DIY ห่อของขวัญวันปีใหม่ และวันคริสต์มาส
By vLIVING PRO08 พฤศจิกายน 2560 14:08:10

เทศกาลปีใหม่ใกล้มาถึงแล้ว หลายคนคงกำลังหาของขวัญให้กับคนพิเศษ หรือญาติผู้ใหญ่อยู่ใช่มั้ยค่ะ และเมื่อได้ของขวัญมาแล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างคือการห่อของขวัญ เพื่อแสดงถึงความตั้งใจ และการห่อของอย่างพิถีพิถัน ช่วยสร้างความประทับใจให้กับผู้รับ วันนี้เรามีวิธีห่อของขวัญให้ดูเก๋ และสวยได้ไม่ยากมาฝากกันค่ะ 

 

1. ใช้กระดาษสีน้ำตาลห่อขวัญ เพิ่มภาพถ่ายสวยๆ แล้วตกแต่งด้วยการติดกิ่งไม้ใบไม้เข้าไป หรือว่าจะใช้ลิบบิ้นผูกเป็นโบว์ก็ได้ เพียงเท่านี้ก็ดูดี ดูสวย ดูอาร์ตแล้วอาจแปะกระดาษเพิ่มอีกใบสำหรับใส่ชื่อผู้รับหรือเขียนข้อความลงบนกระดาษก็ได้เหมือนกันค่ะ

 

2. ใช้กระดาษสีดำห่อของขวัญ เมื่อเพิ่มลวดลายสนุกๆ เข้าไปก็ลดความอึมครึมของกระดาษสีดำได้แล้ว ไม่ต้องพึ่งเครื่องประดับเพิ่มเติมเลยค่ะ

 

 

3. ใช้ถุงน้ำตาลห่อของขวัญ มัดปากถุงด้วยเชือก หรือโบว์สวยๆ แล้วหาของเก๋ๆ มาตกแต่งอีกนิดหน่อยแค่นี้ก็เสร็จแล้วค่ะ

 

4. ตกแต่งลวดลายลงบนกระดาษน้ำตาลสำหรับห่อของขวัญ เพิ่มความเก๋ให้กระดาษด้วยการทำเป็นรูปหัวใจ หรือเพิ่มลายจุด ด้วยวิธีง่ายๆ เพื่อความสดใสได้เยอะเลยค่ะ

 

5. ใช้กระดาษสี หรือผ้าต่างๆห่อขวดเพื่อเป็นของขวัญ การทำง่ายมากๆ เพียงแค่นำกระดาษสี หรือผ้าชนิดต่างๆ มาห่อขวดให้รอบทั้งขวด และตกแต่งบริเวณปากขวดอีกนิดหน่อย แค่นี้ก็ชิคแล้วค่ะ หรือลองเพิ่มลูกเล่นโดยการผูกโบว์ หรือคล้องดอกไม้ตรงคอขวดก็ได้นะคะ

 

 

การห่อของขวัญแบบเก๋ๆ ที่เรานำมาฝากเหล่านี้ ไม่ได้มีประโยชน์แค่ช่วงเทศกาลปีใหม่เท่านั้นนะคะ แต่ยังสามารถใช้ได้กับหลายๆ โอกาสเลยค่ะ เช่น วันเกิด รับปริญญา หรือวันคริสต์มาสก็ใช้ได้ เพื่อนๆ ถูกใจไอเดียไหนก็ลองนำไปไปประยุกต์ใช้ดู ขึ้นอยู่กับความถนัด และความชอบของแต่ละคนเลยค่ะ ขอให้มีความสุขกับเทศกาลปีใหม่ที่จะมาถึงนะคะ

 

ขอบคุณภาพประกอบจาก Pinterest

vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  • 7 สิ่งสุดยี้ที่คาดไม่ถึงที่อยู่ในครัว เป็นสิ่งใกล้ตัวที่เราคาดไม่ถึง จะมีอะไรบ้างนั้นมาดูกัน

     

    1.ไมโครเวฟ

    เห็นไมโครเวฟเป็นสิ่งที่มีความร้อนบางคนอาจจะคิดว่ามันสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ แต่แบคทีเรียที่เกิดจากการที่เราได้อุ่นอาหาร แล้วมีคราบที่กระเด็นไป ก็สามารถให้มันเจริญเติบโตได้หากทำความสะอาด ไม่เพียงพอ จะกลายเป็นที่สะสมของเชื้อโรคได้ หากมีคราบเปื้อนให้เช็ดทำความสะอาดทันที และหาอาหารปิดภาชนะทุกครั้ง

     

    2.เคาน์เตอร์ครัว

    เป็นสิ่งที่เราต้องใช้วางสิ่งของต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นถุงอาหาร กล่องข้าว หรือวัตถุดิบต่างๆ ของพวกนี้จะมีเชื้อโรคติดมาเสมอ เช่นแบคทีเรียที่สามารถอาจทำให้เกิดการท้องเสียได้ ควรรักษาความสะอาดให้มากที่สุด

     

     

    3.ถังขยะในครัว

    ถังขยะเป็นแหล่งสะสมโรคชนิดดีเยี่ยมเพราะว่าสารพัดขยะ ที่เราได้ทิ้งลงไป บางทีเราไม่ได้เก็บไปทิ้งภายในวันเดียวอาจทำให้เกิดการหมักหมมของเชื้อโรค และการส่งกลิ่นเหม็น หากเราปล่อยไว้ ไม่เก็บทิ้งก็อาจจะเกิดการสะสมเชื้อโรค หนูอาจจะมีสัตว์ที่เราไม่พึงประสงค์เข้ามาไม่รู้ตัว ควรมีฝาปิดและทิ้งทุกวัน

     

    4.เขียง

    เขียงที่เราได้ทำการหั่นอาหารลงไปนั้น ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือของแห้ง หากล้างไม่สะอาดก้จะทำให้เกิดการสะสมเชื้อโรคชั้นดี ยิ่งเป็นเขียงไม้ ยิ่งจะเป็นการสะสมเข้าไปอีก เพราะจะซึมเข้าเนื้อไม้ สกปรกเข้าไปอีก

     

    5.บริเวณรอบอ่างล้างจานหรือซิ้งค์น้ำ

    อ่างล้างจานเป็นส่วนที่สัมผัสน้ำมาตลอด เพราะทั้งการล้างจาน  หรือการวางของที่โดนน้ำตลอด หากทำความสะอาดไม่ดีพอ หรือว่าปล่อยให้มีน้ำขัง สิ่งสกปรกจะไปสะสมเข้าทุกวัน

     

     

    6.ผ้าเช็ดจานและฟองน้ำล้างจาน

    เป็นแหล่งสะสมแบคทีเรียที่ดี เพราะเราล้างจานหรือเช็ดจานก็จะโดนน้ำตลอด ควรนำผ้าเช็ดจานไปซักทำความสะอาดและใช้ฟองน้ำไปเข้าไมโครเวฟเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียบ้าง บางคนอาจไม่เคยซักนานอาจทำให้สกปรกได้

     

     

    7.ช่องแช่แข็ง

    การเก็บเนื้อสัตว์ไว้ในตู้แช่แข็ง หากอุณหภูมิไม่ดีพอหรือเหมาะสมควร ต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียส เพราะหากเก็บไว้อุณหภูมิที่สูงกว่านี้จะทำให้แบคทีเรียเติบโตไว  นานเข้าควรละลายน้ำแข็งเช็ดทำความสะอาดเป็นประจำ

     

     

     

     

     

  • วันนี้เรามาทำการประดิษฐ์ตกแต่งบ้านง่ายๆ ด้วยการหยิบรูปถ่ายสุดโปรด หรือนำฝาขวดน้ำอัดลมที่ไม่มีประโยชน์ มาทำ DIY เป็นแม่เหล็กติดตู้เย็นสุดเก๋ไว้สำหรับตกแต่ง หรือไว้แปะโน้ตน่ารักๆ กันเถอะค่ะ แค่ใส่ไอเดียเก๋ๆ บวกกับฝีมือลงไป เพื่อโชว์ผลงานและความทรงจำของเรา มาลงมือทำ DIY กันได้เลยค่ะ
     
    1. ทำ Magnet จากรูปถ่ายใบโปรด
    อุปกรณ์การประดิษฐ์ มีดังนี้
    1. รูปถ่ายสวยๆ
    2. แผ่นโฟมยาง หรือกระดาษชานอ้อย
    3. กาวแบบด้าน หรือใสก็ได้
    4. แม่เหล็กแบบแผ่น หรือแบบกลม
    5. คัตเตอร์หรือกรรไกร
    6. ไม้บรรรทัด
     
    วิธีการทำ
    1. เลือกรูปที่ชอบ หรือรูปที่เห็นแล้วต้องแอบอมยิ้มทุกครั้ง เช่น รูปถ่ายสนุกๆ ตลกๆ สุดฮา ภาพครอบครัว หรือภาพถ่ายสวยงาม เป็นต้น
     
       
     
     
    2. ทำแผ่นรองด้านล่าง ที่มีน้ำหนักเบา ตัดง่ายไม่เจ็บมือ อาจใช้แผ่นโฟมยางหรือกระดาษชานอ้อยก็ได้ จากนั้นทากาวที่รูปถ่ายให้ทั่ว โดยเฉพาะตรงมุมของรูป และติดลงบนแผ่นรอง รอให้แห้งสนิทแล้วค่อยทำขั้นตอนต่อไป
     
       
     
     
    3. ใช้กาวรองพื้นที่สามารถเคลือบชิ้นงานได้ด้วย เพื่อเคลือบรูปถ่ายให้สวยและคงทน เวลาแห้งจะใสไม่มีสี ไม่ทิ้งคราบ และไม่ขุ่น ทิ้งให้แห้งประมาณ 24 ชั่วโมง อย่าใจร้อนแล้วเอากล่องพลาสติกครอบชิ้นงานไว้ด้วยเพื่อกันฝุ่นเกาะ
     
       
     
     
    4. เมื่อรูปแห้งแล้ว ก็ติดแม่เหล็กที่ด้านหลัง ถ้าใช้แผ่นแม่เหล็กแบบมีกาวก็สะดวกดีค่ะ ถ้าหาซื้อไม่ได้ ใช้ปืนกาวติดแม่เหล็กกลมเข้าที่ด้านหลัง 

      

     

    5. เสร็จเรียบร้อยก็เอาไปติดโชว์บนตู้เย็นกันได้เลย

     

     

    2. ทำ Magnet จากฝาขวดด้วยการเพ้นสี และติดรูปภาพ

    อุปกรณ์การประดิษฐ์ มีดังนี้

    1. ฝาขวดชนิดต่างๆ 

    2. สีสเปรย์ตามชอบใจ

    3. กระดาษขาวหรือสีตามชอบใจ

    4. สีโปสเตอร์และพู่กัน

    5. แม่เหล็กแบบกลม

    6. กระดาษแผ่นหนา

    7. กาว กรรไกร

    วิธีการทำ

    1. นำฝาขวดชนิดต่างๆ ตามต้องการมาพ่นสี แล้วพักไว้ รอให้แห้ง 

        

     

    2. เมื่อสีแห้งแล้ว ก็เพ้นท์ลวดลายลงบนฝาตามต้องการ หรือตัดกระดาษเป็นวงกลมให้มีขนาดเท่ากับฝา แล้ววาดลวดลายลงบนกระดาษ หรืออาจจะใส่รูปภาพลงไปก็ได้ โดยตัดรูปภาพให้มีขนาดเท่ากับฝาขวด แล้วนำไปติดลงบนฝา

        

     

    3. นำแม่เหล็กมาทากาว แล้วติดเข้ากับฝาขวด ถ้าต้องการติดแม่เหล็กด้านใน ควรหากระดาษเสริมใต้ฝา เพื่อเวลาที่ติดแม่เหล็กจะได้สูงพอดีกับขอบฝา

       
     
     
    4. แค่นี้ก็ได้แม่เหล็กเก๋ๆ ไว้ติดกระดาษโน้ตที่ตู้เย็นหรือกระดานบอร์ด ให้สมาชิกในครอบครัวได้อ่านกันแล้ว
     
       
     
     

    น่ารักถูกใจกันไหมคะ แถมยังสามารถนำไอเดียเหล่านี้ไปต่อยอดได้อีกหลากหลายเลยด้วยค่ะ ลองหาเวลาว่างๆ แล้วทำกันดูนะคะ อาจลองใช้น้ำยาทาเล็บ หรือกากเพชรเพ้นท์ลวดลายลงบนฝาขวดแก้วก็ได้ค่ะ น่าจะได้ความสวยงาม และแปลกใหม่ไปอีกแบบ

     

    ขอบคุณภาพประกอบจาก pinterest

  • เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านที่เราใช้กันทุกวันนี้ บอกเลยว่ามีหลายชนิด ที่กินไฟ แบบไม่น่าเชื่อ มาดูกันว่า จะมีอะไรบ้าง และเรามีวิธีคำนวณมาฝากกัน

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

  • วิธีเลือกเครื่องปรับอากาศให้เหมาะกับบ้าน อากาศที่ร้อนขึ้นทุกวัน การเลือกเครื่องปรับอากาศที่เหมาะกับพื้นที่ที่จะติดตั้งสำคัญมาก

    เพราะหากว่าเราเลือกแอร์ BTU น้อยเกินไป อาจไม่เหมาะสมกับการใช้งาน วันนี้เรามีข้อมูลดีๆมาฝากกัน

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

  • ปัญหาหลังคารั่วซึมที่เกิดขึ้นในฤดูฝน ทำให้น้ำหยดไหลเข้ามาในบ้าน คงเป็นเรื่องที่น่าหนักใจไม่น้อยสำหรับเจ้าของบ้านเลยทีเดียว  ปัญหาหลังคารั่ว เกิดได้หลายสาเหตุ และหลายจุด แต่ที่พบบ่อยๆ มีอยู่ 7 จุด ดังนี้

     

    1. น้ำฝนรั่วบริเวณรางน้ำตะเข้ เกิดจากรางตะเข้เป็นสนิม ผุกร่อน หรือรางน้ำทำจากแผ่นโลหะพับเป็นรูปตัววี ทำให้ความลึกของท้องรางมีน้อย และปีกสั้น

    วิธีแก้ไข คือ ควรใช้รางน้ำที่ลึกและกว้างมากขึ้น ทำมาจากสแตนเลสที่ได้มาตรฐาน ไม่เป็นสนิม สามารถช่วยรองรับ และระบายน้ำฝนได้ดี

     

     

     

     

    1. น้ำฝนรั่วจากแผ่นกระเบื้อง เนื่องจากแผ่นกระเบื้องแตก หรือร้าว ทำให้เกิดน้ำรั่วซึมไหลเข้าบ้าน

    วิธีแก้ไข คือ ควรเปลี่ยนกระเบื้องใหม่ กรณีที่มีช่องหรือรู ควรใช้วัสดุยาแนว เช่น โพลียูรีเทน ที่มีความยืดหยุ่นสูง

     

     

     

    1. น้ำรั่วบริเวณอุปกรณ์ยึดกระเบื้อง เช่น ตะปูเกลียว หรือ ขอป.ปลา เสื่อมสภาพ แหวนยางแห้งกรอบ และหมวกสังกะสีผุ เป็นสนิม

    วิธีแก้ไข คือ ถอดหมวกสังกะสี และแหวนยางอันเก่าออก แล้วใส่อุปกรณ์สำหรับยึดกระเบื้องหลังคาใหม่หมดทั้งชุด ควรเลือกใช้อุปกรณ์ยึดแบบที่มีความหนา และขนาดใหญ่ขึ้นกว่าของเก่า เพื่อจะได้สามารถปิดรูเดิมที่ใหญ่ขึ้นได้

     

     

     

     

    1. น้ำรั่วบริเวณปูนปั้น หรือปีกนก เกิดจากปูนทราย หรือคอนกรีตที่เทไว้แตกร้าว

    วิธีแก้ไข คือ สกัดปูนทรายตรงผิวเดิมบริเวณที่แตกร้าวออก แล้วทารองพื้นด้วยซีเมนต์กันซึม จากนั้นฉาบทับหน้าด้วยปูนทรายละเอียด เพื่อช่วยให้เกิดความสวยงาม

     

     

     

    1. น้ำฝนรั่วบริเวณชายคา เพราะชายกระเบื้องยื่นเลยเชิงชายออกมาน้อยเกินไป และหลังคามีความลาดเอียงหรือความชันน้อยเกินไป ทำให้ระบายน้ำได้ไม่ดี เกิดเป็นน้ำสะสม และทำให้น้ำไหลย้อนกระเบื้อง ไหลเข้าในบ้าน

    วิธีแก้ไข คือ เปลี่ยนกระเบื้องแถวล่างให้มีความยาวมากขึ้น

     

     

     

    1. โครงสร้างของหลังคาแป แอ่น และยุบตัว เกิดจากการเสื่อมสภาพของวัสดุที่ใช้ เช่น โครงหลังคาอาจผุพัง เป็นสนิม และแอ่นตัว ทำให้กระเบื้องมีช่องโหว่เกิดน้ำรั่วซึม

     

    วิธีแก้ไข คือ ถ้าเป็นโครงหลังคาเหล็ก ควรขัดสนิมที่โครงเหล็กออกก่อน ถ้าโครงทรุดตัว ควรนำไม้มาค้ำเพื่อไม่ให้โครงหลังคาทรุด หรือแอ่น แล้วนำเหล็ก 2 แผ่นมาประกบกับโครงเหล็กที่เป็นสนิม แล้วจึงขันน๊อตให้แน่น

     

    สำหรับโครงหลังคาไม้ ตัดไม้เก่าที่ผุออก นำไม้ 2 แผ่นมาประกบกับโครงไม้ที่ผุ แล้วขันน๊อตให้แน่น จากนั้นนำไปดามโครงหลังคาไม้ขึ้นให้ติดกระเบื้อง เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างระหว่างกระเบื้อง และป้องกันน้ำรั่วซึม

     

     

     

    1. หลังคารั่วตรงที่ครอบสันหลังคา เมื่อน้ำฝนกัดเซาะมาเป็นเวลานาน ทำให้บริเวณครอบสันหลังคาแตกร้าว หรือหลุดร่อน จึงทำให้น้ำรั่วไหลผ่านช่องที่แตกร้าวเข้าในบ้านได้

     

    วิธีแก้ไข คือ ใช้ปูน นอน-ชลิงค์ (ปูนที่ไม่หดตัว) อุดรอยรั่วแตกร้าว ระหว่างครอบสันหลังคากับแผ่นกระเบื้องหลังคา ไม่ให้มีช่องโหว่ ทาน้ำยาอะคริลิกกันซึมทับอีกชั้นหนึ่ง หรือในกรณีที่หลังคาเดิมติดตั้งเป็นระบบครอบแห้ง (วิธีการสังเกตระบบครอบแห้งคือ บริเวณตรงครอบหลังคาไม่มีปูนทราย) ต้องเปิดครอบสันหลังคาที่แตกร้าวออก แล้วเช็คสภาพแผ่นยางกันการรั่วซึมด้านใต้ด้วย หากแผ่นยางเสื่อมสภาพ ควรทำการเปลี่ยนแผ่นยางใหม่ให้เรียบร้อย

    เมื่อได้ทราบถึงจุดที่อาจจะทำให้เกิดหลังคารั่วซึมแล้ว ลองนำวิธีการข้างต้นไปตรวจสอบบ้านที่คุณรักดูนะคะ หวังว่าทุกท่านจะสามารถแก้ไขปัญหาหลังคารั่วซึมได้ เพื่อพร้อมรับมือกันหน้าฝนที่กำลังจะมาเยือน ได้อย่างสบายใจ และมีความสุขค่ะ

     

    ขอบคุณภาพจาก Pinterest