ศัพท์ช่างวันนี้ จับปุ่มปูน
By vLIVING PRO21 กุมภาพันธ์ 2561 10:57:11

มีใครสงสัยกันบ้างคะว่า จับปุ่มปูน ในทางศัพท์ช่างหมายถึงอะไร? และมีความสำคัญกับงานก่อสร้างอย่างไร?  วันนี้เรามีคำตอบมาให้ทุกๆ คนทราบกันค่ะ 

 

 

 

 

 

 

ในการฉาบผนังและเทพื้นเพื่อให้ได้ระดับนั้น การจับถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ไม่ควรละเลย และควรเลือกใช้ไม้สามเหลี่ยมที่ตรง ไม่โก่งด้วย

vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  • ใครที่เคยพูดว่าดอกไม้ เมื่อแห้งเหี่ยวแล้วก็ต้องโยนทิ้งไป คงต้องเปลี่ยนความคิดซะแล้วหล่ะ เพราะดอกไม้แห้งก็สวยงามได้ ถ้าสามารถรักษารูปทรงเดิมให้อยู่ได้ เรามายืดอายุให้กับดอกไม้กันเถอะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นดอกอะไรก็สามารถทำได้ และไม่ยุ่งยาก จะทำเป็นของที่ระลึก ของขวัญ หรือทำเป็นบุหงารำไป ช่วยเพิ่มความหอมสดชื่นให้บ้านก็ได้นะคะ งั้นเรามาเริ่มทำไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ

    1. ตากดอกไม้เพื่อทำดอกไม้แห้งให้ฟอร์มยังคงความสวยงามอยู่เหมาะเดิม

    วิธีทำมีดังนี้

    1. เลือกดอกไม้ที่ต้องการทำเป็นดอกไม้แห้ง  เด็ดกลีบช้ำ ขาด แหว่ง หรือไม่สวยทิ้งไป

    2. ตัดก้านดอกไม้ออกสักนิด แต่ต้องไม่น้อยกว่า 6 นิ้ว

    3.  ใช้เชือกมัดตรงปลายก้านรวมกันเป็นช่อ สำหรับแขวนกลับหัว ให้ดอกไม้ห้อยลงล่าง ก้านชี้ขึ้นข้างบน เพื่อรักษาตัวดอกไม้ให้คงรูป ในห้องที่มีอากาศถ่ายเท ป้องกันการเกิดเชื้อราที่กลีบของดอก

    4. ทิ้งไว้ 2-3 สัปดาห์ดอกไม้จะแห้งสนิท และก้านจะตั้งตรงไม่หักงอ 

    วิธีนี้เหมาะกับดอกไม้ที่มีกลีบหนาและทน แต่ไม่เหมาะกับดอกไม้ประเภทกลีบบางช้ำง่าย เพราะกลีบจะเหี่ยวย่น ยับยู่ หรืออาจจะร่วงระหว่างตากลมได้ค่ะ

      

     

    2. แช่ด้วยสารดูดความชื้น หรือซิลิก้าเจล เป็นสารที่ใส่อยู่ในถุงเล็กๆ ที่ติดมากับห่อขนม กล่องรองเท้า กระเป๋า หรือผลิตภัณฑ์บางประเภท สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายเคมีทั่วไป และสามารถใช้ซ้ำได้เรื่อยๆ

    วิธีการทำมีดังนี้

    1. เอาสารดูดความชื้นใส่ในภาชนะทรงสูง แล้วตั้งดอกไม้ให้ตรง จัดให้อยู่ในทรงที่เราต้องการ

    2. เทสารดูดความชื้นให้ดอกไม้ให้มิด

    3. ปิดฝาทิ้งไว้ประมาณ 3-7 วัน แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จ หรือถ้าอยากได้เฉพาะดอก ก็สามารถตัดก้านออกได้ แล้วใส่ในภาชนะที่ไม่ต้องสูงมาก 

    4. เอาเข้าไมโครเวฟ 1-2 นาทีก็เสร็จเรียบร้อย หรือหากไม่มีไมโครเวฟ ก็สามารถวางทิ้งไว้เฉยๆ ได้ แต่จะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์

    5. ล้างมือให้สะอาด ภาชนะที่นำมาใช้ก็ทิ้งไปเลยนะคะ หรือนำไปใช้อย่างอื่นก็ได้ แต่ห้ามใช้ใส่อาหารเด็ดขาด

     

     

    3. การทับดอกไม้ วิธียอดฮิตสมัยเด็กๆ

    วิธีการทำมีดังนี้ 

    1. เลือกดอกไม้ ควรใช้ดอกไม้ที่มีขนาดเล็กและแบน หลีกเลี่ยงการใช้ดอกไม้ที่มีก้านอ้วนๆ หรือที่มีกลีบบาง เพราะจะได้รับความเสียหายได้ง่าย
     
    2. วางดอกไม้บนกระดาษที่ผิวแห้ง ด้าน ไม่มันเงา เช่น หนังสือพิมพ์ กระดาษแข็งหรือกระดาษทิชชู่
     
    3. นำไปสอดไว้ในหนังสือเล่มหนาอีกครั้ง อาจใส่กล่อง หรือแผ่นไม้หนักๆ วางทับลงอีกที ทิ้งไว้ประมาณ 1-3 อาทิตย์ แค่นี้ก็จะได้ดอกไม้แห้งที่บางเรียบคงตัวตามแบบที่จัดไว้ แล้วอาจนำไปใส่กรอบรูป หรือเคลือบทำเป็นที่คั่นหนังสือก็ได้
     
      
     
     
    4. การอบแห้งในเตาอบลมร้อน
     
    วิธีการทำมีดังนี้
    1. เตรียมดอกไม้ที่ต้องการ แล้วตัดลวดตาข่ายแบบดัดได้ ขนาดใหญ่พอสำหรับดอกไม้ จากนั้นวางดอกไม้พาดช่องว่างของตะแกรง
     
    2. เปิดไฟวอร์มเตาอบก่อน และควรใช้เตาอบลมร้อนที่ระบายอากาศได้ดี โดยใช้อุณหภูมิต่ำ เมื่อเตาอบร้อนถึง 38ºC ให้วางตะแกรงที่เรียงดอกไม้ใส่เข้าไปในเตาอบ
     
    3. ปล่อยทิ้งไว้ในเตาอบลมร้อนประมาณ 1 ชั่วโมง การใช้ระยะเวลาในการอบแห้งจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับชนิดและจำนวนของดอกไม้ที่ใช้ ไม่ควรใช้เตาอบทั่วไป เพราะมีความชื้นมากเกินไป
     
    4. เมื่อดอกไม้แห้งสนิทแล้ว นำออกมาจากเตาอบและพักไว้บนตะแกรงให้เย็นลง แล้งฉีดสเปรย์ใส่ผม หรือสารคงสภาพดอกไม้ เพื่อเพิ่มความแข็งแรง ทนทานของดอกไม้แห้ง
      
     

    ลองทำตามกันดูนะคะ เป็นวิธีที่ง่ายๆ มีให้เลือกหลายวิธี และหากเพื่อนๆ คนไหน ทำแล้วติดใจ อาจลองทำขายก็ได้นะคะ ใช้เวลาว่างให้เกินประโยชน์ แถมยังสามารถทำเป็นรายได้เสริมได้อีกด้วยค่ะ 

     

    ขอบคุณภาพประกอบจาก Pinterest

     

  • เฟอร์นิเจอร์หนัง จำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ และควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องเหมาะสมทำความสะอาดให้ถูกวิธี เพื่อให้โซฟายังคงสภาพดี สวยงามอยู่เสมอ รวมทั้งต้องมีความพิถีพิถัน เพื่อป้องกันไม่ให้โซฟาหนังเสียหายด้วย วิธีทำความสะอาดโซฟาหนังที่ถูกต้องเป็นอย่างไร? และมีอะไรบ้าง? มาดูกันค่ะ

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    โซฟาหนังมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาด้วยนะคะ 

     

     

     

  • ปัญหาที่พบเจอกันบ่อยเกี่ยวกับเรื่องบ้านคงนี้ไม่พ้นเกี่ยวกับเรื่อง แตก ร้าว ทรุด

    วันนี้เรามาดูกันดีกว่า 10 ปัญหาหลัก ที่พบเจอกันบ่อยๆมีอะไรบ้าง

     

     

    1.พื้นทรุดตัว 

    มักจะเกิดกับพื้นที่ถมแล้วเทพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก โดยไม่มีการตอกเข็ม ดังนั้นหากดินที่ถมไปยุบตัว ก็ทำให้คอนกรีตยุบตัวลงไปด้วย

     

     

    2.ผนังแตกร้าว

    รอยแตกร้าวของผนังที่เจอบ่อยคือการแตกแบบลายงา หรือแตกแบบแมงมุม

    -การแตกแบบลายงาเกิดจากการที่ฉาบปูนฉาบไม่ได้มาตรฐาน 

    -การแตกร้าวแบบแมงมุมตามวงกบริมเสาเกิดจากไม่ได้มีการหล่อเสาเอ็นหรือทับหลังหรือการเสียบเหล็กหนวดกุ้งเพื่อยึดผนังกับเสา

    - แตกจากโครงสร้าง ทรุดตัว เช่น คาน เสา ผนัง แตกลายงา กับแตกแบบแมงมุม กับแตกจากโครงสร้างทรุดตัว

     

     

    3.ส่วนต่อเติมทรุดตัว

    เกิดจากเสาเข็มมีความยาวน้อยกว่าตัวบ้านเดิม ส่วนต่อเติมเสาเข็มควรมีความยาเท่ากันหรือยาวกว่า 2 เมตร เพื่อให้ทรุดตัวใกล้เคียงกัน

     

     

    4.คอนกรีตเสริมเหล็กผุ

    เกิดจากการใช้เหล็กที่เป็นสนิมมาใช้หรือพื้นด้านบนมีน้ำขังเป็นระยะเวลานาน

     

     

     

    5.บ้านร้อน

    ปัญหาบ้านร้อน มักจะเกิดที่ชั้นบนสุดของอาคารเนื่องจากหลังคารับความร้อนจากดวงอาทิตย์ และส่งผ่านความร้อนลงมาด้านล่างสามารถแก้ไขได้

    1.โดยติดฉนวนกันความร้อน

    2.ปรับเปลี่ยนทิศทางลมเพื่อช่วยระบายความร้อนภายในบ้านให้ออกไป

    3.ออกแบบให้เพิ่มพื้นที่กักเก็บ ความร้อนใต้หลังคาและยังช่วยระบายความร้อนที่ชายหลังคา

     

     

     

    6.ฝ้าเพดานพัง

    เกิดจากโครงคร่าวที่ใช้แขวนฝ้าเพดานผุกร่อนจนทำให้ไม่สามารถรับน้ำหนักได้ ปัญหาหลักอาจมาจากการรั่วซึมของน้ำและความชื้นที่เข้ามา

     

     

    7.น้ำรั่วซึม

    เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยเกิดจากการที่อาจจะใช้ท่อหรือว่ากาวที่ไม่ได้คุณภาพ หรือข้อต่อของท่อเกิดการขยับคลายตัว

     

     

    8.สีลอกร่อน

    เกิดจากสีที่ใช้เป็นฟิล์มถูกความชื้นบ่อยเข้าเช่นจากการโดนน้ำฝนหรือน้ำรั่วซึมจากท่อภายนอกผนัง การแก้ไขคือขัดลอกสีเก่าออกแล้วทาสีใหม่ทับอีกครั้ง

     

     

    9.ผนังชื้นขึ้นรา

    เกิดจากการถูกความชื้นเป็นเวลานาน ทำให้เกิดคราบเชื้อราได้

     

     

     

     

     

     

  •  

     

    เมื่อฤดูฝนใกล้เข้าบ้านหลายๆหลังอาจต้องพบเจอกับปัญหารอยรั่วซึมจากพื้นที่ต่างๆรอบบ้านที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งรอยรั่วจากหน้าต่างก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดน้ำซึมเข้าบ้าน และเกิดความเสียหายกับส่วนอื่น ๆ ของบ้านได้ ทั้งผนัง พื้น และเฟอร์นิเจอร์ ที่อยู่ใกล้กับบริเวณหน้าต่าง ซึ่งก่อนที่จะทำการซ่อมแซมได้นั้น ต้องสำรวจก่อนว่ามีรอยรั่วอยู่บริเวณใดบ้าง

     

    วิธีสังเกตรอยรั่วที่หน้าต่าง มีดังนี้

     

     

     

    1. ตรวจสอบการติดตั้งกระจก ว่ามีความแน่นหนาดีหรือไม่ ถ้ากระจกขยับได้แสดงว่าติดตั้งไม่แน่ นอกจากนี้ ให้ดูว่ามีรอยแตกราวหรือไม่

    วิธีแก้ไข คือ ควรเปลี่ยนกระจกใหม่

    1. ตรวจดูว่ามีแสงลอดผ่านขณะปิดหน้าต่างหรือไม่ ถ้ามี แสดงว่าหน้าต่างเกิดรอยรั่ว

    วิธีแก้ไข คือ ควรใช้ซิลิโคนอุดรอยรั่วเล็กๆน้อยๆ ตามขอบหน้าต่าง โดยบีบอัดซิลิโคนตามแนวรอยต่อของขอบหน้าต่าง ทั้งด้านนอกและด้านใน

    1. สังเกตรอยคราบเหลือง หรือรอยน้ำซึมใต้ขอบหน้าต่าง และผนังรอบๆ ว่ามีช่องว่างระหว่างวงกบกับผนังปูนหรือไม่ และอาจพบว่าหน้าต่างบวม เบี้ยว หรือปิดไม่สนิท จึงทำให้น้ำไหลย้อนเข้าบ้าน

    วิธีแก้ไข คือ สกัดเปิดผิวหน้าปูนรอบวงกบด้านนอกให้กว้างอย่างน้อย 1 เซนติเมตร แล้วใช้โพลียูรีเทน ฉีด อัดรอบวงกบ จากนั้นแต่งหน้าให้เรียบ แล้วทาสีทับเพื่อความสวยงามเรียบร้อย

    1. แผ่นยางกันน้ำตรงขอบหน้าต่างเสื่อมสภาพ เนื่องจากใช้งานมาเป็นเวลานาน

    วิธีแก้ไข คือ เปลี่ยนแผ่นยางกันน้ำที่ขอบหน้าต่างใหม่ โดยลอกแผ่นยางอันเก่าออก ควรใช้แผ่นยางที่มีขนาด และความหนาเท่าของเดิม

    1. ขอบวงกบอลูมิเนียมหน้าต่างไม่มีรูระบายน้ำ ทำให้น้ำขัง เอ่อล้น และไหลเข้าบ้าน

    วิธีแก้ไข คือ เจาะรูระบายนำที่กล่อง หรือวงกบด้านนอก เพื่อระบายน้ำฝนไม่ให้ไหลย้อนเข้าบ้าน

     

     

     

    ข้อแนะนำเพิ่มเติม หน้าต่างควรทำปีกกันสาดเล็กๆ เพื่อป้องกันฝนสาดด้วย

     

    ยังมีอีกหลายวิธีที่สามารถป้องกันฝนสาด จากการที่น้ำซึมเข้าทางหน้าต่างได้  ก่อนที่จะเข้าสู่หน้าฝน เราควรสนใจและใส่ใจซ่อมแซมบำรุงรักษาบ้านของเรา  เพื่อเป็นการยืดอายุการใช้งาน และไม่ต้องปวดหัว ทำให้เสียสุขภาพจิตที่ต้องเผชิญกับปัญหาน้ำรั่วซึมอีกด้วย

     

    ขอบคุณภาพประกอบจาก Pinterest

  • เมื่อจะทำผนังเบา โครงคร่าวเป็นสิ่งสำคัญที่ใช้ยึดกับตัววัสดุผนังเบา ไม่ว่าจะเป็นแผ่นยิปซัม ไม้ หรือว่าวัสดุอื่นๆที่ต้องการ วันนี้เรามีีรายละเอียดของโครงคร่าวมาฝากกัน