การ์ตูนซีรีย์ เรื่อง ท่อ ตอนที่ 4 "ท่อ PVC"
By vLIVING PRO02 มีนาคม 2560 15:25:32
vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  • หากพูดถึงท่อประปา เชื่อว่าหลายๆ คนต้องนึกไม่ถึงอย่างแน่นอนว่าท่อเหล่านี้ ใช้ทำอะไรได้บ้าง? มีไอเดียสร้างสรรค์อีกมากมายที่สามารถนำมาทำ DIY  ให้เป็นสิ่งของสำหรับใช้ประโยชน์ได้จริง เเละใช้เป็นของตกเเต่งบ้านเพื่อความสวยงามได้อีกด้วย งั้นเราไปชมไอเดียเหล่านี้กันดีกว่าค่ะว่ามีอะไรบ้าง?

     

    1. กระถางต้นไม้

    ไอเดียกระถางต้นไม้สวยๆ ที่ทำขึ้นเองจากท่อประปา  โดยนำท่อพลาสติกมาต่อกันให้ได้รูปทรงที่ต้องการ เพือใช้สำหรับปลูกต้นไม้ และอาจเปลี่ยนสีให้กับท่อ PVC ซะใหม่ก็ได้นะคะ แค่นี้ก็เอาไปตกแต่งไว้ตามมุมโปรดของบ้านได้แล้ว

     

    2. ที่วางโน๊ตบุ๊ค หรือแท็บเล็ต 

    หากที่บ้านของคุณมีท่อประปาที่ไม่ได้ใช้งาน ลองเอามาทำเป็นที่วางโน๊ตบุ๊ค หรือแท็บเล็ตดูสิค่ะ ไม่ต้องสิ้นเปลืองเงินทอง แถมยังใช้งานได้ไม่แพ้กันอีกด้วย

     

    3. เชิงเทียนสุดหรู

    เพียงแค่นำท่อประปามาต่อเป็นเชิงเทียนเพื่อทำเป็นฐานสำหรับตั้งบนโต๊ะ และสำหรับวางเทียน ให้มีรูปทรงและขนาดตามต้องการ เท่านี้เราก็สามารถสร้างบรรยากาศโรแมนติกได้ง่ายๆ แต่ดูหรูหราแล้วค่ะ 

     

    4. ราวแขวนเสื้อผ้า

    การทำราวแขวนเสื้อผ้าไม่ใช่เรื่องยากอย่างทีคิด เพราะนอกจากจะสวยถูกใจแล้ว ยังประหยัดอีกด้วย โดยใช้ท่อประปาประกอบเข้าด้วยกันเป็นขา 2 ข้างและราวพาดสำหรับแขวนเสื้อผ้า แค่นี้ก้จะได้ที่แขวนเสื้อผ้าที่สวยงาม แข็งแรง และประหยัดเนื้อที่แล้วค่ะ

     

    5. ที่วางรองเท้า

    ถ้าหากคุณได้ลองทำชั้นวางรองเท้าเอง เชื่อเถอะว่าคุณจะต้องมีความสุขและสนุกแน่นอน วิธีการทำก็แสนจะง่าย เพียงแค่นำท่อประปามาต่อยึดเข้าด้วยกันตามที่ออกแบบไว้ หากเบื่อสีแบบเดิมๆ ก็สามารถใช้สีสเปรย์พ่นเปลี่ยนสี หรือจะวาดลวดลายลงบนท่อประปาก็ได้ค่ะ ตกแต่งตามที่ชอบได้เลย 

     

    6. โต๊ะวางของ

    การเปลี่ยนโต๊ะสำหรับใช้วางของธรรมดาๆ ให้มีดีไซน์เจ๋ง ๆ ก็ช่วยสร้างบรรยากาศภายในบ้านให้ดีขึ้นได้นะคะ

     

    เป็นยังไงบ้างคะสำหรับไอเดียการเอาท่อประปา มา DIY ประยุกต์เป็นของใช้ต่างๆได้มากมายเลยนะคะ นอกจากจะสวยงาม เก๋ไก๋ มีประโยชน์แล้ว ยังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าของเราได้อีกด้วย ถ้าใครชอบก็ลองทำกันดูนะคะ

     

    ขอบคุณภาพประกอบจาก pinterest

  • สิ่งของรอบตัวในบ้านที่เราใช้กันอยู่ทุกวันบางที เราอาจจะไม่รู้เลยว่า

    ที่ใช้ๆกันอยู่แฝงไปด้วยอันตรายมากน้่อยแค่ไหนวันนี้เรามาดุกันว่ามีอะไรบ้างนะ

     

     

    1.สารเคมีใน Printer

                    ปริ้นเตอร์ที่พิมพ์งานได้คมชัดจะปล่อยสารเคมี VOCs(สารระเหยง่ายในอากาสที่จัดว่าเป็นพิษ)

    ออกมาในปริมาณที่จะส่งผลเสียต่อสุขภาพ ของคนใช้งานได้และมีความเกี่ยวพันกับการเกิดโรคหัวใจ

    และโรคปอดขึ้นอยู่กับอายุของเครื่อง และส่วนประกอบอื่น ๆ ในเครื่องด้วย ซึ่งสิ่งที่ควรคำนึงถึงในการนำมาใช้งาน

    คือ สถานที่วาง ไม่ควรให้มีใครเข้าไปนั่งใกล้ ๆ เป็นระยะยาว โดยเฉพาะในสำนักงาน

     

     

    2.สีที่มีสารตะกั่ว

                         จะส่งผลเสียต่อสุขภาพมากมาย ทั้งระบบ ประสาท สมอง เซลล์ เมื่อทาทิ้งไว้เป็นเวลานาน

    มันจะลอกออกมาและเป็นอันตรายไม่ควรไปจับหรือแกะโดยมือโดยตรง

     

     

    3.สารเคมีที่เป็นสเปรย์

                          สารเคมีในรูปสเปรย์ฉีดพ่นเช่นน้ำมันต่างๆมีเคมีทำปฏิกิริยาส่งผลต่อสุขภาพหากใช้ในที่แคบจะมี

    สารพิษตกค้าง เพราะอากาศไม่ถ่ายเทอาจทำให้เป็นสาเหตุที่ทำให้ป่วย หากจะใช้ควรทำให้มีอากาศถ่ายเทจะดีกว่า

     

     

     

     

    4.พลาสติก BPA

             BPA (Bisphenol) เป็นสารเคมีที่พบในบรรจุภัณฑ์อาหาร และเครื่องดื่มที่ทำมาจากพลาสติก สามารถสร้างความ

    ผิดปกติกับทางประสาทและการเจริญเติบโตของร่างกาย  เป็นสารที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเกิดมะเร็งเต้านมและมะเร็ง

    ในต่อมลูกหมาก และส่งผลต่อความผิดปกติทางพันธุกรรมของเซลล์ในร่างกายอีกด้วย

     

     

    5.ลูกเหม็น

                        จะสลายตัวเป็นก๊าซที่อาจจะเป็นอันตรายหากได้รับอย่างต่อเนื่องซึ่งอาจจะไปทำลายเม็ดเลือดขาว

    หากจำเป็นต้องใช้จริงๆ ควรหาภาชนะปิดมาไว้

     

     

    6.ยาฆ่าแมลงที่ใช้ในบ้าน

                     ในบ้านเรือนไม่ว่าจะเป็นยาฆ่าแมลง หรือ ยากำจัดแมลง ประเภท หนู มด แมลงสาป ล้วนมีสารเคมีทั้งสิ้น

     

     

    7.พรม

                    สารเคมีที่ใช้ในกระบวนการผลิตพรม เป็นสารระเหยไม่ดีต่อสุขภาพ หากได้รับปริมาณมากๆ   

    พรมที่ผลิตมาใหม่จะมีสารดังกล่าวในปริมาณที่มากพอที่จะทำอันตรายต่อคนได้ เมื่อซื้อพรมมาใหม่ ก่อนนำเข้าบ้าน

    ควรจะตากไว้ภายนอก 1-2วัน จึงนำมาใช้

     

     

    8.เฟอร์นิเจอร์ไม้อัด

     

                     ได้รับความนิยมในการทำเฟอร์นิเจอร์มานานในการผลิตไม้อัดและการทำเฟอร์จะมีการใช้สารเคมีมากมาย

    หากได้รับความร้อนและความชื้นอาจทำให้ระเหยออกมาทำให้เกิดอันตราย ต่อดวงตาและทางเดินหายใจ

     

     

     

     

    ลองไปสังเกตรอบๆตัวเราดูนะคะว่ามีสิ่งของประเภทนี้อยู่ภายในบ้านหรือเปล่าทางที่ดีป้องกันไว้ก่อนดีกว่านะคะ

  • อุปกรณ์บานพับมีหลายแบบให้เลือกในท้องตลาด วันนี้ผมมีตัวบานพับ บู๊ท มาแนะนำให้เพื่อนๆบางคนที่อาจยังไม่รู้จักมากฝากกันครับ

     

     

     

     

     

     

  • ปัญหาหลังคารั่วซึมที่เกิดขึ้นในฤดูฝน ทำให้น้ำหยดไหลเข้ามาในบ้าน คงเป็นเรื่องที่น่าหนักใจไม่น้อยสำหรับเจ้าของบ้านเลยทีเดียว  ปัญหาหลังคารั่ว เกิดได้หลายสาเหตุ และหลายจุด แต่ที่พบบ่อยๆ มีอยู่ 7 จุด ดังนี้

     

    1. น้ำฝนรั่วบริเวณรางน้ำตะเข้ เกิดจากรางตะเข้เป็นสนิม ผุกร่อน หรือรางน้ำทำจากแผ่นโลหะพับเป็นรูปตัววี ทำให้ความลึกของท้องรางมีน้อย และปีกสั้น

    วิธีแก้ไข คือ ควรใช้รางน้ำที่ลึกและกว้างมากขึ้น ทำมาจากสแตนเลสที่ได้มาตรฐาน ไม่เป็นสนิม สามารถช่วยรองรับ และระบายน้ำฝนได้ดี

     

     

     

     

    1. น้ำฝนรั่วจากแผ่นกระเบื้อง เนื่องจากแผ่นกระเบื้องแตก หรือร้าว ทำให้เกิดน้ำรั่วซึมไหลเข้าบ้าน

    วิธีแก้ไข คือ ควรเปลี่ยนกระเบื้องใหม่ กรณีที่มีช่องหรือรู ควรใช้วัสดุยาแนว เช่น โพลียูรีเทน ที่มีความยืดหยุ่นสูง

     

     

     

    1. น้ำรั่วบริเวณอุปกรณ์ยึดกระเบื้อง เช่น ตะปูเกลียว หรือ ขอป.ปลา เสื่อมสภาพ แหวนยางแห้งกรอบ และหมวกสังกะสีผุ เป็นสนิม

    วิธีแก้ไข คือ ถอดหมวกสังกะสี และแหวนยางอันเก่าออก แล้วใส่อุปกรณ์สำหรับยึดกระเบื้องหลังคาใหม่หมดทั้งชุด ควรเลือกใช้อุปกรณ์ยึดแบบที่มีความหนา และขนาดใหญ่ขึ้นกว่าของเก่า เพื่อจะได้สามารถปิดรูเดิมที่ใหญ่ขึ้นได้

     

     

     

     

    1. น้ำรั่วบริเวณปูนปั้น หรือปีกนก เกิดจากปูนทราย หรือคอนกรีตที่เทไว้แตกร้าว

    วิธีแก้ไข คือ สกัดปูนทรายตรงผิวเดิมบริเวณที่แตกร้าวออก แล้วทารองพื้นด้วยซีเมนต์กันซึม จากนั้นฉาบทับหน้าด้วยปูนทรายละเอียด เพื่อช่วยให้เกิดความสวยงาม

     

     

     

    1. น้ำฝนรั่วบริเวณชายคา เพราะชายกระเบื้องยื่นเลยเชิงชายออกมาน้อยเกินไป และหลังคามีความลาดเอียงหรือความชันน้อยเกินไป ทำให้ระบายน้ำได้ไม่ดี เกิดเป็นน้ำสะสม และทำให้น้ำไหลย้อนกระเบื้อง ไหลเข้าในบ้าน

    วิธีแก้ไข คือ เปลี่ยนกระเบื้องแถวล่างให้มีความยาวมากขึ้น

     

     

     

    1. โครงสร้างของหลังคาแป แอ่น และยุบตัว เกิดจากการเสื่อมสภาพของวัสดุที่ใช้ เช่น โครงหลังคาอาจผุพัง เป็นสนิม และแอ่นตัว ทำให้กระเบื้องมีช่องโหว่เกิดน้ำรั่วซึม

     

    วิธีแก้ไข คือ ถ้าเป็นโครงหลังคาเหล็ก ควรขัดสนิมที่โครงเหล็กออกก่อน ถ้าโครงทรุดตัว ควรนำไม้มาค้ำเพื่อไม่ให้โครงหลังคาทรุด หรือแอ่น แล้วนำเหล็ก 2 แผ่นมาประกบกับโครงเหล็กที่เป็นสนิม แล้วจึงขันน๊อตให้แน่น

     

    สำหรับโครงหลังคาไม้ ตัดไม้เก่าที่ผุออก นำไม้ 2 แผ่นมาประกบกับโครงไม้ที่ผุ แล้วขันน๊อตให้แน่น จากนั้นนำไปดามโครงหลังคาไม้ขึ้นให้ติดกระเบื้อง เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างระหว่างกระเบื้อง และป้องกันน้ำรั่วซึม

     

     

     

    1. หลังคารั่วตรงที่ครอบสันหลังคา เมื่อน้ำฝนกัดเซาะมาเป็นเวลานาน ทำให้บริเวณครอบสันหลังคาแตกร้าว หรือหลุดร่อน จึงทำให้น้ำรั่วไหลผ่านช่องที่แตกร้าวเข้าในบ้านได้

     

    วิธีแก้ไข คือ ใช้ปูน นอน-ชลิงค์ (ปูนที่ไม่หดตัว) อุดรอยรั่วแตกร้าว ระหว่างครอบสันหลังคากับแผ่นกระเบื้องหลังคา ไม่ให้มีช่องโหว่ ทาน้ำยาอะคริลิกกันซึมทับอีกชั้นหนึ่ง หรือในกรณีที่หลังคาเดิมติดตั้งเป็นระบบครอบแห้ง (วิธีการสังเกตระบบครอบแห้งคือ บริเวณตรงครอบหลังคาไม่มีปูนทราย) ต้องเปิดครอบสันหลังคาที่แตกร้าวออก แล้วเช็คสภาพแผ่นยางกันการรั่วซึมด้านใต้ด้วย หากแผ่นยางเสื่อมสภาพ ควรทำการเปลี่ยนแผ่นยางใหม่ให้เรียบร้อย

    เมื่อได้ทราบถึงจุดที่อาจจะทำให้เกิดหลังคารั่วซึมแล้ว ลองนำวิธีการข้างต้นไปตรวจสอบบ้านที่คุณรักดูนะคะ หวังว่าทุกท่านจะสามารถแก้ไขปัญหาหลังคารั่วซึมได้ เพื่อพร้อมรับมือกันหน้าฝนที่กำลังจะมาเยือน ได้อย่างสบายใจ และมีความสุขค่ะ

     

    ขอบคุณภาพจาก Pinterest

  • ใครที่เคยพูดว่าดอกไม้ เมื่อแห้งเหี่ยวแล้วก็ต้องโยนทิ้งไป คงต้องเปลี่ยนความคิดซะแล้วหล่ะ เพราะดอกไม้แห้งก็สวยงามได้ ถ้าสามารถรักษารูปทรงเดิมให้อยู่ได้ เรามายืดอายุให้กับดอกไม้กันเถอะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นดอกอะไรก็สามารถทำได้ และไม่ยุ่งยาก จะทำเป็นของที่ระลึก ของขวัญ หรือทำเป็นบุหงารำไป ช่วยเพิ่มความหอมสดชื่นให้บ้านก็ได้นะคะ งั้นเรามาเริ่มทำไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ

    1. ตากดอกไม้เพื่อทำดอกไม้แห้งให้ฟอร์มยังคงความสวยงามอยู่เหมาะเดิม

    วิธีทำมีดังนี้

    1. เลือกดอกไม้ที่ต้องการทำเป็นดอกไม้แห้ง  เด็ดกลีบช้ำ ขาด แหว่ง หรือไม่สวยทิ้งไป

    2. ตัดก้านดอกไม้ออกสักนิด แต่ต้องไม่น้อยกว่า 6 นิ้ว

    3.  ใช้เชือกมัดตรงปลายก้านรวมกันเป็นช่อ สำหรับแขวนกลับหัว ให้ดอกไม้ห้อยลงล่าง ก้านชี้ขึ้นข้างบน เพื่อรักษาตัวดอกไม้ให้คงรูป ในห้องที่มีอากาศถ่ายเท ป้องกันการเกิดเชื้อราที่กลีบของดอก

    4. ทิ้งไว้ 2-3 สัปดาห์ดอกไม้จะแห้งสนิท และก้านจะตั้งตรงไม่หักงอ 

    วิธีนี้เหมาะกับดอกไม้ที่มีกลีบหนาและทน แต่ไม่เหมาะกับดอกไม้ประเภทกลีบบางช้ำง่าย เพราะกลีบจะเหี่ยวย่น ยับยู่ หรืออาจจะร่วงระหว่างตากลมได้ค่ะ

      

     

    2. แช่ด้วยสารดูดความชื้น หรือซิลิก้าเจล เป็นสารที่ใส่อยู่ในถุงเล็กๆ ที่ติดมากับห่อขนม กล่องรองเท้า กระเป๋า หรือผลิตภัณฑ์บางประเภท สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายเคมีทั่วไป และสามารถใช้ซ้ำได้เรื่อยๆ

    วิธีการทำมีดังนี้

    1. เอาสารดูดความชื้นใส่ในภาชนะทรงสูง แล้วตั้งดอกไม้ให้ตรง จัดให้อยู่ในทรงที่เราต้องการ

    2. เทสารดูดความชื้นให้ดอกไม้ให้มิด

    3. ปิดฝาทิ้งไว้ประมาณ 3-7 วัน แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จ หรือถ้าอยากได้เฉพาะดอก ก็สามารถตัดก้านออกได้ แล้วใส่ในภาชนะที่ไม่ต้องสูงมาก 

    4. เอาเข้าไมโครเวฟ 1-2 นาทีก็เสร็จเรียบร้อย หรือหากไม่มีไมโครเวฟ ก็สามารถวางทิ้งไว้เฉยๆ ได้ แต่จะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์

    5. ล้างมือให้สะอาด ภาชนะที่นำมาใช้ก็ทิ้งไปเลยนะคะ หรือนำไปใช้อย่างอื่นก็ได้ แต่ห้ามใช้ใส่อาหารเด็ดขาด

     

     

    3. การทับดอกไม้ วิธียอดฮิตสมัยเด็กๆ

    วิธีการทำมีดังนี้ 

    1. เลือกดอกไม้ ควรใช้ดอกไม้ที่มีขนาดเล็กและแบน หลีกเลี่ยงการใช้ดอกไม้ที่มีก้านอ้วนๆ หรือที่มีกลีบบาง เพราะจะได้รับความเสียหายได้ง่าย
     
    2. วางดอกไม้บนกระดาษที่ผิวแห้ง ด้าน ไม่มันเงา เช่น หนังสือพิมพ์ กระดาษแข็งหรือกระดาษทิชชู่
     
    3. นำไปสอดไว้ในหนังสือเล่มหนาอีกครั้ง อาจใส่กล่อง หรือแผ่นไม้หนักๆ วางทับลงอีกที ทิ้งไว้ประมาณ 1-3 อาทิตย์ แค่นี้ก็จะได้ดอกไม้แห้งที่บางเรียบคงตัวตามแบบที่จัดไว้ แล้วอาจนำไปใส่กรอบรูป หรือเคลือบทำเป็นที่คั่นหนังสือก็ได้
     
      
     
     
    4. การอบแห้งในเตาอบลมร้อน
     
    วิธีการทำมีดังนี้
    1. เตรียมดอกไม้ที่ต้องการ แล้วตัดลวดตาข่ายแบบดัดได้ ขนาดใหญ่พอสำหรับดอกไม้ จากนั้นวางดอกไม้พาดช่องว่างของตะแกรง
     
    2. เปิดไฟวอร์มเตาอบก่อน และควรใช้เตาอบลมร้อนที่ระบายอากาศได้ดี โดยใช้อุณหภูมิต่ำ เมื่อเตาอบร้อนถึง 38ºC ให้วางตะแกรงที่เรียงดอกไม้ใส่เข้าไปในเตาอบ
     
    3. ปล่อยทิ้งไว้ในเตาอบลมร้อนประมาณ 1 ชั่วโมง การใช้ระยะเวลาในการอบแห้งจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับชนิดและจำนวนของดอกไม้ที่ใช้ ไม่ควรใช้เตาอบทั่วไป เพราะมีความชื้นมากเกินไป
     
    4. เมื่อดอกไม้แห้งสนิทแล้ว นำออกมาจากเตาอบและพักไว้บนตะแกรงให้เย็นลง แล้งฉีดสเปรย์ใส่ผม หรือสารคงสภาพดอกไม้ เพื่อเพิ่มความแข็งแรง ทนทานของดอกไม้แห้ง
      
     

    ลองทำตามกันดูนะคะ เป็นวิธีที่ง่ายๆ มีให้เลือกหลายวิธี และหากเพื่อนๆ คนไหน ทำแล้วติดใจ อาจลองทำขายก็ได้นะคะ ใช้เวลาว่างให้เกินประโยชน์ แถมยังสามารถทำเป็นรายได้เสริมได้อีกด้วยค่ะ 

     

    ขอบคุณภาพประกอบจาก Pinterest