10 ปัญหาโครงสร้างสุดฮิต
By vLIVING PRO25 พฤศจิกายน 2567 09:52:37

ปัญหาที่พบเจอกันบ่อยเกี่ยวกับเรื่องบ้านคงนี้ไม่พ้นเกี่ยวกับเรื่อง แตก ร้าว ทรุด

วันนี้เรามาดูกันดีกว่า 10 ปัญหาหลัก ที่พบเจอกันบ่อยๆมีอะไรบ้าง

 

 

1.พื้นทรุดตัว 

มักจะเกิดกับพื้นที่ถมแล้วเทพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก โดยไม่มีการตอกเข็ม ดังนั้นหากดินที่ถมไปยุบตัว ก็ทำให้คอนกรีตยุบตัวลงไปด้วย

 

 

2.ผนังแตกร้าว

รอยแตกร้าวของผนังที่เจอบ่อยคือการแตกแบบลายงา หรือแตกแบบแมงมุม

-การแตกแบบลายงาเกิดจากการที่ฉาบปูนฉาบไม่ได้มาตรฐาน 

-การแตกร้าวแบบแมงมุมตามวงกบริมเสาเกิดจากไม่ได้มีการหล่อเสาเอ็นหรือทับหลังหรือการเสียบเหล็กหนวดกุ้งเพื่อยึดผนังกับเสา

- แตกจากโครงสร้าง ทรุดตัว เช่น คาน เสา ผนัง แตกลายงา กับแตกแบบแมงมุม กับแตกจากโครงสร้างทรุดตัว

 

 

3.ส่วนต่อเติมทรุดตัว

เกิดจากเสาเข็มมีความยาวน้อยกว่าตัวบ้านเดิม ส่วนต่อเติมเสาเข็มควรมีความยาเท่ากันหรือยาวกว่า 2 เมตร เพื่อให้ทรุดตัวใกล้เคียงกัน

 

 

4.คอนกรีตเสริมเหล็กผุ

เกิดจากการใช้เหล็กที่เป็นสนิมมาใช้หรือพื้นด้านบนมีน้ำขังเป็นระยะเวลานาน

 

 

 

5.บ้านร้อน

ปัญหาบ้านร้อน มักจะเกิดที่ชั้นบนสุดของอาคารเนื่องจากหลังคารับความร้อนจากดวงอาทิตย์ และส่งผ่านความร้อนลงมาด้านล่างสามารถแก้ไขได้

1.โดยติดฉนวนกันความร้อน

2.ปรับเปลี่ยนทิศทางลมเพื่อช่วยระบายความร้อนภายในบ้านให้ออกไป

3.ออกแบบให้เพิ่มพื้นที่กักเก็บ ความร้อนใต้หลังคาและยังช่วยระบายความร้อนที่ชายหลังคา

 

 

 

6.ฝ้าเพดานพัง

เกิดจากโครงคร่าวที่ใช้แขวนฝ้าเพดานผุกร่อนจนทำให้ไม่สามารถรับน้ำหนักได้ ปัญหาหลักอาจมาจากการรั่วซึมของน้ำและความชื้นที่เข้ามา

 

 

7.น้ำรั่วซึม

เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยเกิดจากการที่อาจจะใช้ท่อหรือว่ากาวที่ไม่ได้คุณภาพ หรือข้อต่อของท่อเกิดการขยับคลายตัว

 

 

8.สีลอกร่อน

เกิดจากสีที่ใช้เป็นฟิล์มถูกความชื้นบ่อยเข้าเช่นจากการโดนน้ำฝนหรือน้ำรั่วซึมจากท่อภายนอกผนัง การแก้ไขคือขัดลอกสีเก่าออกแล้วทาสีใหม่ทับอีกครั้ง

 

 

9.ผนังชื้นขึ้นรา

เกิดจากการถูกความชื้นเป็นเวลานาน ทำให้เกิดคราบเชื้อราได้

 

 

 

 

 

 

vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  • หลังคาบ้านมีวัสดุให้เลือกมากมายในท้องตลาด ขึ้นอยู่กับการใช้งาน และความชื่นชอบ ทั่้งดีไซน์และรูปสร้าง วันนี้เรามี 5 ประเภทวัสดุที่นิยมใช้งานมาฝากกัน

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

  •      ก่อนเลือกปลั๊กพ่วงมาใช้ดูให้ดี เช็คให้ชัวร์ ว่าได้มาตรฐานมั้ย ดูให้เรียบร้อยว่าแบบไหนดี เหมาะกับการใช้งาน หากเลือกไม่ดี อาจเกิดการช็อตได้ วันนี้เรามีวิธีการเช็คมาฝากกัน

     

     

  • หลายๆคนต้องการมีบ้านที่ดีถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย ดังนั้นบ้านหลังสวยที่เป็นดั่งวิมานของเรา จะต้องมีคุณลักษณะพิเศษ ที่ช่วยเสริมดวงให้เจ้าของบ้านเกิดความร่ำรวย และเพื่อให้ทุกคนในครอบครัวใช้ชีวิตได้อย่างราบรื่นไร้เรื่องราวกวนใจ ต้องเป็นอย่างไรบ้างเรามาดูกันค่ะ

     

    ลักษณะของบ้านที่ดี ควรเป็นดังนี้

    1. บ้านทำเลทอง คือ มีพื้นที่ติดแม่น้ำ ซึ่งมีลักษณะโค้งเข้าหาตัวบ้าน ถือว่าเป็นฮวงจุ้ยที่ดีมาก จะได้รับพลังงานที่ดี มีคนคอยสนับสนุน ช่วยเหลือ มีความสุข ความสำเร็จ และร่ำรวย

     

     

     

    2. บ้านที่มีแต่ความสมบูรณ์ คือบ้านที่มีลักษณะด้านหลังกว้างกว่าด้านหน้า ตามหลักฮวงจุ้ย เรียกว่า รูปทรงถุงทอง จะมีโชคลาภ และมีพลังงานดีๆ คอยส่งเสริมอยู่เสมอ

     

    3. บ้านที่อยู่แล้วเจริญรุ่งเรือง คือบ้านที่มีต้นไม้ให้ความร่มรื่น เพราะทางฮวงจุ้ยถือว่า ต้นไม้เป็นสัญลักษณ์ของความเจริญงอกงาม ช่วยส่งเสริมให้มีแต่ความรุ่งเรืองก้าวหน้า

    ดอกไม้ที่มีความเป็นมงคลมาก และควรนำมาจัดสวน คือ

    • ดอกโบตั๋น เป็นดอกไม้มงคลสูงสุด เป็นตัวแทนของความมั่งคั่ง และความรัก
    • ดอกเบญจมาศ แทนความรัก และเสียงหัวเราะ สีเหลืองของดอกเบญจมาศ แทนความสะดวกสบายและความหรูหรา
    • ดอกจำปี และกล้วยไม้ แทนความอ่อนหวาน และช่วยเหลือเกื้อกูล ช่วยทำให้แขกที่มาเยือนได้รู้สึกผ่อนคลาย
    • ดอกบัว ตัวแทนของศาสนา และการรู้แจ้ง แทนความบริสุทธิ์ สงบ สร้างสรรค์ และความฉลาด

     

    1. บ้านที่เป็นมงคล คือ มีสระว่ายน้ำ หรือบ่อน้ำอยู่หน้าบ้าน ช่วยให้มีความสุข สมบูรณ์ ร่ำรวย ร่มเย็น

     

     

     

    5. บ้านที่มีชื่อเสียง คือ บ้านที่มีต้นสนอยู่หน้าบ้าน ทั้งด้านซ้าย และด้านขวา ตามหลักฮวงจุ้ย ต้นสนสามารถเรียกแสงที่ดีเข้าบ้านได้ ช่วยให้มีโชค มีชื่อเสียง ความรัก ความสำเร็จ มั่นคง

     

     

    การมีบ้านลักษณะที่ดีตามหลักฮวงจุ้ยนั้น เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้คนในบ้านมีความสุข และมีสถานะทางการเงินที่ดี ต่อให้บ้านเราหลังเล็กแค่ไหน แต่ถ้าครอบครัวเรารักกัน บ้านของเรานั้นก็จะมีแต่ความสุข อยู่ยังไงก็ร่มรื่นร่มเย็น

     

    ขอบคุณภาพประกอบจาก Pinterest

  • การเลี้ยงสุนัข เป็นปัญหายอดฮิต ที่ทำให้เกิดปัญหา การทะเลาะวิวาทกับเพื่อนบ้านได้ จึงควรดูแลใส่ใจน้องหมาของเรา ไม่ทำให้เพื่อนบ้านเกิดความรำคาญใจ จึงควรคำนึงถึงเรื่องต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น ดังนี้

     

    1. เลือกเลี้ยงสุนัขให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่เราอยู่อาศัย

     

     ไม่ควรเลือกนำมาเลี้ยงเพียงเพราะความชอบส่วนตัว หรือถูกใจเพียงแค่หน้าตาน่ารักอย่างเดียวเท่านั้น   ควรศึกษาข้อมูลของสุนัขแต่ละสายพันธุ์ให้ดีก่อนนำมาเลี้ยง เช่น บุคลิก ลักษณะนิสัย หรือพฤติกรรม ของสุนัขแต่ละสายพันธุ์ เป็นต้น

     

     

    1. จัดพื้นที่ให้เป็นสัดส่วน

     

     

     

     แบ่งเขตให้สุนัขรู้จักพื้นที่ของตัวเอง  เพื่อเป็นการสร้างวินัยให้กับสุนัข มีพื้นที่กว้างพอดีกับขนาดตัวของสุนัขแต่ละสายพันธุ์  อากาศถ่ายเทได้สะดวก และร่มรื่น

     

     

    1. เก็บอึ ฉี่ ของสุนัขไม่ให้รบกวนเพื่อนบ้าน

    เจ้าของสุนัขควรมีความรับผิดชอบ ในการขับถ่ายของสุนัข ควรฝึกให้สุนัขขับถ่ายในที่ที่เตรียมไว้ หมั่นทำความสะอาดกรง และแผ่นรองอย่างสม่ำเสมอ หรือพาสุนัขออกไปขับถ่ายเวลาเดิมทุกๆวัน เพื่อให้สุนัขมีระบบการขับถ่ายที่แน่นอน ตรงเวลา และควรนำถุง หรือกระดาษไปด้วย  เพื่อเก็บกองอึของสุนัขให้เรียบร้อย ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของเจ้าของสุนัขที่มีต่อสังคม เพื่อเป็นการรักษาชุมชนให้น่าอยู่ ไม่ทำให้ผู้อื่นเกิดความเดือดร้อน

     

    1. ใส่สายจูงให้สุนัขทุกครั้ง เมื่อออกจากบ้าน

     

     

    ทำให้สามารถควบคุมสุนัขได้ง่าย ช่วยให้สุนัขปลอดภัยจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น ช่วยป้องกันไม่ให้สุนัขวิ่งเข้าบ้านคนอื่น ช่วยให้คนรอบข้างปลอดภัยจากสุนัขของเรา หากสุนัขของเรามีความดุร้าย และยังช่วยป้องกันปัญหาสุนัขกัดกันได้อีกด้วย

     

     

    1. ฝึกสุนัข ไม่ให้ปากเปราะ

     

    ควรเริ่มฝึกตั้งแต่เล็กๆ และค่อยๆฝึกอย่างใจเย็น โดยการที่ เมื่อเห็นว่าสุนัขเห่าสิ่งต่างๆรอบตัว ผู้เลี้ยงควรนิ่งเฉยไว้ก่อน แล้วจึงค่อยเบี่ยงความสนใจ โดยการเคาะโต๊ะ หรือเก้าอี้ เพื่อทำให้สุนัขตกใจ เมื่อสุนัขหยุดเห่าผู้เลี้ยงควรพูดชมว่า “ดีมาก” แล้วลูบที่ต้นคอของสุนัข หรือถ้าสุนัขเห่าเพื่อขอของกิน ผู้เลี้ยงห้ามให้เด็ดขาด  รอให้สุนัขหยุดเห่าแล้วจึงค่อยให้ของกิน เพื่อฝึกให้สุนัขรู้ว่า ต้องไม่เห่าจึงจะได้ของกิน

     

    1. รับฟังความคิดเห็นของเพื่อนบ้าน

     

     

    พูดคุยกับเพื่อนบ้าน สอบถามถึงปัญหา และผลกระทบที่ได้รับจากสุนัขของเรา เพื่อหาทางแก้ไข และป้องกันปัญหาต่างๆที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต

     

    1. สุนัขชอบทำลายข้าวของ

     

     

    ปัญหานี้ อาจเกิดขึ้นเพราะ สุนัขเกิดความเครียด เหงา กลัวว่าจะโดนทิ้ง จึงแสดงพฤติกรรมที่ไม่ดีออกมา เพื่อเรียกร้องความสนใจ ผู้เลี้ยงควรฝึกสุนัขตั้งแต่เล็กๆ ให้คุ้นกับการอยู่ตัวเดียว แต่ถ้าสุนัขชอบทำลายข้าวของเป็นประจำ ทั้งๆที่ไม่ได้อยู่ตัวเดียว ผู้เลี้ยงต้องทำโทษด้วยการ นำกระดาษหนังสือพิมพ์มาม้วน แล้วตีสุนัขเบาๆ ให้เกิดเสียง เพื่อให้สุนัขรู้ว่า ถ้าทำแบบนี้อีกจะถูกทำโทษ

     

    1. มีเวลาใส่ใจดูแลสุนัข

     

     

    ควรสัมผัสตัว ลูบหัว พูดคุยกับสุนัข และควรพูดชมว่า “ดีมาก”  “เก่งมาก” เมื่อสุนัขทำตัวดี น่ารัก รวมถึง ควรมีเวลาว่างเพื่อทำกิจกรรมร่วมกับสุนัขด้วย เช่น พาไปออกกำลังกาย เดินเล่นนอกบ้าน เป็นต้น ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการพาสุนัขไปเดินเล่น คือ

     

    ตอนเช้า ใช้เวลาเดินเล่น ประมาณ 20 – 30 นาที เพื่อช่วยให้สุนัขปลดปล่อยพลังงาน คลายความเครียด ลดนิสัยก้าวร้าว และช่วยให้สุขภาพแข็งแรง

     

    ตอนเย็น เวลาที่เหมาะสมคือ ตั้งแต่เวลา 17.30 น. เป็นต้นไป ใช้เวลาเดินเล่นประมาณ 40 นาที ถึง 1 ชั่วโมง เพื่อช่วยให้สุนัขคลายความเครียด หลังจากที่ต้องอยู่บ้านมาทั้งวัน

     

    วันเสาร์ – อาทิตย์ เป็นวันที่เหมาะกับการฝึกวินัยให้กับสุนัขเพื่อให้ทำตามคำสั่ง และทำกิจกรรมต่างๆร่วมกัน เช่น การพาสุนัขไปตรวจสุขภาพ ไปเที่ยว หรือว่ายน้ำ เป็นต้น เพื่อสร้างความใกล้ชิดสนิทสนม ระหว่างเจ้าของกับสุนัข

     

     

    กฎหมายการเลี้ยงหรือปล่อยสุนัข พ.ศ. 2548 ข้อ 26 และพระราชบัญญัติการสาธารณะสุข พ.ศ. 2535 มาตรา 73 วรรค 2 มีดังนี้

    1. ผู้เลี้ยงต้องดูแลสุนัขไม่ให้ก่อเรื่องเดือดร้อน เช่น เห่าเสียงดังนานๆ เป็นต้น
    2. ต้องดูแลพื้นที่ที่เลี้ยงสุนัขให้สะอาดอยู่เสมอ
    3. กำจัดสิ่งปฏิกูลของสุนัขอย่างสม่ำเสมอ
    4. เมื่อสัตว์เลี้ยงตาย ผู้เลี้ยงต้องจัดการให้ถูกสุขลักษณะ เพื่อป้องกันเชื้อโรคและกลิ่นเหม็น ซึ่งอาจสร้างความเดือดร้อนให้กับเพื่อนบ้านได้
    5. หากสุนัขมีความดุร้าย จะต้องผูกสายลากจูง ที่มีความยาวไม่เกิน 50 เซนติเมตร และต้องใส่ที่ครอบปากตลอดเวลาที่ออกนอกบ้าน หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท หากผู้ใดพบเห็นผู้ที่ทำผิดกฎหมาย และมีหลักฐาน เช่น รูปถ่าย ว่าสุนัขกำลังทำร้ายคน จะมีโทษปรับเป็น 2 เท่า คือ ปรับไม่เกิน 5,000 บาท รวมถึงชดใช้ค่าเสียหาย ค่ารักษาพยาบาล และค่าทำขวัญ

     

    ก่อนตัดสินใจซื้อสุนัขมาเลี้ยง ควรศึกษาให้ดี รวมทั้งศึกษาตัวเราเองด้วยนะคะว่าพร้อมที่จะดูแลน้องหมาหรือไม่ เพื่อไม่ให้เดือดร้อนผู้อื่น และกลายเป็นปัญหาของสังคมในอนาคตด้วยค่ะ

     

    ขอบคุณรูปภาพจาก Pinterest

  • หลอดไฟมีรูปร่างที่สวยงามในตัวของมันเองแตกต่างกัน น่าเสียดายที่เรามักจะทิ้งไปเมื่อหมดสภาพ ใช้งานไม่ได้ เรามาหาวิธีเปลี่ยนหลอดไฟเก่าที่หมดไฟแล้ว ให้กลับมาสวยงาม มีชีวิตชีวากันเถอะค่ะ มาดูไอเดียที่จะทำให้หลอดไฟเก่าๆ เหล่านี้ กลายเป็นของใช้เด็ดๆ ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างสร้างสรรค์กันค่ะ

     

    1. ตู้ปลาจากหลอดไฟเก่า

    สำหรับเพื่อนๆที่สนใจอยากจะลองทำ ขอแนะนำให้ใช้หลอดไฟที่มีขนาดใหญ่พอสมควร น้องปลาจะได้ไม่อึกอัด อยู่ได้อย่างสบาย มีความสุข และควรเลือกปลาที่มีขนาดเล็ก ทน หรือปลาชนิดที่สามารถอยู่ในที่แคบๆได้ อย่างเช่น ปลากัด ไม่เช่นนั้นอาจจะเป็นการทรมานปลาได้ค่ะ

      

     

    2. ตระเกียงแต่งบ้านสุดโรแมนติก

    หลอดไฟเก่าก็สามารถนำมาเป็นเชิงเทียน หรือตระเกียงได้นะ สามารถทนความร้อนได้เป็นอย่างดี และทำให้หลอดไฟเก่ากลับมามีชีวิตได้อีกครั้ง เพียงแค่เจาะรู แล้วร้อยไส้เทียนลงไปในหลอดไฟ จากนั้นเติมน้ำมันพืช หรือน้ำมันตะเกียงลงไป แค่นี้หลอดไฟเก่าที่หมดไฟ ก็กลายเป็นตระเกียงที่ให้แสงสว่าง สวยงาม เพิ่มความโรแมนติกให้กับบ้าน หรือมุมโปรดของคุณได้อย่างดีเยี่ยม

      

     

    3. สวนจิ๋วในหลอดไฟเก่า

    หากใครที่มีความชื่นชอบสวนขวด ฟังทางนี้ค่ะ เราสามารถนำต้นไม้จิ๋วมาปลูกในหลอดไฟเก่าได้ด้วย ซึ่งนับว่าเป็นของตกแต่งบ้านที่เก๋ไก๋ น่ารัก เหมาะสำหรับนำไปวางตามมุมต่างๆ ของบ้านได้เลย

      

     

    4. แจกันดอกไม้แขวน

    สามารถนำหลอดไฟเก่ามาใช้เป็นแจกันสำหรับใส่ดอกไม้ หรืออาจตกแต่งสีสรรให้สวยงามเพิ่มเติมตามใจชอบก็ได้ แล้วนำไปแขวนตกแต่งตามมุมหน้าต่าง บริเวณสวนหย่อม หรือแขวนตามต้นไม้ เพิ่มความน่ารัก สดใสให้กับบ้าน

       

     

    5. แจกันใส่ดอกไม้ตั้งโต๊ะเก๋ๆ

    นำหลอดไฟเก่าที่ที่หมดไฟ มาแปลงโฉมให้เป็นแจกันดอกไม้สุดน่ารัก วางประดับตกแต่งไว้ตามจุดต่างๆของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นห้องรับแขก ห้องครัว หรือแม้กระทั่งห้องน้ำ ช่วยเพิ่มความสดใส สดชื่นได้ดี และนำดอกไม้ที่มีสีสันสดใส หรือดอกไม้สุดโปรดมาใส่ในแจกันหลอดไฟใบสวยของเราได้เลย 

      

       

     

    6. แจกันหลอดไฟใช้ปลูกพลูด่างแบบชิคๆ

    ปกติแล้วเราจะปลูกต้นพลูด่างในแจกันหรือกระถางปลูกต้นไม้ทั่วไป คราวนี้ลองเปลี่ยนมาปลูกในหลอดไฟเก่าดูบ้างสิคะ แล้วจะเห็นว่าพลูด่างในหลอดไฟเก่าก็สวยงาม เก๋ไก๋ แปลกตา ไม่แพ้กันเลยทีเดียว 

       

     

     

    7. สวนหลอดไฟแบบแขวน

    นอกจากจะใช้หลอดไฟเก่านำมาเป็นสวนจิ๋วแบบตั้งโชว์แล้ว เรายังสามารถนำมาทำเป็นสวนแบบแขวนได้อีกด้วย แล้วนำไปใช้ตกแต่งตามมุมโปรดของบ้านได้ตามต้องการ เช่น หน้าต่าง สวนหย่อม หรือต้นไม้ เพิ่มความน่าสนใจ สดชื่น สบายตาให้กับบ้านได้เป็นอย่างดี

      

      

     

    8. แจกันดอกไม้ติดผนัง

    แจกันสำหรับใส่ดอกไม้ ต้นไม้ที่ทำจากหลอดไฟเก่า แต่เพิ่มความเก๋ไก๋ด้วยการติดที่ผนัง กลายเป็นของแต่งบ้านที่ดูสวยงาม สดชื่น สำหรับผู้ที่พบเห็น หรือเดินผ่านไปมา อีกทั้งยังเป็นการใช้ของที่ไร้ประโยชน์ให้กลับมามีคุณค่ามากขึ้นด้วย 

      

      

    9. ใช้ทำของแต่งบ้านสวยๆ

    เป็นของแขวน ของตกแต่ง ประดับประดา ช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับบ้าน รวมทั้งอาจทำเป็นของตกแต่งตามเทศกาล หรือในโอกาสต่างๆได้อย่างดี แถมยังไม่เหมือนใครอีกด้วย และเป็นการนำของเหลือใช้มาทำประโยชน์ ไม่ต้องทิ้งให้เป็นขยะไร้ค่า

      

      

     

    ไอเดีย DIY หลอดไฟเก่าเหล่านี้ เราสามารถทำเองได้ง่ายๆ  มีความสวยงาม ประหยัด และน่าสนใจ ดังนั้นต่อไปหากหลอดไฟที่บ้านเสีย ใช้งานไม่ได้แล้ว ก็อย่าทิ้งนะคะ นำกลับมาทำให้เป็นของตกแต่งบ้านสุดชิค และมีประโยชน์กันดีกว่า