ปูนระเบิด
By vLIVING PRO23 พฤศจิกายน 2567 09:41:49

ปูนระเบิดคืออะไร?

หลายคนคงเคยได้ยินคำนี่มา หรือ พบเจอด้วยตัวเองกันมาบ้าง แต่คำว่าปูนระเบิด ความหมายจริงๆแล้วคืออะไร? สาเหตุเกิดจากอะไร จะแก้ไขอย่างไรได้บ้าง วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกัน

 

 

ปูนระเบิด

โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กแตกร้าว หรือ การหุ้มคอนกรีตน้อยเกินไป ทำให้ความชื้นหรือน้ำซึมไหลเข้าไปในคอนกรีต จนถึงเหล็ก ทำให้เกิดสนิม หากเกิดเป็นสนิมจะดันคอนกรีตให้แตก หรือกะเทาะหลุดล่อนออกมา 

 

รูปภาพ : การแตกร้าวของโครงสร้างคอนกรีต

 

รูปภาพ : ปูนระเบิดเสา

รูปภาพ : ปูนระเบิดเสา Cr. Oknation

รูปภาพ : ปูนระเบิดท้องพื้นเนื่องจากไม่ได้หนุนลูกปูนตอนเทคอนกรีต

 

รูปภาพ : ปูนระเบิดท้องพื้น สาเหตุเกิดจากน้ำขังที่ด้านบน

ทำให้น้ำซึมลงมาสังเกตง่ายๆจากสีที่ลอกออกมาเป็นแผ่น Cr.pantip.com

 

 

 

 

     หากเป็นสนิมผิว คือการไม่ทำให้เหล็กเสริมเสียหาย ก็ทำการขัดออกและฉาบปิดผิวด้วยปูน แต่ถ้าหากเป็นสนิมขุมเมื่อไหร่สังเกตง่ายๆคือ เหล็กมีความเสียหายเช่นแหว่งเป็นรู โดนสนิมกัดกิน ควรปรึกษาวิศวกรจะดีที่สุด

 

     หากมีปูนระเบิดสังเกตความเสียหายที่ตัวเหล็กหากเป็นสนิมที่เฉพาะผิวให้ทำการขัดออกและโป๊วปิด แต่ถ้าเกิดที่เนื้อ สนิม(สนิมขุม) ก็ต้องดูความเสียหายว่าเป็นวงกว้างแค่ไหน ถ้าเสียหายเยอะและทำให้มีปัญหาเรื่องความแข็งแรง อาจจะต้องพิจารณาเพื่อทุบและทำใหม่แนะนำให้ปรึกษาวิศวกรดีที่สุด

 

 

vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  • การที่จะถมดิน มีอะไรบ้างที่ควรรู้บ้าง! จะถมดินในพื้นที่ทั้งทีสิ่งที่ควรรู้ก่อนการถม เพื่อไม่ให้เป็นการสูญเปล่า จะมีอะไรบ้างนั้น วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกัน

     

    การถมดิน เป็นการทำให้บ้านสูงหรือเท่ากว่าถนน มาดูกันดีกว่า ว่าก่อนจะถมดินได้ต้องรู้อะไรบ้าง

    1.ต้องถมดินไหม

    บ้านโดยทั่วไปควรจะอยู่สูงกว่าพื้นถนนไว้ก่อน โดยทั่วไปถนนสาธารณะ จะมีการถมดินหนีน้ำหลายๆปีต้องมีการทำถนนหากบ้านเราสูง กว่าถนนนิดเดียว ในอนาคตอาจจะต่ำกว่าถนนได้

     

    2.ถมดินสูงเท่าไหร่ดี

    1.ดูทุนทรัพย์ในการถมแค่ไหนยิ่งพื้นที่ใหญ่กว่าค่าถมยิ่งแพง

    2.ดูพื้นที่เพื่อนบ้านหากสูงกว่ามากอาจจะดูไม่เหมาะ

     

    3.เผื่อดินไว้สำหรับการยุบตัว

    ในการถมดินแต่ละครั้ง เมื่อเวลาผ่านไปดินจะมีการยุบตัวเสมอ ดังนั้นเราควรถมดินให้สูงกว่าระดับที่ต้องการเล็กน้อย เช่น ถ้าต้องการถมดิน 80 cm อาจจะต้องถมดินไว้สูงที่ระดับ 100 cm

     

     

    4.เลือกถมดินเดือนไหนดี

    จะถมดินช่วงไหนก็ได้แต่ให้ดีควรเลือกหน้าฝนเพราะน้ำฝนจะเป็นตัวช่วยให้ดินที่ยุบตัวและแน่น

     

     

    5.ใช้ดินประเภทไหนดี

    หากปลูกบ้านสร้างอาคารควรใช้ดินลูกรัง , หากต้องการทำเกษตรแนะนำให้ใช้ดินดำจะดีกว่า

     

    6.ซื้อดินเป็นคันรถหรือเหมาจ่ายดีกว่ากัน

    หากมีเวลามีคนเฝ้าก็สามารถเอาแบบเป็นคันรถได้ ตกลงกันให้แน่นนอน หากไม่มีคนเฝ้าแนะนำให้เอาแบบเหมาจะดีกว่า ตกลงราคากันให้เรียบร้อยว่าเท่าไหร่ยังไงเพราะหลังจากการถมแล้วต้องมีการบดอัดดินเพื่อให้แน่นอีกครั้ง

     

    7.ตรวจเช็คเพื่อนบ้าน

    การถมดินจะมีผลทั้งเรื่องเสียง ฝุ่น ความสกปรก เพราะอาจเกิดความไม่สะดวกให้กับเพื่อนระแวกข้างๆบ้านอาจจะต้องมีการแจ้งเพื่อนบ้านเพื่อทำความเข้าใจ

     

     

     

    8.เซ็นสัญญาทุกครั้งก่อนทำการว่าจ้าง

    ก่อนจะทำการว่าจ้าง ทำสัญญาให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันการทิ้งงานหรือได้ของไม่ตรงตามที่ตกลงกันไว้

     

     

     

    9.แบ่งจ่ายเป็นงวด

    ควรจ่ายเป็นงวดๆเพื่อป้องกันไมให้เกิดการล่าช้าและทิ้งงาน ไม่เป็นไปตามที่ตกลงไว้

     

     

    10.ถมดินแล้วรอนานไหมกว่าจะสร้างบ้านได้

    หากเป็นการถมดินแล้วการปลูกบ้านต้องมีการลงเข็มและน้ำหนักของตัวบ้านทั้งหมดจะไปอยู่ที่เข็ม ดังนั้น ในทางปฎิบัติ การถมดินแล้วสร้างเลยไม่ทำให้ปัญหาบ้านทรุด แต่ดิน อาจมีการยุบตัว เกิดเป็นโพรงใต้บ้าน ดังนั้นตอนก่อสร้างควรหาวิธีที่จะปิดช่องว่างที่จะเกิดได้ เพื่อป้องกันสัตว์เลื้อยคาน

     

  • เปลี่ยนไฟฟ้า จาก1เฟส เป็น 3 เฟส ต้องทำอย่างไรบ้าง มีวิธีการทำงานอย่างไร วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกัน

  • 11 วิธีประหยัดพลังงาน ในบ้าน วันนี้เรามีวิธีง่ายๆที่ช่วยประหยัดพลังงานภายในบ้าน มาฝากกัน

    1.ปิดไฟเมื่อไม่ได้ใช้

    เริ่มปิดไฟในห้องที่ไม่มีคนอยู่และปิดปลั๊กไฟเมื่อเลิกใช้งานปฏิบัติจนเป็นนิสัยเมื่อออกจากห้องให้ปิดไฟทุกครั้ง

    2.เปิดแอร์ที่พอเหมาะ

    สำหรับการใช้เครื่องปรับอากาศควรเปิดแอร์ที่อุณหภูมิ 25 องศา เซลเซียส หากอากาศร้อน ควรเปิดพัดลมช่วยระบายอากาศแทนการเร่งแอร์ให้ต่ำสุด

     

    3.งดเปิดแอร์หากมีอากาศเย็น

    หากอากาสหนาวหรือฝนตก อาจจะงดเปิดแอร์แล้วหันมาเปิดพัดลมหรือหน้าต่างเพื่อช่วยระบายอากาศช่วยประหยัดไฟไปได้เยอะมากยิ่งขึ้น

     

    4.ซักมือแทนการซักผ้า

    หากผ้ามีไม่เยอะมากให้ซักมือแทนการใช้เครื่องซักผ้า

     

     

    5.ปิดหน้าคอมพิวเตอร์เมื่อไม่ได้ใช้งาน

    ปิดคอมพิวเตอร์ทุกครั้งเมื่อได้มีการใช้งาน 

     

    6.ติดม่านเพื่อป้องกันความร้อน

    หากบ้านเป็นกระจกที่โดนแดดมากๆควรติดม่านกันแสงเพื่อให้เครื่องปรับอากาศไม่ทำงานหนักจนเกินไปแล้วยังจะช่วยลดค่าไฟได้อีก

    7.อย่าเปิดตู้เย็นค้างไว้นานๆ

    ห้ามนำของร้อนมาใส่ไว้ในตู้เย็น จะเป็นการทำให้ตู้เย็นทำงานหนักมากเกินไป

     

    8.ถอดปลั๊กออกทุกครั้งเมื่อไม่ได้ใช้งาน

    ถอดปลั๊กทันทีที่เลิกใช้งานช่วยเรื่องประหยัดไฟแล้วยังช่วยลดการเกิดไฟฟ้าลัดวงจรได้อีก

    9.รีดผ้าครั้งละหลายๆตัว

    ไม่ควรพรมน้ำเยอะ เพราะจะทำให้ใช้ความร้อนและเสียค่าไฟมากขึ้น

     

     

    10.ทำความสะอาดหรือบำรุงรักษาเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นประจำ

    หากปล่อยให้ฝุ่นเกาะหนาจะทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานหนักขึ้น

     

  • ฝุ่น ฝุ่น ฝุ่น ตัวปัญหาภายในบ้าน เพราะมันมีขนาดเล็กที่เข้าไปได้ทุกซอกทุกมุม

    วันนี้ผมมีเทคนิคกำจัดฝุ่นง่ายๆมาฝากเพื่อนๆกันนะคร้าบบ

     

     

  • เครื่องมือช่างหากทิ้งไว้นานๆ หากไม่มีการรักษาให้ดี คงจะหนีไม่พ้นสนิมแน่นอน

    วันนี้เรามีสิ่งของใกล้ตัว ที่สามารถนำมากำจัดสนิมได้ แค่ไม่กี่วิธีมาฝากกัน

     

     

    1.เบกกิ้งโซดา

                  นำอุปกรณ์ไปล้างน้ำให้สะอาดก่อน และสะบัดให้พอหมาด โรยเบกกิ้งโซดาลงไปให้ทั่วบริเวณเครื่องมือ

    ทิ้งไว้ป็นเวลา 1 ชม. หรือมากกว่านั้น และใช้แปรงขัดออกล้างออกด้วยน้ำเปล่าเช็ดให้แห้ง

     

     

    2.น้ำส้มสายชู

                           นำเครื่องมือไปแช่ไว้ในน้ำส้มสายชู  ทิ้งไว้ข้ามคืนแล้ว นำมาขัดด้วยแปรง หากแช่ไม่ได้ก็นำ

    ผ้าไปชุบน้ำส้มสายชูและไปห่อไว้

     

     

     

     

    3.มันฝรั่งและน้ำยาล้างจาน

                    นำมันฝรั่งมาผ่าครึ่งไปชุบกับน้ำยาล้างจาน ใช้มันฝรั่งเป็นตัวขัดให้ทั่วบริเวณที่มีสนิม

     

    4.กรดซิตริก

                        นำกรดซิตริก ใส่ไปในน้ำร้อนแล้วเอาเครื่องมือ ที่เป็นสนิมแช่ไว้ทั้งคืนตอนเช้าจึงขัดด้วยแปรงออก

     

     

    5.มะนาวและเกลือ

                นำเกลือไปทาให้ทั่วเครื่องมือ โดยใช้มะนาวผ่าครึ่งในการขัดออก หรือ ทิ้งไว้ 1-2 ชั่วโมง หลังจาก

    ขัดเสร็จแล้วเช็ดให้แห้งนำไปผึ่งแดด

     

     

    6.ครีมออฟทาร์ทาร์(ที่ใช้ทำขนม)

                  ผสมครีมออฟทาร์ทาร์ เข้ากับน้ำส้มสายชู นำไปป้ายตรงคราบ ที่เกิดสนิมทิ้งไว้สัก 1-2 ชั่วโมง

    แล้วนำฟองน้ำมาถูออก 

     

     

    7.บอแรกซ์

                 นำผงบอแรกซ์ผสมกับน้ำมะนาว จนได้เนื้อที่เข้มข้น และนำไปป้ายลงบนที่เป็นสนิม

    ทิ้งไว้ให้แห้งแล้วจึงทำการขัดออก

     

     

    8.หัวหอม

                   นำกระดาษทรายมาขัด เพื่อกำจัดเนื้อสนิมออกก่อน 1 ชั้น จากนั้นใช้หัวหอมแดง ที่หั่นเตรียมไว้

    มาถูทับรอยสนิม แล้วล้างออกด้วยน้ำร้อนจนกระทั่งสนิมหลุด