DIY เปลี่ยนเชือกธรรมดาให้กลายเป็นโคมไฟสุดเดิร์น
By vLIVING PRO21 กุมภาพันธ์ 2561 09:13:44

เชือกหรือเส้นด้ายสามารถนำมาทำ D.I.Y สำหรับตกแต่งบ้านได้หลากหลาย และนี่คืออีก 1 ไอเดียในการนำเชือกมาทำเป็นโคมไฟสุดสวย และไม่ซ้ำใคร ซึ่งขั้นตอนการทำก็แสนจะง่ายดาย สามารถทำเองได้ แถมยังประหยัดงบประมาณอีกต่างหาก เรามาดูภาพตัวอย่างของโคมไฟเชือกกันดีกว่าว่ามีแบบไหน และขั้นตอนการทำเป็นยังไงบ้าง?

  

อุปกรณ์สำหรับการทำโคมไฟจากเส้นด้าย หรือเชือกมีดังนี้

1.   เชือกป่าน หรือเส้นด้าย (สีตามใจชอบ)

2.   กาวลาเท็กซ์

3.   ชามหรือกะละมัง

4.   น้ำเปล่า

5.   กรรไกร

6.   ลูกบอลยาง หรือลูกโป่งขนาดต่างๆ ตามต้องการที่จะใช้ทำโคมไฟ

7.   เข็ม หรือ ไม้ลูกชิ้นปลายแหลม

8.   สายไฟปาร์ตี้ หรือชุดหลอดไฟ

9.   ปากกาเมจิก

10. เข็มสำหรับปล่อยลมลูกบอล

 

วิธีการทำ

1. ใช้ปากกาเมจิกวาดช่องว่างให้ได้ขนาดที่พอดี เพื่อที่จะนำหลอดไฟใส่เข้าไปได้ 

 

 

2. เป่าลูกบอลยาง หรือลูกโป่งที่เตรียมไว้ให้มีขนาดพอดีกับโคมไฟที่เราต้องการ

 

3. ใส่น้ำเปล่าลงไปในชามที่เตรียมไว้ เทกาวตามลงไปในชาม แล้วคนให้เข้ากัน

 

 

4. เอาเชือกหรือด้ายที่เตรียมไว้ลงไปชุบในน้ำกาว

  

 

5. แล้วเอาเชือก หรือด้ายมาพันรอบลูกโป่ง ทับไปทับมาเหมือนตาข่ายหรือรังนกจนเป็นลูกกลมๆเต็มลูกโป่ง หรือลูกบอลยาง

  

 

6. ใช้ไดร์เป่าผมเป่า หรือทิ้งไว้จนกาวแห้ง

  

 

7. ใช้เข็มเจาะลูกโป่งให้แตก หรือปล่อยลมออกจากลูกบอลยาง แล้วเอาลูกโปร่งออกมา

  

 

 

8. เอาโคมไฟไปใส่เข้าไปในโคมเชือกหรือด้าย แล้วนำไปติดตั้งตามจุดต่างๆของบ้านได้ตามใจชอบเลยค่ะ 

    

   

 

ลองนำเทคนิคต่างๆ เหล่านี้ไปปรับใช้ และลองทำกันดูนะคะ สามารถทำได้ทั้งโคมไฟเส้นด้ายแบบเล็กๆ และโคมไฟขนาดใหญ่ที่ทำจากเชือก นับเป็นของแต่งบ้านอีกชิ้นที่สวยงาม และให้ความโรแมนติกไม่เบาเลยค่ะ 

 

ของคุณภาพประกอบจาก pinterest

vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
รังวัด
vLIVING PRO
ตุ๊กตาค้ำยัน
vLIVING PRO
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  • รังวัด
    By vLIVING PRO27/12/2567

    การรังวัดที่ดิน

    ในการทำรังวัดจะต้องยื่นเรื่องขอให้เจ้าหน้าที่กรมที่ดิน มาเพื่อดำเนินการตรวจสอบ เพราะเจ้าของที่ดินส่วนใหญ่ที่หวงสิทธิในที่ดินของตนเอง จะทำการ รังวัดที่ดินในทุกๆ 10 ปี เพื่อเป็นการป้องกันการครอบครองปรปักษ์ ในส่วนของการยื่นเรื่องขอการรังวัดก็จะมีขั้นตอนและมีค่าใช้จ่ายในการรังวัดโฉนดที่ดินด้วย

    1.ตรวจสอบหลักฐานที่ดินที่ครอบครอง

         ที่ดินในประเทศไทย สามารถแบ่งออกไปได้หลายประเภทและการใช้ประโยชน์ แบ่งได้ออกเป็น ที่ดินเพื่อการอุตสาหกรรม ทีดินเพื่อการเกษตร เป็นต้น แล้วที่ดินแต่ละประเภทนี้ก็จะมีเอกสารสิทธิ์ หรือ เอกสารต่างๆ แตกต่างกันไป ได้แก่

    • น.ส 3 เป็นหนังสือที่ได้การรับรองจากเจ้าหน้าที่ว่า ได้ทำประโยชน์ในที่ดิน แต่สิทธิ์ครอบครองไม่มีกรรมสิทธิ์ โดยหนังสือเป็นแบบธรรมดามีการรังวัด และจัดทำแผนที่ดิน

    • น.ส 3กเหมือนกับ น.ส3 จะแตกต่างกันที่มีการรังวัด และจัดทำแผนที่ของที่ดินจากภาพระวางรูปถ่ายทางอากาศ

    • นส.4 ครุฑสีแดงสามารถซื้อขาย จำนองได้ สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้

    2.ตรวจสอบพื้นดินรอบข้าง

    เจ้าของที่ดินควรจะทราบว่าพื้นที่รอบข้างที่ติดอยู่นั้นเป็นพื้นที่อะไร เช่น ติดกับพื้นที่สาธารณะไหม หรือเป็นที่ดินเปล่า สวน ไร่ นา หรือเป็นแหล่งที่อยู่อาศัย เพื่อเป็นการไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นมาในภายหลัง

  •               เป็นเรื่องธรรมดาที่คนส่วนใหญ่ต้องประสบพบเจอกับปัญหาคนบ้านใกล้เรือนเคียงมากมายหลายรูปแบบ อาจสร้างความลำบากใจ หรือหงุดหงิดรำคาญใจต่อกันได้  ดังนั้นถ้าไม่อยากให้ความสัมพันธ์อันดีต่อเพื่อนบ้านต้องสั่นคลอน ควรทำความเข้าใจปัญหาต่างๆ และความรู้เบื้องต้นด้านกฎหมาย เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต ดังนี้

     

    1. ข้อพิพาทเกี่ยวกับอาณาเขต

    ควรศึกษากฎหมายให้แน่ชัดก่อนว่าควรเว้นระยะถอยร่นจากเขตกรรมสิทธิ์เท่าไร เช่น

    • อาคารที่เป็นผนังทึบ และสูงไม่เกิน 15 เมตร สามารถสร้างติดเขตที่ดินได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตจากเพื่อนบ้านก่อน แต่ถ้าเพื่อนบ้านไม่ยินยอม ต้องถอยร่นห่างจากเขตที่ดินอย่างน้อย 50 เซนติเมตร
    • อาคารสูงเกิน 15 เมตร แต่ไม่เกิน 23 เมตร จะต้องถอยร่นห่างจากเขตที่ดินอย่างนี้ 50 เซนติเมตร
    • ถ้ามีช่องเปิด แล้วอาคารสูงไม่เกิน 9 เมตร ตัวอาคารจะมีกี่ชั้นก็ได้ จะต้องถอยร่นห่างจากเขตที่ดินอย่างน้อย 2 เมตร แต่ถ้าอาคารสูงเกิน 9 เมตร และมีช่องเปิด ต้องถอยร่นห่างจากแนวเขตที่ดินอย่างน้อย 3 เมตร
    • 70% ของพื้นที่ทั้งหมดใช้สำหรับสร้างบ้าน และควรมีพื้นที่ว่างไม่น้อยกว่า 30% เพื่อใช้สำหรับทำบ่อน้ำ สระว่ายน้ำ หรือบ่อพักน้ำเสีย เป็นต้น

    ดังนั้น ถ้าจำเป็นต้องต่อเติมชิดติดเขตของเพื่อนบ้าน ควรให้เพื่อนบ้านเซ็นยินยอมก่อน

     

    1. เขตรั้ว

    มาตรฐานความสูงของรั้ว ที่นิยมใช้ทั่วไป  คือ รั้วหลังบ้านสูงได้ไม่เกิน  1.80 เมตร รั้วหน้าบ้านสูงได้ไม่เกิด 1.20 เมตร และรั้วต้นไม้สูงได้ไม่เกิน 2.40 เมตร แต่ในกรณี ที่ต้องการสร้างรั้วสูง เพื่อความเป็นส่วนตัว ก็สามารถทำได้ แต่ต้องสร้างสูงได้ไม่เกิน 3 เมตร และต้องสร้างใหม่อยู่ในเขตที่ดินของตนเอง ตามที่กฎหมายระบุไว้

     

    1. การยื่นล้ำของหลังคา

     ควรระวังไม่ให้หลังคายื่นล้ำเขาไปในเขตของเพื่อนบ้าน เพราะเมื่อเวลาฝนตก จะทำให้ฝนจากหลังคาบ้านไหลเข้าบริเวณเขตบ้านของเพื่อนบ้านได้ ละถ้าหลังคาเสมอกับขอบรั้วบ้าน ควรใส่รางน้ำให้เรียบร้อยด้วย เพื่อไม่ให้น้ำฝนไหลลงในเขตพื้นที่ของเพื่อนบ้าน

     

    1. วิวทิวทัศน์

    ถ้าเพื่อนบ้านต่อเติมบ้าน หรือปลูกต้นไม้บังวิว ทิวทัศน์  โดยเฉพาะกรณีที่เพื่อนบ้านเจตนาทำสิ่งก่อสร้างขึ้นเพื่อบังวิว  เช่น บางสถานที่เป็นทะเล ภูเขา ซึ่งเป็นวิวธรรมชาติ  กฎหมายจะระบุไว้ว่าห้ามปลูกต้นไม้สูงหรือสิ่งก่อสร้างล่วงล้ำไปยังพื้นที่สาธารณะทำให้บังวิวเพื่อนบ้าน  เจ้าของบ้านที่ถูกบังวิวสามารถยื่นฟ้องร้องเพื่อรักษาสิทธิชมวิวของตนได้ หากมีความจำเป็นที่จะต้องต่อเติมหรือสร้างสิ่งปลูกสร้าง ควรพูดคุยเจรจากับเพื่อนบ้านก่อนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาต่างๆตามมา

     

    1. ขุดบ่อ สระ หรือบ่อพักน้ำเสีย

     

    การปรับพื้นที่ อาจก่อให้เกิดปัญหากับเพื่อนบ้านได้ ดังนั้นจึงควรรู้เรื่องกฎหมายก่อนที่จะลงมือทำ เช่น การขุดดิน บ่อ หรือสระว่ายน้ำ ควรเว้นระยะร่นห่างจากรั้วบ้าน หรือพื้นที่ของเพื่อนบ้านไม่น้อยกว่า 2 เมตร และต้องระวังไม่ให้ดินพังด้วย หากจำเป็นต้องขุดบ่อน้ำเสีย ควรระวังเรื่องกลิ่นเหม็น และน้ำเสียในบ่อเออล้น ไหลซึมเข้าเขตเพื่อนบ้าน ซึ่งตามกฎหมายถือเป็นความผิดที่สามารถเอาผิดได้

     

    1. การปลูกต้นไม้ใหญ่ริมรั้ว

    การปลูกต้นไม้ใหญ่ในปัจจุบันก่อให้เกิดปัญหามากมายกับเพื่อนบ้าน ไม่ควรปลูกต้นไม้ใหญ่ติดกับรั้วของเพื่อนบ้าน เพราะหากต้นไม้เกิดเอนเอียง ใกล้จะล้ม หรือรากอาจชอนไชทะลุไปฝั่งเพื่อนบ้าน แล้วอาจทำให้รั้ว หรือโครงสร้างบ้านบริเวณนั้นๆพัง เสียหายได้ และหากกิ่งก้านของต้นไม้ยื่นล้ำเข้าไปในเขตของเพื่อนบ้าน แล้วรู้สึกว่าอาจทำให้บ้านเกิดการเสียหายได้  เพื่อนบ้านมีสิทธิตัดกิ่งไม้ที่ยื่นล้ำเข้ามาได้เลย หรือเพื่อนบ้านสามารถโทรแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อให้สั่งตัด หรือขุดถอนต้นไม้ที่อาจก่อให้เกิดปัญหาทิ้งได้

     

    1. สัตว์เลี้ยงแสนรัก (ของเราคนเดียว)

    ควรป้องกันสัตว์เลี้ยงเข้าไปในเขตของเพื่อนบ้าน กัดทำลายข้าวของพังเสียหาย หรือถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ รวมทั้งคุ้ยขยะ ทำให้บริเวณบ้านสกปรก ส่งกลิ่นเหม็น สร้างความเดือดร้อนเพื่อนบ้านสามารถเรียกร้องจากเจ้าของสัตว์ได้ และในกรณีที่สุนัขอาจชอบเห่าหอนส่งเสียงดัง สร้างความหนวกหู รำคาญใจ เพื่อนบ้านสร้างมารถแจ้งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่ดูแลสัตว์ได้เช่นกัน ดังนั้นถ้าต้องการที่จะเลี้ยงสัตว์เลี้ยงประเภทใดก็ตาม ควรใส่ใจดูแล และให้ความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ ควรจัดพื้นที่ให้เป็นสัดส่วน ฝึกนิสัยของสัตว์เลี้ยงให้ดี เพื่อไม่ให้ก่อเรื่องวุ่นวาย และสร้างความเดือดร้อนให้กับเพื่อนบ้าน

     

    8 . จอดรถ ขวางทาง

     

    ไม่ควรจอดรถขวางทางเข้า – ออก หน้าประตูบ้านของเพื่อนบ้าน กฎหมาย ถือว่าเป็นการกระทำความผิด สร้างคามเดือดร้อนรำคาญใจ เจ้าของบ้านมีสิทธิ์เรียกร้อง แต่ถ้ามีเหตุจำเป็นควรขออนุญาตเพื่อนบ้านก่อน เช่น ถ้ามีแขก หรือเพื่อนมาหาที่บ้านเพื่อนคุยธุระ แล้วที่จอดรถไม่เพียงพอ ควรพูดคุยเพื่อขออนุญาตกับเพื่อนให้เรียบร้อยก่อน เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น

     

    1. เสียงดังรบกวน

    การส่งเสียงดังที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญใจ ให้กับเพื่อน บ้านเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่สำคัญ  เช่น เสียงที่เกิดจาก งานเลี้ยง ดื่มสุรา เมาแล้วโวยวายส่งเสียงดัง เปิดเพลงเสียงดัง ทะเลาะกันเอะอะโวยวาย กฎหมายถือเป็นความผิด เพื่อนบ้านมีสิทธิ์ฟ้องร้องได้  หากจำเป็นต้องขออนุญาตเพื่อนบ้านก่อน โดยกฎหมายได้ระบุช่วงเวลาเงียบสงบ ไว้ดังนี้

    วันธรรมดา     ช่วงเงียบสงบ คือ ตั้งแต่เวลา 22.00 น. – 7.00 น.

    วันหยุด           ช่วงเงียบสงบ คือ ตั้งแต่เวลา 22.00 น. – 9.00 น.

     

                       การอยู่บ้านใกล้เรือนเคียงกัน อาจจะก่อให้เกิดเรื่องกระทบกระทั้งกันบ้าง แต่ทางที่ดี ควรพูดคุยกันด้วยเหตุผล เปิดใจรับฟัง และช่วยกันแก้ปัญหา ก็จะช่วยให้อยู่กันได้อย่างมีความสุข  และหากทุกคนทำตามกฎหมายข้อบังคับต่างๆอย่างถูกต้อง เชื่อว่าปัญหาระหว่างเพื่อนบ้านก็จะหมดไป และอยู่กันได้ด้วยความสุขสงบ หมดปัญหากวนใจ

     

    ขอบคุณรูปภาพจาก Pinterest

  •  ในการทำงานอุปกรณ์เวฟตี้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะเหตุการณ์อันตรายจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้หากไม่ระวัง วันนี้เรามีอุปกรณ์เซฟตี้ที่ควรมีไว้ในงานก่อสร้างมาฝากกัน

     

     

  • ตุ๊กตาค้ำยัน
    By vLIVING PRO23/11/2567

         ตุ๊กตา เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง สำหรับใช้ในการก่อสร้างอาคารบ้านเรือน ความหมายและประโยชน์ของตุ๊กตา มีดังนี้

     “ตุ๊กตา” ทางช่าง หมายถึง “ไม้ค้ำยัน” ใช้สำหรับรองรับน้ำหนักคานคอนกรีต โดยทั่วไปมีความยาวประมาณ 1-4 เมตร ขึ้นอยู่กับแต่ละส่วนของอาคารที่ก่อสร้าง ไม้ที่นิยมนำมาใช้ทำค้ำยันคือ ไม้เนื้อแข็ง ที่มีขนาด 1.5” x 3” และไม้ยูคาลิปตัส ที่มีขนาด 2” หรือ 3” 

     

     

     

     

    นอกจากนี้ไม้ค้ำยัน และไม้แบบ (แบบหล่อคอนกรีตเสริมเหล็ก)  ต้องใช้งานร่วมกัน สำหรับงานโครงสร้าง ที่มีความสูงตั้งแต่ 2 ชั้นขึ้นไป โดยช่างจะวางไม้แบบท้องคาน แล้วผูกเหล็กคาน และประกอบแบบข้างให้ได้ระดับ โดยใช้ไม้ค้ำยันช่วยในการรับน้ำหนักคอนกรีต ส่วนระยะเวลาในการถอดไม้ค้ำยันสำหรับบ้าน หรืออาคาร คือประมาณ 7 – 14 วัน หรือเมื่อผ่านการทดสอบกำลังคอนกรีตตามที่วิศวกรออกแบบไว้ เพื่อความปลอดภัยของโครงสร้าง

     

    จะเห็นได้ว่า ไม้ค้ำยันมีประโยชน์ และมีความสำคัญ สำหรับขั้นตอนในการก่อสร้างอาคารตั้งแต่ 2 ชั้นขึ้นไป ดังนั้นเราจึงไม่ควรมองข้าม หรือละเลยในการเลือกใช้ไม้ หรือวัสดุที่นำมาใช้ทำไม้ค้ำยัน

     

  • ใกล้ถึงเทศกาลวันคริสต์มาสแล้วนะทุกคน และสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ต้นคริสต์มาส นั้นเอง วันนี้เราจึงมีตัวอย่างต้นคริสต์มาสสุดชิค หลากหลายแบบ มาฝากทุกคนเพื่อเป็นทางเลือกใหม่ๆ ซึ่งสามารถทำเองได้ สวยงาม และไม่เหมือนใครอีกด้วยค่ะ

     

    1. ใช้ไม้ หรือเถาวัลย์ทำเป็นต้นคริสต์มาส สำหรับคนที่ชื่นชอบความเป็นธรรมชาติ สามารถนำไม้ หรือเถาวัลย์มาทำเป็นต้นคริสต์มาส ก็ดูดีไปอีกแบบ นอกจากจะเป็นของประดับตกแต่งตามเทศกาลแล้ว ยังใช้เป็นชั้นวางของได้อีกด้วยค่ะ

     

    2. ทำต้นคริสต์มาสด้วยลูกโป่งสวยใส เอาลูกโป่งจะหลากสี หรือสีเดียวก็ได้หลายๆใบ ทำให้ได้ขนาดตามใจชอบ มามัดรวมกัน จัดเรียงลูกโป่งให้ดี เท่านี้ก็เป็นต้นคริสต์มาสได้แล้ว อาจผูกลูกโป่งต้นคริสต์มาสไว้กับกล่องของขวัญใบใหญ่ หรือตุ๊กตาก็ได้นะคะ ดูน่ารักไปอีกแบบ

     

    3. ต้นคริสต์มาสจากจุกก๊อกไวน์ DIY ชิ้นนี้เหมาะกับคนที่ชอบดื่มไวน์เป็นพิเศษ เพราะเราใช้จุกปิดขวดไวน์ มาเรียงซ้อนเป็นต้นคริสต์มาส อาจตกแต่งเพิ่มความสวยงาม น่ารักด้วยการทาสี และประดับตกแต่งด้วยโบว์ หรือดาวด้านบน เป็นอันเรียบร้อยค่ะ   

     

    4. ใช้กระดาษหนังสือทำเป็นต้นคริสต์มาส นำกระดาษที่ไม่ใช้แล้วมาติดกับไม้ที่ปักอยู่ในกระถาง ง่าย และประหยัด หรือเพิ่มความสวยงามให้มากขึ้น ด้วยการพ่นสีทับลงไปบนกระดาษ ตกแต่งดาว กระดุมไม้ หรือโบว์น่ารักๆ ฯลฯ ตามใจชอบ แค่นี้ก็เป็นต้นคริสต์มาสได้แล้วค่ะ 

     

    5. ทำต้นสริสต์มาสด้วยกระดุมจากเสื้อผ้าเหลือใช้ หรือกระดุมเก่าที่เสีย และเหลือใช้  หากที่บ้านของคุณมีเสื้อเชิ้ต เสื้อผ้าที่มีกระดุมแล้วไม่ได้ใช้ หรือมีกระดุมที่เสีย และเหลือใช้ ควรเอากระดุมมาใช้ประโยชน์ โดยการนำกระดุมมาติดกับกระดาษม้วนจนเต็ม แล้วตกแต่งให้กลายเป็นต้นคริสต์มาสได้ค่ะ

     

    6. นำกิ่งต้นสนมาทำเป็นต้นคริสต์มาส เราสามารถใช้กิ่งสนนำมาปักแจกัน แล้วตกแต่งให้สวยงาม เพียงเท่านี้เราก็จะได้ต้นคริสต์มาสที่สามารถนำไปวางบริเวณไหนก็ได้ตามใจชอบ แถมยังเป็นของแต่งบ้านไปในตัวได้อีกด้วย

     

     

    7. ทำต้นคริสต์จากสมุด หนังสือ หากที่บ้านของคุณมีหนังสือ หรือสมุดเก่าๆ ลองนำมาทำเป็นต้นคริสต์มาสดูก็เก๋ไปอีกแบบนะคะ ด้วยการนำหนังสือ หรือสมุดมาวางเรียงซ้อนๆ กันในรูปแบบต่างๆ แล้วประดับด้วยไฟคริสต์มาส หรือของตกแต่ง แค่นี้ก็ได้ต้นคริสต์มาสที่สวยงาม แปลกใหม่ ไม่เหมือนใครแล้วค่ะ 

     

    ไอเดียการทำต้นคริสต์มาส เพื่อต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี น่าจะมีแบบที่สวยถูกใจเพื่อนๆ บ้างนะคะ ลองเลือกแบบที่ชอบแล้วลองทำดู รับรองว่าสวยเด่นไม่เหมือนใครแน่นอนค่ะ