ศัพท์ช่างอาทิตย์ละคำ ตอน “ตุ๊กตา”
By vLIVING PRO26 เมษายน 2560 12:02:51

ตุ๊กตา เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง สำหรับใช้ในการก่อสร้างอาคารบ้านเรือน ความหมายและประโยชน์ของตุ๊กตา มีดังนี้

 

“ตุ๊กตา” ทางช่าง หมายถึง “ไม้ค้ำยัน” ใช้สำหรับรองรับน้ำหนักคานคอนกรีต โดยทั่วไปมีความยาวประมาณ 1-4 เมตร ขึ้นอยู่กับแต่ละส่วนของอาคารที่ก่อสร้าง ไม้ที่นิยมนำมาใช้ทำค้ำยันคือ ไม้เนื้อแข็ง ที่มีขนาด 1.5” x 3” และไม้ยูคาลิปตัส ที่มีขนาด 2” หรือ 3” 

 

 

 

 

 

ในปัจจุบันได้มีค้ำยันสำเร็จรูป ที่ทำมาจากเหล็ก และได้รับความนิยมมาก สามารถหมุนปรับระดับได้ตามต้องการ จึงทำให้ใช้ได้กับทุกส่วนของอาคาร และสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีก

 

 

นอกจากนี้ไม้ค้ำยัน และไม้แบบ (แบบหล่อคอนกรีตเสริมเหล็ก)  ต้องใช้งานร่วมกัน สำหรับงานโครงสร้าง ที่มีความสูงตั้งแต่ 2 ชั้นขึ้นไป โดยช่างจะวางไม้แบบท้องคาน แล้วผูกเหล็กคาน และประกอบแบบข้างให้ได้ระดับ โดยใช้ไม้ค้ำยันช่วยในการรับน้ำหนักคอนกรีต ส่วนระยะเวลาในการถอดไม้ค้ำยันสำหรับบ้าน หรืออาคาร คือประมาณ 7 – 14 วัน หรือเมื่อผ่านการทดสอบกำลังคอนกรีตตามที่วิศวกรออกแบบไว้ เพื่อความปลอดภัยของโครงสร้าง

 

 

 

จะเห็นได้ว่า ไม้ค้ำยันมีประโยชน์ และมีความสำคัญ สำหรับขั้นตอนในการก่อสร้างอาคารตั้งแต่ 2 ชั้นขึ้นไป ดังนั้นเราจึงไม่ควรมองข้าม หรือละเลยในการเลือกใช้ไม้ หรือวัสดุที่นำมาใช้ทำไม้ค้ำยัน

 

vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  • เครื่องมือช่างหากทิ้งไว้นานๆ หากไม่มีการรักษาให้ดี คงจะหนีไม่พ้นสนิมแน่นอน

    วันนี้เรามีสิ่งของใกล้ตัว ที่สามารถนำมากำจัดสนิมได้ แค่ไม่กี่วิธีมาฝากกัน

     

     

    1.เบกกิ้งโซดา

                  นำอุปกรณ์ไปล้างน้ำให้สะอาดก่อน และสะบัดให้พอหมาด โรยเบกกิ้งโซดาลงไปให้ทั่วบริเวณเครื่องมือ

    ทิ้งไว้ป็นเวลา 1 ชม. หรือมากกว่านั้น และใช้แปรงขัดออกล้างออกด้วยน้ำเปล่าเช็ดให้แห้ง

     

     

    2.น้ำส้มสายชู

                           นำเครื่องมือไปแช่ไว้ในน้ำส้มสายชู  ทิ้งไว้ข้ามคืนแล้ว นำมาขัดด้วยแปรง หากแช่ไม่ได้ก็นำ

    ผ้าไปชุบน้ำส้มสายชูและไปห่อไว้

     

     

     

     

    3.มันฝรั่งและน้ำยาล้างจาน

                    นำมันฝรั่งมาผ่าครึ่งไปชุบกับน้ำยาล้างจาน ใช้มันฝรั่งเป็นตัวขัดให้ทั่วบริเวณที่มีสนิม

     

    4.กรดซิตริก

                        นำกรดซิตริก ใส่ไปในน้ำร้อนแล้วเอาเครื่องมือ ที่เป็นสนิมแช่ไว้ทั้งคืนตอนเช้าจึงขัดด้วยแปรงออก

     

     

    5.มะนาวและเกลือ

                นำเกลือไปทาให้ทั่วเครื่องมือ โดยใช้มะนาวผ่าครึ่งในการขัดออก หรือ ทิ้งไว้ 1-2 ชั่วโมง หลังจาก

    ขัดเสร็จแล้วเช็ดให้แห้งนำไปผึ่งแดด

     

     

    6.ครีมออฟทาร์ทาร์(ที่ใช้ทำขนม)

                  ผสมครีมออฟทาร์ทาร์ เข้ากับน้ำส้มสายชู นำไปป้ายตรงคราบ ที่เกิดสนิมทิ้งไว้สัก 1-2 ชั่วโมง

    แล้วนำฟองน้ำมาถูออก 

     

     

    7.บอแรกซ์

                 นำผงบอแรกซ์ผสมกับน้ำมะนาว จนได้เนื้อที่เข้มข้น และนำไปป้ายลงบนที่เป็นสนิม

    ทิ้งไว้ให้แห้งแล้วจึงทำการขัดออก

     

     

    8.หัวหอม

                   นำกระดาษทรายมาขัด เพื่อกำจัดเนื้อสนิมออกก่อน 1 ชั้น จากนั้นใช้หัวหอมแดง ที่หั่นเตรียมไว้

    มาถูทับรอยสนิม แล้วล้างออกด้วยน้ำร้อนจนกระทั่งสนิมหลุด

     

  • ศัพท์ช่างวันนี้ "ลูกปูน" ลูกปูนมีความสำคัญมากเลยนะคะสำหรับงานก่อสร้าง ในการก่อคอนกรีต "ลูกปูน" ช่วยให้คอนกรีตไหลหุ้มเหล็กได้ทั่วถึง และวิธีการทำลูกปูนนั้นก็ง่ายมากๆ เลย แต่จะมีขั้นตอนอย่างไรนั้นต้องมาดูไปพร้อมๆ กันค่ะ

     

     

     

     

     

    เมื่อทราบถึงประโยชน์และวิธีการทำลูกปูนแล้วก็อย่ามองข้ามความสำคัญในการใช้ลูกปูนนะคะ และขอย้ำว่า ห้ามใช้ปูนซีเมนต์สำหรับก่อฉาบโดยเด็ดขาดค่ะ เพราะปูนสำหรับก่อฉาบอาจไม่สามารถรับน้ำหนักได้ ซึ่งอาจเกิดผลกระทบในเรื่องโครงสร้างตามมาในภายหลังได้ค่ะ

  • หากพูดถึงท่อประปา เชื่อว่าหลายๆ คนต้องนึกไม่ถึงอย่างแน่นอนว่าท่อเหล่านี้ ใช้ทำอะไรได้บ้าง? มีไอเดียสร้างสรรค์อีกมากมายที่สามารถนำมาทำ DIY  ให้เป็นสิ่งของสำหรับใช้ประโยชน์ได้จริง เเละใช้เป็นของตกเเต่งบ้านเพื่อความสวยงามได้อีกด้วย งั้นเราไปชมไอเดียเหล่านี้กันดีกว่าค่ะว่ามีอะไรบ้าง?

     

    1. กระถางต้นไม้

    ไอเดียกระถางต้นไม้สวยๆ ที่ทำขึ้นเองจากท่อประปา  โดยนำท่อพลาสติกมาต่อกันให้ได้รูปทรงที่ต้องการ เพือใช้สำหรับปลูกต้นไม้ และอาจเปลี่ยนสีให้กับท่อ PVC ซะใหม่ก็ได้นะคะ แค่นี้ก็เอาไปตกแต่งไว้ตามมุมโปรดของบ้านได้แล้ว

     

    2. ที่วางโน๊ตบุ๊ค หรือแท็บเล็ต 

    หากที่บ้านของคุณมีท่อประปาที่ไม่ได้ใช้งาน ลองเอามาทำเป็นที่วางโน๊ตบุ๊ค หรือแท็บเล็ตดูสิค่ะ ไม่ต้องสิ้นเปลืองเงินทอง แถมยังใช้งานได้ไม่แพ้กันอีกด้วย

     

    3. เชิงเทียนสุดหรู

    เพียงแค่นำท่อประปามาต่อเป็นเชิงเทียนเพื่อทำเป็นฐานสำหรับตั้งบนโต๊ะ และสำหรับวางเทียน ให้มีรูปทรงและขนาดตามต้องการ เท่านี้เราก็สามารถสร้างบรรยากาศโรแมนติกได้ง่ายๆ แต่ดูหรูหราแล้วค่ะ 

     

    4. ราวแขวนเสื้อผ้า

    การทำราวแขวนเสื้อผ้าไม่ใช่เรื่องยากอย่างทีคิด เพราะนอกจากจะสวยถูกใจแล้ว ยังประหยัดอีกด้วย โดยใช้ท่อประปาประกอบเข้าด้วยกันเป็นขา 2 ข้างและราวพาดสำหรับแขวนเสื้อผ้า แค่นี้ก้จะได้ที่แขวนเสื้อผ้าที่สวยงาม แข็งแรง และประหยัดเนื้อที่แล้วค่ะ

     

    5. ที่วางรองเท้า

    ถ้าหากคุณได้ลองทำชั้นวางรองเท้าเอง เชื่อเถอะว่าคุณจะต้องมีความสุขและสนุกแน่นอน วิธีการทำก็แสนจะง่าย เพียงแค่นำท่อประปามาต่อยึดเข้าด้วยกันตามที่ออกแบบไว้ หากเบื่อสีแบบเดิมๆ ก็สามารถใช้สีสเปรย์พ่นเปลี่ยนสี หรือจะวาดลวดลายลงบนท่อประปาก็ได้ค่ะ ตกแต่งตามที่ชอบได้เลย 

     

    6. โต๊ะวางของ

    การเปลี่ยนโต๊ะสำหรับใช้วางของธรรมดาๆ ให้มีดีไซน์เจ๋ง ๆ ก็ช่วยสร้างบรรยากาศภายในบ้านให้ดีขึ้นได้นะคะ

     

    เป็นยังไงบ้างคะสำหรับไอเดียการเอาท่อประปา มา DIY ประยุกต์เป็นของใช้ต่างๆได้มากมายเลยนะคะ นอกจากจะสวยงาม เก๋ไก๋ มีประโยชน์แล้ว ยังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าของเราได้อีกด้วย ถ้าใครชอบก็ลองทำกันดูนะคะ

     

    ขอบคุณภาพประกอบจาก pinterest

  •                 การจัดพื้นที่บ้านให้เหมาะสมกับทิศทางของแดดและลม เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมาก ที่เราไม่สามารถมองข้างได้ จึงควรทำความเข้าใจในเรื่องทิศทางแดดและลม ตามแต่ละฤดูกาลของบ้านเราอย่างถูกต้อง เพื่อช่วยทำให้ให้บ้านไม่ร้อน มืดทึบ หรือมีกลิ่นเหม็นอับ ในตอนกลางวัน

     

      

                    แสงแดดในยามเช้า จะวิ่งจากทิศตะวันออก แล้วอ้อมโค้งไปทางทิศใต้ ก่อนจะตกลงในทิศตะวันตก ทำให้ทิศใต้ไปจนถึงทิศตะวันตก จะได้รับแสงแดดมากที่สุด คือ ตั้งแต่หลังเที่ยงวันไปจนถึงเวลา 5 โมงเย็น ดังนั้นจึงควรใช้ทิศทางนี้ในการทำกิจกรรมต่างๆที่ต้องการแสงแดด เช่น ใช้ตากผ้า หรือปลูกต้นไม้ที่ต้องการแสงแดด เป็นต้น

     

     

    ทางทิศตะวันออกจะได้รับแสงอ่อนๆในตอนเช้า และแดดจะแรงจัดในช่วงเวลา 10 โมงเช้าถึงเที่ยงวัน

     

     

    ทางทิศเหนือจะได้รับแสงแดดน้อยที่สุด เหมาะกับห้องที่ต้องการแสงน้อย เช่น ห้องนอน และห้องรับแขก เป็นต้น

     

     

    ตำแหน่งของบ้านที่ลมสามารถวิ่งผ่านได้ดี คือ ต้องอยู่ในแนวผ่านของลมประจำฤดู ดังนี้

     

     

    หน้าหนาว ลมจะพัดจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ไปยังทิศตะวันตกเฉียงใต้

     

     

     

    หน้าร้อน และหน้าฝน ลมจะพัดจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ ไปยังทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

     

     

    ขนาดของช่องลมเข้า – ออกที่ดีที่เหมาะสำหรับบ้าน คือ

     

    ช่องลมเข้า ควรมีขนาดเล็กกว่า หรือเท่ากับช่องลมออก

     

     

     

    ถ้าช่องลมเข้ามีขนาดใหญ่กว่า แล้วช่องลมออกมีขนาดเล็กกว่า หรือไม่มีช่องลมออกเลย

    จะทำให้อากาศถ่ายเทได้ไม่สะดวก และควรหันด้านที่ยาวที่สุดของตัวบ้านเข้าหาทิศทางของลม เพื่อให้ลมธรรมชาติสามารถพัดเข้าในตัวบ้านได้ เป็นการช่วยระบายความร้อนออกจากตัวบ้านให้ได้มากที่สุด ทำให้ช่วยลดค่าใช้จ่ายาจากการเปิดใช้เครื่องปรับอากาศได้อีกด้วย

     

           เมื่อทราบถึงทิศทางของแสงแดด และสายลมแล้ว  ก็จะช่วยให้เราสามารถปรับเปลี่ยน แก้ไขบ้านได้อย่างถูกต้อง เพื่อให้บ้านมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก มีทั้งลมเข้า ลมออก และบ้านของเราจะเป็นบ้านที่เย็นสบายตลอดทั้งปี                                                   

  • สำหรับคนที่กำลังสงสัย คิดไม่ตกว่า บ้านควรจะหันไปทางทิศไหนถึงจะดี เพื่อให้เหมาะกับผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านนั้นๆ  วันนี้เรามี ฮวงจุ้ยเกี่ยวกับทิศทางที่ดีของบ้าน มาฝากค่ะ

     

    1. บ้านที่หันหน้าไปทางทิศเหนือ

     

     

    ประตูบ้านควรอยู่ตรงกลาง ห้องนอน และห้องครัวควรอยู่บริเวณด้านหลังของบ้าน ตำแหน่งประธาน จะอยู่ตรงกลางของบ้าน และตรงกลางของหลังบ้าน ดังนั้น ห้องน้ำจึงไม่ควรอยู่บริเวณตรงกลางบ้าน หรือตรงกลางของหลังบ้าน เพราะอาจทำให้เจ้าของบ้านมีปัญหาเรื่องงานได้ หรือหากต้องการจัดสวน ก็ไม่ควรตกแต่งด้วยน้ำพุหรือบ่อปลา

     

     

    1. บ้านที่หันหน้าไปทางทิศใต้

     

     

     

    ตามหลักฮวงจุ้ยถือว่าเป็นทิศที่ดี เพราะกระแสลมพัดเอาพลังงานที่ดี ที่เป็นมงคลเข้าบ้าน ยกเว้นคนที่เกิดปีมะเมีย เพราะทิศทางชนกันทำให้อยู่แล้วไม่ราบรื่น ประตูบ้านควรอยู่ตรงกลาง หรือทางซ้ายของตัวบ้าน หน้าบ้านไม่ควรมีน้ำพุ หรือบ่อปลา ถ้าต้องการให้มีบ่อปลา ควรอยู่ทางซ้ายของตัวบ้าน ส่วนห้องนอน ควรอยู่หน้าบ้านจะดีที่สุด

     

     

    1. บ้านที่หันหน้าไปทางทิศตะวันออก

     

     

     

    ประตูบ้าน ควรตั้งอยู่ทางซ้าย จะช่วยทำให้บ้านร่มเย็น ห้องนอนควรอยู่ด้านหลังของบ้าน จะอยู่ทางด้านซ้ายหรือขวาก็ได้ ส่วนห้องครัว ต้องอยู่หลังบ้านทางด้านขวามือ

     

     

    1. บ้านที่หันหน้าไปทางทิศตะวันตก

     

     

    บริเวณหน้าบ้านต้องมีน้ำถึงจะดี และควรปลูกต้นไม้เพื่อให้ความร่มรื่น

     

     

    หลังจากที่ได้ทราบถึงทิศทางที่ดีของบ้าน ทั้ง 4 ทิศไปแล้ว หวังว่าจะเป็นประโยชน์ เพื่อให้ทุกคนได้สามารถนำไปปรับใช้กับบ้านอันเป็นรักของตัวเอง และเหมาะกับทุกคนในครอบครัวได้เป็นอย่างดีค่ะ

     

    ขอบคุณภาพประกอบจาก Pinterest