กันสาด มาทำความรู้จักกันสาดกันเถอะ มีประโยชน์อะไรบ้างนะ??
By vLIVING PRO20 กุมภาพันธ์ 2561 11:49:18

                อากาศบ้านเราเปลี่ยนแปลงบ่อยบางวันก็ร้อนจัด บางวันก็ฝนตก กันสาด จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่หลายๆคนนำมาใช้ติดบริเวณหน้าบ้าน ระเบียงบ้าน หรือหน้าต่างบ้าน เพื่อป้องกันแสงแดดที่ส่องเข้ามาภายในบ้านมากจนเกิดไป และช่วยป้องกันน้ำฝนที่สาดเข้ามาในบ้านจนอาจทำให้ข้าวของเสียหายได้ กันสาด มีหลายประเภท และหลายรูปแบบ นอกจากจะช่วยกันแดด กันฝนแล้ว ยังช่วยทำให้บ้านดูสวยงาม น่ามอง และน่าอยู่มากขึ้นได้อีกด้วย

กันสาด ช่วยกรองแสงแดดที่ส่องเข้ามาภายในบ้าน ช่วยประหยัดพลังงาน และค่าใช้จ่ายจากการเปิดใช้เครื่องปรับอากาศ ช่วยกันฝนสาดเข้าภายในบ้าน ช่วยเพิ่มความร่มรื่น และทำให้บ้านดูสวยงามมากขึ้นอีกด้วย กันสาด มี 2 แบบ คือ

 

  1. กันสาดแบบยื่นออจากตัวบ้าน

ข้อดี คือ

  • ไม่มีเสาเกะกะ ติดตั้งง่าย
  • ไม่ต้องกังวลเรื่องการทรุดตัวของเสา

ข้อเสีย คือ

  • ไม่สามารถยื่นออกจากตัวบ้านได้มาก เพราะจุดที่ยึดโครงกันสาดอาจแข็งแรงไม่มากพอ และควรยึดด้วยวัสดุที่มีน้ำหนักเบา

 

 

  1. กันสาดแบบเป็นซุ้มตั้งเสา หรือแบบมีเสา

 

ข้อดี คือ

  • กันสาด สามารถยื่นยาวออกไปได้ตามต้องการ
  • มีเสารับน้ำหนักโครงสร้างแยกออกจากตัวบ้าน
  • สวยงาม

ข้อเสีย คือ

  • เสาอาจทำให้ดูเกะกะ รกสายตา
  • การติดตั้งมีหลายขั้นตอน
  • โครงหลังคาอาจเกิดปัญหา เนื่องจากเสาทรุดตัวไม่เท่ากัน ทำให้น้ำรั่วซึมได้

 

วัสดุที่นิยมนำมาใช้ทำเป็นโครงกันสาด มีดังนี้

  1. เหล็ก

ราคาถูก หาง่าย แข็งแรง ทนทาน แต่มีน้ำหนักเยอะ และอาจเป็นสนิมได้

  1. สแตนเลส

มีให้เลือกใช้หลายเกรด แต่ถ้าให้ดีควรเลือกใช้เกรด 304 เพราะไม่เป็นสนิม อายุการใช้งานยาวนาน และคงทนกว่าเหล็ก แต่มีราคาสูง

  1. ไม้เทียม หรือพลาสติกประเภทไวนิล

ไม่ผุพัง ปลวกไม่สามารถกินได้ น้ำหนักเบา และไม่เป็นสนิม บางแบบผลิตขึ้นมาเพื่อทำเป็นกันสาดโดยเฉพาะ มีรูปแบบที่ตายตัว มีข้อจำกัดในการทำ และมีราคาแพง

 

วัสดุที่นำมาใช้มุงกันสาด มี 2 ประเภท คือ

  1. แบบทึบแสง ช่วยป้องกันความร้อนได้ดี เช่น...

 

 

1.1หลังคาไวนิล (พลาสติก หรือ UPVC)

ข้อดี คือ

น้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย มีความทนทานสูง และเสียงไม่ดังเวลาฝนตก ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน

ข้อเสีย คือ

เป็นรอยต่อง่าย และราคาสูง

1.2เมทัลชีท บ้านสไตล์โมเดิร์นนิยมใช้มากในปัจจุบัน

ข้อดี คือ

ราคาถูก น้ำหนักเบา ประหยัดโครงสร้าง ติดตั้งง่าย มีอายุการใช้งานยาวนาน และสะท้อนความร้อนได้ดี

ข้อเสีย คือ

มีเสียงดังเวลาฝนตก

1.3หลังคาผ้าใบทึบแสง

ข้อดี คือ

สามารถเลือกสีสัน และรูปทรงได้ตามต้องการ น้ำหนักเบา ดูเป็นธรรมชาติ มีความยืดหยุ่น และช่วยกรองแสงแดด ไม่เก็บกักความร้อน

ข้อเสีย คือ

พังง่าย และไม่มีความทนทาน

 

  1. แบบโปร่งแสง แดดผ่านได้ ไม่อึดอัด เช่น...

 

 

2.1แผ่นโพลีคาร์บอเนต

ข้อดี คือ

สามารถดัดให้โค้งงอได้ตามต้องการ ไม่ติดไฟง่าย เหนียว แข็งแรงทนทาน มีสีและแบบให้เลือกมากมาย

ข้อเสีย คือ

สีซีด แตก และฝุ่นเกาะตามรูได้ง่าย

2.2แผ่นโพลีชีทตัน

ข้อดี คือ

ช่วยกรองแสงได้ดี และไม่มีคราบฝุ่นเกาะภายในเนื้อแผ่น

 

           ในปัจจุบัน กันสาด มีมากมายหลากหลายประเภทให้เลือกใช้งาน ควรเลือกกันสาดให้เหมาะสมกับบ้าน และการใช้งาน จะช่วยทำให้น่าอยู่ และมีความสุขกับบ้านคุณรักได้มากขึ้นด้วย

 

ขอบคุณรูปภาพจาก Pinterest

vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  • สำหรับคนที่กำลังสงสัย คิดไม่ตกว่า บ้านควรจะหันไปทางทิศไหนถึงจะดี เพื่อให้เหมาะกับผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านนั้นๆ  วันนี้เรามี ฮวงจุ้ยเกี่ยวกับทิศทางที่ดีของบ้าน มาฝากค่ะ

     

    1. บ้านที่หันหน้าไปทางทิศเหนือ

     

     

    ประตูบ้านควรอยู่ตรงกลาง ห้องนอน และห้องครัวควรอยู่บริเวณด้านหลังของบ้าน ตำแหน่งประธาน จะอยู่ตรงกลางของบ้าน และตรงกลางของหลังบ้าน ดังนั้น ห้องน้ำจึงไม่ควรอยู่บริเวณตรงกลางบ้าน หรือตรงกลางของหลังบ้าน เพราะอาจทำให้เจ้าของบ้านมีปัญหาเรื่องงานได้ หรือหากต้องการจัดสวน ก็ไม่ควรตกแต่งด้วยน้ำพุหรือบ่อปลา

     

     

    1. บ้านที่หันหน้าไปทางทิศใต้

     

     

     

    ตามหลักฮวงจุ้ยถือว่าเป็นทิศที่ดี เพราะกระแสลมพัดเอาพลังงานที่ดี ที่เป็นมงคลเข้าบ้าน ยกเว้นคนที่เกิดปีมะเมีย เพราะทิศทางชนกันทำให้อยู่แล้วไม่ราบรื่น ประตูบ้านควรอยู่ตรงกลาง หรือทางซ้ายของตัวบ้าน หน้าบ้านไม่ควรมีน้ำพุ หรือบ่อปลา ถ้าต้องการให้มีบ่อปลา ควรอยู่ทางซ้ายของตัวบ้าน ส่วนห้องนอน ควรอยู่หน้าบ้านจะดีที่สุด

     

     

    1. บ้านที่หันหน้าไปทางทิศตะวันออก

     

     

     

    ประตูบ้าน ควรตั้งอยู่ทางซ้าย จะช่วยทำให้บ้านร่มเย็น ห้องนอนควรอยู่ด้านหลังของบ้าน จะอยู่ทางด้านซ้ายหรือขวาก็ได้ ส่วนห้องครัว ต้องอยู่หลังบ้านทางด้านขวามือ

     

     

    1. บ้านที่หันหน้าไปทางทิศตะวันตก

     

     

    บริเวณหน้าบ้านต้องมีน้ำถึงจะดี และควรปลูกต้นไม้เพื่อให้ความร่มรื่น

     

     

    หลังจากที่ได้ทราบถึงทิศทางที่ดีของบ้าน ทั้ง 4 ทิศไปแล้ว หวังว่าจะเป็นประโยชน์ เพื่อให้ทุกคนได้สามารถนำไปปรับใช้กับบ้านอันเป็นรักของตัวเอง และเหมาะกับทุกคนในครอบครัวได้เป็นอย่างดีค่ะ

     

    ขอบคุณภาพประกอบจาก Pinterest

     

     

  • ถ้าตามขอบมุมต่างๆของตัวบ้านไม่เป็นระยะตั้งฉาก อาจจะทำให้บ้าน หรือตามขอบประตูหน้าต่างไม่ได้ระดับที่ดีพอ อาจส่งผล กระทบต่างๆตามมาในภายหลังได้ การจับเซี้ยมจึงมีส่วนสำคัญที่จะทำให้ขอบมุมต่างๆของบ้านได้ระดับที่ดี ขั้นตอนเป็นอย่างไรบ้างมาดูกันค่ะ

     

     

     

    จับเซี้ยม หมายถึง การทำให้ขอบหรือมุมต่างๆ ของตัวบ้านเป็นระยะตั้งฉาก ก่อนที่จะฉาบปูน เช่น ขอบประตู-หน้าต่าง มุมเสา มุมห้อง เป็นต้น โดยช่างจะปาดปูนที่ชนกันเข้ากับมุมทั้ง 2 ด้าน ตลอดแนวความสูงหรือความยาว ให้ได้ระดับที่พอดี หรือมีอีกวิธีหนึ่ง คือ ใช้เซี้ยมสำเร็จรูป ที่ทำมาจากเหล็ก หรือพลาสติกวางลงบนปูนที่ปาดไว้ จากนั้นปาดปูนทับทั้ง 2 ด้านของผนังอีกที ให้ความหนาปูนเสมอกับแนวสันของเซี้ยมสำเร็จรูป ซึ่งถือว่าเป็นวิธีที่ง่ายและทำได้รวดเร็ว

     

     

     

     

              ดังนั้น การจับเซี้ยม จึงถือว่าเป็นขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญสำหรับการก่อสร้างอาคารบ้านเรือน เพื่อให้ได้บ้านที่มีระยะตั้งฉาก และได้ระดับที่พอดี 

     

  • การก่ออิฐมีวิธีมากมายเหลือเกินแล้วการก่ออิฐสองชั้นล่ะ! มันคืออะไร? ก่อแบบไหน? ทำเพื่ออะไร มาดูกันเลย 

     

  • ใครที่เป็นคอไวน์ อย่าทิ้งจุกก๊อกนะคะ เรามีไอเดียของแต่งบ้านสวยๆ จากจุกก๊อกมาฝาก สามารถทำเองได้ไม่ยาก และด้วยความมหัศจรรย์ของเจ้าจุกก๊อกนี้ สามารถแปลงร่างเป็นของใช้และของแต่งบ้านได้มากมายจนคุณนึกไม่ถึงเลยแหละ มาดูของตกแต่งจากจุกก๊อกไวน์ ว่ามีอะไรบ้าง ชมไปพร้อมๆกันเลยค่ะ

     

    1. บอร์ดจุกก๊อกไวน์ สำหรับติดโน๊ตต่างๆ

    เอาจุกก๊อกติดกาว แล้วติดเรียงไปเรื่อยๆ บนกระดาน กรอบรูป หรืออะไรก็ได้ที่ไม่ใช้แล้วตามต้องการ ติดไปเรื่อยจนเต็มพื้นที่ แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย แล้วหาหมุดสำหรับปักกระดาษ นำมาปักติดไว้ซะหน่อย มันง่ายมากๆเลยใช่มั้ยคะ ลองทำดูนะคะ

     

    2. ที่รองแก้ว กาน้ำ หรือหม้อร้อนๆ

    เป็นของใช้ที่ทำได้ง่ายมากๆ แค่เพียงนำจุกก๊อกมาติดรวม ๆ กันให้ได้ขนาดที่พอเหมาะกับสิ่งของที่ต้องการวาง แค่นี้ก้เก๋ไก๋ ใช้วางของได้แล้วค่ะ

     

     

    3. ทำกระถางต้นไม้ด้วยจุกก๊อกไวน์

    เพียงแค่เจาะรูตรงกลางจุกก๊อกด้วยมีดปลายแหลมหรือไขควง ให้เป็นหลุมลึกประมาณครึ่งหนึ่งของความยาวจุกก๊อก จากนั้นเติมดินลงไป แล้วนำต้นไม้ลงปลูก แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

     

     

    4. พรมเช็ดเท้า

    นำเสื่อพลาสติก หรือผ้าที่ไม่ใช้แล้ว มาตัดให้เป็นแผ่นสี่เหลี่ยมในขนาดที่พอเหมาะตามต้องการ จากนั้นทากาวลงไปบนจุกก๊อก แล้วติดเรียงลงบนเสื่อหรือผ้าที่เตรียมไว้ แค่นี้เราก็จะมีพรมสวยๆ ไว้ใช้งานแล้ว




    5. ทำป้ายชื่อต้นไม้ด้วยจุกก๊อกไวน์

    เอาสว่านมาเจาะตรงกึ่งกลางของหัวจุกก๊อก  แล้วเขียนชื่อ
    ต้นไม้แต่ละต้นลงบนจุกก๊อก จากนั้นนำไม้เสียบลูกชิ้น หรือตะเกียบใส่เข้าไปในรูที่เจาะเอาไว้ เสร็จแล้วนำไปเสียบตามกระถางต้นไม้ได้เลยค่ะ

     

    6. ทำที่แขวนสร้อย ต่างหูด้วยจุกก๊อกไวน์ 

    ที่แขวนเครื่องประดับน่าจะถูกใจสาวๆ หลายคน เพราะทั้งสวย เป็นระเบียบ เก๋ไก๋ไม่ซ้ำใคร และสามารถทำเองได้ไม่ยาก

     

    มันง่ายมากกับการนำของเหลือใช้มาทำให้เกิดประโยชน์  อย่างจุกก๊อกไม้จากขวดไวน์ ที่เราเอามาให้ดูเป็นตัวอย่างนี้ สามารถนำมา สร้างสรรค์เป็นของแต่งบ้านสุดเก่ได้อีกมากมาย และน่าจะช่วยให้บ้านของคุณสวยงามน่าสนใจขึ้นอีกไม่น้อยเลยค่ะ 

     

     ขอบคุณภาพประกอบจาก Pinterest

  • 6 ปัจจัยที่มีผลต่อการก่อสร้าง ก่อนจะทำการสร้างมีปัจจัยหลักๆสำคัญที่ควรรู้ก่อนการก่อสร้าง 6 ข้อดังนี้

     

    1.ทำเลสถานที่ก่อสร้าง

    ถ้าเราสร้างบ้านที่เหมือนกัน 2 หลัง  แต่อยู่คนละจังหวัด ค่าก่อสร้าง ย่อมไม่เท่ากัน  เพราะ แต่ละจังหวัด มีค่าครองชีพ ค่าแรง และ ค่าวัสดุต่างกัน บางจังหวัด สามารถหาผู้รับเหมา
    มาตีราคาได้ง่ายกว่า ทำให้เจ้าของมีโอกาส ต่อรองราคาได้มาก 
    .
    ผิดกับบางจังหวัดที่มีช่างน้อย ผู้รับเหมาก็ อาจจะไม่ค่อยมีคู่แข่งมากนัก หรือในบางกรณี  เรียกผู้รับเหมาจากพื้นที่อื่น เข้ามาทำบ้านให้  ก็จะมีค่าใช้จ่าย เรื่องการเดินทาง ทำให้ราคา
    ที่เสนอเข้ามา สูงขึ้นจากเดิม จริงๆแล้ว ... แม้ว่าจะสร้างบ้านแบบเดียวกัน  ในจังหวัดเดียวกัน แต่อยู่คนละโซน ก็อาจจะมี ค่าก่อสร้างที่ไม่เท่ากัน 
    .
    บ้านที่อยู่ในตัวเมือง มีแนวโน้มจะมีค่าก่อสร้างสูงกว่าบ้านที่อยู่ชานเมือง เพราะ การขนส่งของ  จำพวกวัสดุก่อสร้างชิ้นใหญ่ๆ เช่น เสาเข็ม 
    ทำได้ยากกว่า ที่จอดรถน้อยกว่า หรือที่ว่างหายากกว่า ทำให้ไม่สามารถปลูกแคมป์ ที่พักคนงานบริเวณ Site งานได้  ทำให้ผู้รับเหมาต้องหาเช่าที่ข้างนอก

    ให้คนงานพัก แล้วยังอาจต้องมีค่ารถขนส่ง คนงานเข้าไซท์งาน อีกด้วย 

     

    2. ลักษณะพื้นที่หน้างานก่อสร้าง 
    .
    ถ้าสร้างเต็มพื้นที่ และในระแวกใกล้เคียง  ไม่มีพื้นที่ว่าง สำหรับกองของ ค่าก่อสร้างอาจจะแพงกว่าปกติ  เนื่องจากการที่ไม่มีพื้นที่กองของ ทำให้ การสั่งซื้อของเข้า Site งาน อาจต้องทยอยสั่ง เข้ามาทีละน้อย ราคาต่อหน่วยของวัสดุก่อสร้าง  จึงแพงกว่า กรณีสั่งของมาดั๊มป์หน้างาน

     

    3.ยี่ห้อ รุ่น สเปค วัสดุก่อสร้าง

    ที่ใช้วัสดุประเภทเดียวกัน แต่คนละยี่ห้อ ราคาก็ต่างกัน หรือแม้ยี่ห้อเดียวกัน รุ่นต่างกัน ก็อาจจะ ก็มีราคาไม่เท่ากัน

    ตัวอย่างที่เห็นชัดเจน เช่น กระเบื้องปูพื้น  ซึ่งราคามีความแตกต่างค่อนข้างมาก  ขึ้นอยู่กับ ประเภทชนิด

    • ลวดลาย
    • ผิวสัมผัส
    • ขนาดแผ่นกระเบื้อง (แผ่นยิ่งใหญ่ ยิ่งแพง)
    • ยี่ห้อ

    ราคาอาจเริ่มตั้งแต่ ตร.ม. หลักร้อย จนถึง หลักหลายพัน ดังนั้น เวลาสร้างบ้าน  ยิ่งพื้นที่บ้านเยอะ ราคาค่าวัสดุต่อตร.ม.  เลยยิ่งทวีคูณ ทำให้ค่าสร้างบ้าน  โดดแพงขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

     

    4. ประสบการณ์ของทีมงานก่อสร้าง  (ผู้รับเหมา หรือทีมช่าง) 

    ช่างที่ทำงานมานาน หรือทำงานเฉพาะทาง  มักจะมีค่าแรงแพงกว่าช่างที่เพิ่งมาทำงานใหม่  หรืออาจจะยังไม่มีความชำนาญในสายงาน ดังนั้น ในการจ้างทีมงานก่อสร้างที่มีประสบการณ์ทำงาน เจ้าของบ้านก็อาจจะต้อง จ่ายแพงกว่า เพื่อแลกกับคุณภาพงานก่อสร้าง แต่ก็ยังคุ้มค่ากว่า  การเลือกใช้ผู้รับเหมาที่ค่าแรงถูก  แต่งานที่ได้ออกมา เละ ไม่ตรงตามคุณภาพ  มาตรฐาน แถมยังเสียค่าของ ที่ต้องซื้อมา เปลี่ยน ทดแทนของเดิม  นอกจากนี้ ยังมีค่าแรงรื้อถอน ทุบทิ้ง แก้ไข  ซ่อมแซม และคุณภาพของงานที่แก้แล้ว อาจได้ไม่ดีเหมือนการทำให้ดีตั้งแต่แรกอีกด้วย

     

    5. ลักษณะแบบบ้าน

    แน่นอนว่า แบบบ้านก็มีผลทำให้ราคาค่าก่อสร้าง ถูกหรือแพงได้เช่นกัน เช่น บ้านที่เน้นดีไซน์เรียบง่าย เป็นกล่องๆ สไตล์ โมเดิร์น ช่างจะทำงานง่าย เพราะ ไม่ค่อยมีลวดลาย โค้ง เว้า ไม่ค่อยเน้น การติดตั้งบัวปูน ตามผนังมากนัก 

    บางหลังเลือกใช้หลังคาเมทัลชีท ซึ่งมีน้ำหนัก ที่เบามาก เมื่อเทียบกับบ้านปกติ ที่หลังคาเป็น กระเบื้องลอนคู่ หรือกระเบื้องคอนกรีต  ทำให้ประหยัดในเรื่องค่าโครงสร้างที่ไม่ต้อง รับน้ำหนักมากนัก และช่างก็ทำงานง่าย  เพราะการติดตั้งแผ่นหลังคาเมทัลชีท  ทำได้ง่ายและรวดเร็วมากอีกด้วย บ้านบางหลัง เลือกใช้ประตู หน้าต่างขนาดใหญ่  เพื่อให้ดูโปร่ง หรูหรา ทำให้ราคาวัสดุก่อสร้าง แพงขึ้นเยอะ เพราะอาจต้องใช้เป็นการสั่งทำ
    พิเศษจากโรงงาน 
    .
    ดังนั้น เจ้าของบ้านที่ต้องการประหยัด อาจจะต้องย้ำกับคนออกแบบให้เลือกใช้ วัสดุมาตรฐาน หาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาด  มาติดตั้งให้บ้านของเรา 
    .
    นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการใช้กระจก บานใหญ่มากๆ ซึ่งเราอาจจะปรับแบบประตู  หรือหน้าต่าง โดยเลือกใช้ การใช้เฟรมกระจก มาซอยคั่นกลาง เพื่อลดขนาด และความหนา ของกระจกลง ทำให้ค่ากระจก และค่าแรง
    ในการยกติดตั้ง ที่หน้างานถูกลงไปเยอะอีกด้วย

     

     

    6.เรื่องคนคุมงาน
    .
    หลาย ๆ คนไม่รู้ว่า ราคาที่ผู้รับเหมาเสนอมาแต่ละเจ้า ถูกหรือแพง ต่างกันมาก ๆ ส่วนนึงก็มาจากค่าใช้จ่าย ค่าตัว ค่าเสียเวลาในการดูแล ควบคุมงานของผู้รับเหมา เช่นกัน 

    การควบคุมคุณภาพงานที่ดี และสม่ำเสมอ อย่างต่อเนื่อง จะส่งผลให้เจ้าของบ้านได้รับบ้านที่มีความแข็งแรง  ได้มาตรฐานถูกต้องตามแบบ เสร็จตามกำหนดเวลา  และไม่มีปัญหาหลังจากอยู่อาศัยไปแล้ว...
    บริษัทที่รับออกแบบพร้อมสร้างบางราย (ไม่ใช่ทุกราย) มีความชำนาญ ด้านการออกแบบอย่างเดียว  แต่หาผู้รับเหมา มารับงานต่อเพื่อกินหัวคิว  โดยที่บริษัทอาจจะไม่ได้มีความรู้ ความเข้าใจ ในงานก่อสร้างเพียงพอ จึงไม่ได้เผื่อเรื่องของ ค่าใช้จ่าย ในการควบคุมคุณภาพงาน  ปล่อยให้ผู้รับเหมาทำงานตามใจฉัน 

    ในหลายๆครั้ง การที่บริษัทออกแบบไม่สามารถ ควบคุมคุณภาพการทำงานของผู้รับเหมาได้  เนื่องจาก ไม่ใช่ทีมงานของบริษัทเอง  เมื่อเวลาถึงงวดส่งงาน แล้วงานไม่ผ่าน  ผู้รับเหมาก็เลยทิ้งงานไปก็มีเยอะ 
    หรือในบางกรณี ตัวผู้รับเหมาเอง อาจจะรับงานซ้อน ไว้หลาย ๆ เจ้า ทำให้ดูแลไม่ทั่วถึง  บางเจ้าตอนเช้าอาจจะเอาคนงานไปทิ้งไว้ ให้ทำงาน แล้วเย็นก็มารับกลับ  หรือบางไซท์งานที่สามารถปลูกแคมป์ที่พัก คนงานได้ ผู้รับเหมาอาจไม่ได้เข้ามาดูแลบ่อย ๆ  ไม่ได้มีคนคุมงาน สัปดาห์นึงอาจจะเข้าทีนึง  หรือบางสัปดาห์อาจไม่ได้เข้าเลย ดังนั้น ในการเลือกผู้รับเหมา เราอาจต้องพิจารณาเรื่อง ความถี่ของการคุมงาน  ในการเข้าตรวจสอบหน้างานของผู้รับเหมาด้วย  รวมถึงความรู้และประสบการณ์ของผู้ที่รับผิดชอบดูแล ตรงนี้จะช่วยได้มาก