ศัพท์ช่างวันนี้ ดอกสว่าน
By vLIVING PRO24 กุมภาพันธ์ 2561 17:01:22

ดอกสว่าน เป็นอุปกรณ์หนึ่งในงานช่างที่สำคัญเหมือนกับเครื่องมืออื่นๆ

ประโยชน์ของดอกสว่าน มีไว้ทำอะไรบ้าง กี่ประเภท มาดูกันได้เลยคร้าบบ

 

 

 

 

 

vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  • จะเลือกโครงหลังคากันสาดแบบไหน ให้เหมาะกับการใช้งานของบ้าน แต่ละวัสดุมีข้อแตกต่างกันขนาดไหนมาดูกัน

    โครงหลังคาไม้จริง 

    มีความสวยงามของไม้ สวยงาม คงทน แต่ไม้บางชนิดจะมีราคาสูง

     

     

     

    โครงหลังคากันสาดเหล็กรูปพรรณ

    เป็นที่นิยม เพราะมีราคาถูก ติดตั้งง่ายได้หลายรูปแบบ แต่หากเหล็กชุบไม่ดีก็สามารถทำให้เกินสนิมได้

     

     

    โครงหลังคากันสาดไม้เทียม

    ลักษณะเหมือนไม้จริง  สวยงาม เทียบได้และมีความแข็งแรง แต่ราคาอาจสูงนิดหน่อย

     

     

    โครงหลังคาสแตนเลส

    วัสดุทำมาจากสแตนเลสนิยมทำแบบโชว์ตัวหลังคา เพราะมีความสวยงาม ของตัวสแตนเลสไม่เป็นสนิม แต่ราคาสูงพอสมควร ควรเลือกเกรดที่ได้มาตรฐานไม่ทำให้เกิดสนิม

     

     

  • เพื่อนๆ เคยรู้สึกไหมว่า ผนังบ้านของเราบางทีมันดูโล่งๆ เหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง วันนี้เราจึงมีไอเดียดีๆ สำหรับการแต่งผนังให้มีสีสันสวยงามมาแนะนำกันค่ะ และยังสามารถใช้สิ่งของที่อยู่ใกล้ตัวมาแต่งผนังได้อีกด้วย เช่น กรอบรูป จาน งานศิลปะที่ทำขึ้นเอง อุปกรณ์ต่างๆ ที่หาได้ตามบ้าน หรือของที่ไม่ใช้แล้วก็สามารถนำมาสร้างสรรค์เป็นของเก๋ๆ สำหรับใช้ประดับผนังห้องได้ เราได้รวบรวมไอเดียต่างๆเหล่านั้นมาฝาก จะมีอะไรบ้างไปชมกันเลย

    1. แต่งผนังด้วยคลิปบอร์ด เพิ่มความแปลกให้ให้กับผนังบ้าน

    หากกลัวว่าผนังเสียหาย อาจใช้เพ็กบอร์ด หรือกระดานมายึดติดกับผนังก่อน แล้วจึงนำคลิปบอร์ดที่มีขนาดแตกต่างกันมาติด พร้อมทั้งนำรูปภาพ งานศิลปะที่ชื่นชอบ หรือทำขึ้นเองมาหนีบไว้กับคลิปบอร์ด เพื่อเพิ่มความสดใส สวยงาม น่ารักให้กับบ้าน

      

     

    2. แต่งผนังด้วยรูปถ่ายใบโปรด หรือผลงานสร้างสรรค์

    อาจเพิ่มความเก๋ไก๋โดยการเลือกใช้รูปภาพของเราเอง อาจทำภาพกราฟฟิค หรือลวดลายสวยๆ แปลกตาด้วยตัวเองก็ได้ นำมาใส่ในกรอบรูปสวยๆ ที่มีขนาดแตกต่างกัน เพื่อช่วยเพิ่มลูกเล่นให้กับผนังให้มากขึ้น

      

     

    3. แต่งผนังห้องด้วยงานจักสาน

    งานจักสานแบบไทยๆ ของบ้านเราก็สามารถนำแต่งผนังห้องให้ดูสวยงาม สะดุดได้นะคะ เปลี่ยนจากการใช้งานแบบเดิมๆ ให้มีคุณค่ามากยิ่งขึ้น โดยการนำมาเป็นเฟอร์นิเจอร์สำหรับการตกแต่งบ้าน แถมยังช่วยเปลี่ยนอารมณ์ บรรยากาศของบ้านได้อีกด้วย

     

    4. ใช้หมวกใบโปรดมาแต่งผนัง

    หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบ และมีของสะสมเป็นหมวก ซึ่งกำลังพบกับปัญหาที่เก็บหมวกไม่เพียงพอไม่รู้จะเอาไปวางตรงไหน  ไอเดียนี้สามารถตอบโจทย์คุณได้ค่ะเ พราะนอกจากจะเป็นที่เก็บให้คุณได้แล้ว ยังกลายเป็นของแต่งบ้านช่วยเพิ่มความชิคให้กับบ้านของคุณได้อีกด้วย

       

     

     

    5. แต่งผนังด้วยงานศิลปะจากฝีมือตัวเอง

    ไอเดียนี้เหมาะกับคนที่รักงานศิลปะเป็นชีวิตจิตใจ อาจจะเป็นงานภาพวาด งานกราฟฟิคสวยๆ หรืองานศิลปะของเด็กๆ นำมาติดผนัง ซึ่งเป็นของตกแต่งที่มีคุณค่าทางใจ และความภูมิใจของเจ้าของ อีกทั้งยังเพิ่มความสดใสให้กับบ้านได้ด้วยค่ะ

       

     

    6. นำกิ่งไม้ ใบไม้มาแต่งผนัง เพิ่มความสดชื่นให้กับบ้าน

    กิ่งไม้ ใบไม้ที่หักร่วงหล่นในสวนที่บ้าน อย่าเห็นว่าไม่มีค่านะคะ ของเหล่านั้นสามารถนำมาประดิษฐ์แล้วใส่กรอบรูปทำเป็นของแต่งบ้านได้ค่ะ ให้อารมณ์ความรู้สึกไปอีกแบบ เหมาะกับคนรักธรรมชาติมากๆเลยค่ะ

      

     

    7. ตกแต่งผนังด้วยจานชามที่ไม่ใช้แล้ว

    จานชามต่างๆ ที่มีอยู่ในบ้านถ้าไม่ได้ใช่แล้ว ลองเอามาเพ้นท์สี หรือตกแต่งลดลายลงบนจานใบเก่าดูนะคะ แล้วนำมาติดกับผนังบ้าน แค่นี้คุณก็จะได้ของแต่งผนังที่มีความแปลกให้ สวยงาม สดุดตาไม่เหมือนใครแล้วค่ะ

      

     

    เป็นอย่างไงบ้างคะ สำหรับไอเดียการตกแต่งผนังบ้านจากของใกล้ตัวที่สามารถหาได้ทั่วไป ทั้งหมดที่เรานำมาแนะนำนี้เป็นเพียงแค่ตัวอย่างบางส่วนเท่านั้น หากที่บ้านของคุณมีของสะสม หรือของที่เก็บไว้นานไม่ได้ใช้ ลองนำมาทำดูก็ได้นะคะ ไม่แน่ว่าอาจได้ของเก๋ๆชิ้นใหม่สำหรับใ้ช้ในการแต่งบ้านก็ได้ค่ะ 

     

    ขอบคุณภาพประกอบจาก Pinterest

  • ทำความสะอาดเป็นสิ่งที่น่าเบื่อมากก...วันนี้ผมมีเทคนิคเล็กๆมาฝากเพื่อนๆเพื่อให้การทำความสะอาดง่ายขึ้นครับ

  • ปัญหากระเบื้องระเบิดเป็นปัญหาที่เกิดกับเทคนิคการปูกระเบื้องโดยตรงเพราะตามลักษณะของกระเบื้องแล้วหากใช้วิธีการปูที่ไม่ดีอาจทำให้เกิดปัญหาที่ทำให้กระเบื้องแตกร้าว หรือระเบิดได้ดังนี้

    1.ปูกระเบื้องเว้นแนวร่องชิดเกินไป

    ช่างหลายคน ชอบปูกระเบื้องร่องชิด เพื่อให้ดูสวยงาม แต่หากในบริเวณที่ปูกระเบื้องนั้น มีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิระหว่างวันมาก คือ กลางวันอากาศร้อนจัด ส่วนเวลากลางคืน อุณหภูมิก็ลดลงเร็ว ทำให้ตัวกระเบื้องมีการขยายตัวตอนกลางวัน และหดตัวตอนกลางคืน แต่เมื่อมีการปูกระเบื้องเว้นร่องน้อย ทำให้เมื่อกระเบื้องมีการขยับตัว จะเบียดกันเอง ทำให้เกิดการโก่ง และแตกออกมาจากพื้นได้

    2.ไม่ได้ทาปูนกาวลงบนหลังกระเบื้อง หรือมีการปูกระเบื้องแบบซาลาเปา

    ช่างกระเบื้องบางคน เวลาปูกระเบื้อง จะทาปูนลงบนพื้นเท่านั้น แต่ไม่ได้ทาปูนกาวที่แผ่นกระเบื้อง โดยช่างจะทำการวางกระเบื้องบนปูนที่เตรียมไว้ และเคาะให้ได้ระดับไปเลย ทำให้การยึดเกาะตัวระหว่างพื้นกับกระเบื้องไม่ดีเท่าที่ควร (จะเห็นจากรูปกระเบื้องที่แตก หลุดร่อนออกมา ไม่มีปูนติดกระเบื้อง)  หรืออาจเกิดจากการที่ช่างใช้วิธีปูกระเบื้องแบบซาลาเปา คือ ใส่ปูนแค่บริเวณกลางแผ่นกระเบื้อง แล้วทำการเคาะให้ได้ระดับ ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่ช่างทำงานง่าย และเร็ว แต่ประสิทธิภายในการยึดเกาะของกระเบื้องกับพื้นเดิม ไม่ดี และกระเบื้องก็มีโอกาส แตกบิ่น บริเวณมุมได้ง่ายอีกด้วย

     

    การแก้ไขสำหรับกรณีที่เกิดกระเบื้องระเบิด

    1.ควรเลาะกระเบื้องเก่าออกทั้งหมด แล้วทำการปูใหม่และสำหรับบ้านสร้างใหม่ เราก็สามารถป้องกันปัญหาดังกล่าวได้

    2.การปูให้ถูกวิธีตั้งแต่แรก คือ ปรับระดับพื้นให้เหมาะสม

     

    3.ใช้ปูนกาวซีเมนต์ที่มีคุณภาพ โดยทาให้เต็มทั้งพื้นและทาที่หลังกระเบื้องด้วย แล้วทำการเว้นร่องกระเบื้องตามระยะที่กำหนด ก็จะทำให้พื้น ที่เราปูกระเบื้องไว้ มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน คงทนไปตลอดอายุการใช้งาน

     

     

     

  • หน้าร้อนมาเยือนแล้ว อากาศก็แสนจะร้อนอบอ้าว และอุณหภูมิโลกสูงขึ้นทุกปี การติดตั้งเครื่องปรับอากาศภายในบ้าน จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่หลายๆ บ้านใช้ในการแก้ปัญหา ผมมีข้อแนะนำเกี่ยวกับวิธีการเลือกซื้อ การใช้แอร์ และการดูแลรักษาแอร์ ที่ถูกต้องมาฝากครับ

     

    ควรเลือกใช้แอร์ที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 และจุดที่ทำจะติดตั้งแอร์ ต้องสามารถกระจายควรเย็นได้ทั่วทั้งห้อง

     

    ไม่ควรติดแอร์ด้านที่มีแสงแดดส่องแรงๆ เพราะจะทำให้แอร์ทำงานหนัก สิ้นเปลืองพลังงาน และต้องเสียค่าไฟมากเกินความจำเป็น ควรเลือกขนาดของแอร์ให้เหมาะสมกับพื้นที่ห้องที่ต้องการติดตั้ง ซึ่งแอร์โดยทั่วไปมีขนาดตั้งแต่ 9,000 – 60,000 BTU

     

    ควรตั้งอุณหภูมิให้เหมาะสม คือ 25 องศา หรือ ประมาณ 26 – 28 องศา จริงๆแล้ว การตั้งอุณหภูมิที่ 25 องศา ไม่ได้ช่วยให้ประหยัดไฟที่สุด แต่เป็นอุณหภูมิที่ร่างกายรู้สึกเย็นสบายพอดี เช่น บางคนอาจจะชอบที่อุณหภูมิ 27 หรือ 28 องศา เป็นต้น ร่างกายของแต่ละคนจะรู้สึกเย็นสบายในอุณหภูมิที่แตกต่างกัน และอุณหภูมิยิ่งสูง ยิ่งช่วยให้ประหยัดค่าไฟ แต่ไม่ควรเปิดแอร์อุณหภูมิสูงจนไม่เกิดความเย็น ซึ่งจะกลายเป็นว่า ไม่ได้ใช้ประโยชน์จากการเปิดใช้แอร์ ถือเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานด้วย และควรล้างแผ่นกรอง และตะแกรงแอร์ เดือนละ 1 ครั้ง

     

    ควรหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า ในห้องที่ใช้เครื่องปรับอากาศ เช่น เตาไฟฟ้า ไมโครเวฟ เป็นต้น รวมทั้ง ควรล้างแอร์ปีละ 2 ครั้ง เพื่อให้แอร์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถยืดอายุการใช้งานได้ยาวนาน และประหยัดค่าไฟ

     

    หากต้องการเปิดใช้แอร์ควรปิดประตู – หน้าต่างให้มิดชิด เพื่อไม่ให้ความเย็นรั่วไหลออกภายนอกห้อง และใส่เสื้อผ้าที่สบายๆ เหมาะกับสภาพอากาศ หรือถ้าที่บ้านจำเป็นต้องเปิดใช้แอร์นานต่อเนื่องเกิน 8 ชั่วโมง ควรเลือกใช้แอร์ Inverter เพราะจะช่วยให้ประหยัดไฟได้เกือบ 50% เลยทีเดียว

     

    ไม่ควรสูบบุหรี่ในห้องแอร์ เพราะทำให้ต้องเปิดพัดลมระบายอากาศ เพื่อช่วยระบายกลิ่น และควันบุหรี่ ทำให้ความเย็นจากแอร์ถูกดูดออกไปด้วย ส่วนคอยล์ร้อน ควรติดตั้งให้อยู่ในจุดที่โดนแดดน้อยที่สุด หรืออยู่ในที่ร่ม และมีอากาศที่สามารถถ่ายเทได้สะดวก หรือติดตั้งให้ห่างจากผนังอย่างน้อย 15 เซนติเมตร เพื่อช่วยระบายความร้อนได้ดี และยังช่วยประหยัดไฟได้ถึง 15 – 20 %  ควรปิดแอร์ก่อนออกจากห้องอย่างน้อย 30 นาที เพราะถึงแม้จะปิดแอร์แล้วแต่ก็ยังคงมีความเย็นอยู่ และปิดคัทเอาท์แอร์ทุกครั้งเมื่อเลิกใช้งาน

     

    วิธีต่างๆ เหล่านี้น่าจะช่วยให้เพื่อนๆ ใช้แอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดค่าใช้จ่าย ทั้งค่าไฟฟ้า และค่าบำรุงรักษา รวมทั้งยังให้ความเย็นที่เพียงพอกับความต้องการได้ตลอดเวลา ที่สำคัญยังช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้อีกด้วย