- บทความ
- การ์ตูนซีรีย์ เรื่อง ท่อ ตอนที่ 5 "ท่อไซเลอร์"
-
ให้ความรู้7 สิ่งสุดยี้ในครัวที่ไม่คาดคิดBy vLIVING PRO16/11/2567
7 สิ่งสุดยี้ที่คาดไม่ถึงที่อยู่ในครัว เป็นสิ่งใกล้ตัวที่เราคาดไม่ถึง จะมีอะไรบ้างนั้นมาดูกัน

1.ไมโครเวฟ
เห็นไมโครเวฟเป็นสิ่งที่มีความร้อนบางคนอาจจะคิดว่ามันสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ แต่แบคทีเรียที่เกิดจากการที่เราได้อุ่นอาหาร แล้วมีคราบที่กระเด็นไป ก็สามารถให้มันเจริญเติบโตได้หากทำความสะอาด ไม่เพียงพอ จะกลายเป็นที่สะสมของเชื้อโรคได้ หากมีคราบเปื้อนให้เช็ดทำความสะอาดทันที และหาอาหารปิดภาชนะทุกครั้ง

2.เคาน์เตอร์ครัว
เป็นสิ่งที่เราต้องใช้วางสิ่งของต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นถุงอาหาร กล่องข้าว หรือวัตถุดิบต่างๆ ของพวกนี้จะมีเชื้อโรคติดมาเสมอ เช่นแบคทีเรียที่สามารถอาจทำให้เกิดการท้องเสียได้ ควรรักษาความสะอาดให้มากที่สุด

3.ถังขยะในครัว
ถังขยะเป็นแหล่งสะสมโรคชนิดดีเยี่ยมเพราะว่าสารพัดขยะ ที่เราได้ทิ้งลงไป บางทีเราไม่ได้เก็บไปทิ้งภายในวันเดียวอาจทำให้เกิดการหมักหมมของเชื้อโรค และการส่งกลิ่นเหม็น หากเราปล่อยไว้ ไม่เก็บทิ้งก็อาจจะเกิดการสะสมเชื้อโรค หนูอาจจะมีสัตว์ที่เราไม่พึงประสงค์เข้ามาไม่รู้ตัว ควรมีฝาปิดและทิ้งทุกวัน

4.เขียง
เขียงที่เราได้ทำการหั่นอาหารลงไปนั้น ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือของแห้ง หากล้างไม่สะอาดก้จะทำให้เกิดการสะสมเชื้อโรคชั้นดี ยิ่งเป็นเขียงไม้ ยิ่งจะเป็นการสะสมเข้าไปอีก เพราะจะซึมเข้าเนื้อไม้ สกปรกเข้าไปอีก

5.บริเวณรอบอ่างล้างจานหรือซิ้งค์น้ำ
อ่างล้างจานเป็นส่วนที่สัมผัสน้ำมาตลอด เพราะทั้งการล้างจาน หรือการวางของที่โดนน้ำตลอด หากทำความสะอาดไม่ดีพอ หรือว่าปล่อยให้มีน้ำขัง สิ่งสกปรกจะไปสะสมเข้าทุกวัน

6.ผ้าเช็ดจานและฟองน้ำล้างจาน
เป็นแหล่งสะสมแบคทีเรียที่ดี เพราะเราล้างจานหรือเช็ดจานก็จะโดนน้ำตลอด ควรนำผ้าเช็ดจานไปซักทำความสะอาดและใช้ฟองน้ำไปเข้าไมโครเวฟเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียบ้าง บางคนอาจไม่เคยซักนานอาจทำให้สกปรกได้

7.ช่องแช่แข็ง
การเก็บเนื้อสัตว์ไว้ในตู้แช่แข็ง หากอุณหภูมิไม่ดีพอหรือเหมาะสมควร ต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียส เพราะหากเก็บไว้อุณหภูมิที่สูงกว่านี้จะทำให้แบคทีเรียเติบโตไว นานเข้าควรละลายน้ำแข็งเช็ดทำความสะอาดเป็นประจำ

-
ให้ความรู้การเลือกผ้าม่านให้เหมาะกับห้องต่างๆในบ้านBy vLIVING PRO16/11/2567
ประโยชน์ของผ้าม่านนอกจากความสวยงามแล้วนั้นยังช่วยป้องกันแสงแดดหรือป้องกันให้บุคคล อื่นมองเข้ามาภายในบ้านได้การเลือกผ้าม่านก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะผ้าม่านมีหลายประเภท หลายสไตล์ การเลือกผ้าม่านนั้นต้องให้เหมาะกับบ้านของผู้อยู่อาศัยด้วย วันนี้เรามีตัวอย่างของการเลือกผ้าม่านมาใช้ในแต่ละห้องมาฝากกัน

แบบผ้าม่านสไตล์ต่างๆ

1.ห้องนอน
ควรเลือกผ้าม่านแบบที่มีความหนามากพอช่วยในการบังแดดที่ส่องมาตอนเช้าและความร้อนในตอนกลางวันช่วยบังสายตาจากภายนอก ควรเลือกผ้าม่านที่กันแสงได้ (Blackout)
สี ต้องเลือกที่เข้ากับโทนสีของห้องและเฟอร์นิเจอร์ อาจจะเป็นสีโทนเย็นและสว่างเพื่อให้ความรู้สึกสบายตา ทำให้ห้องดูกว้างขึ้นด้วย

ผ้าม่านที่เหมาะกับห้องนอน ม่านจีบ, ม่านพับ, ม่านตาไก่, ม่านลอน, มู่ลี่ไม้
2.ห้องทำงาน
ควรเลือกใช้ผ้าม่านที่ควบคุมแสงและบังสายตา จากภายนอกในระดับที่พอดี ควรใช้ผ้าพื้นสีเรียบๆหรือแบบที่มีลายเล็กๆ หรือใช้เป็นม่านปรับแสง หรือมู่ลี่เพราะสามารถปรับระดับการลอดของแสงได้ตามต้องการ เรียบง่าย สบายและโปร่ง

3.ห้องรับแขก
ควรเลือกใช้ผ้าม่านที่มีความสวยงาม แล้วแต่ความชอบให้ห้องดูโล่งกว้างให้ความผ่อนคลาย ช่วยกันกรองแสงได้ เพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับเจ้าของบ้าน
4.ห้องครัว
ควรเป็นม่านโปร่ง สามารถควบคุมแสง กันฝุ่นเวลาทำกับข้าวได้อย่างพอเหมาะ ช่วยระบายอากาศ เช่น ม่านปรับแสง หรือม่านม้วน เพราะสามารถปรับระดับแสงตามต้องการ และบังสายตาจากแสงแดดจ้าๆ ได้ ทำความสะอาดง่าย

5.ห้องน้ำ
สร้างความเป็นส่วนตัว สวยงามและสบายตา ผ้าม่านที่เหมาะสมคือ มู่ลี่ เพราะง่ายต้องการเช็ดและทำความสะอาด ทนน้ำ ดูแลง่าย ไม่ดูดน้ำ และไม่สร้างกลิ่นอับ

6.ห้องทานอาหาร
สร้างบรรยากาศและความสวยหรู ให้น่าทานอาหารมากขึ้น สามารถควบคุมแสงที่ผ่านเข้ามาได้ตามความต้องการ สามรถใช้ได้ทั้งมู่ลี่และผ้าม่าน แต่ถ้าเป็นผ้าควรเป็นแบบกรองแสง อย่าทึบจนเกินไป ไม่ควรใช้ผ้าที่มีน้ำหนักหรือหนามาก เพราะกลิ่นอาหารสามารถติดได้ง่าย

-
ให้ความรู้เทคนิคฉาบปูนอย่างไรไม่ให้แตกร้าวBy vLIVING PRO20/06/2561
เทคนิคง่ายๆในการฉาบปูนเพื่อความแข็งแรงให้กับบ้านของเรา จะต้องทำอย่างไรบ้างมาดูกันได้เลยค่ะ









-
ให้ความรู้ใช้แอร์อย่างถูกวิธี ช่วยให้ประหยัดไฟ และเงินในกระเป๋าBy vLIVING PRO20/02/2561
เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อน อากาศแสนจะร้อนอบอ้าว และอุณหภูมิโลกสูงขึ้นทุกปี การติดตั้งเครื่องปรับอากาศภายในบ้าน จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่หลายๆบ้านใช้ในการแก้ปัญหา แม้ว่าจะเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่าย และสิ้นเปลืองพลังงานก็ตาม ดังนั้นจึงนำวิธีการใช้แอร์อย่างประหยัดมาฝากกัน ลองนำไปปฏิบัติตามได้ ดังนี้ครับ

- ควรใช้แอร์ที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5
- จุดที่ติดตั้งแอร์ ต้องสามารถกระจายความเย็นได้ทั่วทั้งห้อง
- ไม่ควรติดแอร์ด้านที่มีแสงแดดส่องแรงๆ เพราะจะทำให้แอร์ทำงานหนัก สิ้นเปลืองพลังงาน และต้องเสียค่าไฟมากเกินความจำเป็น
- ควรเลือกขนาดของแอร์ให้เหมาะสมกับพื้นที่ห้องที่ต้องการติดตั้ง แอร์โดยทั่วไปมีขนาดตั้งแต่ 9,000 – 8,000 BTU
สูตรการคำนาณค่า BTU คือ พื้นที่ห้อง (กว้าง x ยาว) x ตัวแปร
ตารางเปรียบเทียบขนาดของแอร์ (BTU)

- ควรตั้งอุณหภูมิให้เหมาะสม คือ 25 องศา หรือ ประมาณ 26 – 28 องศา จริงๆแล้ว การตั้งอุณหภูมิที่ 25 องศา ไม่ได้ช่วยให้ประหยัดไฟที่สุด แต่เป็นอุณหภูมิที่ร่างกายรู้สึกเย็นสบายพอดี เช่น บางคนอาจจะชอบที่อุณหภูมิ 27 หรือ 28 องศา เป็นต้น ร่างกายของแต่ละคนจะรู้สึกเย็นสบายในอุณหภูมิที่แตกต่างกัน และอุณหภูมิยิ่งสูง ยิ่งช่วยให้ประหยัดค่าไฟ แต่ไม่ควรเปิดแอร์จนอุณหภูมิสูงจนไม่เกิดความเย็น ซึ่งจะกลายเป็นว่า ไม่ได้ใช้ประโยชน์จากการเปิดใช้แอร์ และถือเป็นการสิ้นเปลืองพนังงานด้วย
- ควรหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า ในห้องที่ใช้เครื่องปรับอากาศ เช่น เตาไฟฟ้า ไมโครเวฟ เป็นต้น
- ไม่ควรสูบบุหรี่ในห้องแอร์ เพราะจะต้องเปิดพัดลมระบายอากาศ เพื่อช่วยในการระบายกลิ่น และควันบุหรี่ ทำให้ความเย็นจากแอร์ถูกดูดออกไปด้วย
- ควรใส่เสื้อผ้าที่สบายๆ เหมาะกับสภาพอากาศ
- ควรล้างแผ่นกรอง และตะแกรงแอร์ เดือนละครั้ง รวมทั้ง ควรล้างแอร์ปีละ 2 ครั้ง เพื่อให้แอร์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถยืดอายุการใช้งานได้ยาวนาน และประหยัดค่าไฟได้ด้วย
- ควรเลือกใช้แอร์ที่มีแผ่นกรองอยู่ด้านนอก เพราะง่ายต่อการแกะล้าง
- ขณะที่เปิดใช้แอร์ควรปิดประตู – หน้าต่างให้มิดชิด เพื่อไม่ให้ความเย็นรั่วไหลออกภายนอกห้อง
- ควรปิดแอร์ก่อนออกจากห้องอย่างน้อย 30 นาที เพราะถึงแม้จะปิดแอร์แล้วแต่ก็ยังคงมีความเย็นอยู่

13.ควรปิดคัทเอาท์แอร์เมื่อเลิกใช้งานทุกครั้ง
14.คอยล์ร้อน ควรติดตั้งให้อยู่ในจุดที่โดนแดดน้อยที่สุด อยู่ในที่ร่ม และอากาศสามารถถ่ายเทได้สะดวก หรือติดตั้งให้ห่างจากผนังอย่างน้อย 15 เซนติเมตร ทำให้ช่วยระบายความร้อนได้ดี และยังช่วยประหยัดไฟได้ถึง 15 – 20 %
15.ถ้าต้องเปิดใช้แอร์ต่อเนื่องนานเกิน 8 ชั่วโมง ควรเลือกใช้แอร์ Inverter เพราะจะช่วยทำให้ประหยัดไฟได้เกือบ 50% เลยทีเดียว
หากทุกคนนำวิธีการต่างๆนี้ไปปฏิบัติแล้ว เชื่อแน่ว่าจะสามารถใช้เครื่องปรับอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดค่าใช้จ่าย ทั้งค่าไฟฟ้า และค่าบำรุงรักษา รวมทั้งยังให้ความเย็นที่เพียงพอกับความต้องการได้ตลอดเวลา ที่สำคัญยังช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้อีกด้วย
ขอบคุณรูปภาพจาก Pinterest
-
ให้ความรู้6 วัสดุ ทำวงกบ - ประตู แบบไหนน่าใช้สุดBy vLIVING PRO25/01/2568







สร้างสมุดไอเดียใหม่
แก้ไขความคิดเห็น