การเลือกผ้าม่านให้เหมาะกับห้องต่างๆในบ้าน
By vLIVING PRO16 พฤศจิกายน 2567 08:07:19

                      ประโยชน์ของผ้าม่านนอกจากความสวยงามแล้วนั้นยังช่วยป้องกันแสงแดดหรือป้องกันให้บุคคล อื่นมองเข้ามาภายในบ้านได้การเลือกผ้าม่านก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะผ้าม่านมีหลายประเภท หลายสไตล์ การเลือกผ้าม่านนั้นต้องให้เหมาะกับบ้านของผู้อยู่อาศัยด้วย วันนี้เรามีตัวอย่างของการเลือกผ้าม่านมาใช้ในแต่ละห้องมาฝากกัน

 

 

 

แบบผ้าม่านสไตล์ต่างๆ

 

 

1.ห้องนอน

ควรเลือกผ้าม่านแบบที่มีความหนามากพอช่วยในการบังแดดที่ส่องมาตอนเช้าและความร้อนในตอนกลางวันช่วยบังสายตาจากภายนอก ควรเลือกผ้าม่านที่กันแสงได้ (Blackout)

 

สี ต้องเลือกที่เข้ากับโทนสีของห้องและเฟอร์นิเจอร์ อาจจะเป็นสีโทนเย็นและสว่างเพื่อให้ความรู้สึกสบายตา ทำให้ห้องดูกว้างขึ้นด้วย

ผ้าม่านที่เหมาะกับห้องนอน ม่านจีบ, ม่านพับ, ม่านตาไก่, ม่านลอน, มู่ลี่ไม้

 

  

2.ห้องทำงาน

ควรเลือกใช้ผ้าม่านที่ควบคุมแสงและบังสายตา จากภายนอกในระดับที่พอดี ควรใช้ผ้าพื้นสีเรียบๆหรือแบบที่มีลายเล็กๆ หรือใช้เป็นม่านปรับแสง หรือมู่ลี่เพราะสามารถปรับระดับการลอดของแสงได้ตามต้องการ เรียบง่าย สบายและโปร่ง

 

 

 

3.ห้องรับแขก

ควรเลือกใช้ผ้าม่านที่มีความสวยงาม แล้วแต่ความชอบให้ห้องดูโล่งกว้างให้ความผ่อนคลาย ช่วยกันกรองแสงได้ เพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับเจ้าของบ้าน

 

 

 

 

4.ห้องครัว

ควรเป็นม่านโปร่ง สามารถควบคุมแสง กันฝุ่นเวลาทำกับข้าวได้อย่างพอเหมาะ ช่วยระบายอากาศ เช่น ม่านปรับแสง หรือม่านม้วน เพราะสามารถปรับระดับแสงตามต้องการ และบังสายตาจากแสงแดดจ้าๆ ได้ ทำความสะอาดง่าย

 

 

 

5.ห้องน้ำ

สร้างความเป็นส่วนตัว สวยงามและสบายตา ผ้าม่านที่เหมาะสมคือ มู่ลี่ เพราะง่ายต้องการเช็ดและทำความสะอาด ทนน้ำ ดูแลง่าย ไม่ดูดน้ำ และไม่สร้างกลิ่นอับ

 

 

6.ห้องทานอาหาร

สร้างบรรยากาศและความสวยหรู ให้น่าทานอาหารมากขึ้น สามารถควบคุมแสงที่ผ่านเข้ามาได้ตามความต้องการ สามรถใช้ได้ทั้งมู่ลี่และผ้าม่าน แต่ถ้าเป็นผ้าควรเป็นแบบกรองแสง อย่าทึบจนเกินไป ไม่ควรใช้ผ้าที่มีน้ำหนักหรือหนามาก เพราะกลิ่นอาหารสามารถติดได้ง่าย

 

vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  • ปัญหารอยร้าวที่เกิดขึ้น ของบ้าน ที่พบเจอกันบ่อยๆ ที่เกิดขึ้นจริงๆแล้วเป็นอันตรายหรือไม่ วันนี้เรามีประเภทของรอยร้าวแต่ละประเภทมาฝากกัน

    1.รอยร้าวเสาเอ็น- ทับหลัง

    ส่วนมากจะเป็นที่หน้าต่างไม้ เพราะเป็นวัสดุที่มีความยืดหดตัวเมื่ออุณหภูมิและความชื้นมีความเปลี่ยนแปลง

     ทำให้ปูนที่ฉาบไว้เกิดรอยร้าวได้ ไม่เป็นอันตรายมาก

    2.ผนังแตกลายงา

    เกิดจากการผสมปูนฉาบที่ไม่ได้คุณภาพ หรือผนังที่ก่อไว้เกิดการหดตัวจากอุณหภูมิจึงทำให้ปูนฉาบเกิดเป็นรอยไม่อันตรายไม่มีผลต่อโครงสร้าง

     

    3.รอยร้าวที่รอยต่อระหว่างผนังกับเสาและคาน

    เกิดจากเวลาก่อสร้างไม่ได้ทำการเสียบเหล็กหนวดกุ้ง เพื่อทำการยึดเกาะกับเสา หรืออาจจะเสียบเหล็กหนวดกุ้งไม่แน่นพอ ทำให้เกิดรอยร้าว

    4.รอยแตกลายงาที่พื้น

    เกิดจากพื้นที่ไม่ได้ปูวัสดุปิดผิวเช่น คอนกรีตขัดมัน เพราะคอนกรีตมีความหนามากเกินไป ทำให้เกิดรอยแตกลายงาได้ แต่ไม่ทำให้เกิดอันตราย ควรปูวัสดุปิดผิวทับไปเช่นกระเบื้องยาง

    5.รอยร้าวแนวดิ่งบนผนัง

    เป็นรอยร้าวที่พื้นแอ่นตัวและคานรับน้ำหนักมากเกินไป หากเกิดรอยร้าวประเภทนี้ ให้เช็คดูว่ามีของที่มีน้ำหนักมากอยู่ตรงนั้นไหม หากมีให้ทำการย้ายไปทันทีเพื่อช่วยลดน้ำหนักตรงนั้น

     

    6.รอยร้าวที่มีสนิมเหล็กเสริมใต้พื้น

    เกิดจากพื้นดาดฟ้ามีน้ำขังจนทำให้ซึมเข้ามาที่เหล็กภายในพื้นคอนกรีต ทำให้เกิดสนิม  ขยายตัวทำให้คอนกรีตที่หุ้มเหล็ก ร่วงออกมาทำให้พื้นไม่สามารถรับน้ำหนักมากๆได้

    7.รอยร้าวทแยงมุมบนผนัง

    สาเหตุมาจากฐานรากมีการทรุดตัว โครงสร้างบ้านไม่แข็งแรง ควรรีบให้วิศวกรมาดูโดยด่วนเพราะอาจทำให้เกิดอันตรายได้

     

    8.รอยร้าวใต้ท้องพื้นรูปกากบาทบริเวณกลางพื้น

    สาเหตุมาจากพื้นด้านบนได้รับน้ำหนักมากจนเกินไปที่จะรับน้ำหนักได้ ควรรีบแก้ไขก่อนพื้นจะถล่มลงมา

    9.รอยร้าวตามขอบและคานพื้น

     

  • "หลังคา" เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ต้องให้ความใส่ใจเป็นอย่างมาก เพราะหลังคาช่วยปกป้องเราและตัวบ้านจากแดด ลม ฝน ดังนั้นควรเลือกรูปแบบของหลังคาให้เหมาะสมกับลักษณะของบ้าน สภาพแวดล้อม และอากาศด้วย  ส่วนหลังคาบ้านยอดฮิตจะมีรูปแบบใดบ้าง มาทำความรู้จักกันเลยดีกว่าค่ะ

     

      

     

     

     

     

     

     

     

    ในการติดตั้งหลังคา ควรคำนึงถึงความใส่ใจในความยากง่ายของการซ่อมบำรุงในอนาคต และควรพิจารณาในการเลือกใช้รูปแบบของหลังคาให้เหมาะสมกับบ้านของเราด้วยนะคะ

  • " มด " เป็นสัตว์ตัวจิ๋วแต่ปัญหาไม่จิ๋วเหมือนตัว มดสร้างความรำคาญให้แก่เจ้าของบ้านมากมาย

    ไม่ว่าจะเป็น มาตอมอาหาร หรือมากัด ให้กวนใจ วันนี้เรามี 10 เทคนิค ในการกำจัดมดมาฝากกันครับ

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

  •      หน้าร้อนแบบนี้ สิ่งที่ควรระวังมากที่สุดไม่ใช่การกังวลแค่อากาศร้อน แต่บ้านไหนที่มีสัตว์เลี้ยง เช่นน้องหมาหรือน้องแมว ก็น่าเป็นห่วงไม่น้อยเช่นกัน หากเราปล่อยไว้ในที่อากาศร้อนมากๆ อาจทำให้ร่างกายเกิดอาการ “ฮีทสโตรก” คือร่างกายปรับตัวไม่ทันกับอากาศที่ร้อน อาจเกิดจากการออกกำลังกายมากๆในช่วงหน้าร้อน หรือการขาดน้ำ หรืออยู่ในที่ที่มีอากาศร้อนจนเกินไปเป็นเวลานานๆ ร่างกายไม่สามารถที่จะปรับระบบระบายความร้อนได้ทันที

     

    สุนัข

    ร่างกายของสุนัขจะไม่มีต่อมเหงื่อตามรูขุมขนเหมือนมนุษย์อย่างเราๆ จึงสังเกตกันไหมว่า สุนัขจะชอบทำลิ้นห้อยอยู่ตลอดเวลา เพราะเป็นการระบายความร้อนนั่นเอง

     

     

    หากสุนัขไม่สามารถ ระบายอากาศได้ทันจะมีอาการหายใจแรง หอบ และน้ำลายเยอะ เหงือกแดง หัวใจเต้นเร็ว หายใจลำบาก อาเจียนออกเป็นเลือด ถ่ายเป็นเลือด มีจุดแดงตามร่างกาย กล้ามเนื้อกระตุก อุณหภูมิร่างกายสูง จนเกิดอาการชัก หยุดหายใจและตายได้ ควรรีบนำไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด

     

     

    วิธีการปฐมพยาบาล

    ลดอุณหภูมิโดยการนำน้ำมาชโลมให้ทั่วร่างกายหรือใช้สารระเหยที่ทำให้เกิดความเย็นเช่นแอลกฮอล์มาเช็ดที่อุ้งเท้า ใต้รักแร้ และขาหนีบ หลังจากนั้นเปิดพัดลมจ่อเพื่อระบายความร้อน

    วิธีป้องกัน

    1.อย่าให้น้ำขาด มีน้ำให้กินตลอดเวลา

     

    2.ไม่พาออกกำลังกายในที่มีอากาศร้อนจัดๆหาที่หลบแดดให้อยู่ในช่วงกลางวัน

     

    3.ห้ามทิ้งสุนัขไว้ในรถเด็ดขาด หากจำเป็นควรจอดไว้ในที่ร่มมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก หรือทำการเปิดกระจกให้มีอากาศและมีน้ำดื่มทิ้งไว้ให้ด้วย

     

    4.หากจะให้อาหารในที่แจ้ง ควรเลือกให้เวลาที่พระอาทิตย์ตก เนื่องจากสุนัขไม่กินอาหารถ้าอากาศร้อน

     

     

    5.หากร้อนเกินไปอาบน้ำหรือราดน้ำให้ทั่วตัวปล่อยให้ตัวแห้งหมาดๆเพื่อให้ร่างกายมีความเย็นอยู่

     

     

    6.ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำหมาดปูนอนตอนกลางวัน หรือใช้พัดลมเป่า

     

     

     

    แมว

    แมวเป็นสัตว์ที่ไม่ชอบน้ำเอามากๆ หากจะเอาไปอาบน้ำก็คงจะไม่ได้  มาดูวิธีคลายร้อนให้แมวกัน

    1.วางก้อนน้ำแข็งไว้ใกล้ๆแมว

    หากวันไหนที่อากาศร้อนจัดๆแล้วต้องออกไปนอกบ้านหรือไม่อยู่บ้านไม่มีเวลาดูแล ให้นำน้ำแข็งมาใส่จานน้ำของน้องแมวเพื่อให้ดื่มคลายร้อนระหว่างวัน

     

     

    2.เปิด-ปิดแอร์เมื่อไม่อยู่บ้าน

    ไม่จำเป็นต้องเปิดแอร์ทั้งวันเพียงแค่ตั้งเวลา เปิด ปิดไว้ ในช่วงที่ร้อนที่สุด ระยะเวลา 1-2 ชั่วโมง หากกลัวจะร้อนไปอีกก็สามารถเปิดพัดลมเพื่อให้มีลมหมุนเวียนไปด้วยก็ได้

     

     

    3.เปลี่ยนน้ำบ่อยๆ

    น้ำที่น้องแมวดื่มควรสะอาดและเย็นเสมอ และควรหมั่นเปลี่ยนบ่อยๆ

     

     

    4.ตัดขน

    ถ้าน้ำแมวของคุณเป็นพันธ์ที่มีขนยาวหนา แนะนำให้ตัดขนส่วนลำตัวให้สั้นแล้วเหลือหัวไว้

     

     

     

     

     หน้าร้อนแบบนี้เป็นอันตรายกับสัตว์เลี้ยงมาก หากไม่อยากให้สัตว์เลี้ยงของเราเกิดอาการฮีทสโตรกก็ควรจะดูแลเยอะมากกว่าปกติ เพราะสัตว์ก็ร้อนเหมือนคนเช่นกัน