" บานเฟี้ยม " เป็นคำที่คุ้นหูที่เราเคยได้ยินกันมาบ้างแล้ว
แต่บางคนอาจจะไม่ทราบว่า บานเฟี้ยมคืออะไร เรามีคำตอบให้ครับ






" บานเฟี้ยม " เป็นคำที่คุ้นหูที่เราเคยได้ยินกันมาบ้างแล้ว
แต่บางคนอาจจะไม่ทราบว่า บานเฟี้ยมคืออะไร เรามีคำตอบให้ครับ






การปูกระเบื้องแบบซาลาเปาไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง ทำให้เกิดผลกระทบตามมามากมาย เช่น กระเบื้องหลุดร่อน แตกร้าว น้ำซึมผ่านเข้าไปในกระเบื้อง ปัญหาการเกิดคราบขาวบริเวณผิวกระเบื้อง และอายุการใช้งานของกระเบื้องที่สั้นลง ส่งผลให้ต้องเสียเงินจ้างช่างมาซ่อมแซม หรือต้องปูกระเบื้องใหม่อีกครั้ง


การปูกระเื้องแบบซาลาเปา คือ การนำปูนกาวซีเมนต์มาโปะหลังกระเบื้อง แล้ววางกดลงไปบนพื้นผิวปูนหยาบ ทำได้ง่ายรวดเร็วและประหยัด แต่ไม่ควรทำ เนื่องจากกระเบื้องจะหลุดร่อนง่าย

เพราะหน้าสัมผัสของปูน และกระเบื้องน้อย บริเวณขอบกระเบื้องมีแต่โพรงอากาศไม่มีเนื้องปูน ทำให้กระเบื้องบิ่น และแตกร้าวง่าย ที่สำคัญห้ามปูแบบซาลาเปาในพื้นที่สัมผัสน้ำ

เพราะโพรงอากาศใต้กระเบื้องจะขังน้ำขัง ทำให้น้ำซึมผ่านลงข้างล่างได้ วิธีทดสอบ คือ สุ่มตรวจโดยการเคาะกระเบื้อง และฟังเสียง
ข้อแนะนำ!! หากพบว่าเป็นการปูแบบซาลาเปา ควรรื้อปูใหม่ให้ถูกต้อง
ควรศึกษาวิธีการปูกระเบื้องที่ถูกวิธี เพื่อจะได้ไม่มีปัญหาเกิดขึ้นตามมาในระยะยาว และจะได้รู้ทันช่าง หากพบเห็นว่าช่าง ปูกระเบื้องไม่ถูกวิธี เราามารถบอกให้ช่างทำการแก้ไขให้ถูกต้องได้
การก่ออิฐมีวิธีมากมายเหลือเกินแล้วการก่ออิฐสองชั้นล่ะ! มันคืออะไร? ก่อแบบไหน? ทำเพื่ออะไร มาดูกันเลย










ประวัติ
บริษัท อิสรา ลิฟวิ่ง จำกัด เป็นบริษัทเกี่ยวกับ “บ้านระบบสำเร็จรูป” ก่อตั้งขึ้นเมื่อต้นปี 2558 จากความรัก ความสนใจในเรื่องเดียวกันของสถาปนิก 3 ท่าน ประกอบด้วย กระผม ชยดล ปิยะวาณิชเสถียร (ปิ๊ก) เอกรัฐ เฉลิมชิต (เอก) และปียพัทธ์ เชี่ยววานิช (แต้ว) ซึ่งทุกคนเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน จากคณะสถาปัตยกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และต้องการที่จะทำให้เป็นธุรกิจที่มั่นคง
จุดเริ่มต้นของธุรกิจบ้านสำเร็จรูปคืออะไร และรวมตัวกันได้อย่างไร
เริ่มต้นจากการที่เราพูดคุยกัน ถึงเรื่องที่เกี่ยวกับปัญหามากมายในวงการก่อสร้าง แล้วก็ลองคิดกันเล่นๆว่า จะมีวิธีไหน หรือหนทางใดที่จะเป็นทางออกสำหรับปัญหาเดิมๆที่เกิดขึ้น อาทิเช่น การเป็นผู้รับเหมางานสร้างในที่ที่ต้องเดินทางไป-กลับ ต้องหาที่พักให้กับคนงาน หรืออาจสร้างความเดือดร้อนรำคาญใจให้กับเจ้าของบ้านบริเวณใกล้เคียง ไม่ว่าจะเป็นเสียง ฝุ่น รวมถึงการเก็บงาน ซึ่งหากทำในโรงงานจะทำได้ง่ายและเร็วกว่า เป็นต้น เมื่อเราได้พบเจอกับบ้านหลังเล็กๆ หรือศาลาที่วางขายตามข้างทาง จึงเริ่มเกิดไอเดียที่อยากจะย้ายสถานที่ก่อสร้างจากหน้างานให้ไปอยู่ในโรงงานแทน พวกเรานัดประชุมกันหลายครั้ง ก่อนที่จะเปิดเป็นบริษัทฯ เพื่อประชุมแลกเปลี่ยนข้อมูล วิเคราะห์ตลาด รูปร่างหน้าตาของบ้านที่เหมาะสมกับฟังก์ชั่นและวัสดุที่ใช้ รวมถึงศึกษาเทคนิคการก่อสร้างบ้านสำเร็จรูป เมื่อความคิดเห็นทุกอย่างตกตะกอน ลงตัวดีที่สุดแล้ว จึงเริ่มต้นทดลองทำบ้านหลังแรกขึ้นมา เพื่อเป็นต้นแบบมีชื่อรุ่นว่า Slope ซึ่งเป็นชื่อเรียกง่ายๆของหลังคาที่เอียงด้านเดียว แต่ที่จริงแล้วอยากตั้งชื่อให้เป็นอะไรที่เกี่ยวกับภูมิประเทศในธรรมชาติ
บ้านสำเร็จรูปของคุณมีรูปแบบอย่างไรบ้าง มีจุดเด่น และแตกต่างจากคู่แข่งอย่างไร
พวกเรามีความสุข และสนุกในการทำงาน เราคิดแบบบ้านสำเร็จรูป ทั้งรุ่นและรูปแบบต่างๆ จากการวิเคราะห์ไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งาน จุดเด่นที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือ การออกแบบเพิ่มเติมให้ตัวบ้านสอดคล้องกับหน้างานในแต่ละที่ จากสถาปนิกผู้เชี่ยวชาญ อาทิเช่น คิดเรื่องการเข้าถึง การจัดวาง และออกแบบตัวบ้านให้สามารถรับลมได้ แต่ก็หลบแดดได้ด้วย คิดถึงเรื่องการเชื่อมต่อกับบ้านเดิม ทำให้ลูกค้าได้บ้านที่เหมาะสมกับตัวเองจริงๆ เป็นต้น ไม่ได้ทำขึ้นมาเพื่อวางขายเรียงกันเยอะๆหลายหลังๆ
เป้าหมายทางธุรกิจในอนาคตเป็นอย่างไร จะพัฒนาต่อยอดไปในทิศทางไหน
เมื่อผ่านการทำงานมาเกือบ 3 ปี เราพบว่าต้องมีการพัฒนาแบบบ้านให้มีความทันสมัยมากขึ้น และสวยงามอยู่เสมอ มีการออกแบบบ้านสำเร็จรูปรุ่นใหม่ๆออกมาเพิ่มเติมเรื่อยๆ ออกแบบระบบต่างๆภายในบ้านเพื่อช่วยเสริมความสมบูรณ์ให้กับตัวบ้าน ใส่นวัตกรรมใหม่ๆลงไป เช่น ระบบระบายอากาศทำให้บ้านเย็น ระบบโซล่าเซลล์ ระบบเปิด-ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าและแสงสว่างอัตโนมัติ เป็นต้น รวมทั้งออกแบบระบบการผลิตที่โรงงานให้มีความรวดเร็วและเรียบง่ายมากยิ่งขึ้น สามารถใช้เป็นต้นแบบในการขยายสาขาต่อไปได้ในอนาคตด้วย
ฝากทิ้งท้ายสำหรับธุรกิจของคุณ ถึงคนที่กำลังมองหาและสนใจบ้านสำเร็จรูป
อิสรา ลิฟวิ่ง มีความตั้งใจในการผลิตบ้านสำเร็จรูปที่สามารถตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัย ในแง่ความสวยงาม ความรวดเร็วในการสร้าง การควบคุมงบประมาณ จากการมีรุ่นให้เลือกหลายแบบหลายราคา ช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ และความสะดวกสบายให้กับผู้อยู่อาศัย รวมทั้งใช้ระบบสำเร็จรูปทั้งงานฐานราก และตัวบ้าน เพื่อความเรียบร้อยของพื้นที่หน้างาน มุ่งมั่นตอบโจทย์วิถีชีวิตของคนยุคใหม่ ฝากติดตามชมบ้านสำเร็จรูปรุ่นใหม่ของเราที่มีชื่อว่า CAVE series ได้ทาง www.esaraliving.com หรือ www.facebook.com/esaraliving หรือติดต่อฝ่ายขายของทางบริษัท ได้ที่ เบอร์ 098 825 7602 และ 064 334 4557
การจัดพื้นที่บ้านให้เหมาะสมกับทิศทางของแดดและลม เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมาก ที่เราไม่สามารถมองข้างได้ จึงควรทำความเข้าใจในเรื่องทิศทางแดดและลม ตามแต่ละฤดูกาลของบ้านเราอย่างถูกต้อง เพื่อช่วยทำให้ให้บ้านไม่ร้อน มืดทึบ หรือมีกลิ่นเหม็นอับ ในตอนกลางวัน

แสงแดดในยามเช้า จะวิ่งจากทิศตะวันออก แล้วอ้อมโค้งไปทางทิศใต้ ก่อนจะตกลงในทิศตะวันตก ทำให้ทิศใต้ไปจนถึงทิศตะวันตก จะได้รับแสงแดดมากที่สุด คือ ตั้งแต่หลังเที่ยงวันไปจนถึงเวลา 5 โมงเย็น ดังนั้นจึงควรใช้ทิศทางนี้ในการทำกิจกรรมต่างๆที่ต้องการแสงแดด เช่น ใช้ตากผ้า หรือปลูกต้นไม้ที่ต้องการแสงแดด เป็นต้น

ทางทิศตะวันออกจะได้รับแสงอ่อนๆในตอนเช้า และแดดจะแรงจัดในช่วงเวลา 10 โมงเช้าถึงเที่ยงวัน

ทางทิศเหนือจะได้รับแสงแดดน้อยที่สุด เหมาะกับห้องที่ต้องการแสงน้อย เช่น ห้องนอน และห้องรับแขก เป็นต้น
ตำแหน่งของบ้านที่ลมสามารถวิ่งผ่านได้ดี คือ ต้องอยู่ในแนวผ่านของลมประจำฤดู ดังนี้

หน้าหนาว ลมจะพัดจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ไปยังทิศตะวันตกเฉียงใต้

หน้าร้อน และหน้าฝน ลมจะพัดจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ ไปยังทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
ขนาดของช่องลมเข้า – ออกที่ดีที่เหมาะสำหรับบ้าน คือ

ช่องลมเข้า ควรมีขนาดเล็กกว่า หรือเท่ากับช่องลมออก

ถ้าช่องลมเข้ามีขนาดใหญ่กว่า แล้วช่องลมออกมีขนาดเล็กกว่า หรือไม่มีช่องลมออกเลย
จะทำให้อากาศถ่ายเทได้ไม่สะดวก และควรหันด้านที่ยาวที่สุดของตัวบ้านเข้าหาทิศทางของลม เพื่อให้ลมธรรมชาติสามารถพัดเข้าในตัวบ้านได้ เป็นการช่วยระบายความร้อนออกจากตัวบ้านให้ได้มากที่สุด ทำให้ช่วยลดค่าใช้จ่ายาจากการเปิดใช้เครื่องปรับอากาศได้อีกด้วย
เมื่อทราบถึงทิศทางของแสงแดด และสายลมแล้ว ก็จะช่วยให้เราสามารถปรับเปลี่ยน แก้ไขบ้านได้อย่างถูกต้อง เพื่อให้บ้านมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก มีทั้งลมเข้า ลมออก และบ้านของเราจะเป็นบ้านที่เย็นสบายตลอดทั้งปี
สำหรับงาน DIY ในบทความนี้เป็นอะไรที่สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยของเหลือใช้ใกล้ตัว ที่เราสามารถนำมาประยุกต์ทำเป็นสิ่งของเครื่องใช้ และของตกแต่งบ้านเก๋ๆได้ ลองมาดูกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง
1. นำแผ่นไม้เก่ามาทำความสะอาด ทาสี หรือเคลือบสีตามต้องการ จากนั้นติดตะขอเหล็กเข้ากับไม้ ก็สามารถใช้เป็นที่แขวนโคมไฟ ตะเกียง ช่วยเพิ่มบรรยากาศภายในบ้าน นอกจากจะใช้งานได้แล้วยังสามารถใช้เป็นของตกแต่งบ้านไปในตัวได้อีกด้วย
2. นำขวดแก้วรูปทรงเก๋ไก๋ มายึดติดกับแผ่นไม้เก่าที่เหลือจากการใช้งาน ทำเป็นแจกันสำหรับใส่ดอกไม้แล้วติดบริเวณผนังบ้านตามต้องการ ซึ่งเป็นของแต่งบ้านที่ทำได้ง่ายๆ แถมยังช่วยเพิ่มความสวยงาม สดชื่น เป็นธรรมชาติให้กันบ้านของเราได้มากเลยค่ะ
3. ทำที่แขวนของใช้ต่างๆ บริเวณหน้าประตูเข้าบ้าน หรือทำชั้นรูปทรงเก๋ๆ สำหรับวางของและแขวนของใช้จำเป็นที่ต้องใช้ประจำเพื่อความสะดวกในการหยิบใช้สอย เมื่อเวลาเข้า-ออกบ้าน นอกจากใช้งานได้แล้ว ยังเป็นของตกแต่งบ้านได้อีกด้วย
4. หากนำเศษไม้เก่าที่เหลือใช้ยึดติดกับโถ หรือขวดน้ำที่ไม่ใช้แล้ว และนำไปกับผนังบริเวณห้องครัว ก้สามารถใช้เป็นที่ใส่ช้อน-ส้อม ทับพี ตะหลิว และยังใช้เป็นแขวนแก้วน้ำ หรือของอื่นๆ ตามที่เราต้องการได้ อาจเพิ่มลูกเล่นด้วยการใส่ลวดลาย ตัวหนังสือลงบนแผ่นไม้ นอกจากนี้ยังสามารถทำชั้นวางของตามมุมของกำแพงทำให้ดูมีมิติและมีความสวยงามด้วย

เป็นยังไงบ้างคะ สำหรับไอเดียจากเศษไม้เก่าเหลือใช้ที่นำมา DIY ในบทความนี้ได้นำเสนอให้ดูแค่บางส่วนเท่านั้นนะคะ หากใครสนใจ ต้องการที่จะลองนำไปทำดูบ้างก็ได้นะคะ ซึ่งเป็นวิธีง่ายๆไม่ยุ่งยาก รับรองได้ว่าบ้านของคุณจะสวยงามไม่เหมือนใครเลยค่ะ
ขอบคุณภาพประกอบจาก pinterest
ข้อกำหนด
ทดสอบ :O)
123 ถนนอยู่สุข เขตอยู่สุข กรุงเทพฯ 10000
02-123-4567
support@vlivingpro.com
แก้ไขความคิดเห็น