กำจัดสนิมที่เครื่องมือกับ 8 สิ่งใกล้ตัว
By vLIVING PRO30 สิงหาคม 2561 18:16:50

เครื่องมือช่างหากทิ้งไว้นานๆ หากไม่มีการรักษาให้ดี คงจะหนีไม่พ้นสนิมแน่นอน

วันนี้เรามีสิ่งของใกล้ตัว ที่สามารถนำมากำจัดสนิมได้ แค่ไม่กี่วิธีมาฝากกัน

 

 

1.เบกกิ้งโซดา

              นำอุปกรณ์ไปล้างน้ำให้สะอาดก่อน และสะบัดให้พอหมาด โรยเบกกิ้งโซดาลงไปให้ทั่วบริเวณเครื่องมือ

ทิ้งไว้ป็นเวลา 1 ชม. หรือมากกว่านั้น และใช้แปรงขัดออกล้างออกด้วยน้ำเปล่าเช็ดให้แห้ง

 

 

2.น้ำส้มสายชู

                       นำเครื่องมือไปแช่ไว้ในน้ำส้มสายชู  ทิ้งไว้ข้ามคืนแล้ว นำมาขัดด้วยแปรง หากแช่ไม่ได้ก็นำ

ผ้าไปชุบน้ำส้มสายชูและไปห่อไว้

 

 

 

 

3.มันฝรั่งและน้ำยาล้างจาน

                นำมันฝรั่งมาผ่าครึ่งไปชุบกับน้ำยาล้างจาน ใช้มันฝรั่งเป็นตัวขัดให้ทั่วบริเวณที่มีสนิม

 

4.กรดซิตริก

                    นำกรดซิตริก ใส่ไปในน้ำร้อนแล้วเอาเครื่องมือ ที่เป็นสนิมแช่ไว้ทั้งคืนตอนเช้าจึงขัดด้วยแปรงออก

 

 

5.มะนาวและเกลือ

            นำเกลือไปทาให้ทั่วเครื่องมือ โดยใช้มะนาวผ่าครึ่งในการขัดออก หรือ ทิ้งไว้ 1-2 ชั่วโมง หลังจาก

ขัดเสร็จแล้วเช็ดให้แห้งนำไปผึ่งแดด

 

 

6.ครีมออฟทาร์ทาร์(ที่ใช้ทำขนม)

              ผสมครีมออฟทาร์ทาร์ เข้ากับน้ำส้มสายชู นำไปป้ายตรงคราบ ที่เกิดสนิมทิ้งไว้สัก 1-2 ชั่วโมง

แล้วนำฟองน้ำมาถูออก 

 

 

7.บอแรกซ์

             นำผงบอแรกซ์ผสมกับน้ำมะนาว จนได้เนื้อที่เข้มข้น และนำไปป้ายลงบนที่เป็นสนิม

ทิ้งไว้ให้แห้งแล้วจึงทำการขัดออก

 

 

8.หัวหอม

               นำกระดาษทรายมาขัด เพื่อกำจัดเนื้อสนิมออกก่อน 1 ชั้น จากนั้นใช้หัวหอมแดง ที่หั่นเตรียมไว้

มาถูทับรอยสนิม แล้วล้างออกด้วยน้ำร้อนจนกระทั่งสนิมหลุด

 

vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  •  

     

    เมื่อฤดูฝนใกล้เข้าบ้านหลายๆหลังอาจต้องพบเจอกับปัญหารอยรั่วซึมจากพื้นที่ต่างๆรอบบ้านที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งรอยรั่วจากหน้าต่างก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดน้ำซึมเข้าบ้าน และเกิดความเสียหายกับส่วนอื่น ๆ ของบ้านได้ ทั้งผนัง พื้น และเฟอร์นิเจอร์ ที่อยู่ใกล้กับบริเวณหน้าต่าง ซึ่งก่อนที่จะทำการซ่อมแซมได้นั้น ต้องสำรวจก่อนว่ามีรอยรั่วอยู่บริเวณใดบ้าง

     

    วิธีสังเกตรอยรั่วที่หน้าต่าง มีดังนี้

     

     

     

    1. ตรวจสอบการติดตั้งกระจก ว่ามีความแน่นหนาดีหรือไม่ ถ้ากระจกขยับได้แสดงว่าติดตั้งไม่แน่ นอกจากนี้ ให้ดูว่ามีรอยแตกราวหรือไม่

    วิธีแก้ไข คือ ควรเปลี่ยนกระจกใหม่

    1. ตรวจดูว่ามีแสงลอดผ่านขณะปิดหน้าต่างหรือไม่ ถ้ามี แสดงว่าหน้าต่างเกิดรอยรั่ว

    วิธีแก้ไข คือ ควรใช้ซิลิโคนอุดรอยรั่วเล็กๆน้อยๆ ตามขอบหน้าต่าง โดยบีบอัดซิลิโคนตามแนวรอยต่อของขอบหน้าต่าง ทั้งด้านนอกและด้านใน

    1. สังเกตรอยคราบเหลือง หรือรอยน้ำซึมใต้ขอบหน้าต่าง และผนังรอบๆ ว่ามีช่องว่างระหว่างวงกบกับผนังปูนหรือไม่ และอาจพบว่าหน้าต่างบวม เบี้ยว หรือปิดไม่สนิท จึงทำให้น้ำไหลย้อนเข้าบ้าน

    วิธีแก้ไข คือ สกัดเปิดผิวหน้าปูนรอบวงกบด้านนอกให้กว้างอย่างน้อย 1 เซนติเมตร แล้วใช้โพลียูรีเทน ฉีด อัดรอบวงกบ จากนั้นแต่งหน้าให้เรียบ แล้วทาสีทับเพื่อความสวยงามเรียบร้อย

    1. แผ่นยางกันน้ำตรงขอบหน้าต่างเสื่อมสภาพ เนื่องจากใช้งานมาเป็นเวลานาน

    วิธีแก้ไข คือ เปลี่ยนแผ่นยางกันน้ำที่ขอบหน้าต่างใหม่ โดยลอกแผ่นยางอันเก่าออก ควรใช้แผ่นยางที่มีขนาด และความหนาเท่าของเดิม

    1. ขอบวงกบอลูมิเนียมหน้าต่างไม่มีรูระบายน้ำ ทำให้น้ำขัง เอ่อล้น และไหลเข้าบ้าน

    วิธีแก้ไข คือ เจาะรูระบายนำที่กล่อง หรือวงกบด้านนอก เพื่อระบายน้ำฝนไม่ให้ไหลย้อนเข้าบ้าน

     

     

     

    ข้อแนะนำเพิ่มเติม หน้าต่างควรทำปีกกันสาดเล็กๆ เพื่อป้องกันฝนสาดด้วย

     

    ยังมีอีกหลายวิธีที่สามารถป้องกันฝนสาด จากการที่น้ำซึมเข้าทางหน้าต่างได้  ก่อนที่จะเข้าสู่หน้าฝน เราควรสนใจและใส่ใจซ่อมแซมบำรุงรักษาบ้านของเรา  เพื่อเป็นการยืดอายุการใช้งาน และไม่ต้องปวดหัว ทำให้เสียสุขภาพจิตที่ต้องเผชิญกับปัญหาน้ำรั่วซึมอีกด้วย

     

    ขอบคุณภาพประกอบจาก Pinterest

  • การจัดห้องนอนให้เหมาะสมกับการพักผ่อนเป็นสิ่งสำคัญ เพราะ 1 ใน 3 ของแต่ละวัน คือช่วงเวลาของการนอนหลับพักผ่อน ดังนั้นการมีห้องนอน และที่นอนที่ดีนอกจากจะช่วยให้นอนหลับสบายตลอดทั้งคืนแล้ว ยังช่วยให้เรามีสุขภาพร่างกายที่ดีอีกด้วย แต่ถ้าหากไม่รู้ว่าควรเลือกที่นอน และจัดห้องนอนอย่างไร วันนี้เรามีเทคนิคง่ายๆ มาฝากค่ะ

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    ลองนำเทคนิคในการจัดห้องนอนเหล่านี้ไปใช้กันนะคะ เพราะเราต้องใช้งานมันทุกวัน ดังนั้นการเลือกสิ่งที่ดี มีคุณภาพถือเป็นการลงทุนที่ถูกต้อง แถมยังมีผลระยะยาวต่อสุขภาพการนอนของเราอีกด้วยค่ะ

  • เพื่อนๆ เคยรู้สึกไหมว่า ผนังบ้านของเราบางทีมันดูโล่งๆ เหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง วันนี้เราจึงมีไอเดียดีๆ สำหรับการแต่งผนังให้มีสีสันสวยงามมาแนะนำกันค่ะ และยังสามารถใช้สิ่งของที่อยู่ใกล้ตัวมาแต่งผนังได้อีกด้วย เช่น กรอบรูป จาน งานศิลปะที่ทำขึ้นเอง อุปกรณ์ต่างๆ ที่หาได้ตามบ้าน หรือของที่ไม่ใช้แล้วก็สามารถนำมาสร้างสรรค์เป็นของเก๋ๆ สำหรับใช้ประดับผนังห้องได้ เราได้รวบรวมไอเดียต่างๆเหล่านั้นมาฝาก จะมีอะไรบ้างไปชมกันเลย

    1. แต่งผนังด้วยคลิปบอร์ด เพิ่มความแปลกให้ให้กับผนังบ้าน

    หากกลัวว่าผนังเสียหาย อาจใช้เพ็กบอร์ด หรือกระดานมายึดติดกับผนังก่อน แล้วจึงนำคลิปบอร์ดที่มีขนาดแตกต่างกันมาติด พร้อมทั้งนำรูปภาพ งานศิลปะที่ชื่นชอบ หรือทำขึ้นเองมาหนีบไว้กับคลิปบอร์ด เพื่อเพิ่มความสดใส สวยงาม น่ารักให้กับบ้าน

      

     

    2. แต่งผนังด้วยรูปถ่ายใบโปรด หรือผลงานสร้างสรรค์

    อาจเพิ่มความเก๋ไก๋โดยการเลือกใช้รูปภาพของเราเอง อาจทำภาพกราฟฟิค หรือลวดลายสวยๆ แปลกตาด้วยตัวเองก็ได้ นำมาใส่ในกรอบรูปสวยๆ ที่มีขนาดแตกต่างกัน เพื่อช่วยเพิ่มลูกเล่นให้กับผนังให้มากขึ้น

      

     

    3. แต่งผนังห้องด้วยงานจักสาน

    งานจักสานแบบไทยๆ ของบ้านเราก็สามารถนำแต่งผนังห้องให้ดูสวยงาม สะดุดได้นะคะ เปลี่ยนจากการใช้งานแบบเดิมๆ ให้มีคุณค่ามากยิ่งขึ้น โดยการนำมาเป็นเฟอร์นิเจอร์สำหรับการตกแต่งบ้าน แถมยังช่วยเปลี่ยนอารมณ์ บรรยากาศของบ้านได้อีกด้วย

     

    4. ใช้หมวกใบโปรดมาแต่งผนัง

    หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบ และมีของสะสมเป็นหมวก ซึ่งกำลังพบกับปัญหาที่เก็บหมวกไม่เพียงพอไม่รู้จะเอาไปวางตรงไหน  ไอเดียนี้สามารถตอบโจทย์คุณได้ค่ะเ พราะนอกจากจะเป็นที่เก็บให้คุณได้แล้ว ยังกลายเป็นของแต่งบ้านช่วยเพิ่มความชิคให้กับบ้านของคุณได้อีกด้วย

       

     

     

    5. แต่งผนังด้วยงานศิลปะจากฝีมือตัวเอง

    ไอเดียนี้เหมาะกับคนที่รักงานศิลปะเป็นชีวิตจิตใจ อาจจะเป็นงานภาพวาด งานกราฟฟิคสวยๆ หรืองานศิลปะของเด็กๆ นำมาติดผนัง ซึ่งเป็นของตกแต่งที่มีคุณค่าทางใจ และความภูมิใจของเจ้าของ อีกทั้งยังเพิ่มความสดใสให้กับบ้านได้ด้วยค่ะ

       

     

    6. นำกิ่งไม้ ใบไม้มาแต่งผนัง เพิ่มความสดชื่นให้กับบ้าน

    กิ่งไม้ ใบไม้ที่หักร่วงหล่นในสวนที่บ้าน อย่าเห็นว่าไม่มีค่านะคะ ของเหล่านั้นสามารถนำมาประดิษฐ์แล้วใส่กรอบรูปทำเป็นของแต่งบ้านได้ค่ะ ให้อารมณ์ความรู้สึกไปอีกแบบ เหมาะกับคนรักธรรมชาติมากๆเลยค่ะ

      

     

    7. ตกแต่งผนังด้วยจานชามที่ไม่ใช้แล้ว

    จานชามต่างๆ ที่มีอยู่ในบ้านถ้าไม่ได้ใช่แล้ว ลองเอามาเพ้นท์สี หรือตกแต่งลดลายลงบนจานใบเก่าดูนะคะ แล้วนำมาติดกับผนังบ้าน แค่นี้คุณก็จะได้ของแต่งผนังที่มีความแปลกให้ สวยงาม สดุดตาไม่เหมือนใครแล้วค่ะ

      

     

    เป็นอย่างไงบ้างคะ สำหรับไอเดียการตกแต่งผนังบ้านจากของใกล้ตัวที่สามารถหาได้ทั่วไป ทั้งหมดที่เรานำมาแนะนำนี้เป็นเพียงแค่ตัวอย่างบางส่วนเท่านั้น หากที่บ้านของคุณมีของสะสม หรือของที่เก็บไว้นานไม่ได้ใช้ ลองนำมาทำดูก็ได้นะคะ ไม่แน่ว่าอาจได้ของเก๋ๆชิ้นใหม่สำหรับใ้ช้ในการแต่งบ้านก็ได้ค่ะ 

     

    ขอบคุณภาพประกอบจาก Pinterest

  • ในวงการก่อสร้างคอนกรีตมีให้เลือกมากมายหลายประเภท วันนี้ที่เราได้หยิบยกกันมา คือเรื่องคอนกรีตสด ถ้าพูดถึงคอนกรีตแล้ว ก็คือการผสมปูน เพื่อใช้ในการ ก่อ อิฐ ฉาบ ปูน หรือการหล่อแบบ แต่คอนกรีตสดล่ะ ทำหน้าที่อะไร ใช้อย่างไร มาดูกันได้เลย

     

     

  • ใครที่เคยพูดว่าดอกไม้ เมื่อแห้งเหี่ยวแล้วก็ต้องโยนทิ้งไป คงต้องเปลี่ยนความคิดซะแล้วหล่ะ เพราะดอกไม้แห้งก็สวยงามได้ ถ้าสามารถรักษารูปทรงเดิมให้อยู่ได้ เรามายืดอายุให้กับดอกไม้กันเถอะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นดอกอะไรก็สามารถทำได้ และไม่ยุ่งยาก จะทำเป็นของที่ระลึก ของขวัญ หรือทำเป็นบุหงารำไป ช่วยเพิ่มความหอมสดชื่นให้บ้านก็ได้นะคะ งั้นเรามาเริ่มทำไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ

    1. ตากดอกไม้เพื่อทำดอกไม้แห้งให้ฟอร์มยังคงความสวยงามอยู่เหมาะเดิม

    วิธีทำมีดังนี้

    1. เลือกดอกไม้ที่ต้องการทำเป็นดอกไม้แห้ง  เด็ดกลีบช้ำ ขาด แหว่ง หรือไม่สวยทิ้งไป

    2. ตัดก้านดอกไม้ออกสักนิด แต่ต้องไม่น้อยกว่า 6 นิ้ว

    3.  ใช้เชือกมัดตรงปลายก้านรวมกันเป็นช่อ สำหรับแขวนกลับหัว ให้ดอกไม้ห้อยลงล่าง ก้านชี้ขึ้นข้างบน เพื่อรักษาตัวดอกไม้ให้คงรูป ในห้องที่มีอากาศถ่ายเท ป้องกันการเกิดเชื้อราที่กลีบของดอก

    4. ทิ้งไว้ 2-3 สัปดาห์ดอกไม้จะแห้งสนิท และก้านจะตั้งตรงไม่หักงอ 

    วิธีนี้เหมาะกับดอกไม้ที่มีกลีบหนาและทน แต่ไม่เหมาะกับดอกไม้ประเภทกลีบบางช้ำง่าย เพราะกลีบจะเหี่ยวย่น ยับยู่ หรืออาจจะร่วงระหว่างตากลมได้ค่ะ

      

     

    2. แช่ด้วยสารดูดความชื้น หรือซิลิก้าเจล เป็นสารที่ใส่อยู่ในถุงเล็กๆ ที่ติดมากับห่อขนม กล่องรองเท้า กระเป๋า หรือผลิตภัณฑ์บางประเภท สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายเคมีทั่วไป และสามารถใช้ซ้ำได้เรื่อยๆ

    วิธีการทำมีดังนี้

    1. เอาสารดูดความชื้นใส่ในภาชนะทรงสูง แล้วตั้งดอกไม้ให้ตรง จัดให้อยู่ในทรงที่เราต้องการ

    2. เทสารดูดความชื้นให้ดอกไม้ให้มิด

    3. ปิดฝาทิ้งไว้ประมาณ 3-7 วัน แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จ หรือถ้าอยากได้เฉพาะดอก ก็สามารถตัดก้านออกได้ แล้วใส่ในภาชนะที่ไม่ต้องสูงมาก 

    4. เอาเข้าไมโครเวฟ 1-2 นาทีก็เสร็จเรียบร้อย หรือหากไม่มีไมโครเวฟ ก็สามารถวางทิ้งไว้เฉยๆ ได้ แต่จะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์

    5. ล้างมือให้สะอาด ภาชนะที่นำมาใช้ก็ทิ้งไปเลยนะคะ หรือนำไปใช้อย่างอื่นก็ได้ แต่ห้ามใช้ใส่อาหารเด็ดขาด

     

     

    3. การทับดอกไม้ วิธียอดฮิตสมัยเด็กๆ

    วิธีการทำมีดังนี้ 

    1. เลือกดอกไม้ ควรใช้ดอกไม้ที่มีขนาดเล็กและแบน หลีกเลี่ยงการใช้ดอกไม้ที่มีก้านอ้วนๆ หรือที่มีกลีบบาง เพราะจะได้รับความเสียหายได้ง่าย
     
    2. วางดอกไม้บนกระดาษที่ผิวแห้ง ด้าน ไม่มันเงา เช่น หนังสือพิมพ์ กระดาษแข็งหรือกระดาษทิชชู่
     
    3. นำไปสอดไว้ในหนังสือเล่มหนาอีกครั้ง อาจใส่กล่อง หรือแผ่นไม้หนักๆ วางทับลงอีกที ทิ้งไว้ประมาณ 1-3 อาทิตย์ แค่นี้ก็จะได้ดอกไม้แห้งที่บางเรียบคงตัวตามแบบที่จัดไว้ แล้วอาจนำไปใส่กรอบรูป หรือเคลือบทำเป็นที่คั่นหนังสือก็ได้
     
      
     
     
    4. การอบแห้งในเตาอบลมร้อน
     
    วิธีการทำมีดังนี้
    1. เตรียมดอกไม้ที่ต้องการ แล้วตัดลวดตาข่ายแบบดัดได้ ขนาดใหญ่พอสำหรับดอกไม้ จากนั้นวางดอกไม้พาดช่องว่างของตะแกรง
     
    2. เปิดไฟวอร์มเตาอบก่อน และควรใช้เตาอบลมร้อนที่ระบายอากาศได้ดี โดยใช้อุณหภูมิต่ำ เมื่อเตาอบร้อนถึง 38ºC ให้วางตะแกรงที่เรียงดอกไม้ใส่เข้าไปในเตาอบ
     
    3. ปล่อยทิ้งไว้ในเตาอบลมร้อนประมาณ 1 ชั่วโมง การใช้ระยะเวลาในการอบแห้งจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับชนิดและจำนวนของดอกไม้ที่ใช้ ไม่ควรใช้เตาอบทั่วไป เพราะมีความชื้นมากเกินไป
     
    4. เมื่อดอกไม้แห้งสนิทแล้ว นำออกมาจากเตาอบและพักไว้บนตะแกรงให้เย็นลง แล้งฉีดสเปรย์ใส่ผม หรือสารคงสภาพดอกไม้ เพื่อเพิ่มความแข็งแรง ทนทานของดอกไม้แห้ง
      
     

    ลองทำตามกันดูนะคะ เป็นวิธีที่ง่ายๆ มีให้เลือกหลายวิธี และหากเพื่อนๆ คนไหน ทำแล้วติดใจ อาจลองทำขายก็ได้นะคะ ใช้เวลาว่างให้เกินประโยชน์ แถมยังสามารถทำเป็นรายได้เสริมได้อีกด้วยค่ะ 

     

    ขอบคุณภาพประกอบจาก Pinterest