ปูกระเบื้องถูกวิธี และได้ผลดีที่สุด
By vLIVING PRO17 พฤษภาคม 2560 14:40:53

การปูกระเบื้อง เป็นองค์ประกอบหนึ่งของบ้าน ทั้งภายนอกและภายในบ้าน รวมถึงกระเบื้องจะมีอายุการใช้งานยาวนานหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการใส่ใจในงานปูกระเบื้องด้วย จึงควรปูกระเบื้องให้ถูกวิธี เพื่อจะได้ไม่เกิดผลกระทบเสียหายได้ ในระยะยาว

 

การปูกระเบื้องที่ถูกวิธี มีขั้นตอนดังนี้

ควรใช้ปูนกาวในการปูกระเบื้อง เพราะปูนกาวมีสารที่ช่วยป้องกันการดูดน้ำ ไม่ให้กระเบื้องดูดน้ำออกจากปูนทราย ช่วยให้กระเบื้องไม่แข็งเร็วเท่าที่ควรจะเป็นก่อนที่จะเซ็ทตัว

 

ควรผสมปูนกาวกับน้ำในปริมาณที่พอดีและเข้ากันทุกส่วน ไม่ข้นหรือเหลวจนเกินไป ทิ้งไว้ 3-4 นาทีก่อนใช้งาน กาวซีเมนต์ที่ผสมแล้วสามารถใช้งานได้ไม่เกิน 3-4 ชั่วโมง (ดูฉลากข้างถุงปูน) แล้วใช้เกรียงหวีปาดปูนกาวให้ทั่วบริเวณที่ต้องการปู 

 

ถ้าเป็นกระเบื้องแผ่นใหญ่ ขนาดใหญ่กว่า 10x10 นิ้ว ควรปาดปูนกาวให้เต็มด้านหลังของแผ่นด้วย แล้ววางกระเบื้องลงตรงจุดที่ต้องการปู จากนั้นใช้ค้อนเคาะ เพื่อช่วยปรับให้ได้ระดับเดียวกัน และควรใช้ spacer หรือวัสดุที่ใช้สำหรับเว้นช่องไฟ เพื่อให้ได้ช่องที่เท่ากัน และเพื่อความสวยงาม

 

เมื่อปูกระเบื้องเสร็จแล้วควรทิ้งไว้อย่างน้อย 1 วัน เพื่อให้ปูนกาวเซ็ตตัว แล้วจึงค่อยทำการยาแนวให้เต็มร่อย เสร็จแล้วทิ้งไว้อีก 7 วัน จึงจะสามารถใช้งานในบริเวณนั้นๆได้ เพื่อให้ซีเมนต์ที่ใช้ยาแนวแข็งได้ตัวเต็มที่ และทำให้ปูนกาวยึดเกาะกระเบื้องได้เต็มแผ่น ไม่เกิดปัญหากระเบื้องแตก หรือน้ำซึมผ่านเข้าไปในกระเบื้อง รวมทั้งช่วยลดปัญหาการเกิดคราบขาวบริเวณผิวกระเบื้องด้วย

 

หากทราบวิธีการปูกระเบื้องที่ถูกต้องแล้ว จะช่วยให้ลดปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามมาได้ และถ้าเห็นว่าช่างปูกระเบื้องไม่ถูก เราสามารถบอกให้ช่างแก้ไขปูใหม่ได้

vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  • วงกบ หลายคนคงได้ยินชื่อบ่อยๆเวลาเราจะสร้างบ้าน

    หรือรีโนเวทบ้าน วงกบมีหน้าที่ทำอะไรในส่วนไหนของบ้าน มาดูกันเล้ยยย

     

  • "พุก” ส่วน เล็กๆ ของงานก่อสร้าง และการติดตั้งต่างๆ ไม่ว่างานโครงสร้างจะเล็กหรือใหญ่ ต้องมีเจ้า “พุก” ตัวนี้เป็นส่วนประกอบหนึ่งเสมอ งั้นเรามาดูกันว่าพุกมีกี่ประเภท อะไรบ้าง และแต่ละประเภทเหมาะกับงานแบบไหน

     

     

     

     

     

     

     

     

       

     

     

      

     

    พุกมีมากมายหลายชนิดให้เลือกตามการใช้งาน และควรเลือกพุกให้เหมาะกับงานที่จะทำด้วยนะคะ เพื่อลดความเสียหายจากงานที่เกิดขึ้น และควรเลือกพุกให้มีขนาดพอเหมาะเพื่อป้องกันไม่ให้พุกและพื้นผิวเสียหายได้ค่ะ

  • อุปกรณ์สำหรับช่างก่อสร้างที่จำเป็นต้องมีอีกชนิดหนึ่ง คือ เต๊า ซึ่งประโยชน์ และการใช้งานจะเป็นอย่างไรบ้าง เรามาทำความรู้จักไปพร้อมๆกันค่ะ

     

    เต๊า หรือ ปักเต๊า เป็นกล่องอลูมิเนียม หรือพลาสติก รูปทรงสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ตีเต๊า คือ การตีแนวเส้นตรง หรือเส้นแนวระดับ บนส่วนต่างๆของอาคาร เช่น ผนัง พื้น และโครงหลังคา  เพื่อใช้กำหนดระยะหรือตำแหน่งในการติดตั้ง เช่น ก่อผนัง มุงกระเบื้องหลังคา เป็นต้น

     

     

     

    วิธีการตีเต๊า มีดังนี้

     

     

    • เทผงสีฝุ่น หรือผงถ่ายลงในกล่อง (ห้ามใส่น้ำ)
    • เขย่าเต๊า เพื่อให้ผงสีติดกับม้วนเชือกที่อยู่ภายใน
    • ดึงเชือกออกจากเต๊า
    • ถ้าต้องการใช้งานอย่างง่าย ควรมี 2 คน จับตรงหัว และท้ายคนละข้าง แต่ถ้าทำงานคนเดียว ปลายด้านหนึ่งอาจผูกกับตะปู หรือใช้ตะขอเกี่ยวไว้
    • เมื่อเชือกอยู่ในระยะ หรือตำแหน่งที่ต้องการแล้ว ดึงเชือกให้ตึง
    • ใช้นิ้วกดเชือกไว้ เพื่อสร้างจุดสิ้นสุดของแนวเส้น
    • ดีดเชือกขึ้นบริเวณตรงกลางของความยาวเชือก เพื่อให้ผงสีติดกับ พื้น ผนัง หรือบริเวณที่ต้องการสร้างแนวเส้นสี ตามต้องการ

    ขอย้ำว่า!!! การตีเต๊า ถึงจะแม่นยำแค่ไหน ก็มีการคลาดเคลื่อนได้นะคะ

    หวังว่า บทความนี้จะทำให้หลายๆได้รู้จักกับ "เต๊า" กันมากขึ้นแต่ถึงอย่างไร การใช้เต๊าอาจมีการคลาดเคลื่อนได้ ตามที่มีการย้ำเตือนกันไปแล้ว ใช้เต๊าอย่างระมัดระวัง และถูกต้องแม่นยำนะคะ

     

     

  •        บ้านโครงสร้างเหล็ก เป็นทางเลือกใหม่สำหรับงานสร้างบ้านในปัจจุบัน มีความแข็งแรงมาก แต่ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างค่อนข้างสูง  บ้านโครงสร้างเหล็กจะมีดีไซน์ที่แปลกตา ล้ำยุค โมเดิร์น และสวยงาม เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบงานออกแบบเปลือยโครงสร้างเหล็ก  และดีไซน์ที่แปลกใหม่ เช่น บ้าน สไตล์ Loft , บ้านสไตล์ Tropical , บ้านสไตล์ Industrial เป็นต้น ส่วนเหล็กที่นำมาใช้ทำเสา และคาน ซึ่งเป็นโครงสร้างหลักของอาคาร คือ เหล็กรูปพรรณรีดร้อน เป็นเหล็กที่มีความยืดหยุ่น แข็งแรง และรับน้ำหนักได้มาก

     

     

     

    ข้อดี ของบ้านโครงสร้างเหล็ก คือ

    1. ติดตั้งง่าย สร้างได้รวดเร็ว และใช้เวลาในการทำน้อย
    2. สามารถลดจำนวนคนงาน และแรงงานได้ ช่วยทำให้ประหยัดค่าแรงได้อีกด้วย
    3. ช่วยรองรับเรื่องแผ่นดินไหวได้ เพราะเหล็กมีความยืดหยุ่นตัวสูง
    4. ช่วยลดการใช้เสาเข็มลงได้ เพราะโครงสร้างเหล็กมีน้ำหนักเบากว่าคอนกรีต
    5. ทนทาน และมีอายุการใช้งานยาวนาน
    6. สามารถซ่อมแซม หรือต่อเติมได้ง่าย
    7. สามารถสร้างในพื้นที่เฉพาะ ที่มีข้อจำกัดสูงได้
    8. เมื่อรื้อถอนแล้ว สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้
    9. สามารถรับน้ำหนักได้เยอะมาก ไม่ทำให้เกิดการยุบตัวในระยะยาว
    10. การใช้เหล็กเป็นโครงสร้างบ้านนั้น ช่วยทำให้ลดการใช้ไม้ได้มากขึ้น
    11. ช่วยให้ภายในบ้านกว้าง โปร่ง โล่ง และมีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น

     

     

    ข้อเสีย ของบ้านโครงสร้างเหล็ก คือ

    1. งานเชื่อมโครสร้างเหล็กจำเป็นต้องใช้ช่างที่เป็นมืออาชีพมากๆ
    2. ราคาเหล็กแพง ทำให้มีต้นทุนในการสร้างสูง
    3. ควรมีวิศวกรผู้เชี่ยวชาญคอยควบคุมดูแล และออกแบบโครงสร้าง
    4. งานโครงสร้างเหล็กเป็นเรื่องใหม่ ช่างทั่วไปอาจยังมีประสบการณ์ไม่มากพอ และหาช่างที่รับทำยาก
    5. มีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาในระยะยาว เช่น ค่าสีป้องกันสนิม เป็นต้น
    6. ควรระมัดระวังเรื่องเหล็กที่จะนำมาใช้ ควรเป็นเหล็กที่มีสภาพดี สะอาด และไม่เป็นสนิม

     

     

     

           บ้านโครสร้างเหล็กมีทั้งข้อดี – ข้อเสีย ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน  และถ้าเราได้คนออกแบบที่ดี  และผู้รับเหมาที่มีความสามารถ   เราก็จะได้บ้านที่มีความมั่นคง แข็งแรง ปลอดภัย สวยงาม และคุ้มค่าเงินที่เสียไป

     

    ขอบคุณรูปภาพจาก Pinterest

  • เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านที่เราใช้กันทุกวันนี้ บอกเลยว่ามีหลายชนิด ที่กินไฟ แบบไม่น่าเชื่อ มาดูกันว่า จะมีอะไรบ้าง และเรามีวิธีคำนวณมาฝากกัน