ศํพท์ช่างวันนี้ ฝ้าฉาบเรียบ
By vLIVING PRO20 เมษายน 2561 13:39:43

ฝ้ามีมากมายเหลือเกิน หลายแบบหลายชนิด ผมมีฝ้ามาแนะนำเพื่อนๆกันครับว่าควรจะเลือกแบบไหนดีให้เหมาะกับบ้านท่าน

 

 

 

vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  • ใครที่เป็นคอไวน์ อย่าทิ้งจุกก๊อกนะคะ เรามีไอเดียของแต่งบ้านสวยๆ จากจุกก๊อกมาฝาก สามารถทำเองได้ไม่ยาก และด้วยความมหัศจรรย์ของเจ้าจุกก๊อกนี้ สามารถแปลงร่างเป็นของใช้และของแต่งบ้านได้มากมายจนคุณนึกไม่ถึงเลยแหละ มาดูของตกแต่งจากจุกก๊อกไวน์ ว่ามีอะไรบ้าง ชมไปพร้อมๆกันเลยค่ะ

     

    1. บอร์ดจุกก๊อกไวน์ สำหรับติดโน๊ตต่างๆ

    เอาจุกก๊อกติดกาว แล้วติดเรียงไปเรื่อยๆ บนกระดาน กรอบรูป หรืออะไรก็ได้ที่ไม่ใช้แล้วตามต้องการ ติดไปเรื่อยจนเต็มพื้นที่ แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย แล้วหาหมุดสำหรับปักกระดาษ นำมาปักติดไว้ซะหน่อย มันง่ายมากๆเลยใช่มั้ยคะ ลองทำดูนะคะ

     

    2. ที่รองแก้ว กาน้ำ หรือหม้อร้อนๆ

    เป็นของใช้ที่ทำได้ง่ายมากๆ แค่เพียงนำจุกก๊อกมาติดรวม ๆ กันให้ได้ขนาดที่พอเหมาะกับสิ่งของที่ต้องการวาง แค่นี้ก้เก๋ไก๋ ใช้วางของได้แล้วค่ะ

     

     

    3. ทำกระถางต้นไม้ด้วยจุกก๊อกไวน์

    เพียงแค่เจาะรูตรงกลางจุกก๊อกด้วยมีดปลายแหลมหรือไขควง ให้เป็นหลุมลึกประมาณครึ่งหนึ่งของความยาวจุกก๊อก จากนั้นเติมดินลงไป แล้วนำต้นไม้ลงปลูก แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

     

     

    4. พรมเช็ดเท้า

    นำเสื่อพลาสติก หรือผ้าที่ไม่ใช้แล้ว มาตัดให้เป็นแผ่นสี่เหลี่ยมในขนาดที่พอเหมาะตามต้องการ จากนั้นทากาวลงไปบนจุกก๊อก แล้วติดเรียงลงบนเสื่อหรือผ้าที่เตรียมไว้ แค่นี้เราก็จะมีพรมสวยๆ ไว้ใช้งานแล้ว




    5. ทำป้ายชื่อต้นไม้ด้วยจุกก๊อกไวน์

    เอาสว่านมาเจาะตรงกึ่งกลางของหัวจุกก๊อก  แล้วเขียนชื่อ
    ต้นไม้แต่ละต้นลงบนจุกก๊อก จากนั้นนำไม้เสียบลูกชิ้น หรือตะเกียบใส่เข้าไปในรูที่เจาะเอาไว้ เสร็จแล้วนำไปเสียบตามกระถางต้นไม้ได้เลยค่ะ

     

    6. ทำที่แขวนสร้อย ต่างหูด้วยจุกก๊อกไวน์ 

    ที่แขวนเครื่องประดับน่าจะถูกใจสาวๆ หลายคน เพราะทั้งสวย เป็นระเบียบ เก๋ไก๋ไม่ซ้ำใคร และสามารถทำเองได้ไม่ยาก

     

    มันง่ายมากกับการนำของเหลือใช้มาทำให้เกิดประโยชน์  อย่างจุกก๊อกไม้จากขวดไวน์ ที่เราเอามาให้ดูเป็นตัวอย่างนี้ สามารถนำมา สร้างสรรค์เป็นของแต่งบ้านสุดเก่ได้อีกมากมาย และน่าจะช่วยให้บ้านของคุณสวยงามน่าสนใจขึ้นอีกไม่น้อยเลยค่ะ 

     

     ขอบคุณภาพประกอบจาก Pinterest

  • การ์ตูนซีรีย์ ตอนที่ 2  "อิฐ"  อิฐมีหลายประเภท หลายชนิด และแต่ละประเภทก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน มาดูกันดีกว่าว่า อิฐประเภทไหน เหมาะกับงานอะไรบ้าง?

  • การเลี้ยงสุนัข เป็นปัญหายอดฮิต ที่ทำให้เกิดปัญหา การทะเลาะวิวาทกับเพื่อนบ้านได้ จึงควรดูแลใส่ใจน้องหมาของเรา ไม่ทำให้เพื่อนบ้านเกิดความรำคาญใจ จึงควรคำนึงถึงเรื่องต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น ดังนี้

     

    1. เลือกเลี้ยงสุนัขให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่เราอยู่อาศัย

     

     ไม่ควรเลือกนำมาเลี้ยงเพียงเพราะความชอบส่วนตัว หรือถูกใจเพียงแค่หน้าตาน่ารักอย่างเดียวเท่านั้น   ควรศึกษาข้อมูลของสุนัขแต่ละสายพันธุ์ให้ดีก่อนนำมาเลี้ยง เช่น บุคลิก ลักษณะนิสัย หรือพฤติกรรม ของสุนัขแต่ละสายพันธุ์ เป็นต้น

     

     

    1. จัดพื้นที่ให้เป็นสัดส่วน

     

     

     

     แบ่งเขตให้สุนัขรู้จักพื้นที่ของตัวเอง  เพื่อเป็นการสร้างวินัยให้กับสุนัข มีพื้นที่กว้างพอดีกับขนาดตัวของสุนัขแต่ละสายพันธุ์  อากาศถ่ายเทได้สะดวก และร่มรื่น

     

     

    1. เก็บอึ ฉี่ ของสุนัขไม่ให้รบกวนเพื่อนบ้าน

    เจ้าของสุนัขควรมีความรับผิดชอบ ในการขับถ่ายของสุนัข ควรฝึกให้สุนัขขับถ่ายในที่ที่เตรียมไว้ หมั่นทำความสะอาดกรง และแผ่นรองอย่างสม่ำเสมอ หรือพาสุนัขออกไปขับถ่ายเวลาเดิมทุกๆวัน เพื่อให้สุนัขมีระบบการขับถ่ายที่แน่นอน ตรงเวลา และควรนำถุง หรือกระดาษไปด้วย  เพื่อเก็บกองอึของสุนัขให้เรียบร้อย ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของเจ้าของสุนัขที่มีต่อสังคม เพื่อเป็นการรักษาชุมชนให้น่าอยู่ ไม่ทำให้ผู้อื่นเกิดความเดือดร้อน

     

    1. ใส่สายจูงให้สุนัขทุกครั้ง เมื่อออกจากบ้าน

     

     

    ทำให้สามารถควบคุมสุนัขได้ง่าย ช่วยให้สุนัขปลอดภัยจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น ช่วยป้องกันไม่ให้สุนัขวิ่งเข้าบ้านคนอื่น ช่วยให้คนรอบข้างปลอดภัยจากสุนัขของเรา หากสุนัขของเรามีความดุร้าย และยังช่วยป้องกันปัญหาสุนัขกัดกันได้อีกด้วย

     

     

    1. ฝึกสุนัข ไม่ให้ปากเปราะ

     

    ควรเริ่มฝึกตั้งแต่เล็กๆ และค่อยๆฝึกอย่างใจเย็น โดยการที่ เมื่อเห็นว่าสุนัขเห่าสิ่งต่างๆรอบตัว ผู้เลี้ยงควรนิ่งเฉยไว้ก่อน แล้วจึงค่อยเบี่ยงความสนใจ โดยการเคาะโต๊ะ หรือเก้าอี้ เพื่อทำให้สุนัขตกใจ เมื่อสุนัขหยุดเห่าผู้เลี้ยงควรพูดชมว่า “ดีมาก” แล้วลูบที่ต้นคอของสุนัข หรือถ้าสุนัขเห่าเพื่อขอของกิน ผู้เลี้ยงห้ามให้เด็ดขาด  รอให้สุนัขหยุดเห่าแล้วจึงค่อยให้ของกิน เพื่อฝึกให้สุนัขรู้ว่า ต้องไม่เห่าจึงจะได้ของกิน

     

    1. รับฟังความคิดเห็นของเพื่อนบ้าน

     

     

    พูดคุยกับเพื่อนบ้าน สอบถามถึงปัญหา และผลกระทบที่ได้รับจากสุนัขของเรา เพื่อหาทางแก้ไข และป้องกันปัญหาต่างๆที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต

     

    1. สุนัขชอบทำลายข้าวของ

     

     

    ปัญหานี้ อาจเกิดขึ้นเพราะ สุนัขเกิดความเครียด เหงา กลัวว่าจะโดนทิ้ง จึงแสดงพฤติกรรมที่ไม่ดีออกมา เพื่อเรียกร้องความสนใจ ผู้เลี้ยงควรฝึกสุนัขตั้งแต่เล็กๆ ให้คุ้นกับการอยู่ตัวเดียว แต่ถ้าสุนัขชอบทำลายข้าวของเป็นประจำ ทั้งๆที่ไม่ได้อยู่ตัวเดียว ผู้เลี้ยงต้องทำโทษด้วยการ นำกระดาษหนังสือพิมพ์มาม้วน แล้วตีสุนัขเบาๆ ให้เกิดเสียง เพื่อให้สุนัขรู้ว่า ถ้าทำแบบนี้อีกจะถูกทำโทษ

     

    1. มีเวลาใส่ใจดูแลสุนัข

     

     

    ควรสัมผัสตัว ลูบหัว พูดคุยกับสุนัข และควรพูดชมว่า “ดีมาก”  “เก่งมาก” เมื่อสุนัขทำตัวดี น่ารัก รวมถึง ควรมีเวลาว่างเพื่อทำกิจกรรมร่วมกับสุนัขด้วย เช่น พาไปออกกำลังกาย เดินเล่นนอกบ้าน เป็นต้น ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการพาสุนัขไปเดินเล่น คือ

     

    ตอนเช้า ใช้เวลาเดินเล่น ประมาณ 20 – 30 นาที เพื่อช่วยให้สุนัขปลดปล่อยพลังงาน คลายความเครียด ลดนิสัยก้าวร้าว และช่วยให้สุขภาพแข็งแรง

     

    ตอนเย็น เวลาที่เหมาะสมคือ ตั้งแต่เวลา 17.30 น. เป็นต้นไป ใช้เวลาเดินเล่นประมาณ 40 นาที ถึง 1 ชั่วโมง เพื่อช่วยให้สุนัขคลายความเครียด หลังจากที่ต้องอยู่บ้านมาทั้งวัน

     

    วันเสาร์ – อาทิตย์ เป็นวันที่เหมาะกับการฝึกวินัยให้กับสุนัขเพื่อให้ทำตามคำสั่ง และทำกิจกรรมต่างๆร่วมกัน เช่น การพาสุนัขไปตรวจสุขภาพ ไปเที่ยว หรือว่ายน้ำ เป็นต้น เพื่อสร้างความใกล้ชิดสนิทสนม ระหว่างเจ้าของกับสุนัข

     

     

    กฎหมายการเลี้ยงหรือปล่อยสุนัข พ.ศ. 2548 ข้อ 26 และพระราชบัญญัติการสาธารณะสุข พ.ศ. 2535 มาตรา 73 วรรค 2 มีดังนี้

    1. ผู้เลี้ยงต้องดูแลสุนัขไม่ให้ก่อเรื่องเดือดร้อน เช่น เห่าเสียงดังนานๆ เป็นต้น
    2. ต้องดูแลพื้นที่ที่เลี้ยงสุนัขให้สะอาดอยู่เสมอ
    3. กำจัดสิ่งปฏิกูลของสุนัขอย่างสม่ำเสมอ
    4. เมื่อสัตว์เลี้ยงตาย ผู้เลี้ยงต้องจัดการให้ถูกสุขลักษณะ เพื่อป้องกันเชื้อโรคและกลิ่นเหม็น ซึ่งอาจสร้างความเดือดร้อนให้กับเพื่อนบ้านได้
    5. หากสุนัขมีความดุร้าย จะต้องผูกสายลากจูง ที่มีความยาวไม่เกิน 50 เซนติเมตร และต้องใส่ที่ครอบปากตลอดเวลาที่ออกนอกบ้าน หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท หากผู้ใดพบเห็นผู้ที่ทำผิดกฎหมาย และมีหลักฐาน เช่น รูปถ่าย ว่าสุนัขกำลังทำร้ายคน จะมีโทษปรับเป็น 2 เท่า คือ ปรับไม่เกิน 5,000 บาท รวมถึงชดใช้ค่าเสียหาย ค่ารักษาพยาบาล และค่าทำขวัญ

     

    ก่อนตัดสินใจซื้อสุนัขมาเลี้ยง ควรศึกษาให้ดี รวมทั้งศึกษาตัวเราเองด้วยนะคะว่าพร้อมที่จะดูแลน้องหมาหรือไม่ เพื่อไม่ให้เดือดร้อนผู้อื่น และกลายเป็นปัญหาของสังคมในอนาคตด้วยค่ะ

     

    ขอบคุณรูปภาพจาก Pinterest

  • วันนี้เรามาทำการประดิษฐ์ตกแต่งบ้านง่ายๆ ด้วยการหยิบรูปถ่ายสุดโปรด หรือนำฝาขวดน้ำอัดลมที่ไม่มีประโยชน์ มาทำ DIY เป็นแม่เหล็กติดตู้เย็นสุดเก๋ไว้สำหรับตกแต่ง หรือไว้แปะโน้ตน่ารักๆ กันเถอะค่ะ แค่ใส่ไอเดียเก๋ๆ บวกกับฝีมือลงไป เพื่อโชว์ผลงานและความทรงจำของเรา มาลงมือทำ DIY กันได้เลยค่ะ
     
    1. ทำ Magnet จากรูปถ่ายใบโปรด
    อุปกรณ์การประดิษฐ์ มีดังนี้
    1. รูปถ่ายสวยๆ
    2. แผ่นโฟมยาง หรือกระดาษชานอ้อย
    3. กาวแบบด้าน หรือใสก็ได้
    4. แม่เหล็กแบบแผ่น หรือแบบกลม
    5. คัตเตอร์หรือกรรไกร
    6. ไม้บรรรทัด
     
    วิธีการทำ
    1. เลือกรูปที่ชอบ หรือรูปที่เห็นแล้วต้องแอบอมยิ้มทุกครั้ง เช่น รูปถ่ายสนุกๆ ตลกๆ สุดฮา ภาพครอบครัว หรือภาพถ่ายสวยงาม เป็นต้น
     
       
     
     
    2. ทำแผ่นรองด้านล่าง ที่มีน้ำหนักเบา ตัดง่ายไม่เจ็บมือ อาจใช้แผ่นโฟมยางหรือกระดาษชานอ้อยก็ได้ จากนั้นทากาวที่รูปถ่ายให้ทั่ว โดยเฉพาะตรงมุมของรูป และติดลงบนแผ่นรอง รอให้แห้งสนิทแล้วค่อยทำขั้นตอนต่อไป
     
       
     
     
    3. ใช้กาวรองพื้นที่สามารถเคลือบชิ้นงานได้ด้วย เพื่อเคลือบรูปถ่ายให้สวยและคงทน เวลาแห้งจะใสไม่มีสี ไม่ทิ้งคราบ และไม่ขุ่น ทิ้งให้แห้งประมาณ 24 ชั่วโมง อย่าใจร้อนแล้วเอากล่องพลาสติกครอบชิ้นงานไว้ด้วยเพื่อกันฝุ่นเกาะ
     
       
     
     
    4. เมื่อรูปแห้งแล้ว ก็ติดแม่เหล็กที่ด้านหลัง ถ้าใช้แผ่นแม่เหล็กแบบมีกาวก็สะดวกดีค่ะ ถ้าหาซื้อไม่ได้ ใช้ปืนกาวติดแม่เหล็กกลมเข้าที่ด้านหลัง 

      

     

    5. เสร็จเรียบร้อยก็เอาไปติดโชว์บนตู้เย็นกันได้เลย

     

     

    2. ทำ Magnet จากฝาขวดด้วยการเพ้นสี และติดรูปภาพ

    อุปกรณ์การประดิษฐ์ มีดังนี้

    1. ฝาขวดชนิดต่างๆ 

    2. สีสเปรย์ตามชอบใจ

    3. กระดาษขาวหรือสีตามชอบใจ

    4. สีโปสเตอร์และพู่กัน

    5. แม่เหล็กแบบกลม

    6. กระดาษแผ่นหนา

    7. กาว กรรไกร

    วิธีการทำ

    1. นำฝาขวดชนิดต่างๆ ตามต้องการมาพ่นสี แล้วพักไว้ รอให้แห้ง 

        

     

    2. เมื่อสีแห้งแล้ว ก็เพ้นท์ลวดลายลงบนฝาตามต้องการ หรือตัดกระดาษเป็นวงกลมให้มีขนาดเท่ากับฝา แล้ววาดลวดลายลงบนกระดาษ หรืออาจจะใส่รูปภาพลงไปก็ได้ โดยตัดรูปภาพให้มีขนาดเท่ากับฝาขวด แล้วนำไปติดลงบนฝา

        

     

    3. นำแม่เหล็กมาทากาว แล้วติดเข้ากับฝาขวด ถ้าต้องการติดแม่เหล็กด้านใน ควรหากระดาษเสริมใต้ฝา เพื่อเวลาที่ติดแม่เหล็กจะได้สูงพอดีกับขอบฝา

       
     
     
    4. แค่นี้ก็ได้แม่เหล็กเก๋ๆ ไว้ติดกระดาษโน้ตที่ตู้เย็นหรือกระดานบอร์ด ให้สมาชิกในครอบครัวได้อ่านกันแล้ว
     
       
     
     

    น่ารักถูกใจกันไหมคะ แถมยังสามารถนำไอเดียเหล่านี้ไปต่อยอดได้อีกหลากหลายเลยด้วยค่ะ ลองหาเวลาว่างๆ แล้วทำกันดูนะคะ อาจลองใช้น้ำยาทาเล็บ หรือกากเพชรเพ้นท์ลวดลายลงบนฝาขวดแก้วก็ได้ค่ะ น่าจะได้ความสวยงาม และแปลกใหม่ไปอีกแบบ

     

    ขอบคุณภาพประกอบจาก pinterest

  • การปูกระเบื้อง เป็นองค์ประกอบหนึ่งของบ้าน ทั้งภายนอกและภายในบ้าน รวมถึงกระเบื้องจะมีอายุการใช้งานยาวนานหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการใส่ใจในงานปูกระเบื้องด้วย จึงควรปูกระเบื้องให้ถูกวิธี เพื่อจะได้ไม่เกิดผลกระทบเสียหายได้ ในระยะยาว

     

    การปูกระเบื้องที่ถูกวิธี มีขั้นตอนดังนี้

    ควรใช้ปูนกาวในการปูกระเบื้อง เพราะปูนกาวมีสารที่ช่วยป้องกันการดูดน้ำ ไม่ให้กระเบื้องดูดน้ำออกจากปูนทราย ช่วยให้กระเบื้องไม่แข็งเร็วเท่าที่ควรจะเป็นก่อนที่จะเซ็ทตัว

     

    ควรผสมปูนกาวกับน้ำในปริมาณที่พอดีและเข้ากันทุกส่วน ไม่ข้นหรือเหลวจนเกินไป ทิ้งไว้ 3-4 นาทีก่อนใช้งาน กาวซีเมนต์ที่ผสมแล้วสามารถใช้งานได้ไม่เกิน 3-4 ชั่วโมง (ดูฉลากข้างถุงปูน) แล้วใช้เกรียงหวีปาดปูนกาวให้ทั่วบริเวณที่ต้องการปู 

     

    ถ้าเป็นกระเบื้องแผ่นใหญ่ ขนาดใหญ่กว่า 10x10 นิ้ว ควรปาดปูนกาวให้เต็มด้านหลังของแผ่นด้วย แล้ววางกระเบื้องลงตรงจุดที่ต้องการปู จากนั้นใช้ค้อนเคาะ เพื่อช่วยปรับให้ได้ระดับเดียวกัน และควรใช้ spacer หรือวัสดุที่ใช้สำหรับเว้นช่องไฟ เพื่อให้ได้ช่องที่เท่ากัน และเพื่อความสวยงาม

     

    เมื่อปูกระเบื้องเสร็จแล้วควรทิ้งไว้อย่างน้อย 1 วัน เพื่อให้ปูนกาวเซ็ตตัว แล้วจึงค่อยทำการยาแนวให้เต็มร่อย เสร็จแล้วทิ้งไว้อีก 7 วัน จึงจะสามารถใช้งานในบริเวณนั้นๆได้ เพื่อให้ซีเมนต์ที่ใช้ยาแนวแข็งได้ตัวเต็มที่ และทำให้ปูนกาวยึดเกาะกระเบื้องได้เต็มแผ่น ไม่เกิดปัญหากระเบื้องแตก หรือน้ำซึมผ่านเข้าไปในกระเบื้อง รวมทั้งช่วยลดปัญหาการเกิดคราบขาวบริเวณผิวกระเบื้องด้วย

     

    หากทราบวิธีการปูกระเบื้องที่ถูกต้องแล้ว จะช่วยให้ลดปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามมาได้ และถ้าเห็นว่าช่างปูกระเบื้องไม่ถูก เราสามารถบอกให้ช่างแก้ไขปูใหม่ได้