บทสัมภาษณ์ วิศวกร วิน
By vLIVING PRO23 มิถุนายน 2560 10:43:45

ถ้าใครเคยติดตามเพจ "ผู้รับเหมาผู้ซื่อสัตย์" ในช่วงที่ผ่านมา จะทราบดีว่ามีคำแนะนำดีๆจากคุณวิน - พิรัตน์ พลธีระเสถียร วิศวกรอารมณ์ดี มาถ่ายทอดเคล็ดลับเรื่องการสร้างบ้านที่เจ้าของบ้านควรรู้ มาทำความรู้จักกับวิศวกรสุดใจดีท่านนี้ ถึงเหตุผลที่เขาเลือกที่จะแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับการสร้างบ้านแบบไม่มีกั๊กกันค่ะ 

ประวัติ คุณวิน – พิรัตน์ พลธีระเสถียร

          ชีวิตวัยเด็กของผมก็เหมือนกับเด็กทั่วๆไป  แต่บ่อยครั้งที่ในช่วงวันหยุดผมจะติดตามคุณพ่อไปตามไซด์งานต่างๆ ได้คลุกคลี ได้เห็นการทำงาน ทำให้เกิดความผูกพัน และเกิดเป็นความชอบในสายงานนี้ เมื่อจบชั้นมัธยมศึกษาปีที 6 จากโรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก จึงศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นก็ได้มีโอกาสเดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ ในหลักสูตร Master  of Enterprise in Environmental Innovation จาก The University of Manchester

          หลังจากเรียนจบ  ผมได้เริ่มหาประสบการณ์ในบริษัทเอกชนหลายแห่ง อยู่นานหลายปี พร้อมกับเริ่มค้นหาตัวเองไปด้วย สุดท้ายจึงตัดสินใจกลับมาสานต่อธุรกิจก่อสร้างของที่บ้าน ซึ่งทำมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่ รุ่นคุณพ่อ จนมาถึงรุ่นของผม ซึ่งถ้านับรวม 3 เจเนอเรชั่นก็ประมาณ 80 ปีครับ โดยในยุคแรกๆ จะรับงานพวกหินขัด ทรายล้าง ต่อมาเริ่มขยายงานเพิ่ม รับงานต่อเติม รีโนเวทอาคารทั้งหลัง จนในปัจจุบันกลายเป็นธุรกิจรับก่อสร้างบ้าน อาคารพาณิชย์ ทาวน์เฮ้าส์ โรงงาน       อพาร์ทเมนต์ ซึ่งครบวงจรตั้งแต่งานออกแบบ งานฐานราก งานโครงสร้าง งานสถาปัตย์ ไปจนถึงงานอินทีเรียบิวท์อิน

          ผมเริ่มต้นเรียนรู้การทำงานกับคุณพ่อ ช่าง และโฟร์แมนที่คุมไซด์งาน ศึกษาตั้งแต่งานฐานราก งานระบบต่างๆ ของบ้าน ไปจนถึงการเก็บรายละเอียดงาน ก่อนส่งมอบบ้านให้กับลูกค้า ทำให้มีประสบการณ์พบเจอปัญหาในหลายๆรูปแบบ ซึ่งผมก็ชอบที่จะเรียนรู้เพิ่มเติม เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ และแก้ไขการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ผมอยากให้เป็นบริษัทก่อสร้างที่เติบโต และพร้อมเดินหน้าไปได้อย่างมั่นคง ลูกค้ามีความพึงพอใจ และได้รับงานที่มีคุณภาพตามที่คาดหวัง เพราะทุกขั้นตอนของการสร้างบ้านต้องมีการดูแล และควบคุมคุณภาพอย่างทั่วถึง ตั้งแต่การเริ่มออกแบบ จนสร้างเสร็จสมบูรณ์ทั้งหลัง ซึ่งผลของความไม่ซื่อสัตย์จะอยู่อยู่ในรูปแบบของการล็อคสเป็ค แบรนด์วัสดุที่เลือกใช้ของผู้ออกแบบ การฮั้วการประกวดราคากับผู้รับเหมา การหมกเม็ด การสับงานแบบไม่มีคุณภาพของผู้รับเหมา ไม่มีการควบคุมคุณภาพของงาน การลดปริมาณของ ลดสเป็ควัสดุ ซึ่งตรงนี้สามารถเกิดได้ทุกขั้นตอน อย่างไรก็ตามหากเกิดการลดสเป็ควัสดุ หรือลดของในขั้นตอนของงานฐานรากและโครงสร้าง ผมมองว่าน่าจะทำให้เกิดผลกระทบมากที่สุด เพราะโครงสร้างและฐานรากถือเป็นพื้นฐานหลักของความแข็งแรงและอายุการใช้งานของตัวบ้าน ซึ่งสาเหตุดังกล่าวอาจส่งผลให้บ้านทรุด แตกร้าว และไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้หายขาดได้อย่างถาวรอีกด้วย

แฟนเพจ "ผู้รับเหมาผู้ซื่อสัตย์" เกิดขึ้นเพราะอะไร เมื่อไหร่ และเพื่อคนกลุ่มไหน?

          ผมเริ่มทำเพจ “ผู้รับเหมาผู้ซื่อสัตย์” ในช่วงปลายปี 58 จุดประสงค์ คือ อยากช่วยให้การสร้างบ้านและปรับปรุงอาคารเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น โดยเน้นวิธีกาารให้ข้อมูลในรูปแบบที่แม้แต่คนทั่วไปสามารถทำความเข้าใจได้โดยใช้เวลาอันสั้น เพราะจากประสบการณ์ที่เจอมา คนรอบข้างมักจะบ่นถึงปัญหาระหว่างที่สร้างบ้านหรือปรับปรุงอาคาร ทั้งๆที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่พอถึงหน้างานกลับเจอปัญหามากมายหลายรูปแบบ ทั้งเรื่องการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน สร้างผิดแบบ ปัญหาจากตัวบุคคล เช่น ผู้รับเหมาทิ้งาน เจ้าของบ้านสื่อสารกับช่างแล้วไม่เข้าใจกัน รวมถึงงบบานปลาย ปัญหาเหล่านี้เมื่อเกิดขึ้นแล้วอาจจะไม่สามารถแก้ไขได้ง่าย หรือทำให้เกิดความเสียหายจนไม่สามารถแก้ให้กลับมาดีได้ตามที่ตั้งใจไว้ เพจ "ผู้รับเหมาผู้ซื่อสัตย์" จึงเป็นเหมือนสื่อกลางในการแบ่งปัน แชร์ แลกเป็นความรู้ ปัญหา และประสบการณ์ ระหว่างกันในสายงานการก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นช่าง ผู้รับเหมา วิสวกร สถาปนิก หรือแม้แต่เจ้าของบ้านเอง โดยทางเพจพร้อมจะแชร์เทคนิคให้เพื่อนๆที่กำลังฝันอยากมีบ้าน รวมถึงช่างผู้ชำนาญการด้านต่างๆได้เข้าใจ เพื่อให้งาก่อสร้างสามารถเดินหน้าไปได้อย่างราบรื่น

คุณวินอยากให้องค์ความรู้เรื่องการก่อสร้างไม่ได้จำกัดแค่ในวงการผู้รับเหมา?

           ใช่ครับ วัตถุประสงค์ของเพจคือ เราจะทำความรู้เกี่ยวกับบ้าน ที่อาจจะเป็นเรื่องยากๆ ให้คนทั่วไปหรือช่างบางตนรู้ในรูปแบบที่ไม่น่าเบื่อและเข้าใจง่าย เช่น บทความการ์ตูนภาพ บทความวิเคราะห์ปัญหาที่คนส่วนใหญ่พบเจอ คลิปวีดีโอแนะนำเทคนิคการเลือกใช้วัสดุและการแก้ปัญหาหน้างานต่างๆ แบบเข้าใจง่าย ซึ่งไม่ได้จำกัดเฉพาะวงผู้รับเหมา แต่ยังเป็นประโยชน์กับคนอื่นๆในสายงานการก่อสร้างอีกด้วย คำถามที่ถามเข้ามาทางหน้าเพจ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเทคนิคการก่อสร้าง การเลือกใช้วัสดุที่หมาะสม การดีลงานกับช่างหรือผู้รับเหมา ปัญหาหลังจากซื้อหรือสร้างไปแล้ว และอีกมากมาย ตรงนี้เราก็จะช่วยวิเคราะห์ หาข้อมูล สาเหตุ รวมถึงแนวทางการแก้ไข เพื่อช่วยลดปัญหาและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากปัญหาดังกล่าว

เว็บไซด์ vLIVING PRO สังคมการก่อสร้างคุณภาพแห่งใหม่เป็นอย่างไร?

          หลังจากที่ทำเพจไปได้ระยะหนึ่ง ผมพบว่าเจ้าของบ้านส่วนใหญ่มักกลัวผู้รับเหมา เนื่องจากผู้รับเหมาส่วนใหญ่ไม่มีตัวตน ทำให้เมื่อมีปัญหาหน้างานหรือเงินทุนหมุนเวียนไม่พอ ก็อาจทิ้งงานได้ และหลายๆคนก็ไม่รู้ว่าจะไปหาช่าง ผู้รับเหมา หรือสถาปนิกจากที่ไหนมาสานงานต่อ เราจึงตั้งให้เวปไซด์นี้เป็น "สังคมการก่อสร้างที่ดีที่สุด" ที่จะยกระดับความน่าเชื่อถือของช่าง ผู้รับเหมา สถาปนิก วิศวกร และทุกสายงานอาชีพด้านการก่อสร้างได้มาเจอกัน เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้ ช่วยเหลือเกื้อกูลกันในด้านต่างๆ มากขึ้น ที่สำคํญเวปไซด์แห่งนี้ จะช่วยสร้างตัวตนที่ชัดเจนขึ้น สามารถลงรูปโชว์ผลงานที่ผ่านมาได้ มีระบบเรทติ้งจากผู้ใช้งานจริง เพื่อให้เกิดสำนึกความรับผิดชอบต่อตัวงานโดยเจ้าของบ้านสามารถเข้ามาดูรายละเอียด Profile และผลงานที่สนใจได้ด้วยตนเอง โดยอาจเลือกผู้รับเหมาในพื้นที่ใกล้บ้านได้อีกด้วย

ขั้นตอนใดบ้างที่คนทั่วไปสุ่มเสี่ยงจะโดน "ความไม่ซือสัตย์" ทำร้ายมากที่สุด เมื่อสร้างบ้าน

           ทุกขั้นตอนต้องมีการดูแล และควบคุมคุณภาพอย่างทั่วถึง ตั้งแต่การเริ่มออกแบบ จนสร้างเสร็จออกมาเป็นหลัง ซึ่งผลของความไม่ซื่อสัตย์จะอยู่ในรูปแบบของการล็อคสเป็ค แบนด์วัสดุที่เลือกใช้ของผู้ออกแบบ การฮั้วการประกวดราคากับผู้รับเหมา การหมกเม็ด การสับงานแบบไม่มีคุณภาพของผู้รับเหมา ไม่มีการควบคุมคุณภาพของงาน การลดปริมาณของ ลดสเป็ควัสดุ ซึ่งตรงนี้สามารถเกิดได้ทุกขั้นตอน อย่างไรก็ตามหากเกิดการลดสเป็ควัสดุ หรือลดของในขั้นตอนของงานฐานรากและโครงสร้าง ผมมองว่าน่าจะทำให้เกิดผลกระทบมากที่สุด เพราะโครงสร้างและฐานราก ถือเป็นพื้นฐานหลักของความแข็งแรงและอายุการใช้งานของตัวบ้าน ซึ่งสาเหตุดังกล่าวอาจส่งผลให้บ้านทรุด แตกร้าว และไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้หายขาดได้อย่างถาวรอีกด้วย

เป้าหมายที่คาดหวังกับทุกช่องทางที่กำลังทำอยู่

         ผมหวังว่าทั้งเพจผู้รับเหมาผู้ซื่อสัตย์และเว็บไซด์ จะเป็นพื้นที่ของการรวมกลุ่ม เป็นสังคมการก่อสร้างทางออนไลน์ที่ดีที่สุด ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทุกคนที่เกี่ยวข้องบ้านบ้าน เจ้าของบ้าน เจ้าของโครงการ ก็สามารถเข้มาดูข้อมูล เห็นผลงานที่ผ่านมาของช่าง สถาปนิก และผู้ชำนาญการด้านต่างๆได้ ทั้งยังสามารถให้คะแนน Rating ความพึงพอใจหลังจากได้รับบริการจากผู้เชี่ยวชาญนั้นๆ ในส่วนของช่างผู้ชำนาญการ ผู้รับเหมางานต่างๆเอง ก็จะเกิดการพัฒนา ปรับปรุงผลงาน ให้มีคุณภาพ สร้างตัวตนและความน่าเชื่อถือ เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ บนเว็บไซด์แห่งนี้ นอกจากนี้ เรายังมีการรวมกลุ่มกันแบ่งปัน แชร์ข้อมูล ความรู้ ข้อเท็จจริงระหว่างกันที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับหน้างานจริง และยกระดับคุณภาพ ความน่าเชื่อถือของสังคมการก่อสร้างอย่างยั่งยืนได้อีกด้วย 

ท้ายสุดนี้ อยากจะฝากอะไรถึงคนที่กำลังจะมีบ้านเป็นของตัวเองบ้าง?

          หากใครกำลังคิดจะสร้างบ้าน หรือซื้อบ้านเป็นของตนเอง ควรหาข้อมูล ทำการบ้านล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฟังก์ชั่นการใช้งาน แปลนบ้าน ไอเดีย แบบบ้าน และการแต่งบ้าน ทำความเข้าใจในรายละเอียดของตัวงาน และขั้นตอนการก่อสร้าง ข้อดี-ข้อเสียของวัสดุก่อสร้างแต่ละประเภท ซึ่งปัจจุบันนี้โลกออนไลน์ได้เข้ามามีส่วนในชีวิตประจำวันมากขึ้น จึงเป็นเรื่องง่ายที่เราสามารถหาข้อมูลเบื้องต้น หาแบบบ้านที่ชอบ จากอินเตอร์เน็ตได้อย่างสะดวกสบาย และรวดเร็ว อย่างไรก็ดี ปัจจัยหลักที่จะช่วยให้การสร้างบ้านมีความแข็งแรง สวยงาม ราบรื่น เสร็จตามกำหนด และงบไม่บานปลาย คือ การหาผู้รับเหมาที่ดี มีคุณภาพ และไว้ใจได้ ดังนั้นเราจึงควรให้ความสำคัญกับเรื่องขั้นตอน และแนวทางคัดเลือกผู้รับเหมาก่อสร้าง ซึ่งจะช่างลดปัญหา และขั้นตอนการทำงานที่ซับซ้อน ลดต้นทุนการก่อสร้าง และลดโอกาสผู้รับเหมาทิ้งงานลงได้อย่างมาก

          ท้ายสุดนี้ ผมขอฝากเวปไซด์ vLIVINGPRO ที่รวมทุกสายงานอาชีพด้านการก่อสร้างที่ดีที่สุด ที่จะช่วยคุณเพิ่มโอกาสในการค้นหาผู้รับเหมา ช่าง สถาปนิก รวมถึงร้านค้าต่างๆที่มีคุณภาพ ลดโอกาสเสี่ยงจากการถูกโกง ถูกทิ้งงานต่างๆลงได้ครับ

vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
ความสูงจากฝ้าถึงเพดาน
vLIVING PRO
DIY จากเศษไม้เก่า
vLIVING PRO
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  •  

    การก่ออิฐถือเป็นหัวใจหลักของบ้าน พอๆกับรากฐานเลย หากก่ออิฐไม่ดี ปัญหามากมายจะตามมามแน่นอน

    แล้วการก่ออิฐอิฐครึ่งแผ่นล่ะ มันคืออะไร มาติดตามกันได้เลยค่ะ

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

  • หลังคา เป็นส่วนที่ช่วยปกป้องความร้อน แดด และฝนให้กับบ้านของเรา  ดังนั้นโครงหลังคาจึงมีความสำคัญมาก เพราะต้องสามารถรองรับน้ำหนักของวัสดุมุงหลังคาและอุปกรณ์อื่นๆ ได้อย่างเหมาะสม และการติดตั้งอย่างถูกวิธี จะช่วยให้ได้หลังคามีความคงทนแข็งแรงด้วย 

    ส่วนประกอบของโครงหลังคา

    1. แป หรือระแนง Batten คือ ไม้สี่เหลี่ยมจัตุรัส ที่วางอยู่บนจันทัน เพื่อรองรับกระเบื้องหลังคาประเภทต่างๆ และวางห่างกันตามขนาดของกระเบื้องที่ใช้ โดยวางขนานกับแนวอกไก่ 

    2. จันทัน Rafter คือ ส่วนที่วางเอียงลาดไปตามลักษณะของหลังคา พาดอยู่บนอเส และอกไก่ เพื่อรองรับแปสำหรับรับกระเบื้องมุงหลังคา จันทัน มีทั้งที่วางอยู่บนหัวเสา และที่ไม่ได้วางพาดอยู่บนหัวเสา โดยทั่วไปจันทันจะวางเป็นระยะทุกๆ 1 เมตร โดยระยะห่างของจันทัน จะขึ้นอยู่กับน้ำหนักของวัสดุมุงหลังคา และระยะแปด้วย

     

     

    3. อกไก่ Ridge เปรียบเหมือนคานอยู่บริเวณส่วนกลางของหลังคาทรงจั่วหรือทรงปั้นหยา จะวางพาดอยู่บนดั้งบริเวณสันหลังคา ทำหน้าที่รับน้ำหนักจันทันตามแนวสันหลังคา

    4. ดั้ง King Post คือ ส่วนที่อยู่ในแนวสันหลังคา ซึ่งอยู่บนขื่อ เพื่อรองรับอกไก่แทนเสาจริงของอาคารโดยมีอกไก่วางพาดตามแนวสันหลังคาเป็นตัวยึด โดยทั่วไป

     

    5. ขื่อ Tie Beam หรือเรียกว่า สะพานรับดั้ง คือ ส่วนของโครงสร้างที่วางอยู่บนหัวเสา ในทิศทางเดียวกับจันทัน ทำหน้าที่รับแรงดึงและยึดหัวเสาในแนวคาน แล้วถ่ายน้ำหนักลงสู่เสา และช่วยยึดโครงผนัง 

    6. อเส Stud Beam คือ ส่วนของหลังคาที่พาดอยู่บนหัวเสา มีลักษณะคล้ายคาน ช่วยยึดและรัดหัวเสา รวมทั้งช่วยรับแรงจากโครงหลังคาที่ถ่ายลงสู่เสา โดยทั่วไปอเสมักจะวางอยู่บริเวณริมด้านนอกของเสา 

     

    7. เชิงชาย Eaves คือ ไม้ที่ใช้ปิดปลายของจันทันทุกตัวตามแนวชายคามีไม้ปิดเป็นลอน ซ้อนทับเชิงชายและปิดช่องโค้งใต้แผ่นกระเบื้องมุงหลังคา และช่วยปรับแนวชายคาที่ยึดหัวจันทันให้เป็นแนวตรง สวยงาม รวมทั้งช่วยป้องกันการผุเปื่อยของไม้ที่ปลายจันทัน

    8. ปั้นลม Eaves คือ ส่วนที่ใช้ปิดหัวท้ายบริเวณริมโครงสร้างหลังคาจั่ว พาดอยู่บนหัวแป และด้านล่างของครอบข้างหลังคาช่วยกันลมไม่ให้ปะทะกับกระเบื้องหลังคาโดยตรง และช่วยกันน้ำฝนไม่ให้เข้าในบ้าน ส่วนใหญ่จะนิยมใช้ไม้จริง หรือไม้สังเคราะห์

     

    หลังคาเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของบ้าน ดังนั้นควรศึกษาข้อมูลให้ถูกต้อง และรอบคอบ เพราะหากเกิดปัญหาขึ้น การซ่อมแซมจะค่อนข้างยุ่งยาก

  •  ระดับความสูงของฝ้าเพดานถือว่ามีความสำคัญมากกับผู้อยู่อาศัย แล้วควรมีความสูงเท่าไหร่ถึงจะดี? แล้วถ้าฝ้าเพดานที่บ้านของเราต่ำ หรือเตี้ยเกินไป ต้องแก้ไขยังไงกันดีนะ? 

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    ระดับความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน เป็นอีกเรื่องควรใส่ใจนะคะ เพราะถ้าหากทำไปแล้วเกิดการผิดพลาด การแก้ไขจะทำได้ยุ่งยาก รวมทั้งสินเปลืองเงินทอง และเวลาอีกด้วย

  • สำหรับงาน DIY ในบทความนี้เป็นอะไรที่สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยของเหลือใช้ใกล้ตัว ที่เราสามารถนำมาประยุกต์ทำเป็นสิ่งของเครื่องใช้ และของตกแต่งบ้านเก๋ๆได้ ลองมาดูกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง

    1. นำแผ่นไม้เก่ามาทำความสะอาด ทาสี หรือเคลือบสีตามต้องการ จากนั้นติดตะขอเหล็กเข้ากับไม้ ก็สามารถใช้เป็นที่แขวนโคมไฟ ตะเกียง ช่วยเพิ่มบรรยากาศภายในบ้าน นอกจากจะใช้งานได้แล้วยังสามารถใช้เป็นของตกแต่งบ้านไปในตัวได้อีกด้วย

           

     

    2. นำขวดแก้วรูปทรงเก๋ไก๋ มายึดติดกับแผ่นไม้เก่าที่เหลือจากการใช้งาน ทำเป็นแจกันสำหรับใส่ดอกไม้แล้วติดบริเวณผนังบ้านตามต้องการ ซึ่งเป็นของแต่งบ้านที่ทำได้ง่ายๆ แถมยังช่วยเพิ่มความสวยงาม สดชื่น เป็นธรรมชาติให้กันบ้านของเราได้มากเลยค่ะ

      

      

     

    3.  ทำที่แขวนของใช้ต่างๆ บริเวณหน้าประตูเข้าบ้าน หรือทำชั้นรูปทรงเก๋ๆ สำหรับวางของและแขวนของใช้จำเป็นที่ต้องใช้ประจำเพื่อความสะดวกในการหยิบใช้สอย เมื่อเวลาเข้า-ออกบ้าน นอกจากใช้งานได้แล้ว ยังเป็นของตกแต่งบ้านได้อีกด้วย

       

     

    4. หากนำเศษไม้เก่าที่เหลือใช้ยึดติดกับโถ หรือขวดน้ำที่ไม่ใช้แล้ว และนำไปกับผนังบริเวณห้องครัว ก้สามารถใช้เป็นที่ใส่ช้อน-ส้อม ทับพี ตะหลิว และยังใช้เป็นแขวนแก้วน้ำ หรือของอื่นๆ ตามที่เราต้องการได้ อาจเพิ่มลูกเล่นด้วยการใส่ลวดลาย ตัวหนังสือลงบนแผ่นไม้ นอกจากนี้ยังสามารถทำชั้นวางของตามมุมของกำแพงทำให้ดูมีมิติและมีความสวยงามด้วย

      

     

    เป็นยังไงบ้างคะ สำหรับไอเดียจากเศษไม้เก่าเหลือใช้ที่นำมา DIY ในบทความนี้ได้นำเสนอให้ดูแค่บางส่วนเท่านั้นนะคะ หากใครสนใจ ต้องการที่จะลองนำไปทำดูบ้างก็ได้นะคะ ซึ่งเป็นวิธีง่ายๆไม่ยุ่งยาก รับรองได้ว่าบ้านของคุณจะสวยงามไม่เหมือนใครเลยค่ะ

    ขอบคุณภาพประกอบจาก pinterest

  •      หน้าร้อนแบบนี้ สิ่งที่ควรระวังมากที่สุดไม่ใช่การกังวลแค่อากาศร้อน แต่บ้านไหนที่มีสัตว์เลี้ยง เช่นน้องหมาหรือน้องแมว ก็น่าเป็นห่วงไม่น้อยเช่นกัน หากเราปล่อยไว้ในที่อากาศร้อนมากๆ อาจทำให้ร่างกายเกิดอาการ “ฮีทสโตรก” คือร่างกายปรับตัวไม่ทันกับอากาศที่ร้อน อาจเกิดจากการออกกำลังกายมากๆในช่วงหน้าร้อน หรือการขาดน้ำ หรืออยู่ในที่ที่มีอากาศร้อนจนเกินไปเป็นเวลานานๆ ร่างกายไม่สามารถที่จะปรับระบบระบายความร้อนได้ทันที

     

    สุนัข

    ร่างกายของสุนัขจะไม่มีต่อมเหงื่อตามรูขุมขนเหมือนมนุษย์อย่างเราๆ จึงสังเกตกันไหมว่า สุนัขจะชอบทำลิ้นห้อยอยู่ตลอดเวลา เพราะเป็นการระบายความร้อนนั่นเอง

     

     

    หากสุนัขไม่สามารถ ระบายอากาศได้ทันจะมีอาการหายใจแรง หอบ และน้ำลายเยอะ เหงือกแดง หัวใจเต้นเร็ว หายใจลำบาก อาเจียนออกเป็นเลือด ถ่ายเป็นเลือด มีจุดแดงตามร่างกาย กล้ามเนื้อกระตุก อุณหภูมิร่างกายสูง จนเกิดอาการชัก หยุดหายใจและตายได้ ควรรีบนำไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด

     

     

    วิธีการปฐมพยาบาล

    ลดอุณหภูมิโดยการนำน้ำมาชโลมให้ทั่วร่างกายหรือใช้สารระเหยที่ทำให้เกิดความเย็นเช่นแอลกฮอล์มาเช็ดที่อุ้งเท้า ใต้รักแร้ และขาหนีบ หลังจากนั้นเปิดพัดลมจ่อเพื่อระบายความร้อน

    วิธีป้องกัน

    1.อย่าให้น้ำขาด มีน้ำให้กินตลอดเวลา

     

    2.ไม่พาออกกำลังกายในที่มีอากาศร้อนจัดๆหาที่หลบแดดให้อยู่ในช่วงกลางวัน

     

    3.ห้ามทิ้งสุนัขไว้ในรถเด็ดขาด หากจำเป็นควรจอดไว้ในที่ร่มมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก หรือทำการเปิดกระจกให้มีอากาศและมีน้ำดื่มทิ้งไว้ให้ด้วย

     

    4.หากจะให้อาหารในที่แจ้ง ควรเลือกให้เวลาที่พระอาทิตย์ตก เนื่องจากสุนัขไม่กินอาหารถ้าอากาศร้อน

     

     

    5.หากร้อนเกินไปอาบน้ำหรือราดน้ำให้ทั่วตัวปล่อยให้ตัวแห้งหมาดๆเพื่อให้ร่างกายมีความเย็นอยู่

     

     

    6.ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำหมาดปูนอนตอนกลางวัน หรือใช้พัดลมเป่า

     

     

     

    แมว

    แมวเป็นสัตว์ที่ไม่ชอบน้ำเอามากๆ หากจะเอาไปอาบน้ำก็คงจะไม่ได้  มาดูวิธีคลายร้อนให้แมวกัน

    1.วางก้อนน้ำแข็งไว้ใกล้ๆแมว

    หากวันไหนที่อากาศร้อนจัดๆแล้วต้องออกไปนอกบ้านหรือไม่อยู่บ้านไม่มีเวลาดูแล ให้นำน้ำแข็งมาใส่จานน้ำของน้องแมวเพื่อให้ดื่มคลายร้อนระหว่างวัน

     

     

    2.เปิด-ปิดแอร์เมื่อไม่อยู่บ้าน

    ไม่จำเป็นต้องเปิดแอร์ทั้งวันเพียงแค่ตั้งเวลา เปิด ปิดไว้ ในช่วงที่ร้อนที่สุด ระยะเวลา 1-2 ชั่วโมง หากกลัวจะร้อนไปอีกก็สามารถเปิดพัดลมเพื่อให้มีลมหมุนเวียนไปด้วยก็ได้

     

     

    3.เปลี่ยนน้ำบ่อยๆ

    น้ำที่น้องแมวดื่มควรสะอาดและเย็นเสมอ และควรหมั่นเปลี่ยนบ่อยๆ

     

     

    4.ตัดขน

    ถ้าน้ำแมวของคุณเป็นพันธ์ที่มีขนยาวหนา แนะนำให้ตัดขนส่วนลำตัวให้สั้นแล้วเหลือหัวไว้

     

     

     

     

     หน้าร้อนแบบนี้เป็นอันตรายกับสัตว์เลี้ยงมาก หากไม่อยากให้สัตว์เลี้ยงของเราเกิดอาการฮีทสโตรกก็ควรจะดูแลเยอะมากกว่าปกติ เพราะสัตว์ก็ร้อนเหมือนคนเช่นกัน