ศัพท์ช่างอาทิตย์ละคำ ตอน “เทลีน”
By vLIVING PRO26 เมษายน 2560 11:53:41

หากช่วงนี้มีใครต้องการจะสร้างบ้านซักหลัง ขั้นตอนแรกๆของการก่อสร้างที่ไม่ควรมองข้ามคือ การเทลีน ดังนั้นเรามาดูขั้นตอนการเทลีนกัน ว่ามีอะไรบ้าง เพื่อที่จะได้เข้าใจถึงความสำคัญของขั้นตอนนี้ค่ะ

 

 

 

 

การเทลีน หมายถึง  การเทคอนกรีตปรับผิวหน้าดิน สำหรับเตรียมพื้นที่ไว้รองรับการผูกเหล็ก เพื่อเทคอนกรีตงานโครงสร้างที่วางบนพื้นทราย หรือดิน

 

 

ขั้นตอนการเทลีน มีดังนี้

1. ขุดหลุม หรือปรับระดับดิน

2. ผสมคอนกรีตหยาบในอัตราส่วน 1: 3 : 5 คือ ปูน 1 ส่วน ทราย 3 ส่วน และหิน 5 ส่วน

3. เทคอนกรีตให้มีความหนาประมาณ 5 – 10 เซนติเมตรลงบนพื้นดิน

 


ข้อดีของการเทลีน คือ

1. ช่วยให้การผูกเหล็กตรงส่วนที่ติดกับพื้นดินทำได้ง่ายขึ้น เช่น งานฐานราก และคานคอดิน เป็นต้น และควรมีการหนุนลูกปูนด้วย เพื่อช่วยให้คอนกรีตไหลลงแบบได้มิดทั่วทั้งเหล็ก และช่วยเพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้าง รวมทั้งเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสนิม

2. ช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดจากดิน เช่น ดินไหล ดินเป็นโพรง ดินโคลนสกปรก หรือน้ำจากใต้ดิซึ่งอาจส่งผลต่อความแข็งแรงของโครงสร้างได้

 

 

รูปเปรียบเทียบตัวอย่างการเทลีน และไม่เทลีน

 

เมื่อทราบถึงความสำคัญของ "การเทลีน" แล้ว ใครที่กำลังเริ่มสร้างบ้านอยู่ หรือกำลังคิดที่สร้าง อย่าลืมตรวจสอบกันด้วยนะคะว่าช่างได้ทำการเทลีนรึป่าว เพื่อประโยชน์ของเรา และบ้านที่รักของเราค่ะ

 

vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  •        บ้านโครงสร้างเหล็ก เป็นทางเลือกใหม่สำหรับงานสร้างบ้านในปัจจุบัน มีความแข็งแรงมาก แต่ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างค่อนข้างสูง  บ้านโครงสร้างเหล็กจะมีดีไซน์ที่แปลกตา ล้ำยุค โมเดิร์น และสวยงาม เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบงานออกแบบเปลือยโครงสร้างเหล็ก  และดีไซน์ที่แปลกใหม่ เช่น บ้าน สไตล์ Loft , บ้านสไตล์ Tropical , บ้านสไตล์ Industrial เป็นต้น ส่วนเหล็กที่นำมาใช้ทำเสา และคาน ซึ่งเป็นโครงสร้างหลักของอาคาร คือ เหล็กรูปพรรณรีดร้อน เป็นเหล็กที่มีความยืดหยุ่น แข็งแรง และรับน้ำหนักได้มาก

     

     

     

    ข้อดี ของบ้านโครงสร้างเหล็ก คือ

    1. ติดตั้งง่าย สร้างได้รวดเร็ว และใช้เวลาในการทำน้อย
    2. สามารถลดจำนวนคนงาน และแรงงานได้ ช่วยทำให้ประหยัดค่าแรงได้อีกด้วย
    3. ช่วยรองรับเรื่องแผ่นดินไหวได้ เพราะเหล็กมีความยืดหยุ่นตัวสูง
    4. ช่วยลดการใช้เสาเข็มลงได้ เพราะโครงสร้างเหล็กมีน้ำหนักเบากว่าคอนกรีต
    5. ทนทาน และมีอายุการใช้งานยาวนาน
    6. สามารถซ่อมแซม หรือต่อเติมได้ง่าย
    7. สามารถสร้างในพื้นที่เฉพาะ ที่มีข้อจำกัดสูงได้
    8. เมื่อรื้อถอนแล้ว สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้
    9. สามารถรับน้ำหนักได้เยอะมาก ไม่ทำให้เกิดการยุบตัวในระยะยาว
    10. การใช้เหล็กเป็นโครงสร้างบ้านนั้น ช่วยทำให้ลดการใช้ไม้ได้มากขึ้น
    11. ช่วยให้ภายในบ้านกว้าง โปร่ง โล่ง และมีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น

     

     

    ข้อเสีย ของบ้านโครงสร้างเหล็ก คือ

    1. งานเชื่อมโครสร้างเหล็กจำเป็นต้องใช้ช่างที่เป็นมืออาชีพมากๆ
    2. ราคาเหล็กแพง ทำให้มีต้นทุนในการสร้างสูง
    3. ควรมีวิศวกรผู้เชี่ยวชาญคอยควบคุมดูแล และออกแบบโครงสร้าง
    4. งานโครงสร้างเหล็กเป็นเรื่องใหม่ ช่างทั่วไปอาจยังมีประสบการณ์ไม่มากพอ และหาช่างที่รับทำยาก
    5. มีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาในระยะยาว เช่น ค่าสีป้องกันสนิม เป็นต้น
    6. ควรระมัดระวังเรื่องเหล็กที่จะนำมาใช้ ควรเป็นเหล็กที่มีสภาพดี สะอาด และไม่เป็นสนิม

     

     

     

           บ้านโครสร้างเหล็กมีทั้งข้อดี – ข้อเสีย ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน  และถ้าเราได้คนออกแบบที่ดี  และผู้รับเหมาที่มีความสามารถ   เราก็จะได้บ้านที่มีความมั่นคง แข็งแรง ปลอดภัย สวยงาม และคุ้มค่าเงินที่เสียไป

     

    ขอบคุณรูปภาพจาก Pinterest

  • ผนังเบา มีความหมายอย่างไร? มีขั้นตอนการติดตั้งยังไง? และวัสดุที่ใช้ควรเป็นแบบไหน และมีชนิดไหนบ้าง? เรามาทำความรู้จักไปพร้อมๆกันนะคะ 

     

     

    การกั้นห้องด้วยผนังเบาถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สะดวกและรวดเร็ว เพื่อนๆลองนำวิธีนี้ไปปรับใช้ให้เหมาะกับบ้านของแต่ละคนได้นะคะ

  •  

     

    เมื่อฤดูฝนใกล้เข้าบ้านหลายๆหลังอาจต้องพบเจอกับปัญหารอยรั่วซึมจากพื้นที่ต่างๆรอบบ้านที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งรอยรั่วจากหน้าต่างก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดน้ำซึมเข้าบ้าน และเกิดความเสียหายกับส่วนอื่น ๆ ของบ้านได้ ทั้งผนัง พื้น และเฟอร์นิเจอร์ ที่อยู่ใกล้กับบริเวณหน้าต่าง ซึ่งก่อนที่จะทำการซ่อมแซมได้นั้น ต้องสำรวจก่อนว่ามีรอยรั่วอยู่บริเวณใดบ้าง

     

    วิธีสังเกตรอยรั่วที่หน้าต่าง มีดังนี้

     

     

     

    1. ตรวจสอบการติดตั้งกระจก ว่ามีความแน่นหนาดีหรือไม่ ถ้ากระจกขยับได้แสดงว่าติดตั้งไม่แน่ นอกจากนี้ ให้ดูว่ามีรอยแตกราวหรือไม่

    วิธีแก้ไข คือ ควรเปลี่ยนกระจกใหม่

    1. ตรวจดูว่ามีแสงลอดผ่านขณะปิดหน้าต่างหรือไม่ ถ้ามี แสดงว่าหน้าต่างเกิดรอยรั่ว

    วิธีแก้ไข คือ ควรใช้ซิลิโคนอุดรอยรั่วเล็กๆน้อยๆ ตามขอบหน้าต่าง โดยบีบอัดซิลิโคนตามแนวรอยต่อของขอบหน้าต่าง ทั้งด้านนอกและด้านใน

    1. สังเกตรอยคราบเหลือง หรือรอยน้ำซึมใต้ขอบหน้าต่าง และผนังรอบๆ ว่ามีช่องว่างระหว่างวงกบกับผนังปูนหรือไม่ และอาจพบว่าหน้าต่างบวม เบี้ยว หรือปิดไม่สนิท จึงทำให้น้ำไหลย้อนเข้าบ้าน

    วิธีแก้ไข คือ สกัดเปิดผิวหน้าปูนรอบวงกบด้านนอกให้กว้างอย่างน้อย 1 เซนติเมตร แล้วใช้โพลียูรีเทน ฉีด อัดรอบวงกบ จากนั้นแต่งหน้าให้เรียบ แล้วทาสีทับเพื่อความสวยงามเรียบร้อย

    1. แผ่นยางกันน้ำตรงขอบหน้าต่างเสื่อมสภาพ เนื่องจากใช้งานมาเป็นเวลานาน

    วิธีแก้ไข คือ เปลี่ยนแผ่นยางกันน้ำที่ขอบหน้าต่างใหม่ โดยลอกแผ่นยางอันเก่าออก ควรใช้แผ่นยางที่มีขนาด และความหนาเท่าของเดิม

    1. ขอบวงกบอลูมิเนียมหน้าต่างไม่มีรูระบายน้ำ ทำให้น้ำขัง เอ่อล้น และไหลเข้าบ้าน

    วิธีแก้ไข คือ เจาะรูระบายนำที่กล่อง หรือวงกบด้านนอก เพื่อระบายน้ำฝนไม่ให้ไหลย้อนเข้าบ้าน

     

     

     

    ข้อแนะนำเพิ่มเติม หน้าต่างควรทำปีกกันสาดเล็กๆ เพื่อป้องกันฝนสาดด้วย

     

    ยังมีอีกหลายวิธีที่สามารถป้องกันฝนสาด จากการที่น้ำซึมเข้าทางหน้าต่างได้  ก่อนที่จะเข้าสู่หน้าฝน เราควรสนใจและใส่ใจซ่อมแซมบำรุงรักษาบ้านของเรา  เพื่อเป็นการยืดอายุการใช้งาน และไม่ต้องปวดหัว ทำให้เสียสุขภาพจิตที่ต้องเผชิญกับปัญหาน้ำรั่วซึมอีกด้วย

     

    ขอบคุณภาพประกอบจาก Pinterest

  • ไอเดียตกแต่งสวนด้วยของที่มีภายในบ้าน ซึ่งวัสดุบางอย่างอาจเป็นของรักของโปรดที่เราใช้เป็นประจำ เมื่อมันเสื่อมสภาพใช้งานไม่ได้ก็อาจเสียดายที่ต้องทิ้งไปเฉยๆ วันนี้จึงนำการตกแต่งสวนที่เรียบง่ายผสมกับวัสดุที่คุ้นตามาแนะนำกัน ลองไปชมไอเดียรูปแบบต่างๆ กันเลยว่ามีอะไรบ้าง

    1. เปลี่ยนกระเช้าปีใหม่ให้กลายเป็นกระถางต้นไม้สุดเดิร์น

       

    กระเช้าของขวัญที่หลายๆคนอาจได้รับในช่วงเทศกาลปีใหม่ สามารถนำมาปลูกต้นไม้ ดอกไม้วางไว้ในสวนสวย หรือตามมุมโปรดในบ้านของเราได้นะ แถมยังใช้เป็นของขวัญให้กับคนอื่นได้อีกด้วย

     

    2. กระถางต้นไม้จากกรงนกที่ถูกทิ้ง

      

    สำหรับบ้านใครที่เลี้ยงนก รักนกเป็นชีวิตจิตใจ ต้องมีกรงนกเก่าๆ เริ่มชำรุด ทรุดโทรมอยู่แน่นอน ลองนำกรงเก่าๆที่ไม่ได้ใช้มาทำเป็นกระถางต้นไม้แขวนดูนะคะ แล้วหาต้นไม้ที่ปลูกง่าย โตไว ไม่ต้องดูแลมากมาปลูกดู เช่นต้นไม้กลุ่ม แคคตัส (Cactus) หรือกลุ่มต้นกระบองเพชร จะแขวนไว้ริมหน้าต่าง หรือสวนหน้าก็ได้ ช่วยเพิ่มความสดชื่นได้ไม่น้อยเลยค่ะ 

     

    3. กระถางต้นไม้จากล้อรถเก่า

      

    ล้อรถเก่า ของใกล้ตัวที่หลายๆคนอาจมีเก็บไว้ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ซึ่งวางทิ้งอยู่ในโรจอดรถมานานแล้ว จากการเปลี่ยนยางใหม่ เมื่อของเก่าเสื่อมสภาพ ดังนั้นเราเอายางล้อรถเก่ามาทำเป็นกระถางปลูกดอกไม้ในสวนมาทำให้มีคุณค่า ดูเก๋ไก๋ สวยงามกันดีกว่าค่ะ 

     

    4. เปลี่ยนแก้วกาแฟใบโปรดให้กลายเป็นกระถางต้นไม้สุดเก๋

      

     

    เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ต้องมีแก้วกาแฟใบโปรดไว้ใช้กันอยู่แล้ว ดังนั้นหากแก้วของคุณเกิดชำรุด บิ่น หรือมีรอยราวเล็กๆ ใช้งานไม่ได้แล้ว อย่าพึ่งทิ้งนะคะ ขอแนะนำให้เอามาปลูกต้นไม้ขนาดเล็ก หรือ “บอนไซจิ๋ว” เหมือนกับการทำสวนจิ๋วในขวดโหล ก็จะดูเก๋ไก๋ สวยงามไปอีกแบบค่ะ

     

    5. กระถางต้นไม้จากชั้นเก็บของ หรือโต๊ะทำงานเสื่อมสภาพ

      

     ชุดสวนหย่อมอันสวยสดงดงาม ทำขึ้นจากการนำโต๊ะเก่าหมดสภาพมาทาสีใหม่ ส่วนโทนสีสามารถเลือกทาได้ตามใจที่คุณชอบได้เลย อาจจะเลือกให้ตัดกับโทนสีของห้อง หรือบริเวณนั้นๆที่เราจะเอาโต๊ะไปตั้งก็ได้ค่ะ แล้วจัดวางต้นไม้ ดอกไม้ที่ชอบลงไป แค่นี้บ้านคุณก็สวยงาม สดชื่น น่าอยู่ขึ้นอีกเยอะเลย

     

    6. กระถางต้นไม้จากเก้าอี้เก่าในบ้าน

      

    เก้าอี้เก่าในบ้าน ถึงแม้ว่าผุพังแล้วก็ไม่ควรทิ้งขว้างนะคะ ถ้ามีเบาะก็แค่ลอกเบาะออก พ่นสีใหม่ตามใจชอบ แล้วนำมาทำเป็นที่ใส่ต้นไม้ เลือกต้นไม้ขนาดที่พอดีกับเก้าอี้ แล้วปลูกเป็นไม้พุ่มก็ได้นะคะ เพียงแค่นี้ก็ได้เก้าอี้สำหรับปลูกต้นไม้ ดอกไม้ในสวนสวยกันแล้วค่ะ

     

    7. กระถางต้นไม้จากรถจักรยานสุดเลิฟ

      

    จักรยานคันเก่าที่จอดทิ้งไว้มานานหลายปี ตอนนี้อาจขึ้นสนิท และสภาพไม่เอื้ออำนวยให้ใช้งานได้แล้ว ขอแนะนำให้เอามาไว้ในสวนตกแต่งประดับประดาด้วยต้นไม้ ดอกไม้หลากสีสัน หรืออาจจะย้อมสีซักหน่อยให้ดูสดใสสวยงามขึ้น แค่นี้ก็เลิศเลอแล้วค่ะ 

     

    หวังว่าไอเดียที่แนะนำทั้งหมดนี้ จะเป็นประโยชน์ให้กับหลายๆคนที่ชื่นชอบการแต่งสวน ได้ลองนำไปทำ ดัดแปลง หรือประยุคใช้ให้ตรงกับความต้องการของทุกคนได้นะคะ

  •      หน้าร้อนแบบนี้ สิ่งที่ควรระวังมากที่สุดไม่ใช่การกังวลแค่อากาศร้อน แต่บ้านไหนที่มีสัตว์เลี้ยง เช่นน้องหมาหรือน้องแมว ก็น่าเป็นห่วงไม่น้อยเช่นกัน หากเราปล่อยไว้ในที่อากาศร้อนมากๆ อาจทำให้ร่างกายเกิดอาการ “ฮีทสโตรก” คือร่างกายปรับตัวไม่ทันกับอากาศที่ร้อน อาจเกิดจากการออกกำลังกายมากๆในช่วงหน้าร้อน หรือการขาดน้ำ หรืออยู่ในที่ที่มีอากาศร้อนจนเกินไปเป็นเวลานานๆ ร่างกายไม่สามารถที่จะปรับระบบระบายความร้อนได้ทันที

     

    สุนัข

    ร่างกายของสุนัขจะไม่มีต่อมเหงื่อตามรูขุมขนเหมือนมนุษย์อย่างเราๆ จึงสังเกตกันไหมว่า สุนัขจะชอบทำลิ้นห้อยอยู่ตลอดเวลา เพราะเป็นการระบายความร้อนนั่นเอง

     

     

    หากสุนัขไม่สามารถ ระบายอากาศได้ทันจะมีอาการหายใจแรง หอบ และน้ำลายเยอะ เหงือกแดง หัวใจเต้นเร็ว หายใจลำบาก อาเจียนออกเป็นเลือด ถ่ายเป็นเลือด มีจุดแดงตามร่างกาย กล้ามเนื้อกระตุก อุณหภูมิร่างกายสูง จนเกิดอาการชัก หยุดหายใจและตายได้ ควรรีบนำไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด

     

     

    วิธีการปฐมพยาบาล

    ลดอุณหภูมิโดยการนำน้ำมาชโลมให้ทั่วร่างกายหรือใช้สารระเหยที่ทำให้เกิดความเย็นเช่นแอลกฮอล์มาเช็ดที่อุ้งเท้า ใต้รักแร้ และขาหนีบ หลังจากนั้นเปิดพัดลมจ่อเพื่อระบายความร้อน

    วิธีป้องกัน

    1.อย่าให้น้ำขาด มีน้ำให้กินตลอดเวลา

     

    2.ไม่พาออกกำลังกายในที่มีอากาศร้อนจัดๆหาที่หลบแดดให้อยู่ในช่วงกลางวัน

     

    3.ห้ามทิ้งสุนัขไว้ในรถเด็ดขาด หากจำเป็นควรจอดไว้ในที่ร่มมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก หรือทำการเปิดกระจกให้มีอากาศและมีน้ำดื่มทิ้งไว้ให้ด้วย

     

    4.หากจะให้อาหารในที่แจ้ง ควรเลือกให้เวลาที่พระอาทิตย์ตก เนื่องจากสุนัขไม่กินอาหารถ้าอากาศร้อน

     

     

    5.หากร้อนเกินไปอาบน้ำหรือราดน้ำให้ทั่วตัวปล่อยให้ตัวแห้งหมาดๆเพื่อให้ร่างกายมีความเย็นอยู่

     

     

    6.ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำหมาดปูนอนตอนกลางวัน หรือใช้พัดลมเป่า

     

     

     

    แมว

    แมวเป็นสัตว์ที่ไม่ชอบน้ำเอามากๆ หากจะเอาไปอาบน้ำก็คงจะไม่ได้  มาดูวิธีคลายร้อนให้แมวกัน

    1.วางก้อนน้ำแข็งไว้ใกล้ๆแมว

    หากวันไหนที่อากาศร้อนจัดๆแล้วต้องออกไปนอกบ้านหรือไม่อยู่บ้านไม่มีเวลาดูแล ให้นำน้ำแข็งมาใส่จานน้ำของน้องแมวเพื่อให้ดื่มคลายร้อนระหว่างวัน

     

     

    2.เปิด-ปิดแอร์เมื่อไม่อยู่บ้าน

    ไม่จำเป็นต้องเปิดแอร์ทั้งวันเพียงแค่ตั้งเวลา เปิด ปิดไว้ ในช่วงที่ร้อนที่สุด ระยะเวลา 1-2 ชั่วโมง หากกลัวจะร้อนไปอีกก็สามารถเปิดพัดลมเพื่อให้มีลมหมุนเวียนไปด้วยก็ได้

     

     

    3.เปลี่ยนน้ำบ่อยๆ

    น้ำที่น้องแมวดื่มควรสะอาดและเย็นเสมอ และควรหมั่นเปลี่ยนบ่อยๆ

     

     

    4.ตัดขน

    ถ้าน้ำแมวของคุณเป็นพันธ์ที่มีขนยาวหนา แนะนำให้ตัดขนส่วนลำตัวให้สั้นแล้วเหลือหัวไว้

     

     

     

     

     หน้าร้อนแบบนี้เป็นอันตรายกับสัตว์เลี้ยงมาก หากไม่อยากให้สัตว์เลี้ยงของเราเกิดอาการฮีทสโตรกก็ควรจะดูแลเยอะมากกว่าปกติ เพราะสัตว์ก็ร้อนเหมือนคนเช่นกัน