท ไม่ควรเป็นจุดอับ ปลอดโปร่ง มีแสงจากธรรมชาติเข้ามาได้มากที่สุด ช่วยลดกลิ่นอับ และควรเพิ่มแสงสว่างใต้เครื่องดูดควัน ตู้เก็บของชั้นบน หรือบริเวณอื่นๆ เพื่อให้ทำงานสะดวกและเพิ่มความสวยงามได้ด้วย

     

     

    ลองนำเทคนิคที่เราแนะนำนี้ไปใช้ดูนะคะ ทั้งในเรื่องบรรยากาศภายในบ้านและการใช้งาน และมีสไตล์เข้ากับความชอบของเราที่สำคัญการเลือกหลอดไฟที่เหมาะสม และจำนวนที่พอดีจะช่วยให้เราประหยัดมากขึ้น เพราะไม่ต้องใช้หลอดไฟมากเกินไปความจำเป็นอีกด้วยค่ะ หวังว่าข้อมูลนี้จะทำให้เพื่อนๆ สามารถเลือกซื้อหลอดไฟได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมในแต่ละห้องได้ค่ะ

  • ต้นไม้ยอดนิยม
    By vLIVING PRO21/02/2561

    ต้นไม้นอกจากจะทำให้บ้านร่มรื่น และบดบังแสงแดดได้แล้ว ยังเป็นต้นไม้ใหญ่ที่ช่วยให้บรรยากาศของบ้านสดชื่นอีกด้วย หากใครกำลังคิดอยากจะหาต้นไม้มาปลูกไว้ในบ้าน วันนี้เรามีต้นไม้ยอดนิยมหลากหลายชนิดมาฝาก ลองดูนะคะว่าต้นไม้ชนิดไหนบ้างที่เหมาะกับบ้านของคุณค่ะ

     

    การปลูกต้นไม้ใหญ่ อาจไม่ใช่เรื่องยาก แต่ควรดูแลให้เหมาะสม เพราะอย่างน้อยพรรณไม้พวกนี้ก็สามารถให้ความสดชื่นและความสบายใจแก่คนในครอบครัวได้อย่างแน่นอนค่ะ ดังนั้นก่อนตัดสินใจซื้อต้องคิดวางแผนเลือกต้นไม้ที่จะปลูกให้รอบคอบ เพราะหากปลูกแล้วคงเป็นเรื่องใหญ่ที่จะถอนทิ้งภายหลัง บางชนิดกิ่งก้านอาจหักลงมา หรือรากต้นไม้อาจชอนไชทำให้บ้านเสียหายได้ค่ะ

  • วันคริสต์มาส และวันปีใหม่ เทศกาลแห่งความสนุกสนาน งานปาร์ตี้สนุกๆ ใกล้มาถึงแล้ว เรามาเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับวันแห่งความสุขที่ใกล้จะถึงเร็วๆ กันดีกว่า ด้วยการตกแต่งบ้านให้พร้อมรับกับความสุข ความสนุก กับไอเดีย DIY ช่วยประหยัดเงิน แต่ก็สามารถแต่งบ้านให้สวยสดใส พร้อมสำหรับการเฉลิมฉลองได้ค่ะ

     

    1. ทำโมบายด้วยวัสดุต่างๆ ใกล้ตัว เช่น พับกระดาษแบ่งครึ่งให้เท่าๆ กัน วาดรูปเกล็ดหิมะ รูปดาว หรือรูปที่ต้องการลงไป แล้วนำมาร้อยเชือก  หรืออีกไอเดียหนึ่งคือโมบายแต่งโต๊ะดินเนอร์ โดยการนำเถาวัลย์ หรือท่อนไม้มาผูกเชือกให้แน่นหนา แล้วนำของตกแต่งต่าง ๆ มาแขวนให้สวยงาม ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย 

     

    2. ทำพวงมาลัยจากจุกก๊อก ไม้หนีบผ้า หรือวัสดุอื่นๆ หากที่บ้านมีจุกก๊อกที่เหลือจากงานปาร์ตี้ หรือไม้หนีบผ้านำมาติดกาวและตกแต่งให้สวยงาม หรืออาจนำกิ่งไม้ ลวดมัดรวมๆ กัน หรือกระดาษแข็งตัดเป็นห่วงวงกลมก็ได้ แล้วหาดอกไม้ผ้า ลูกไม้ ริบบิ้น และอื่นๆมาตกแต่งนำเือกหรือรีบบิ้นมีทำเป็นห่วงไว้สำหรับแขวน แค่นี้ก็เรียบร้อย

     

     

    3. ทำแบรนด์เนอร์สุดเก๋ตกแต่งบ้าน ทำได้ง่าย และประหยัด เช่น ทำสายรุ้งต้นสน ดาว หรือรูปอื่นๆ อาจทำจากผ้าสักหลาด หรือกระดาษสีก็ได้ ตัดเป็นรูปต้นสน แล้วนำมาเย็บต่อกันเป็นสายยาวๆ หรืออาจนำกระดาษมาประดิษฐ์เป็นตัวอักษร ตกแต่งอีกนิดหน่อยให้สวยงาม เสร็จแล้วนำไปติดในบริเวณที่ต้องการได้เลย

     

     

    4. ประดิษฐ์ดางดาวจากไม้เหลือใช้ นำกิ่งไม้มาต่อกันให้เป็นรูปดาว แล้วตกแต่งด้วยต้นไม้-ดอกไม้ หรือไฟประดับ แล้วนำไปติดตามมุมต่างๆ ของบ้าน เพิ่มบรรยากาศให้กับบ้าน เพื่อต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขที่จะมาถึง

     

    ไอเดียแต่งบ้าน DIY เพื่อต้อนรับคริสต์มาสและปีใหม่เหล่านี้ ที่เรานำมาฝากกัน เพื่อนๆ ลองนำไปทำดูนะคะ ช่วยประหยัดตังค์ในกระเป๋าของเพ่อนๆ ได้เยอะเลยค่ะ

     

    ขอบคุณรูปภาพประกอบจาก Pinterest

  • " กระดาษทราย "  เป็นสิ่งที่ช่างคุ้นเคยกันดี

    สำหรับช่าง ผมมีข้อมูลมาฝากเพื่อนๆกันครับ

     

  •      ในงานก่อสร้าง ต้องพิจารณาดูว่างานที่ทำไม่เสร็จ หรือว่างานที่ทำไปกลางคันแล้ว ทำไม่เสร็จจริงเพราะว่างานเหลือเยอะแล้วไม่ทำต่อ  หรือเป็นกรณีที่ เบิกเงินไปแล้วหนีไปเลย ลักษณะนี้ถือว่าเป็นการทิ้งงาน เพราะว่าเงินส่วนที่เหลือนั้น เจ้าของบ้าน อาจจะต้องนำไปจ่ายให้ช่างใหม่มาเก็บงานต่อ  และอาจเกิดงบบานปลายได้เพราะ ช่างที่เข้ามาใหม่อาจจะคิดราคาแพงกว่าที่ควรจะเป็นว่าช่างเก่าที่ทำไว้งานไปถึงไหนแล้ว สาเหตุเนื่องจากไม่รู้ว่าแย่แค่ไหนจึงมีการเผื่อค่าเก็บแก้งาน

     

     

    1.ประเด็นและสาเหตุการทิ้งงาน

    หากช่างทำงานไม่สำเร็จ หรือทิ้งงานไปกลางคัน โดยที่ปริมาณงานยังเหลืออีกเยอะ หากช่างเบิกงวดงาน ไปแล้วปิดมือถือหรือติดต่อยาก ผู้ว่าจ้างอาจจะต้องพิจารณาไม่จ่ายเงิน ในส่วนที่ทำไป แล้วเพราะ เงินที่เหลือ จะต้องนำไปจ้างช่างที่ว่าจ้างเข้ามาใหม่ที่จะเข้ามาต่องาน ช่างใหม่อาจจะคิดเงินราคาแพงกว่าเพราะไม่รู้ว่าของเดิมได้ทำไว้แย่แค่ไหน จึงทำให้มีค่าใช้จ่ายในการเก็บงานมากขึ้น

     

    2.การจ้างงานช่างหรือผู้รับเหมา ควรทำสัญญาให้ชัดเจน ว่าเบิกงวดงานได้ตอนไหน หากไม่มีเอกสารที่จะระบุได้ชัดเจนอาจจะทำให้ช่าง เบิกเงินเกินกับปริมารงานที่ทำ เจ้าของบ้านมารู้ตัวอีกที เงินอาจจะหมดแล้วแต่งานยังไม่ไปถึงไหนเลย หรือ หากถึงเวลาที่กำหนดแล้วเจ้าของบ้านดึงเงินไม่จ่ายก็ต้องมาดูที่สัญญาว่าทำไปมากน้อยแค่ไหน

     

    ข้อแนะนำเพิ่มเติม

    ในการทำสัญญากับรับเหมาควรจะขอเอกสาร เช่น บัตรประชาชน ทะเบียนบ้านเดิม ไว้เป็นหลักฐานทุกครั้งในการอ้างอิง โดยทั่วไปช่างที่ไม่บริสุทธิ์ใจจะไม่ยอมให้หลักฐานประกอบเพื่อแนบในสัญญา นอกจากนี้เราไม่ควรเลือกผู้รับเหมาที่มีปัญหาการเงินตั้งแต่แรก เพราะตอนทำงานจริงก็มีโอกาสเกิดปัญหาหมุนเงินไม่ทันและอาจทิ้งงานได้

    3. จ่ายตามจริง อ้างอิงราคากลาง หรือ ที่ตกลงไว้

     จ่ายเท่าไหร่ ขึ้นกับการเจรจา โดยทั่วไปถ้าคุยกันเองได้ก็จบ แต่คุยสรุปตัวเลขกันไม่ได้ ต้องขึ้นศาล ก็จะให้คนกลาง สภาวิศวกรมาประเมิน

     

     

     

     

    4.สัญญา ฟ้องได้ แต่คุ้มไหม?

    ไม่แน่ใจ ค่าฟ้องก็หลายหมื่นนะ มันจะมีอัตราเท่าไหร่ ไม่แน่ใจ ต้องเช็คทนาย

     อีกเรื่องคือ ทาง ผรม. มีทรัพย์อะไรให้ยึดมั้ย แล้วถ้าเค้าไม่ได้มีชื่อถือครองสินทรัพย์ เช่น บ้าน หรือรถ เป็นชื่อพ่อแม่ ก็ยึดไม่ได้นะ หรือ ถ้าเค้าทำงานเป็นพนักงานประจำ สมมติว่า ตามไปทำเรื่องแจ้งขอหักเงินจากเจ้านายใหม่  ถ้าเค้าย้ายงาน เราก็ต้องสืบว่ามันย้ายไปทำทีไ่หน แล้วต้องทำเรื่องใหม่หมด ยุ่งยาก