5 วัสดุ แผ่นหลังคาที่ใช้กันบ่อย
By vLIVING PRO10 มกราคม 2568 08:19:48

หลังคาบ้านมีวัสดุให้เลือกมากมายในท้องตลาด ขึ้นอยู่กับการใช้งาน และความชื่นชอบ ทั่้งดีไซน์และรูปสร้าง วันนี้เรามี 5 ประเภทวัสดุที่นิยมใช้งานมาฝากกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
วิธีกำจัดหนู
vLIVING PRO
รังวัด
vLIVING PRO
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  • " บานเฟี้ยม " เป็นคำที่คุ้นหูที่เราเคยได้ยินกันมาบ้างแล้ว

    แต่บางคนอาจจะไม่ทราบว่า บานเฟี้ยมคืออะไร เรามีคำตอบให้ครับ

     

     

     

     

     

     

     

  • ศัพท์ช่างวันนี้ "เหล็กหนวดกุ้ง" หรือ "เหล็กเดือย" เป็นเหล็กเสริมสำหรับยึดเกาะโครงสร้างส่วนต่อ เพื่อช่วยให้เกิดความแข็งแรงของโครงสร้างมากขึ้น มาดูกันค่ะว่าเหล็กหนวดกุ้งมีกี่ชนิด อะไรบ้าง และแต่ละชนิดเหมาะกับงานประเภทไหน?

     

      

     

     

     

    นอกจากนี้ เราอาจใช้ประโยชน์จากเศษเหล็กที่เหลือใช้จากงานก่อสร้าง มาทำเป็น "เหล็กเดือย" หรือ "เหล็กหนวดกุ้ง" ได้ด้วยนะคะ 

  • ม่าน นอกจากจะเป็นอุปกรณ์สำคัญอย่างหนึ่งในการช่วยตกแต่งบ้านให้ดูมีความสวยงามมากขึ้น มีระดับ  และแสดงถึงรสนิยมของเจ้าของบ้านแล้ว  ม่านยังมีประโยชน์อีกมากมายหลายอย่าง ที่เราอาจนึกไม่ถึง หรือมองข้างไป รวมทั้งการเลือกใช้ผ้าม่านแต่ละประเภทให้ถูกต้องเหมาะสมกับบ้าน และการใช้งานด้วย

                    

    ประโยชน์ของผ้าม่าน

    1. ช่วยป้องกันแสงแดดที่ส่องเข้ามาในบ้าน
    2. ช่วยป้องกันเฟอร์นิเจอร์ไม่ให้สีซีดจาง เนื่องจากถูกแสงแดดส่องเข้ามาในบ้าน
    3. ช่วยพลางสายตาจากคนภายนอกเพื่อความเป็นส่วนตัวได้
    4. ช่วยแบ่งกั้นห้องเพื่อให้เป็นสัดส่วน แทนการก่อกำแพง
    5. สามารถกั้นเป็นห้องแต่งตัวได้
    6. ช่วยลดเสียงดังจากภายนอกได้
    7. ช่วยดูดซับเสียง และช่วยลดเสียงสะท้อน
    8. ช่วยทำให้บ้านดูโดดเด่นสวยงาม

     

    ประเภทของม่าน

    1. ม่านจีบ มีลักษณะเป็นจีบด้านบน เว้นระยะห่างเท่าๆกัน สามารถติดได้ 2 ชั้น คือ ม่านโปร่ง และม่านทึบ และสามารถเข้าได้กับการตกแต่งบ้านทุกสไตล์  เช่น บ้านสไตล์โมเดิร์น หรือวินเทจ เป็นต้น เพียงแค่ต้องเลือกเนื้อผ้า สี และลายให้เหมาะสมกับสไตล์ของบ้านนั้นๆ

     

    2. ม่านพับ เวลาดึงม่านขึ้น ม่านจะพับเป็นชั้นซ้อนทับกัน ม่านพับจะมีความแข็งแรง ประหยัดพื้นที่ และทำความสะอาดง่าย  สามารถถอดซักได้


     

    3. ม่านม้วน มีลักษณะเป็นแกนม้วนสปริงอยู่ด้านบน ป้องกันความร้อนและแสงแดดได้ดี ใช้งานง่าย สะดวก ปรับความสูงได้ตามต้องการ รวมทั้งทำความสะอาดง่ายไม่เก็บฝุ่น และใช้พื้นที่ในการติดตั้งน้อย


     

    4. ม่านคอกระเช้า เหมาะกับการตกแต่งบ้านในสไตล์ร่วมสมัย เช่น สไตลืวินเทจ เป็นต้น ควรเลือกผ้าม่านที่มีสีโทน เดียวกันกับราวม่าน และมีลวดลายไม่มากนัก


     

    5. ม่านตาไก่ มีลักษณะเป็นลอน เรียบง่าย และใช้ได้ทุกยุคสมัย ไม่ตกยุค ติดตั้งง่าย น้ำหนักเบา

     

    6. ม่านหลุยส์ เน้นความหรูหรา ประณีต มีระดับ แต่ม่านหลุยส์มีข้อเสีย คือ ดูแลรักษายาก และเก็บฝุ่น

     

    7. มู่ลี่ แข็งแรง ทำความสะอาดได้ง่าย ไม่เก็บฝุ่น สามารถปรับแสงได้ตามต้องการ มี 3 ประเภทหลักๆ คือ

    •     มู่ลี่ไม้
    •     มู่ลี่ไม้โฟมวู๊ด (เลียนแบบไม้จริง)
    •     มู่ลี่อะลูมิเนียม  มีความคงทน ใช้งานง่าย

     

    8. ม่านปรับแสง สามารถปรับแสงได้ 180 องศา ส่วนใหญ่ทำมาจากวัสดุสังเคราะห์ กรองแสงได้ดี มี 2 แบบ คือ

    • แบบทึบแสง
    • แบบแสงผ่านได้

     

    หวังเป็นอย่างยิ่งว่า บทความจะมีส่วนช่วยให้หลายๆคนที่กำลังเลือกซื้อม่าน ได้ตัดสินใจซื้อได้อย่างถูกต้องเหมาะสม  และไม่ว่าจะเลือกซื้อม่านแบบไหน หรือชนิดใดก็ตาม สิ่งสำคัญที่ควรพิจารณา คือ ประโยชน์ใช้สอย  และแบบของผ้าม่านที่เข้ากันสไตล์การแต่บ้านของเราด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวของเจ้าของบ้านเป็นหลัก

     

    ขอบคุณรูปภาพจาก Pinterest

  • วิธีกำจัดหนู
    By vLIVING PRO28/02/2561

                 หนูและเป็นสัตว์ที่น่ารำคาญสำหรับภายในบ้านหากเราไม่อยากฆ่าให้รู้สึกบาปวันนี้เรามีเทคนิคดีๆมาฝากกัน

     

     

    1.น้ำมันก๊าด/น้ำมันสน

                  กลิ่นของน้ำมันก๊าดสามารถไล่หนูได้ วิธีการแค่เทน้ำมันก๊าดใส่ถ้วยเล็กๆวางไว้ตามจุดที่คาดว่าเป็นที่อยู่หนูหรือจะวางไว้แหล่งอาหารของหนูก็ได้

     

     

     

    2.ลูกเหม็น

    กลิ่นของลูกเหม็นจะไม่รุนแรงเท่าน้ำมันก๊าด แต่หนูไม่ชอบกลิ่นสักเท่าไหร่

    3.เปิดไฟให้สว่าง

    หนูเป็นสัตว์ที่ชอบความมืดแสงไฟทำให้หนูแสบตาไม่กล้าออกมาแสดงตัวเท่าไหร่นัก

     

    4.ประทัด

                           เสียงของประทัดทำให้หนูตกใจแตกกระเจิงลองใช้ประทัดมาจุดใกล้ๆรังหนูเพื่อให้มันอพยพออกไป ไม่ควรโยนใส่ตัวหนูเกินไป

     

     

    5.กรงดักหนู

                  ซื้อกรงดักหนูแล้วนำเหยื่ออาหารมาใส่เข้าไปเมื่อหนูวิ่งเข้าไปในกรง กรงจะปิดลง หากหนูมาติดกับแล้วควรเอาไปปล่อยไกลๆจากแหล่งที่อยู่อาศัยเพื่อไม่ให้กลับเข้ามาอีก

     

    6.ต้นยี่โถ

    นำกิ่งยี่โถไปวางในบริเวณที่หนูชุกชุมเพราะกลิ่นของต้นยี่โถมีกลิ่นแรงทำให้หนูทนไม่ไหว

     

    7.เลี้ยงแมว

    แมวเป็นสัตว์ที่จมูกไวมาก หากเราเลี้ยงไว้บ้านก็จะไม่มีหนูอีกต่อไปเพราะแค่หนูได้กลิ่นแมวก็จะไม่สามารถอยู่ได้แล้ว

     

    8.ปิดทางเข้า

                   ลองสำรวจบ้านดูว่ามีจุดไหนที่หนูสามารถเข้ามาได้ เช่น รอยแยกฝ้าเพดาน ประตู หน้าต่างห้องครัว หรือท่อน้ำ จัดการปิดรอยรั่วให้หมดเพื่อไม่ให้หนูเข้ามาได้

     

     

    9.กำจัดแหล่งอาหาร

                       ไม่ควรทิ้งเศษอาหารวางไว้ในบ้านเช่นอ่างล้างจาน หากเราปล่อยไว้จะทำให้หนูเข้ามาเอาเศษอาหารทำให้เกิดพาหะ นำโรคหลายๆอย่างได้

     

     

     

              สิ่งสำคัญที่สุดก่อนจะกำจัดหนูอันดับแรกเลย เราควรรักษาความสะอาดของบ้านเพื่อไม่ให้หนูเข้ามากวนใจ มาทำข้าวของภายในบ้านเสียหายได้

     

  • รังวัด
    By vLIVING PRO27/12/2567

    การรังวัดที่ดิน

    ในการทำรังวัดจะต้องยื่นเรื่องขอให้เจ้าหน้าที่กรมที่ดิน มาเพื่อดำเนินการตรวจสอบ เพราะเจ้าของที่ดินส่วนใหญ่ที่หวงสิทธิในที่ดินของตนเอง จะทำการ รังวัดที่ดินในทุกๆ 10 ปี เพื่อเป็นการป้องกันการครอบครองปรปักษ์ ในส่วนของการยื่นเรื่องขอการรังวัดก็จะมีขั้นตอนและมีค่าใช้จ่ายในการรังวัดโฉนดที่ดินด้วย

    1.ตรวจสอบหลักฐานที่ดินที่ครอบครอง

         ที่ดินในประเทศไทย สามารถแบ่งออกไปได้หลายประเภทและการใช้ประโยชน์ แบ่งได้ออกเป็น ที่ดินเพื่อการอุตสาหกรรม ทีดินเพื่อการเกษตร เป็นต้น แล้วที่ดินแต่ละประเภทนี้ก็จะมีเอกสารสิทธิ์ หรือ เอกสารต่างๆ แตกต่างกันไป ได้แก่

    • น.ส 3 เป็นหนังสือที่ได้การรับรองจากเจ้าหน้าที่ว่า ได้ทำประโยชน์ในที่ดิน แต่สิทธิ์ครอบครองไม่มีกรรมสิทธิ์ โดยหนังสือเป็นแบบธรรมดามีการรังวัด และจัดทำแผนที่ดิน

    • น.ส 3กเหมือนกับ น.ส3 จะแตกต่างกันที่มีการรังวัด และจัดทำแผนที่ของที่ดินจากภาพระวางรูปถ่ายทางอากาศ

    • นส.4 ครุฑสีแดงสามารถซื้อขาย จำนองได้ สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้

    2.ตรวจสอบพื้นดินรอบข้าง

    เจ้าของที่ดินควรจะทราบว่าพื้นที่รอบข้างที่ติดอยู่นั้นเป็นพื้นที่อะไร เช่น ติดกับพื้นที่สาธารณะไหม หรือเป็นที่ดินเปล่า สวน ไร่ นา หรือเป็นแหล่งที่อยู่อาศัย เพื่อเป็นการไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นมาในภายหลัง