หลายคนคงจะปวดหัวกันน่าดูสำหรับสัตว์ที่ไม่ได้รับเชิญ
วันนี้ผมมีเทคนิคเล็กๆ มาฝากเพื่อนๆ
เพื่อกำจัด เหล่าบรรดาสัตว์กวนใจทั้งหลาย ด้วยวิธีธรรมชาติคร้าบบบบบ
























หลายคนคงจะปวดหัวกันน่าดูสำหรับสัตว์ที่ไม่ได้รับเชิญ
วันนี้ผมมีเทคนิคเล็กๆ มาฝากเพื่อนๆ
เพื่อกำจัด เหล่าบรรดาสัตว์กวนใจทั้งหลาย ด้วยวิธีธรรมชาติคร้าบบบบบ
























การเลือกใช้แสงของหลอดไฟให้ตรงกับการใช้งานภายในบ้าน ถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะหลอดไฟมีหลายโทนสี และแสงของหลอดไฟแต่ละสีก็สร้างความรู้สึก อารมณ์ และบรรยากาศให้กับผู้อยู่อาศัยด้วย วันนี้เรามีเคล็ดลับการเลือกแสงไฟให้เหมาะกับแต่ละห้องมาฝากเพื่อนๆ กัน
1.ห้องน้ำ
ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน แบบสว่างสดใส ใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำได้นาน ควรใช้หลอดไฟ Daylight White หรือชอบความรู้สึกผ่อนคลาย แบบร้านสปา ควรใช้ หลอดไฟ Warm White และ Cool White เป็นต้นและเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความอับชื้น มองเห็นได้ชัดเจน ไม่ลื่นล้ม ควรเลือกแสงไฟที่สว่างๆ หากเปิดให้แสงธรรมชาติถ่ายเทผ่านเข้ามาได้มากยิ่งดี และบริเวณอ่างล้างหน้า หรือโต๊ะหากชอบแบบสว่างสดใสสำหรับแต่งหน้า แต่งตัว ควรติดไฟรอบกระจกด้วยแสงอ่อนนุ่ม หรือไฟสีขาว เพราะจะให้แสงที่เป็นจริง


2.ห้องทำงาน หรือสำนักงาน
ควรเป็นแสงธรรมชาติ หรือหลอดไฟแสงขาว สบายตา เงียบสงบ มีแสงสว่างเพียงพอ ผ่อนคลาย สามารถเห็นสิ่งต่างๆ ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อต้องเพ่งสายตากับคอมพิวเตอร์นานๆ มีสมาธิ และช่วยกระตุ้นการทำงาน สำหรับคนที่ชอบทำงานตอนกลางคืน ควรมีโคมไฟตั้งโต๊ะ โดยใช้แสงไฟสีขาวนวล (Cool White) จะช่วยให้มองเห็นงานได้ชัดเจน และไม่รู้สึกปวดตาเวลาทำงาน

3.ห้องทานอาหาร
ใช้หลอดไฟที่ให้แสงสว่างแบบอ่อนโยน สะอาดตา ช่วยสร้างบรรยากาศอบอุ่น เป็นกันเอง สบายๆ เช่น หลอดไฟ Warm White และ Cool White ที่เป็นแสงโทนอุ่น ช่วยให้อาหารดูน่ารับประทานมากขึ้นด้วย

4.ห้องนั่งเล่น และห้องรับแขก
เป็นห้องสำหรับการผ่อนคลาย สบายตา สร้างบรรยากาศอบอุ่นให้กับครอบครัว และแขกผู้มาเยือน ดังนั้นควรใช้แสงสว่างที่ส่องมาจากธรรมชาติเป็นหลัก จะทำให้ห้องดูโปร่งสบาย และควรใช้แสงไฟสีส้ม หรือขาวโทนอุ่น Warm White และ Cool White ให้มีแสงสว่างมากพอ หรือสีที่เข้ากับโทนการตกแต่งห้อง

5.ห้องนอน
ควรรู้สึกสงบ อบอุ่น ผ่อนคลาย พักผ่อนได้อย่างสบายใจ ใช้หลอดไฟแสง Warm White หรือ Cool White ให้แสงที่นวลตา ไม่สว่างมาก และแสงไม่อ่อนมากเกินไป เช่น แชนเดอเลียร์, ไฟซ่อนผนัง, ไฟฝังฝ้า จะช่วยให้เรารู้สึกมั่นใจ ปลอดภัย และนอนหลับได้อย่างสนิท ช่วยลดความวิตกกังวลระหว่างนอนหลับ แต่ถ้าชอบอ่านหนังสือในห้องนอนควรใช้แสงสว่างให้เพียงพอ หรือมีโคมไฟหัวนอนเสริม

6.ห้องครัว
ควรใช้แสงไฟสว่างตั้งแต่แสงปกติจนถึงสว่างเป็นพิเศษ เช่น หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ หรือหลอดไฟฮาโลเจน และควรมีช่องแสงหรือหน้าต่างให้มีอากาศถ่ายเท ไม่ควรเป็นจุดอับ ปลอดโปร่ง มีแสงจากธรรมชาติเข้ามาได้มากที่สุด ช่วยลดกลิ่นอับ และควรเพิ่มแสงสว่างใต้เครื่องดูดควัน ตู้เก็บของชั้นบน หรือบริเวณอื่นๆ เพื่อให้ทำงานสะดวกและเพิ่มความสวยงามได้ด้วย

ลองนำเทคนิคที่เราแนะนำนี้ไปใช้ดูนะคะ ทั้งในเรื่องบรรยากาศภายในบ้านและการใช้งาน และมีสไตล์เข้ากับความชอบของเราที่สำคัญการเลือกหลอดไฟที่เหมาะสม และจำนวนที่พอดีจะช่วยให้เราประหยัดมากขึ้น เพราะไม่ต้องใช้หลอดไฟมากเกินไปความจำเป็นอีกด้วยค่ะ หวังว่าข้อมูลนี้จะทำให้เพื่อนๆ สามารถเลือกซื้อหลอดไฟได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมในแต่ละห้องได้ค่ะ
ในช่วงหน้าฝนนี้อาจมีน้ำขังทำให้เกิดยุงลายชุกชุม เป็นพาหะนำโรคได้วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆในกำจัดยุงลายมาฝากกัน
1.ตะไคร้หอม
เป็นผักสวนครัวที่ปลูกไว้ประกอบอาหาร เป็นยารักษาโรคได้
และสามารถปลูกไว้ในบ้านเพื่อช่วยป้องกันยุงได้เพราะยุงไม่ชอบกลิ่นแรงๆ ของตะไคร้

2.ต้นสะเดา
มีสรรพคุณในการไล่ยุงได้มากกว่าสเปรย์ไล่ยุงหลายเท่า ทั้งต้นสะเดาสด และน้ำมันสกัดจากเมล็ดสะเดา

3.ลาเวนเดอร์
ยุงไม่ชอบกลิ่นของลาเวนเดอร์ สามารถนำน้ำมันหอมระเหยกลิ่นลาเวนเดอร์
ใส่ถ้วยแล้วไปวางตามหน้าต่างบ้านหรือทาที่ผิวเพื่อป้องกันยุงกัดได้

4.ยูคาลิปตัส
เป็นสมุนไพรไล่ยุงที่ได้ผลดี โดยใช้ใบสดมาขยี้ให้แหลก วางไว้ตามจุดต่างๆ น้ำมันหอมระเหยที่อยู่ในใบ จะช่วยไล่ยุงและแมลงอื่นๆ ได้ ส่วนเปลือกไม้ของยูคาลิปตัสนำมาบดให้ละเอียดผสมกับขี้เลื้อยและกาว ใช้ทำเป็นธูป และผสมกำมะถัน ใช้ทำเป็นยากันยุงได้

5.มหาหงส์ หรือหางหงส์
เป็นไม้ล้มลุก เป็นสมุนไพรไล่ยุงที่ได้ผลดีอีกชนิดหนึ่งและได้รับความนิยมวิธีการคือนำหัวหรือเหง้าสดมาทุบให้แตก
กลิ่นของน้ำมันหอมระเหยจะออกมา เอาไปวางในจุดที่ต้องการ ยุงหรือแมลงก็จะไม่มารบกวน

6.เปลือกส้ม
มีสรรพคุณเป็นสมุนไพรไล่ยุงได้ เอาเปลือกส้มมาผึ่งให้แห้ง แล้วนำมาเผาไฟ ควันที่เกิดขึ้นและน้ำมันหอมระเหย
ที่อยู่ในเปลือกส้มมีสรรพคุณอย่างดีในการไล่ยุง และปลอดภัยทั้งต่อคนและสัตว์เลี้ยง

7.มะกรูด
เป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์มากมาย ปลูกง่าย และสามารถไล่ยุงได้ดีด้วย วิธีการคือนำผิวมะกรูดสดมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ มาโขลกกับน้ำ 1 เท่าตัวจนแหลกละเอียด กรองเอาเฉพาะน้ำนำมาทาผิวหรือใส่กระบอก ฉีดตามจุดต่างๆของบ้าน เพื่อกันยุงได้

8.แคทนิป Catnip หญ้าแมว หรือกัญชาแมว
เป็นพืชตระกูลเดียวกับสะระแหน่ ที่เรียกว่าต้นกัญชาแมว เพราะเวลาที่ต้นนี้โตจะมีน้ำมันหอมระเหยชื่อ
Nepetalactone (เนเปทาแลคโตน) ซึ่งเป็นสารแห่งความสุขของน้องเหมียว เมื่อแมวได้กลิ่นหรือ กินเข้าไปจะมีอาการเคลิบเคลิ้ม
และยังช่วยในการไล่ยุงและแมลงได้ดี ไม่เป็นอันตรายกับคนดีกว่าผลิตภัณฑ์ยาทากันยุงต่างๆ ถึง 10 เท่า


9.โหระพา
กลิ่นหอมแรงของโหระพาช่วยในการไล่ยุงและแมลง เพราะใบโหระพามีน้ำมันที่นำมาสกัด
เป็นเอสเซนเชี่ยลออยล์ได้บรรจุขวดใช้เป็นสเปรย์ไล่ยุง เป็นสมุนไพรที่ควรปลูกไว้ในบ้าน

10.สะระแหน่
พืชตระกูลเดียวกับต้นมิ้นต์ ยุงไม่ชอบกลิ่นหอมของสะระแหน่ วิธีการ คือ นำใบสะระแหน่มาบดขยี้ให้มีกลิ่น นำไปวางตามจุดต่างๆ หรือบดแล้วทาผิว จะทำให้ผิวหนังชุ่มชื่นและช่วยกันยุงด้วย

11.จิงจูฉ่าย
คือสมุนไพรจีนต้านมะเร็ง หน้าตาคล้ายขึ้นฉ่าย มีกลิ่นหอมที่ยุงไม่ชอบและไม่กล้าบินเข้าใกล้
หรือจะนำมาบดขยี้แล้วทาผิวหนังเพื่อกันยุงก็ได้

12.กระเทียม
ยุงไม่ชอบกลิ่นฉุนของกระเทียม ลองนำกระเทียมมาตำให้แตกไม่ต้องละเอียดมาก วางบนถุงพลาสติก
แล้วนำไปวางไว้ตามจุดต่างๆ ภายในบ้าน กลิ่นฉุนของกระเทียมจะช่วยไล่ยุงร้ายออกไป

13.เจอเรเนียม
มีชื่อไทยว่า ปากนกกระเรียน สามารถกันยุงได้ จะมีกลิ่นตอนช่วงค่ำเป็นต้นไป ใบจะขับกลิ่นน้ำมันหอมระเหยออกมา
กลิ่นหอมคล้ายตะไคร้ นิยมปลูกเพื่อไล่ยุงกันอย่างแพร่หลาย

14.มอสซี่ บัสเตอร์
เป็นการผสมพันธุ์ระหว่างเจอเรเนียมและตะไคร้หอม คุณสมบัติและความสามารถในการไล่ยุงขึ้นอยู่กับขนาดของต้น
และพื้นที่ในการใช้ กลิ่นน้ำมันที่ระเหยออกมาจากต้นไม้ สามารถไล่ยุงได้ ควรปลูกไว้ริมรั้วที่ห่างจากตัวบ้าน
เพราะขณะที่ต้นไม้มีขนาดเล็กกำลังโต มันจะมีสารที่ดึงดูดยุง แต่เมื่อโตเต็มที่จะเปลี่ยนเป็นสารไล่ยุงแทน

15.ต้นกานพลู
หากปลูกไว้ในบ้าน จะช่วยไล่ยุงได้ หรือนำน้ำมันสกัดจากต้นกานพลูมาพ่นไล่ยุง


16.หม้อข้าวหม้อแกงลิง
เป็นไม้เลื้อยกินแมลง มีลักษณะคล้ายลิง ภายในมีของเหลวไว้ล่อแมลง ไม่ว่าจะยุงหรือแมลงไหนๆ ที่บินมาติดก็จะโดนงับทันที

17.กะเพรา
เป็นสมุนไพรมีฤทธิ์ช่วยในเรื่องต่างๆ เช่น ยาระบาย แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ และช่วยไล่ยุงด้วย
นำมาปลูกไว้บริเวณขอบหน้าต่างบ้าน

18.โรสแมรี่
นิยมในบริเวณบ้านเพื่อความสวยงาม และช่วยกันยุงได้ โดยเอาใบมาเผาไฟ ทำให้เกิดกลิ่นหอมที่ยุงไม่ชอบ
นอกจากจะช่วยไล่ยุงแล้ว ยังสามารถผสมกับดอกไม้ประเภทอื่นเพื่อช่วยดูแลผิวพรรณได้ด้วย

19.ต้นไหมจุรี
เป็นไม้ดอกสวยงามที่ช่วยไล่ยุงได้ โดยบริษัทผู้ผลิตสเปรย์ไล่ยุงนิยมนำดอกไม้ชนิดนี้มาเป็นส่วนผสมในการผลิต

20.เลมอน บาล์ม
มีสรรพคุณช่วยให้นอนหลับสบาย ช่วยปรับระดับความดันโลหิต และกลิ่นจากใบทำให้ยุงบินหนี

เชือกหรือเส้นด้ายสามารถนำมาทำ D.I.Y สำหรับตกแต่งบ้านได้หลากหลาย และนี่คืออีก 1 ไอเดียในการนำเชือกมาทำเป็นโคมไฟสุดสวย และไม่ซ้ำใคร ซึ่งขั้นตอนการทำก็แสนจะง่ายดาย สามารถทำเองได้ แถมยังประหยัดงบประมาณอีกต่างหาก เรามาดูภาพตัวอย่างของโคมไฟเชือกกันดีกว่าว่ามีแบบไหน และขั้นตอนการทำเป็นยังไงบ้าง?
อุปกรณ์สำหรับการทำโคมไฟจากเส้นด้าย หรือเชือกมีดังนี้
1. เชือกป่าน หรือเส้นด้าย (สีตามใจชอบ)
2. กาวลาเท็กซ์
3. ชามหรือกะละมัง
4. น้ำเปล่า
5. กรรไกร
6. ลูกบอลยาง หรือลูกโป่งขนาดต่างๆ ตามต้องการที่จะใช้ทำโคมไฟ
7. เข็ม หรือ ไม้ลูกชิ้นปลายแหลม
8. สายไฟปาร์ตี้ หรือชุดหลอดไฟ
9. ปากกาเมจิก
10. เข็มสำหรับปล่อยลมลูกบอล
วิธีการทำ
1. ใช้ปากกาเมจิกวาดช่องว่างให้ได้ขนาดที่พอดี เพื่อที่จะนำหลอดไฟใส่เข้าไปได้

2. เป่าลูกบอลยาง หรือลูกโป่งที่เตรียมไว้ให้มีขนาดพอดีกับโคมไฟที่เราต้องการ



3. ใส่น้ำเปล่าลงไปในชามที่เตรียมไว้ เทกาวตามลงไปในชาม แล้วคนให้เข้ากัน

4. เอาเชือกหรือด้ายที่เตรียมไว้ลงไปชุบในน้ำกาว

5. แล้วเอาเชือก หรือด้ายมาพันรอบลูกโป่ง ทับไปทับมาเหมือนตาข่ายหรือรังนกจนเป็นลูกกลมๆเต็มลูกโป่ง หรือลูกบอลยาง

6. ใช้ไดร์เป่าผมเป่า หรือทิ้งไว้จนกาวแห้ง

7. ใช้เข็มเจาะลูกโป่งให้แตก หรือปล่อยลมออกจากลูกบอลยาง แล้วเอาลูกโปร่งออกมา


8. เอาโคมไฟไปใส่เข้าไปในโคมเชือกหรือด้าย แล้วนำไปติดตั้งตามจุดต่างๆของบ้านได้ตามใจชอบเลยค่ะ
ลองนำเทคนิคต่างๆ เหล่านี้ไปปรับใช้ และลองทำกันดูนะคะ สามารถทำได้ทั้งโคมไฟเส้นด้ายแบบเล็กๆ และโคมไฟขนาดใหญ่ที่ทำจากเชือก นับเป็นของแต่งบ้านอีกชิ้นที่สวยงาม และให้ความโรแมนติกไม่เบาเลยค่ะ
ของคุณภาพประกอบจาก pinterest
ฝุ่น ฝุ่น ฝุ่น ตัวปัญหาภายในบ้าน เพราะมันมีขนาดเล็กที่เข้าไปได้ทุกซอกทุกมุม
วันนี้ผมมีเทคนิคกำจัดฝุ่นง่ายๆมาฝากเพื่อนๆกันนะคร้าบบ










เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านที่เราใช้กันทุกวันนี้ บอกเลยว่ามีหลายชนิด ที่กินไฟ แบบไม่น่าเชื่อ มาดูกันว่า จะมีอะไรบ้าง และเรามีวิธีคำนวณมาฝากกัน













ข้อกำหนด
ทดสอบ :O)
123 ถนนอยู่สุข เขตอยู่สุข กรุงเทพฯ 10000
02-123-4567
support@vlivingpro.com
แก้ไขความคิดเห็น