อิฐมอญ อิฐบล็อก อิฐมวลเบา 3 ประเภท อิฐยอดนิยมที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในวงการก่อสร้าง วันนี้เรามีอิฐ 3 ประเภทมาเปรียบเทียบกัน ว่าแบบไหนเหมาะกับการใช้งานที่ตรงกับตัวเรามากที่สุดมาฝากกัน


























อิฐมอญ อิฐบล็อก อิฐมวลเบา 3 ประเภท อิฐยอดนิยมที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในวงการก่อสร้าง วันนี้เรามีอิฐ 3 ประเภทมาเปรียบเทียบกัน ว่าแบบไหนเหมาะกับการใช้งานที่ตรงกับตัวเรามากที่สุดมาฝากกัน


























จากตอนที่แล้วได้พูดถึงการก่ออิฐครึ่งแผ่นวันนี้มาต่อกันที่การก่ออิฐเต็มแผ่นกันดีกว่า
ว่าจะก่อแบบไหนและมีข้อดีอย่างไรมาดูกันเลยค่ะ






ปัจจุบันโคมไฟระย้ามีหลายแบบหลากสไตล์ การเลือกแบบให้เข้ากับสไตล์ของแต่ละห้อง จะช่วยให้ห้องดูดี สวยงาม มีสไตล์มากยิ่งขึ้น วันนี้เรามีไอเดียดีๆ ในการตกแต่งบ้านด้วยโคมไฟระย้า มาฝากคนรักบ้านกันค่ะ

โคมไฟระย้า
โคมไฟระย้ามีเพื่อเน้นส่วนของบ้านที่ต้องการโชว์ ให้มีความสวยงามยิ่งขึ้น ความสูงของโคมระย้าจากพื้นในกรณีที่แขวนในห้องทั่วไป ควรสูงประมาณ 1.95 - 2.10 ม.

ห้องนั่งเล่น
โคมไฟระย้าควรอยู่บริเวณโต๊ะกลางเพื่อเป็นจุดเด่นหนึ่งของห้องนั่งเล่นและควรเลือกให้เหมาะกับสไตล์ของห้องที่เราตกแต่ง

ห้องกินข้าว
ติดเหนือโต๊ะกินข้าว 1 ชุด หรือ 2 ชุดก็ได้ ขึ้นอยู่กับความยาวไม่ควรแขวนโคมไฟสูงเหนือโต๊ะอาหารมากเกินไป

ห้องนอน
ถ้าอยากมีห้องที่ดูแตกต่างควรใช้โคมไฟติดเพดาน เป็นโคมไฟระย้า สิ่งที่ดีที่สุดควรเลือกแสงที่อ่อนๆ เพราะ เป็นการพักผ่อน

ห้องน้ำ
ควรติดความสูงให้พอดีและให้แสงสามารถส่องเห็นหน้าตอนส่องกระจกได้

ห้องทำงาน
โคมไฟระย้าสามารถแขวนได้กึ่งกลางห้องหรือเหนือโต๊ะทำงานก็ได้

สไตล์โคมไฟระย้า หรือแชนเดอร์เลียร์ที่นิยมนำมาตกแต่ง มีดังนี้
เป็นรูปแบบดั่งเดิม เน้นความหรูหรา ตกแต่งด้วยเม็ดคริสตัลเมื่อกระทบกับแสงไฟ จะส่งประกายระยิบระยับ โครงหรือกิ่งก้านมักทำจากแก้ว หรือมีก้านทองเหลืองสลักลาย รวมถึงแชนเดอร์เลียร์แบบ Classic จะให้อารมณ์ที่เรียบ และเย็นกว่า

แชนเดอร์เลียร์แบบ Contemporary
มีความร่วมสมัยมากขึ้น ผสมผสานระหว่างแบบคลาสสิคกับแบบปัจจุบัน รูปทรงก็ค่อนมาทางเรียบๆ ไม่มีลวดลายซับซ้อนเท่ากับแบบ classic โครงหรือกิ่งก้านจะเป็นโลหะ หรือวัสดุธรรมชาติ

แชนเดอร์เลียร์ Modern Classic
มีพื้นฐานมาจากแชนเดอร์เลียร์กลุ่ม classic เพิ่มเติมความทันสมัยด้วยวัสดุใหม่ๆ เช่น โครงหรือกิ่งก้านเป็นเหล็ก เน้นความรู้สึกเรียบง่าย อบอุ่น แต่เริ่มมีสีสันมากขึ้น รูปทรงยังคงความอ่อนช้อยงดงามแบบ classic

แชนเดอร์เลียร์ Modern
เน้นความสวยงามแบบเรียบง่าย ไม่เหลือเค้าโครงแบบดั่งเดิม ตกแต่งด้วยดวงโคมน้อยชิ้นเน้นรูปทรงเรขาคณิต ไม่มีลวดลายห้อยระย้ามากนัก มีเส้นสายเรียบๆ ตรงๆ แต่อาจจะออกแนวย้อนยุคได้บ้าง เพื่อลดความแข็งกระด้าง และไม่ใช้เม็ดคริสตัล เหมาะกับบ้านสไตล์โมเดิร์นเป็นส่วนใหญ่

โคมไฟระย้า เป็นทางเลือกหนึ่งที่ได้รับความนิยมในการนำมาจัดตกแต่ง ยังไงก็ลองนำไอเดียร์ต่างๆ เหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับการแต่งบ้านของทุกคนดูนะคะ
พูดถึงที่ดินก็เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ เพราะถือว่าเป็นหลักปัจจัย 4 ในการดำรงชีพของมนุษย์ ไว้เป็นที่อยู่อาศัยพึ่งพิงแล้วหากเรามีที่ดินเปล่าที่ยังไม่คิดจะใช้งานในที่ดินผืนนี้ เราควรจะรักษาสิทธิ์อย่างไรบ้างวันนี้เรามาดูกันว่า การดูแลที่ดินที่เราได้ซื้อไว้แล้วยังไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์จะต้องดำเนินการอย่างไรบ้างมาดูกัน

ควรไปดูแลที่ดินอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อไม่ปล่อยไว้เป็นที่รกร้าง

2.หากไปดูที่ดินแล้วควรสอบถาม ชาวบ้านบริเวณนั้น ว่าที่ดินมีใครเข้ามาบุกรุกหรือเข้ามาวุ่นวายไหม

3.ตรวจสอบหลักหมุดว่ามีการชำรุดหรือมีการเคลื่อนย้ายไหม หากหลักหมุดหายไปสิ่งที่ควรทำคือ
3.1แจ้งตำรวจเพื่อดำเนินคดี(ไม่ใช่แจ้งเป็นหลักฐานแค่ลงบันทึกประจำวัน)เพราะการทำลายหลักหมุดเป็นคดีอาญา
3.2แจ้งที่ดินเพื่อดำเนินการสอบหมุดรังวัดใหม่

4.รังวัดที่ดินในทุกๆ5 ปี เพราะที่ดินอาจจะเพิ่มหรือลดได้ ยิ่งที่ดินอยู่ริมแม่น้ำหรือริมตลิ่ง

5.หากมีคนเข้ามาอาศัยในพื้นที่เรา ควรเข้าไปเจรจาว่าเค้ารุกล้ำที่ดินของเราอยู่ หากเค้าต้องการที่จะเช่าหรือซื้อก็ควรจะเจรจาให้เรียบร้อยไม่ใช่มาบุกรุกที่ดินคนอื่น

6.ที่ดินควรล้อมรั้วเพื่อกำหนดขอบเขตให้ชัดเจนว่าเป็นที่ดินมีเจ้าของ

7.ติดป้ายไว้เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของเพื่อให้ได้รู้ว่าไม่ใช่ที่ดินสาธารณะ ไม่ให้ใครมารุกล้ำ

8.คอยเช็คดูว่ามีร่องรอยของทางเดินรถผ่านไหม เพราะที่ดินอาจโดนใช้เป็นทางผ่านรถไปได้หากเราไม่เข้าไปดูแล

คนที่เป็นเจ้าของไม่ควรปล่อยที่ดินไว้โดยไม่ได้ไประบุ ว่าเป็นที่ดินของตนเอง เพราะหากเราปล่อยไว้อาจจะมีคนเข้ามาใช้ประโยชน์บนที่ดินของเรา เพราะอาจจะเกิดการครอบครองปรปักษ์ได้ การครอบครองปรปักษ์ คือการแย่งกรรมสิทธิ์ ของเจ้าของที่ดินโดยการเข้าไปในที่ดินที่มีฉโนดของผู้อื่นโดยสงบหรือเปิดเผย ด้วยการแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของและได้ใช้ประโยชน์ติดต่อมาถึง 10 ปี เมื่อครบกำหนดแล้วคนนั้นจะได้เป็นเจ้าของโดยทันทีเพราะเหตุนี้เราจึงต้องเข้าไปดูที่ดินว่างเปล่าที่เราคิดว่าไม่มีประโยชน์บ่อยๆนะครับ
วันนี้ขอแนะนำเครื่องมือก่อสร้างชนิดหนึ่ง ที่ใช้ในการปูกระเบื้อง ซึงเป็นเครื่องมือสำคัญ และขาดไม่ได้สำหรับช่างปูกระเบื้อง นั่นคือ “เกรียงหวี” จะเป็นยังไงมาดูกันเลยค่ะ





การใช้เกรียงหวีปาดปูนกาวที่ผิวกระเบื้องมีความสำคัญมาก และช่วยให้กระเบื้องติดทนทาน ไม่ลอกร่อนได้ง่ายๆ ด้วยนะคะ ดังนั้น เพื่อนๆ อย่าลืมให้ความสำคัญในการใช้เกรียงหวีสำหรับงานปูกระเบื้องทุกครั้งด้วยค่ะ
การปูกระเบื้องแบบซาลาเปาไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง ทำให้เกิดผลกระทบตามมามากมาย เช่น กระเบื้องหลุดร่อน แตกร้าว น้ำซึมผ่านเข้าไปในกระเบื้อง ปัญหาการเกิดคราบขาวบริเวณผิวกระเบื้อง และอายุการใช้งานของกระเบื้องที่สั้นลง ส่งผลให้ต้องเสียเงินจ้างช่างมาซ่อมแซม หรือต้องปูกระเบื้องใหม่อีกครั้ง


การปูกระเื้องแบบซาลาเปา คือ การนำปูนกาวซีเมนต์มาโปะหลังกระเบื้อง แล้ววางกดลงไปบนพื้นผิวปูนหยาบ ทำได้ง่ายรวดเร็วและประหยัด แต่ไม่ควรทำ เนื่องจากกระเบื้องจะหลุดร่อนง่าย

เพราะหน้าสัมผัสของปูน และกระเบื้องน้อย บริเวณขอบกระเบื้องมีแต่โพรงอากาศไม่มีเนื้องปูน ทำให้กระเบื้องบิ่น และแตกร้าวง่าย ที่สำคัญห้ามปูแบบซาลาเปาในพื้นที่สัมผัสน้ำ

เพราะโพรงอากาศใต้กระเบื้องจะขังน้ำขัง ทำให้น้ำซึมผ่านลงข้างล่างได้ วิธีทดสอบ คือ สุ่มตรวจโดยการเคาะกระเบื้อง และฟังเสียง
ข้อแนะนำ!! หากพบว่าเป็นการปูแบบซาลาเปา ควรรื้อปูใหม่ให้ถูกต้อง
ควรศึกษาวิธีการปูกระเบื้องที่ถูกวิธี เพื่อจะได้ไม่มีปัญหาเกิดขึ้นตามมาในระยะยาว และจะได้รู้ทันช่าง หากพบเห็นว่าช่าง ปูกระเบื้องไม่ถูกวิธี เราามารถบอกให้ช่างทำการแก้ไขให้ถูกต้องได้
ข้อกำหนด
ทดสอบ :O)
123 ถนนอยู่สุข เขตอยู่สุข กรุงเทพฯ 10000
02-123-4567
support@vlivingpro.com
แก้ไขความคิดเห็น