ซีรีย์ การ์ตูนภาพ ปูน อิฐ หิน ทราย เหล็ก ตอนที่ 2 เรื่อง "อิฐ"
By vLIVING PRO28 สิงหาคม 2560 08:55:02

การ์ตูนซีรีย์ ตอนที่ 2  "อิฐ"  อิฐมีหลายประเภท หลายชนิด และแต่ละประเภทก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน มาดูกันดีกว่าว่า อิฐประเภทไหน เหมาะกับงานอะไรบ้าง?

vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  •                       ประโยชน์ของผ้าม่านนอกจากความสวยงามแล้วนั้น

    ยังช่วยป้องกันแสงแดดหรือป้องกันให้บุคคล

    อื่นมองเข้ามาภายในบ้านได้การเลือกผ้าม่านก็เป็นสิ่งสำคัญ

    เพราะผ้าม่านมีหลายประเภท หลายสไตล์

    การเลือกผ้าม่านนั้นต้องให้เหมาะกับบ้านของผู้อยู่อาศัยด้วย

     

     

     

    แบบผ้าม่านสไตล์ต่างๆ

     

     

    1.ห้องนอน

    ควรเลือกผ้าม่านแบบที่มีความหนามากพอช่วยในการบังแดดที่ส่องมาตอนเช้าและความร้อนในตอนกลางวันช่วยบังสายตาจากภายนอก ควรเลือกผ้าม่านที่กันแสงได้ (Blackout)

     

    สี ต้องเลือกที่เข้ากับโทนสีของห้องและเฟอร์นิเจอร์ อาจจะเป็นสีโทนเย็นและสว่างเพื่อให้ความรู้สึกสบายตา ทำให้ห้องดูกว้างขึ้นด้วย

    ผ้าม่านที่เหมาะกับห้องนอน ม่านจีบ, ม่านพับ, ม่านตาไก่, ม่านลอน, มู่ลี่ไม้

     

     

     

     

    2.ห้องทำงาน

    ควรเลือกใช้ผ้าม่านที่ควบคุมแสงและบังสายตา จากภายนอกในระดับที่พอดี ควรใช้ผ้าพื้นสีเรียบๆหรือแบบที่มีลายเล็กๆ หรือใช้เป็นม่านปรับแสง หรือมู่ลี่เพราะสามารถปรับระดับการลอดของแสงได้ตามต้องการ เรียบง่าย สบายและโปร่ง

     

     

    3.ห้องรับแขก

    ควรเลือกใช้ผ้าม่านที่มีความสวยงาม แล้วแต่ความชอบให้ห้องดูโล่งกว้างให้ความผ่อนคลาย ช่วยกันกรองแสงได้ เพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับเจ้าของบ้าน

     

     

     

    4.ห้องครัว

    ควรเป็นม่านโปร่ง สามารถควบคุมแสง กันฝุ่นเวลาทำกับข้าวได้อย่างพอเหมาะ ช่วยระบายอากาศ เช่น ม่านปรับแสง หรือม่านม้วน เพราะสามารถปรับระดับแสงตามต้องการ และบังสายตาจากแสงแดดจ้าๆ ได้ ทำความสะอาดง่าย

     

     

     

    5.ห้องน้ำ

    สร้างความเป็นส่วนตัว สวยงามและสบายตา ผ้าม่านที่เหมาะสมคือ มู่ลี่ เพราะง่ายต้องการเช็ดและทำความสะอาด ทนน้ำ ดูแลง่าย ไม่ดูดน้ำ และไม่สร้างกลิ่นอับ

     

     

    6.ห้องทานอาหาร

    สร้างบรรยากาศและความสวยหรู ให้น่าทานอาหารมากขึ้น สามารถควบคุมแสงที่ผ่านเข้ามาได้ตามความต้องการ สามรถใช้ได้ทั้งมู่ลี่และผ้าม่าน แต่ถ้าเป็นผ้าควรเป็นแบบกรองแสง อย่าทึบจนเกินไป ไม่ควรใช้ผ้าที่มีน้ำหนักหรือหนามาก เพราะกลิ่นอาหารสามารถติดได้ง่าย

     

  •  

    ต้นไม้ขนาดเล็กในมีให้เลือกเยอะมากมาย อยู่ที่ว่าเราจะเลือกว่าจะไปปลูกที่ไหน เช่นในห้อง ห้องน้ำ หรือส่วนอื่นๆของบ้าน ที่สามารถดูแลได้ง่าย ตายช้า วันนี้เรามีต้นไม้ขนาดเล็ก 12 ชนิด ที่เหมาะแก่การปลูกในบ้าน หรือที่ที่มีพื้นที่แคบ แล้วยังช่วยฟอกอากาศ บางต้นยังช่วยเสริมโชคอีกด้วยนะ มาดูกันดีกว่าว่ามีต้นอะไรบ้าง มาดูกัน

     

    1.ต้นคล้า

    เป็นไม้ประดับที่ใบสวย ยังเชื่อว่าเป็นไม้มงคล  หากบ้านไหนปลูกจะทำให้มีความสุข คลาดแคล้วจากศัตรู แนะนำให้ปลูก ด้านทิศตะวันออก หลีกเลี่ยงในการจัดวางให้โดนแดด

     

    2.เข็มสามสี

    เป็นไม้ประดับช่วยดูดซับสารเบนซินที่อยู่ในสีทาบ้านและน้ำมัน เป็นต้นไม้ที่ไม่ชอบแสงแดด

     

    3.เศรษฐีเรือนใน

    ดูดสารพิษได้เป็นอย่างดีเป็นไม้ขนาดเล็กใช้ประดับตกแต่ง ทั้งภายในและภายนอก ปลูกในกระถางหรือแขวนได้

    เป็นพืชที่ไม่ค่อยคายน้ำเท่าไหร่

     

    4.Baby Tears เบบี้ เทียร์ส

    ใบเล็กๆแขวนเหมาะกับการแขวนไว้กับที่กระถางเลี้ยงง่าย แค่รดน้ำ  แต่ไม่เหมาะกับการวางไว้ใกล้ต้นที่เตี้ยกว่าเพราะต้นไม้ที่อยู่เตี้ยกว่าจะถูกเบบี้เทียร์สดันจนตาย เพราะลักษณะการเติบโตของต้นไม้ชนิดนี้จะบานออกข้าง

     

    5.ต้นบอสตันเฟิร์น

    นิยมปลูกในกระถางแขวนหรือในกระถางต้องการความชุ่มชื้นอย่างสม่ำเสมอ จึงควรหมั่นรดน้ำให้ดินชุ่มชื้นหรือฉีดพ่นด้วยละอองน้ำบอสตันเฟิร์นเป็นไม้ประดับที่ช่วยทำความสะอาดให้แก่อากาศภายในได้ดีชนิดหนึ่ง สามารถดูดสารพิษได้มาก และยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่อาคารภายในอาคารได้อย่างดี

     

    6.กุหลาบหิน

    มีหลากหลายสี หลายสายพรรณ ปลูกง่าย ทนทาน สามารถปลูกไว้ในบ้านหรือคอนโดได้ ใบเขียวเข้มไม่ออกดอก หากอยากจะให้ออกดอก ควรวางไว้ที่ระเบียงที่มีแดดส่องถึง การดูแลแค่เพียงรดน้ำชุ่มๆไม่มากเกินไปแค่ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์

     

    7.หัวใจทศกัณฐ์ หรือ โฮย่า

    เป็นต้นไม้ที่ดูแลได้ง่ายอันดับต้นๆ และมีความทนทานมากๆ ในทุกสภาพอากาศ และพื้นที่ เหมาะที่สุดกับการปลูกไว้ในบ้าน

     

     

    8.เดหลี

    มีคุณสมบัติช่วยดูดซับสารพิษในอากาศ และมีความเชื่อว่าต้นไม้ที่จะช่วยในด้านโชคลาภ อายุมั่นขวัญยืน

    การปลูกเดหลีควรปลูกในที่ร่ม ปลูกในกระถางหรือว่าที่มีแสงรำไร

     

    9.พลูด่าง

    ไม้ประดับปลูกได้ทั้งนอกบ้านและในบ้าน ใช้พื้นที่น้อย ดูแลง่ายปลูกได้ทั้งในห้องน้ำ มีความเชื่อว่าเป็นไม้มงคลที่จะช่วยเสริมสร้างบารมี และคุ้มครองให้คนในบ้าน อยู่เย็นเป็นสุข พลูด่างช่วยดูดสารพิษตกค้างในห้องน้ำพิษ ช่วยลดฝุ่นและฟอกอากาศได้ดี การดูแลรักษาสามารถปลูกในน้ำได้เลยเพียงแค่เปลี่ยนน้ำอาทิตย์ละครั้ง

     

    10.ลิ้นมังกร

    สามารถปลูกได้ทั้งในร่ม และกลางแจ้ง ปลูกได้ทั้งในห้องและภายนอกได้สบาย ใบยาวเรียวแหลม ต้นลิ้นมังกรช่วยคายออกซิเจนและดูดคาร์บอนไดออกไซด์ในเวลากลางคืน เหมาะที่จะปลูกไว้ในห้องนอนเพื่อช่วยให้ร่างกายรับอากาศบริสุทธิ์

     

     

    11.ไผ่กวนอิม

    เป็นไม้ประดับที่เป็นมงคล มีความเชื่อว่าครอบครัวใดปลูกไผ่กวนอิมเงินและไผ่กวนอิมทอง จะเป็นต้นไม้ที่ช่วยเรียกทรัพย์สินเงินทองเข้ามาในบ้าน และผู้ที่ปลูกและคนในครอบครัวจะมีเงินใช้จ่ายกันไม่ขาดมือ ไผ่กวนอิมเป็นพันธุ์ไม้ที่หาซื้อได้ง่าย ขนาดพอเหมาะไม่ใหญ่เกินไปหาที่วางได้ง่าย

     

    12.เขียวหมื่นปี

    เป็นต้นไม้ที่เหมาะกับการปลูกไว้ในห้อง เพราะว่าสามารถเติบโตได้แม้จะมีแสงน้อย ช่วยกำจัดสารพิษภายในห้องได้แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับระยะที่ปลูกด้วย ยิ่งปลูกนานประสิทธิภาพยิ่งสูงมากขึ้น

     

    เลือกต้นไม้ได้แล้วอย่าลืมดูแลรดน้ำ เพื่อให้ต้นไม้เจริญเติบโตนะครับ

  • เทคนิคง่ายๆในการฉาบปูนเพื่อความแข็งแรงให้กับบ้านของเรา จะต้องทำอย่างไรบ้างมาดูกันได้เลยค่ะ

     

     

     

     

     

     

  • หน้าบัน ช่วยป้องกันแดด และฝนไม่ให้เข้าไปภายในตัวอาคาร แถมยังมีความสวยงามอีกด้วยค่ะ สำหรับบ้านเรือนทั่วไปจะเรียกว่า "หน้าจั่ว" หน้าบัน มีลักษณะอย่างไร และอยู่ส่วนไหนของตัวอาคาร เรามาทำความรู้จักไปพร้อมกันค่ะ

     

     

    หน้าบัน มีลักษณะที่หลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับอาคารก่อสร้างของแต่ละศาสนา และแต่ละรูปแบบของอาคารบ้านเรือน ซึ่งมีความสวยงาม และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างกันด้วยค่ะ

  • การสร้างบ้านในฝัน เป็นสิ่งที่เจ้าของบ้านหลายๆคน มักจะใช้เวลาในการคิดตรึกตรอง และวางแผน เพื่อให้ได้บ้านที่เราต้องการ ในความเป็นจริงไม่ใช่ทุกคนที่จะทำบ้านออกมาแล้วทำบ้านได้อย่างที่ต้องการ เพราะจะมีปัญหา ปัจจัยที่คาดที่ไม่ถึงและควบคุมไม่ได้ต่างๆมากมาย 

                 ในเรื่องของผู้รับจ้างที่จะสร้างบ้านให้เราก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่เราควรให้ความสำคัญ หากได้ผู้รับเหมาที่มีประสบการณ์และความชำนาญก็จะช่วยลดความเสี่ยงเกิดปัญหาในงานก่อสร้าง  แต่คนส่วนใหญ่มักจะเจอปัญหาทิ้งงานหรือเบิกเงินเกินงวดงานของผู้รับเหมา ทำให้บ้านสร้างไม่เสร็จ 

                 การเลือกใช้บริษัทรับสร้างบ้าน จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่น่าสนใจ เพราะมีข้อดี กว่าการจ้างผู้รับเหมาตรง หลายข้อ วันนี้เราจะมาสรุปเทคนิคการเลือก บริษัทรับสร้างบ้าน ว่ามีแนวทางในการคัดเลือกอย่างไรบ้าง

     

    1.บริษัทรับสร้างบ้านควร จดทะเบียนนิติบุคคล มีวิศวกร สถาปนิก คอยให้คำปรึกษา

             โดยทั่วไปบริษัทรับสร้างบ้านที่มีการจดทะเบียนนิติบุคคล มักจะมีระบบการตรวจสอบคุณภาพการก่อสร้างหน้างานทำให้ลดความเสี่ยง ในการเกิดปัญหาไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโครงสร้างทรุดตัว แตกร้าว หรืองานระบบใช้งานไม่ได้ เมื่อเทียบกับการใช้ผู้รับเหมารายย่อยทั่วไป

             ซึ่งมักจะทำตามแบบหรือทำตามคำสั่งของผู้ว่าจ้าง โดยไม่ได้ตรวจสอบ ความเหมาะสมของการใช้งาน หรือไม่มีตัวกลางในการตรวจสอบควบคุมคุณภาพที่กำลังก่อสร้าง

    2.ควรเข้าไปดูที่ออฟฟิศของบริษัทรับสร้างบ้านเพื่อดูความน่าเชื่อถือ

         การเลือกว่าจ้างบริษัทรับเหมาก่อสร้าง หากเราได้รู้จักที่อยู่และหลักแหล่งของบริษัทที่เราจะทำการว่าจ้าง ก็จะช่วยให้เราประเมินความน่าเชื่อถือเบื้องต้นได้ ทั้งนี้การเข้าไปดูสภาพออฟฟิศ ก็ทำให้เราประเมินสภาพคล่องของบริษัทที่เราอาจจะว่าจ้างได้ในอนาคตอีกด้วย

     

    3.เปรียบเทียบบริษัทรับสร้างบ้าน ด้วยเงื่อนไขการว่าจ้างที่ใกล้เคียงกัน

         ในการเปรียบเทียบราคาที่บริษัทรับเหมาก่อสร้างเสนอ ควรเปรียบเทียบบนพื้นฐานของขอบเขตงานที่ใกล้เคียงกันและวัสดุเทียบเท่ากัน  ในทางปฏิบัติบริษัทรับสร้างบ้านแต่ละราย อาจจะมีเทคนิคในการนำเสนอแตกต่างกันไป เช่น บางรายต้องการเสนอราคาให้ต่ำ ก็อาจจะไม่ได้รวมงาน บางประเภทไว้ในการเสนอราคารอบแรก ทำให้ยอดรวมของราคาที่เสนอไปให้ผู้ว่าจ้างต่ำ ดูแล้วไม่แพง ซึ่งหากผู้ว่าจ้างตกลงว่าจ้าง บริษัทรับสร้างบ้านรายนี้ก็อาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายที่งอกเพิ่มขึ้นมาในการก่อสร้างภายหลัง ทำให้เกิดเป็นงบบานปลายขึ้นได้

     

    4.สรุปขอบเขตงานการว่าจ้างให้ชัดเจน

         การสรุปขอบเขตการจ้างงานในแต่ละส่วนมีความสำคัญ ช่วยลดการเกิดข้อพิพาทระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างได้ เนื่องจากหากไม่สรุปขอบเขตให้ชัดเจนแล้ว หากมีงานเพิ่มขึ้นมาในภายหลัง ผู้รับจ้างก็อาจจะขอคิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม

     

    5.ดูผลงานเพื่อประกอบการตัดสินใจในการว่าจ้าง

         เราสามารถขอเยี่ยมชมไซต์งานที่กำลังก่อสร้างอยู่ของบริษัทรับสร้างบ้าน หรือหากไม่สะดวกหรือไม่มีเวลาก็สามารถสอบถามถึงโครงการหรือโปรเจคที่ทำไปแล้วได้

     

    6.ตรวจสอบสัญญาก่อสร้างก่อนเริ่มงานให้ชัดเจน

         สัญญาก่อสร้างที่ดีควรระบุวันเริ่มงาน วันที่คาดว่างานจะแล้วเสร็จ ขอบเขตการทำงาน งวดงานการจ่ายเงินที่ชัดเจนว่าควรจ่ายเงินเมื่อไหร่ เมื่องานแต่ละขั้นตอนแล้วเสร็จ โดยปริมาณเงินที่จ่ายไปควรจะสัมพันธ์กับปริมาณงานแต่ละงวดงาน นอกจากนี้การระบุการจ่ายเงินตามงวดงาน โดยอ้างอิงเปอร์เซ็นงานที่แล้วเสร็จ อจก่อให้เกิดข้อพิพาท โต้เถียงกันได้ ว่าแล้วเสร็จเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ ถูกต้องตามที่แต่ละฝ่ายกล่าวกล่าวอ้างหรือไม่