DIY จากเศษไม้เก่า
By vLIVING PRO24 กรกฎาคม 2560 13:10:54

สำหรับงาน DIY ในบทความนี้เป็นอะไรที่สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยของเหลือใช้ใกล้ตัว ที่เราสามารถนำมาประยุกต์ทำเป็นสิ่งของเครื่องใช้ และของตกแต่งบ้านเก๋ๆได้ ลองมาดูกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง

1. นำแผ่นไม้เก่ามาทำความสะอาด ทาสี หรือเคลือบสีตามต้องการ จากนั้นติดตะขอเหล็กเข้ากับไม้ ก็สามารถใช้เป็นที่แขวนโคมไฟ ตะเกียง ช่วยเพิ่มบรรยากาศภายในบ้าน นอกจากจะใช้งานได้แล้วยังสามารถใช้เป็นของตกแต่งบ้านไปในตัวได้อีกด้วย

       

 

2. นำขวดแก้วรูปทรงเก๋ไก๋ มายึดติดกับแผ่นไม้เก่าที่เหลือจากการใช้งาน ทำเป็นแจกันสำหรับใส่ดอกไม้แล้วติดบริเวณผนังบ้านตามต้องการ ซึ่งเป็นของแต่งบ้านที่ทำได้ง่ายๆ แถมยังช่วยเพิ่มความสวยงาม สดชื่น เป็นธรรมชาติให้กันบ้านของเราได้มากเลยค่ะ

  

  

 

3.  ทำที่แขวนของใช้ต่างๆ บริเวณหน้าประตูเข้าบ้าน หรือทำชั้นรูปทรงเก๋ๆ สำหรับวางของและแขวนของใช้จำเป็นที่ต้องใช้ประจำเพื่อความสะดวกในการหยิบใช้สอย เมื่อเวลาเข้า-ออกบ้าน นอกจากใช้งานได้แล้ว ยังเป็นของตกแต่งบ้านได้อีกด้วย

   

 

4. หากนำเศษไม้เก่าที่เหลือใช้ยึดติดกับโถ หรือขวดน้ำที่ไม่ใช้แล้ว และนำไปกับผนังบริเวณห้องครัว ก้สามารถใช้เป็นที่ใส่ช้อน-ส้อม ทับพี ตะหลิว และยังใช้เป็นแขวนแก้วน้ำ หรือของอื่นๆ ตามที่เราต้องการได้ อาจเพิ่มลูกเล่นด้วยการใส่ลวดลาย ตัวหนังสือลงบนแผ่นไม้ นอกจากนี้ยังสามารถทำชั้นวางของตามมุมของกำแพงทำให้ดูมีมิติและมีความสวยงามด้วย

  

 

เป็นยังไงบ้างคะ สำหรับไอเดียจากเศษไม้เก่าเหลือใช้ที่นำมา DIY ในบทความนี้ได้นำเสนอให้ดูแค่บางส่วนเท่านั้นนะคะ หากใครสนใจ ต้องการที่จะลองนำไปทำดูบ้างก็ได้นะคะ ซึ่งเป็นวิธีง่ายๆไม่ยุ่งยาก รับรองได้ว่าบ้านของคุณจะสวยงามไม่เหมือนใครเลยค่ะ

ขอบคุณภาพประกอบจาก pinterest

vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  •                 การจัดพื้นที่บ้านให้เหมาะสมกับทิศทางของแดดและลม เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมาก ที่เราไม่สามารถมองข้างได้ จึงควรทำความเข้าใจในเรื่องทิศทางแดดและลม ตามแต่ละฤดูกาลของบ้านเราอย่างถูกต้อง เพื่อช่วยทำให้ให้บ้านไม่ร้อน มืดทึบ หรือมีกลิ่นเหม็นอับ ในตอนกลางวัน

     

      

                    แสงแดดในยามเช้า จะวิ่งจากทิศตะวันออก แล้วอ้อมโค้งไปทางทิศใต้ ก่อนจะตกลงในทิศตะวันตก ทำให้ทิศใต้ไปจนถึงทิศตะวันตก จะได้รับแสงแดดมากที่สุด คือ ตั้งแต่หลังเที่ยงวันไปจนถึงเวลา 5 โมงเย็น ดังนั้นจึงควรใช้ทิศทางนี้ในการทำกิจกรรมต่างๆที่ต้องการแสงแดด เช่น ใช้ตากผ้า หรือปลูกต้นไม้ที่ต้องการแสงแดด เป็นต้น

     

     

    ทางทิศตะวันออกจะได้รับแสงอ่อนๆในตอนเช้า และแดดจะแรงจัดในช่วงเวลา 10 โมงเช้าถึงเที่ยงวัน

     

     

    ทางทิศเหนือจะได้รับแสงแดดน้อยที่สุด เหมาะกับห้องที่ต้องการแสงน้อย เช่น ห้องนอน และห้องรับแขก เป็นต้น

     

     

    ตำแหน่งของบ้านที่ลมสามารถวิ่งผ่านได้ดี คือ ต้องอยู่ในแนวผ่านของลมประจำฤดู ดังนี้

     

     

    หน้าหนาว ลมจะพัดจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ไปยังทิศตะวันตกเฉียงใต้

     

     

     

    หน้าร้อน และหน้าฝน ลมจะพัดจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ ไปยังทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

     

     

    ขนาดของช่องลมเข้า – ออกที่ดีที่เหมาะสำหรับบ้าน คือ

     

    ช่องลมเข้า ควรมีขนาดเล็กกว่า หรือเท่ากับช่องลมออก

     

     

     

    ถ้าช่องลมเข้ามีขนาดใหญ่กว่า แล้วช่องลมออกมีขนาดเล็กกว่า หรือไม่มีช่องลมออกเลย

    จะทำให้อากาศถ่ายเทได้ไม่สะดวก และควรหันด้านที่ยาวที่สุดของตัวบ้านเข้าหาทิศทางของลม เพื่อให้ลมธรรมชาติสามารถพัดเข้าในตัวบ้านได้ เป็นการช่วยระบายความร้อนออกจากตัวบ้านให้ได้มากที่สุด ทำให้ช่วยลดค่าใช้จ่ายาจากการเปิดใช้เครื่องปรับอากาศได้อีกด้วย

     

           เมื่อทราบถึงทิศทางของแสงแดด และสายลมแล้ว  ก็จะช่วยให้เราสามารถปรับเปลี่ยน แก้ไขบ้านได้อย่างถูกต้อง เพื่อให้บ้านมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก มีทั้งลมเข้า ลมออก และบ้านของเราจะเป็นบ้านที่เย็นสบายตลอดทั้งปี                                                   

  • ผนังเบา มีความหมายอย่างไร? มีขั้นตอนการติดตั้งยังไง? และวัสดุที่ใช้ควรเป็นแบบไหน และมีชนิดไหนบ้าง? เรามาทำความรู้จักไปพร้อมๆกันนะคะ 

     

     

    การกั้นห้องด้วยผนังเบาถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สะดวกและรวดเร็ว เพื่อนๆลองนำวิธีนี้ไปปรับใช้ให้เหมาะกับบ้านของแต่ละคนได้นะคะ

  • หากจะกำหนดระยะตำแหน่ง เพื่อความแม่นยำ คงจะต้องใช้การตีเต๊า เป็นตัวช่วยแล้วตีเต๊าคืออะไรทำอะไรได้บ้าง มาดูกัน?
    .

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

  • วัสดุแผ่นที่ใช้ในบ้าน ยังมีอีกชนิดหนึ่งซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไปคือ “ซีเมนต์บอร์ด” ทั้งแผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ และแผ่นไม้อัดซีเมนต์ ซึ่งต่างก็เป็นวัสดุประเภท “ซีเมนต์บอร์ด” ทั้งคู่ แต่คุณสมบัติจะแตกต่างกันออกไป ส่วนจะต่างกันอย่างไร และมีข้อดี-ข้อเสียอะไรบ้างมาดูกันค่ะ 

     

     

     

     

      

     

    จากข้อมูลทั้งหมดนี้ เพื่อนๆ คงจะเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างแผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ กับแผ่นไม้อัดซีเมนต์ มากขึ้นแล้วนะคะ และเราหวังว่าทุกคนจะนำความรู้เหล่านี้ไปเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสม เพราะวัสดุทั้ง 2 ชนิดนี้มีความน่าสนใจมากสำหรับการนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของบ้านค่ะ