" บานเฟี้ยม " เป็นคำที่คุ้นหูที่เราเคยได้ยินกันมาบ้างแล้ว
แต่บางคนอาจจะไม่ทราบว่า บานเฟี้ยมคืออะไร เรามีคำตอบให้ครับ






" บานเฟี้ยม " เป็นคำที่คุ้นหูที่เราเคยได้ยินกันมาบ้างแล้ว
แต่บางคนอาจจะไม่ทราบว่า บานเฟี้ยมคืออะไร เรามีคำตอบให้ครับ






มุ้งลวด เป็นอุปกรณ์ด่านแรกๆที่ช่วยป้องกันสิ่งสกปรก และสิ่งไม่พึงประสงค์ต่างๆเข้ามาภายในบ้าน เช่น ยุง แมลง หรือฝุ่นละออง จึงทำให้บริเวณมุ้งลวดมักจะมีคราบสกปรกเกาะอยู่มากมายจากลมที่พัดเข้ามาในบ้าน แล้วอาจนำพาฝุ่นละอองติดมาด้วย ดังนั้นเราจึงควรหมั่นทำความสะอาดมุ่งลวดอยู่เสมอและไม่ควรละเลย เพราะอาจส่งผลต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัยได้ ดังนั้นวันนี้เรามีเคล็ดลับการทำความสะอาดมุ้งลวดอย่างง่ายดาย และถูกต้องมาฝากค่ะ




บ้านใครที่มีมุ้งลวดดำ สกปรก หยากไย่ขึ้น หรือมีฝุ่นละอองเกาะอยู่เต็มไปหมด ลองใช้วิธีที่ได้แนะนำไปในบทความข้างบนนี้ดูนะคะ เป็นวิธีที่ง่ายๆ เพื่อนๆ สามารถทำเองได้สบายเลยค่ะ
ก่อนเลือกปลั๊กพ่วงมาใช้ดูให้ดี เช็คให้ชัวร์ ว่าได้มาตรฐานมั้ย ดูให้เรียบร้อยว่าแบบไหนดี เหมาะกับการใช้งาน หากเลือกไม่ดี อาจเกิดการช็อตได้ วันนี้เรามีวิธีการเช็คมาฝากกัน










เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อน อากาศแสนจะร้อนอบอ้าว และอุณหภูมิโลกสูงขึ้นทุกปี การติดตั้งเครื่องปรับอากาศภายในบ้าน จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่หลายๆบ้านใช้ในการแก้ปัญหา แม้ว่าจะเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่าย และสิ้นเปลืองพลังงานก็ตาม ดังนั้นจึงนำวิธีการใช้แอร์อย่างประหยัดมาฝากกัน ลองนำไปปฏิบัติตามได้ ดังนี้ครับ

สูตรการคำนาณค่า BTU คือ พื้นที่ห้อง (กว้าง x ยาว) x ตัวแปร
ตารางเปรียบเทียบขนาดของแอร์ (BTU)


13.ควรปิดคัทเอาท์แอร์เมื่อเลิกใช้งานทุกครั้ง
14.คอยล์ร้อน ควรติดตั้งให้อยู่ในจุดที่โดนแดดน้อยที่สุด อยู่ในที่ร่ม และอากาศสามารถถ่ายเทได้สะดวก หรือติดตั้งให้ห่างจากผนังอย่างน้อย 15 เซนติเมตร ทำให้ช่วยระบายความร้อนได้ดี และยังช่วยประหยัดไฟได้ถึง 15 – 20 %
15.ถ้าต้องเปิดใช้แอร์ต่อเนื่องนานเกิน 8 ชั่วโมง ควรเลือกใช้แอร์ Inverter เพราะจะช่วยทำให้ประหยัดไฟได้เกือบ 50% เลยทีเดียว
หากทุกคนนำวิธีการต่างๆนี้ไปปฏิบัติแล้ว เชื่อแน่ว่าจะสามารถใช้เครื่องปรับอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดค่าใช้จ่าย ทั้งค่าไฟฟ้า และค่าบำรุงรักษา รวมทั้งยังให้ความเย็นที่เพียงพอกับความต้องการได้ตลอดเวลา ที่สำคัญยังช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้อีกด้วย
ขอบคุณรูปภาพจาก Pinterest













เมื่อลมร้อนพัดผ่านมาเมื่อไร บ้านก็จะร้อนจนกลายเป็นเตาอบ เพราะแสงแดดแผดเผา เนื่องจากความร้อนที่เข้ามาภายในบ้านส่วนใหญ่มักจะมาจากหลังคา ดังนั้นหากต้องการจะแก้ปัญหาบ้านร้อนให้ได้ผลดี จึงควรเริ่มที่หลังคาก่อน เพื่อช่วยลดและป้องกันความร้อนจากหลังคา เพิ่มความเย็นให้กับบ้านของเรา มาฝากทุกคน ดังนี้
1. ใช้หลังคาสีอ่อน เพื่อช่วยสะท้อนรังสีความร้อน

2. ชายคา ควรมีระยะยื่นออกมาอย่างน้อย 1 เมตร และฝ้าชายคา ควรมีช่องระบายความร้อน รวมทั้งช่องตรงฝ้าชายคายิ่งเยอะ
ก็จะยิ่งช่วยระบายความร้อนได้ดีขึ้นด้วย

3. ช่องว่างใต้หลังคา ควรมีความสูงมากพอ เพื่อช่วยเพิ่มพื้นที่ในการกักเก็บความร้อนบริเวณใต้หลังคา ทำให้ความร้อนแผ่ลงมายังตัวบ้านได้น้อยลง

4. การติดตั้งแผ่นฟอยล์สะท้อนความร้อน สามารถปูได้ทั้งบนแปรหลังคา หรือปูใต้แปหลังคาก็ได้

5. การติดตั้งฉนวนกันความร้อนบนฝ้าเพดาน ฉนวนมีความหนาตั้งแต่ 2 นิ้ว – 6 นิ้ว แต่ฉนวนกันความร้อนยิ่งมีความหนามากก็จะยิ่งมีน้ำหนักมากขึ้นเช่นกัน จึงต้องทำโครงฝ้าให้แข็งแรงมากขึ้นด้วย

ไม่ว่าจะเลือกใช้วิธีใดก้ตาม สิ่งสำคัญคือ ควรคำนึงถึงความเหมาะสมสำหรับบ้านของเรา ไม่ว่าจะเป็นบ้านเก่า หรือบ้านสร้างใหม่และควรขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้วย
ขอบคุณรูปภาพจาก Pinterest
ข้อกำหนด
ทดสอบ :O)
123 ถนนอยู่สุข เขตอยู่สุข กรุงเทพฯ 10000
02-123-4567
support@vlivingpro.com
แก้ไขความคิดเห็น