5 วัสดุ แผ่นหลังคาที่ใช้กันบ่อย
By vLIVING PRO10 มกราคม 2568 08:19:48

หลังคาบ้านมีวัสดุให้เลือกมากมายในท้องตลาด ขึ้นอยู่กับการใช้งาน และความชื่นชอบ ทั่้งดีไซน์และรูปสร้าง วันนี้เรามี 5 ประเภทวัสดุที่นิยมใช้งานมาฝากกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  •                 อากาศบ้านเราเปลี่ยนแปลงบ่อยบางวันก็ร้อนจัด บางวันก็ฝนตก กันสาด จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่หลายๆคนนำมาใช้ติดบริเวณหน้าบ้าน ระเบียงบ้าน หรือหน้าต่างบ้าน เพื่อป้องกันแสงแดดที่ส่องเข้ามาภายในบ้านมากจนเกิดไป และช่วยป้องกันน้ำฝนที่สาดเข้ามาในบ้านจนอาจทำให้ข้าวของเสียหายได้ กันสาด มีหลายประเภท และหลายรูปแบบ นอกจากจะช่วยกันแดด กันฝนแล้ว ยังช่วยทำให้บ้านดูสวยงาม น่ามอง และน่าอยู่มากขึ้นได้อีกด้วย

    กันสาด ช่วยกรองแสงแดดที่ส่องเข้ามาภายในบ้าน ช่วยประหยัดพลังงาน และค่าใช้จ่ายจากการเปิดใช้เครื่องปรับอากาศ ช่วยกันฝนสาดเข้าภายในบ้าน ช่วยเพิ่มความร่มรื่น และทำให้บ้านดูสวยงามมากขึ้นอีกด้วย กันสาด มี 2 แบบ คือ

     

    1. กันสาดแบบยื่นออจากตัวบ้าน

    ข้อดี คือ

    • ไม่มีเสาเกะกะ ติดตั้งง่าย
    • ไม่ต้องกังวลเรื่องการทรุดตัวของเสา

    ข้อเสีย คือ

    • ไม่สามารถยื่นออกจากตัวบ้านได้มาก เพราะจุดที่ยึดโครงกันสาดอาจแข็งแรงไม่มากพอ และควรยึดด้วยวัสดุที่มีน้ำหนักเบา

     

     

    1. กันสาดแบบเป็นซุ้มตั้งเสา หรือแบบมีเสา

     

    ข้อดี คือ

    • กันสาด สามารถยื่นยาวออกไปได้ตามต้องการ
    • มีเสารับน้ำหนักโครงสร้างแยกออกจากตัวบ้าน
    • สวยงาม

    ข้อเสีย คือ

    • เสาอาจทำให้ดูเกะกะ รกสายตา
    • การติดตั้งมีหลายขั้นตอน
    • โครงหลังคาอาจเกิดปัญหา เนื่องจากเสาทรุดตัวไม่เท่ากัน ทำให้น้ำรั่วซึมได้

     

    วัสดุที่นิยมนำมาใช้ทำเป็นโครงกันสาด มีดังนี้

    1. เหล็ก

    ราคาถูก หาง่าย แข็งแรง ทนทาน แต่มีน้ำหนักเยอะ และอาจเป็นสนิมได้

    1. สแตนเลส

    มีให้เลือกใช้หลายเกรด แต่ถ้าให้ดีควรเลือกใช้เกรด 304 เพราะไม่เป็นสนิม อายุการใช้งานยาวนาน และคงทนกว่าเหล็ก แต่มีราคาสูง

    1. ไม้เทียม หรือพลาสติกประเภทไวนิล

    ไม่ผุพัง ปลวกไม่สามารถกินได้ น้ำหนักเบา และไม่เป็นสนิม บางแบบผลิตขึ้นมาเพื่อทำเป็นกันสาดโดยเฉพาะ มีรูปแบบที่ตายตัว มีข้อจำกัดในการทำ และมีราคาแพง

     

    วัสดุที่นำมาใช้มุงกันสาด มี 2 ประเภท คือ

    1. แบบทึบแสง ช่วยป้องกันความร้อนได้ดี เช่น...

     

     

    1.1หลังคาไวนิล (พลาสติก หรือ UPVC)

    ข้อดี คือ

    น้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย มีความทนทานสูง และเสียงไม่ดังเวลาฝนตก ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน

    ข้อเสีย คือ

    เป็นรอยต่อง่าย และราคาสูง

    1.2เมทัลชีท บ้านสไตล์โมเดิร์นนิยมใช้มากในปัจจุบัน

    ข้อดี คือ

    ราคาถูก น้ำหนักเบา ประหยัดโครงสร้าง ติดตั้งง่าย มีอายุการใช้งานยาวนาน และสะท้อนความร้อนได้ดี

    ข้อเสีย คือ

    มีเสียงดังเวลาฝนตก

    1.3หลังคาผ้าใบทึบแสง

    ข้อดี คือ

    สามารถเลือกสีสัน และรูปทรงได้ตามต้องการ น้ำหนักเบา ดูเป็นธรรมชาติ มีความยืดหยุ่น และช่วยกรองแสงแดด ไม่เก็บกักความร้อน

    ข้อเสีย คือ

    พังง่าย และไม่มีความทนทาน

     

    1. แบบโปร่งแสง แดดผ่านได้ ไม่อึดอัด เช่น...

     

     

    2.1แผ่นโพลีคาร์บอเนต

    ข้อดี คือ

    สามารถดัดให้โค้งงอได้ตามต้องการ ไม่ติดไฟง่าย เหนียว แข็งแรงทนทาน มีสีและแบบให้เลือกมากมาย

    ข้อเสีย คือ

    สีซีด แตก และฝุ่นเกาะตามรูได้ง่าย

    2.2แผ่นโพลีชีทตัน

    ข้อดี คือ

    ช่วยกรองแสงได้ดี และไม่มีคราบฝุ่นเกาะภายในเนื้อแผ่น

     

               ในปัจจุบัน กันสาด มีมากมายหลากหลายประเภทให้เลือกใช้งาน ควรเลือกกันสาดให้เหมาะสมกับบ้าน และการใช้งาน จะช่วยทำให้น่าอยู่ และมีความสุขกับบ้านคุณรักได้มากขึ้นด้วย

     

    ขอบคุณรูปภาพจาก Pinterest

  •          เชื่อว่ามีคนมากมายที่กำลังคิดว่าอยากจะสร้างบ้านใหม่ แต่อาจยังลังเลใจอยู่ เลือกไม่ถูกว่าจะสร้างบ้านไม้ หรือบ้านปูนดี  ดังนั้น เพื่อให้ได้เห็นถึงความแตกต่างของบ้านไม้ กับ บ้านปูน อย่างชัดเจน เราจึงได้นำข้อดี – ข้อเสีย ของบ้านทั้ง 2 แบบ มาเปรียบเทียบให้ดูกัน ดังนี้

     

      

     

    บ้านไม้

              ควรเลือกใช้ไม้แต่ละประเภทให้เหมาะสมกับการใช้งาน เช่น ไม้บางประเภทอาจจะเหมาะสำหรับใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ หรือบางประเภท เหมาะสำหรับทำโครงสร้างบ้าน เป็นต้น

              บ้านไม้ เป็นบ้านที่มีความสวยงาม คลาสสิก และอบอุ่น อากาศถ่ายเทได้ดี โปร่ง โล่ง สบาย มีความยืดหยุ่นสูง ง่ายต่อการซ่อมแซมแก้ไข รื้อถอน หรือตกแต่งเพิ่มเติม และสามารถนำไม้กลับมาใช้ใหม่ได้

     

     

     

     

     

    1. ไม้เต็ง เนื้อไม้มีผิวหยาบ เหมาะสำหรับงานที่โชว์ลวดลายของไม้ ส่วนใหญ่เหมาะสำหรับใช้กับงานภายนอก และงานโครงสร้างเป็นหลัก เช่น เสา และคาน

    2. ไม้แดง นิยมนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของโครงสร้างบ้าน เช่น ใช้ทำพื้นบ้าน หรือวงกบประตู หน้าต่าง เป็นต้น

    3. ไม้มะค่า มีความแข็งแรงมาก ส่วนใหญ่นิยมนำมาใช้ทำพื้นไม้ และบันไดบ้าน

    4. ไม้ตะแบก เหมาะสำหรับใช้กับงานภายในเท่านั้น เช่น พื้นภายในบ้าน และประตู เป็นต้น

    5. ไม้ตะเคียน มีความคงทนสูง ส่วนใหญ่ใช้สำหรับทำวงกบ และพื้นไม้

    6. ไม้สัก มีลายไม้ที่สวยงาม และคงทน เหมาะสำหรับใช้เป็นส่วนประกอบของโครงสร้างบ้าน หรือส่วนต่างๆ ของบ้านที่ต้องการความสวยงาม เช่น บานประตู หน้าต่าง และเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น

    7. ไม้ยางพารา เหมาะสำหรับใช้ทำประตู วงกบ พื้น บันได และเฟอร์นิเจอร์

    8. ไม้จำปา ส่วนใหญ่นิยมใช้กับงานภายใน เช่น ประตู เป็นต้น

     

    ข้อควรระวังสำหรับบ้านไม้ คือ

    1. จำเป็นต้องใช้ช่างที่มีประสบการณ์ในการสร้างบ้านไม้ ต้องมีฝีมือที่ประณีต เรียบร้อย และสวยงาม
    2. ในปัจจุบันไม้หายากมากขึ้น จึงทำให้ไม้มีราคาแพง
    3. ปลวก และแมลงสามารถกันกินไม้ได้
    4. เสื่อมโทรม ผุ พังได้ตามอายุการใช้งาน และตามสภาพดินฟ้าอากาศ

     

    การป้องกัน และการดูแลแก้ไขสำหรับบ้านไม้ คือ

    1. ประตู หน้าต่าง และโครงสร้างไม้ภายนอก ควรทาด้วยสีน้ำมัน สีพลาสติก สำหรับใช้กับงานไม้โดยเฉพาะ หรือสามารถใช้สีย้อมไม้ก็ได้เช่นกัน ทาประมาณ 2 – 3 ชั้น การทาแต่ละชั้นควรทิ้งระยะให้แห้งอย่างน้อยประมาณ 6 ชั่วโมง
    2. ไม้บริเวณระเบียงนอกชาน ที่อยู่กลางแจ้ง ควรขัดผิว และทาด้วยสีย้อมไม้สำหรับทาภายนอกโดยเฉพาะ ทุกๆ 3 ปี
    3. พื้นไม้ และบันไดภายในบ้าน ควรทาน้ำยากันปลวกให้ทั่วก่อน แล้วจึงเคลือบด้วยน้ำยาโพลียูรีเทน เพื่อช่วยป้องกันการเกิดรอยขีดข่วนจากการใช้งาน และช่วยเพิ่มความทนทานได้อีกด้วย
    4. เฟอร์นิเจอร์ไม้ ควรขัดเคลือบผิวก่อน เพื่อไม่ให้เนื้อไม้เสีย หรือดูดซับความชื้นมากจนเกินไป จากนั้นจึงเคลือบด้วยแล็กเกอร์ เพื่อช่วยให้ผิวไม้เงางามมากยิ่งขึ้น การทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ไม้ ควรใช้ผ้านุ่มๆชุบน้ำที่ผสมกับสบู่จางๆ เช็ดทำความสะอาด หรือใช้น้ำยาทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ไม้โดยเฉพาะก็ได้ ใช้ง่าย และยังสามารถช่วยบำรุงผิวไม้ได้อีกด้วย
     

    บ้านปูน

              ความแข็งแรงของบ้านปูน จะขึ้นอยู่กับโครงสร้างที่ใช้ ส่วนผสมของคอนกรีต เทคนิคการก่ออิฐ ฉาบปูน และงานระบบต่างๆ เช่น งานฝ้าเพดาน งานประปา และงานไฟฟ้า เป็นต้น

     

     

     

              บ้านปูนมีลักษณะที่ทันสมัย และสวยงาม แต่ผนังของบ้านปูนจะมีความทึบแสง ไม่โปร่งเท่ากับบ้านไม้ ดังนั้น อาจแก้ไขได้โดย การจัดแปลนบ้านให้ลมสามารถพัดผ่านเข้าภายในบ้านได้ และจัดให้ห้องที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน อยู่ในด้านที่โดนแดดจัดๆในตอนกลางวัน เช่น ห้องเก็บของ เป็นต้น หรือทำช่องระบายอากาศให้มากขึ้น และทำหน้าต่างให้กว้างขึ้นด้วย

     

    ข้อควรระวังสำหรับบ้านปูน คือ

    ควรใช้ช่างที่มีความชำนาญ ไม่เช่นนั้น อาจทำให้เกิดรอยร้าวได้ ดูไม่สวยงาม และอาจเกิดคราบดำขึ้นที่ผนัง เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ และชนิดของปูนให้เลือกใช้มากมาย ดังนั้นจึงควรเลือกใช้ให้ถูกต้องตามแต่ละประเภทด้วย และสำหรับผู้ที่ต้องการจะรีโนเวทบ้านปูน ต้องทำการทุบ หรือรื้อถอนของเก่าทิ้งก่อนเท่านั้น ไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีก ยกเว้น ประตู หน้าต่าง วงกบ บันได ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ถ้าอยู่ในสภาพที่ดี

     

              สำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจ หรือกำลังสับสนอยู่ บทความนี้น่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการนำมาช่วยพิจารณา ในการตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ว่าจะเลือกสร้างบ้านแบบไหนดี จึงจะเหมาะสมสไตล์ และการอยู่อาศัยของเรามากที่สุด

     

    ขอบคุณรูปภาพจาก Pinterest

  • 3 เคล็ดลับวิธีทำบ้านเย็น ให้แก่บ้านแบบไม่ยุ่งยาก และปลอดภัยมีอะไรบ้างมาดูกัน

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

  •