กำจัดกลิ่นฉี่ของหมาแมว
By vLIVING PRO21 กุมภาพันธ์ 2561 11:00:09

หลายคนคงประสบกับปัญหาคราบ และกลิ่นฉี่ของเจ้าหมา แมวที่ติดอยู่บนพื้น หรือตามผนังบ้าน ซึ่งเป็นปัญหาหนักใจสำหรับผู้ที่มีสัตว์เลี้ยงแสนรักไว้เป็นเพื่อนคลายเหงา เพราะกลิ่นฉี่ของเจ้าสัตว์เหล่านี้ช่างเหม็นฉุนกวนใจ โดยเฉพาะเมื่อมีแขก หรือผู้ใหญ่มาเยี่ยมเยือนคงจะไม่ดีแน่ วันนี้เราจึงขอนำเสนอวิธีการกำจัดกลิ่นฉี่ของน้องหมา น้องแมวแบบเทพให้ได้ทราบกัน รับรองว่าปลอดภัยและไม่รุนแรงต่อสัตว์อย่างแน่นอนค่ะ

 

 

  

 

 

 

 

 

 

 

เห็นไหมคะว่า การดูแลบ้านให้ปราศจากกลิ่นเหม็น และคราบฉี่ของน้องหมา น้องแมวไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่เราต้องรู้วิธีทำความสะอาดที่ถูกต้อง และหมั่นดูแลทำความสะอาดบ่อยๆ รวมถึงฝึกน้องหมา น้องแมวให้รู้จักฉี่เป็นที่เป็นทาง เพราะนอกจากจะเป็นการรักษาสุขอนามัยที่ดีต่อตัวเอง และสัตว์เลี้ยงตัวโปรดแล้ว ยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อแขก หรือญาติผู้ใหญ่ที่มาเยี่ยมเยือนอีกด้วยค่ะ

vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  • การปูกระเบื้อง เป็นองค์ประกอบหนึ่งของบ้าน ทั้งภายนอกและภายในบ้าน รวมถึงกระเบื้องจะมีอายุการใช้งานยาวนานหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการใส่ใจในงานปูกระเบื้องด้วย จึงควรปูกระเบื้องให้ถูกวิธี เพื่อจะได้ไม่เกิดผลกระทบเสียหายได้ ในระยะยาว

     

    การปูกระเบื้องที่ถูกวิธี มีขั้นตอนดังนี้

    ควรใช้ปูนกาวในการปูกระเบื้อง เพราะปูนกาวมีสารที่ช่วยป้องกันการดูดน้ำ ไม่ให้กระเบื้องดูดน้ำออกจากปูนทราย ช่วยให้กระเบื้องไม่แข็งเร็วเท่าที่ควรจะเป็นก่อนที่จะเซ็ทตัว

     

    ควรผสมปูนกาวกับน้ำในปริมาณที่พอดีและเข้ากันทุกส่วน ไม่ข้นหรือเหลวจนเกินไป ทิ้งไว้ 3-4 นาทีก่อนใช้งาน กาวซีเมนต์ที่ผสมแล้วสามารถใช้งานได้ไม่เกิน 3-4 ชั่วโมง (ดูฉลากข้างถุงปูน) แล้วใช้เกรียงหวีปาดปูนกาวให้ทั่วบริเวณที่ต้องการปู 

     

    ถ้าเป็นกระเบื้องแผ่นใหญ่ ขนาดใหญ่กว่า 10x10 นิ้ว ควรปาดปูนกาวให้เต็มด้านหลังของแผ่นด้วย แล้ววางกระเบื้องลงตรงจุดที่ต้องการปู จากนั้นใช้ค้อนเคาะ เพื่อช่วยปรับให้ได้ระดับเดียวกัน และควรใช้ spacer หรือวัสดุที่ใช้สำหรับเว้นช่องไฟ เพื่อให้ได้ช่องที่เท่ากัน และเพื่อความสวยงาม

     

    เมื่อปูกระเบื้องเสร็จแล้วควรทิ้งไว้อย่างน้อย 1 วัน เพื่อให้ปูนกาวเซ็ตตัว แล้วจึงค่อยทำการยาแนวให้เต็มร่อย เสร็จแล้วทิ้งไว้อีก 7 วัน จึงจะสามารถใช้งานในบริเวณนั้นๆได้ เพื่อให้ซีเมนต์ที่ใช้ยาแนวแข็งได้ตัวเต็มที่ และทำให้ปูนกาวยึดเกาะกระเบื้องได้เต็มแผ่น ไม่เกิดปัญหากระเบื้องแตก หรือน้ำซึมผ่านเข้าไปในกระเบื้อง รวมทั้งช่วยลดปัญหาการเกิดคราบขาวบริเวณผิวกระเบื้องด้วย

     

    หากทราบวิธีการปูกระเบื้องที่ถูกต้องแล้ว จะช่วยให้ลดปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามมาได้ และถ้าเห็นว่าช่างปูกระเบื้องไม่ถูก เราสามารถบอกให้ช่างแก้ไขปูใหม่ได้

  •         เครื่องมือช่างเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ที่ควรมีติดไว้ในบ้าน หากบ้านเรามีของในบ้านพังเล็กๆน้อย ก็สามารถซ่อมแซมได้ทันที

    โดยไม่ต้องพึ่งช่าง หรือเสียเงินในการซื้อใหม่

     

     

  • กลิ่นใครว่าไม่สำคัญ ยิ่งกลิ่นจากเหงื่อหลังจากทำงานมาหนักๆนี่อย่าให้พูด...แล้วดันไปติดเสื้ออีก

    วันนี้เรามีเคล็ดลับกำจัดกลิ่นดีๆมากฝาก ว่าจะแก้ไขไงดี มาดูกันเลยย

     

     

     

     

     

     

     

     

     

  • สีทาบ้าน ถือเป็นปัจจัยหลักอีกอย่างหนึ่งที่มีผลต่อความสวยงามของบ้าน บรรยากาศและสไตล์ของบ้านก็ขึ้นอยู่กับสีทาบ้านที่เราเลือก ตามไปชมเทคนิค และการเลือกใช้สีทาบ้านเหล่านี้กันเลยค่ะ

     

     

     

     

     

     

    การเลือกใช้เฉดสีแต่ละสีเพื่อใช้ในการทาบ้าน ควรเลือกจากความชอบของสมาชิกทุกคนภายในบ้านเป็นหลักด้วยนะคะ เพื่อให้ได้บ้านที่สวยงามตรงตามความต้องการของคนในครอบครัว 

  •  

    บ้านไม้

              บ้านไม้ เป็นบ้านที่มีความสวยงาม คลาสสิก และอบอุ่น อากาศถ่ายเทได้ดี โปร่ง โล่ง สบาย มีความยืดหยุ่นสูง ง่ายต่อการซ่อมแซมแก้ไข รื้อถอน หรือตกแต่งเพิ่มเติม และสามารถนำไม้กลับมาใช้ใหม่ได้

              ควรเลือกใช้ไม้แต่ละประเภทให้เหมาะสมกับการใช้งาน เช่น ไม้บางประเภทอาจจะเหมาะสำหรับใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ หรือบางประเภท เหมาะสำหรับทำโครงสร้างบ้าน วันนี้เราจะมาดูกันว่าไม้ที่ใช้ทำการก่อสร้างหลักๆมีอะไรบ้าง

     

    ไม้เต็ง

    เนื้อไม้มีผิวหยาบ เหมาะสำหรับงานที่โชว์ลวดลายของไม้ ส่วนใหญ่เหมาะสำหรับใช้กับงานภายนอก และงานโครงสร้างเป็นหลัก เช่น เสา และคาน

     

    ไม้แดง

    เนื้อไม้มีความแข็งแรง มีสีน้ำตาลอมแดง มีสีสันสวยงามนิยมใช้เป็นโครงสร้างที่ต้องการโชว์สีและลายไม้ เช่นวงกบ พื้น ไม่เหมาะที่จะนำมาทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ เพราะเนื้อไม้มีความแข็งแรงมาก

     

     ไม้มะค่า

    มีความแข็งแรงมาก ส่วนใหญ่นิยมนำมาใช้ทำพื้นไม้ และบันไดบ้าน

     

    ไม้ตะแบก

    ลักษณะเนื้อไม้สีเทาจนถึงสีน้ำตาลอมเทา เสี้ยนตรง เนื้อละเอียด ส่วนมากนำมาทำไม้ปูพื้น ลายใกล้เคียงกับไม้สัก สีอ่อนสุดเมื่อเทียบกับไม้ชนิดอื่นๆ ตกแต่งได้ง่าย เหมาะกับการใช้ในงานภายนอกอาคารเช่น พื้นภายในบ้านและประตู ข้อเสียคือมักบิดตัวและโก่งงอง่ายหากโดนความร้อนหรือความชื้นนาน ๆ  

     

    ไม้ตะเคียน 

    ไม้เนื้อแข็งมีความทนทานสูง สีน้ำตาลอมส้ม ทนปลวกได้ดีนิยมใช้ทำวงกบประตูและพื้น

     

     

    ไม้สัก 

    มีลายไม้ที่สวยงาม และคงทน เหมาะสำหรับใช้เป็นส่วนประกอบของโครงสร้างบ้าน หรือส่วนต่างๆ ของบ้านที่ต้องการความสวยงาม เช่น บานประตู หน้าต่าง และเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น

     

     

    ไม้ยาง

    เหมาะสำหรับใช้ทำประตู วงกบ พื้น บันได และเฟอร์นิเจอร์

     

    ไม้จำปา

    ไม้เนื้ออ่อน คล้ายไม้สัก ราคาใกล้เคียงกับไม้เต็ง เหมาะกับการที่ใช้ภายใน ข้อเสียไม่ทนความชื้นและน้ำ จะทำให้ไม้ผุ  ไม้จะมีการบิดงอได้  ส่วนใหญ่นิยมใช้กับงานภายใน เช่น ประตู เป็นต้น

     

    ข้อควรระวังสำหรับบ้านไม้ คือ

    1. จำเป็นต้องใช้ช่างที่มีประสบการณ์ในการสร้างบ้านไม้ ต้องมีฝีมือที่ประณีต เรียบร้อย และสวยงาม
    2. ในปัจจุบันไม้หายากมากขึ้น จึงทำให้ไม้มีราคาแพง
    3. ปลวก และแมลงสามารถกันกินไม้ได้
    4. เสื่อมโทรม ผุ พังได้ตามอายุการใช้งาน และตามสภาพดินฟ้าอากาศ