ฮวงจุ้ยกับการสร้างบ้าน ตอนที่ 3 ลักษณะของบ้านที่ดี ตามหลักฮวงจุ้ย
By vLIVING PRO20 เมษายน 2560 17:22:37

หลายๆคนต้องการมีบ้านที่ดีถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย ดังนั้นบ้านหลังสวยที่เป็นดั่งวิมานของเรา จะต้องมีคุณลักษณะพิเศษ ที่ช่วยเสริมดวงให้เจ้าของบ้านเกิดความร่ำรวย และเพื่อให้ทุกคนในครอบครัวใช้ชีวิตได้อย่างราบรื่นไร้เรื่องราวกวนใจ ต้องเป็นอย่างไรบ้างเรามาดูกันค่ะ

 

ลักษณะของบ้านที่ดี ควรเป็นดังนี้

  1. บ้านทำเลทอง คือ มีพื้นที่ติดแม่น้ำ ซึ่งมีลักษณะโค้งเข้าหาตัวบ้าน ถือว่าเป็นฮวงจุ้ยที่ดีมาก จะได้รับพลังงานที่ดี มีคนคอยสนับสนุน ช่วยเหลือ มีความสุข ความสำเร็จ และร่ำรวย

 

 

 

2. บ้านที่มีแต่ความสมบูรณ์ คือบ้านที่มีลักษณะด้านหลังกว้างกว่าด้านหน้า ตามหลักฮวงจุ้ย เรียกว่า รูปทรงถุงทอง จะมีโชคลาภ และมีพลังงานดีๆ คอยส่งเสริมอยู่เสมอ

 

3. บ้านที่อยู่แล้วเจริญรุ่งเรือง คือบ้านที่มีต้นไม้ให้ความร่มรื่น เพราะทางฮวงจุ้ยถือว่า ต้นไม้เป็นสัญลักษณ์ของความเจริญงอกงาม ช่วยส่งเสริมให้มีแต่ความรุ่งเรืองก้าวหน้า

ดอกไม้ที่มีความเป็นมงคลมาก และควรนำมาจัดสวน คือ

  • ดอกโบตั๋น เป็นดอกไม้มงคลสูงสุด เป็นตัวแทนของความมั่งคั่ง และความรัก
  • ดอกเบญจมาศ แทนความรัก และเสียงหัวเราะ สีเหลืองของดอกเบญจมาศ แทนความสะดวกสบายและความหรูหรา
  • ดอกจำปี และกล้วยไม้ แทนความอ่อนหวาน และช่วยเหลือเกื้อกูล ช่วยทำให้แขกที่มาเยือนได้รู้สึกผ่อนคลาย
  • ดอกบัว ตัวแทนของศาสนา และการรู้แจ้ง แทนความบริสุทธิ์ สงบ สร้างสรรค์ และความฉลาด

 

  1. บ้านที่เป็นมงคล คือ มีสระว่ายน้ำ หรือบ่อน้ำอยู่หน้าบ้าน ช่วยให้มีความสุข สมบูรณ์ ร่ำรวย ร่มเย็น

 

 

 

5. บ้านที่มีชื่อเสียง คือ บ้านที่มีต้นสนอยู่หน้าบ้าน ทั้งด้านซ้าย และด้านขวา ตามหลักฮวงจุ้ย ต้นสนสามารถเรียกแสงที่ดีเข้าบ้านได้ ช่วยให้มีโชค มีชื่อเสียง ความรัก ความสำเร็จ มั่นคง

 

 

การมีบ้านลักษณะที่ดีตามหลักฮวงจุ้ยนั้น เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้คนในบ้านมีความสุข และมีสถานะทางการเงินที่ดี ต่อให้บ้านเราหลังเล็กแค่ไหน แต่ถ้าครอบครัวเรารักกัน บ้านของเรานั้นก็จะมีแต่ความสุข อยู่ยังไงก็ร่มรื่นร่มเย็น

 

ขอบคุณภาพประกอบจาก Pinterest

vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  •  

    ผนังหนัก คืออะไร?

    คุ้นหูกันมั้ยครับมาลองติดตามกันดูครับว่ามันคืออะไร 

     

     

     

     

     

     

     

     

  • ปูนระเบิด
    By vLIVING PRO23/11/2567

    ปูนระเบิดคืออะไร?

    หลายคนคงเคยได้ยินคำนี่มา หรือ พบเจอด้วยตัวเองกันมาบ้าง แต่คำว่าปูนระเบิด ความหมายจริงๆแล้วคืออะไร? สาเหตุเกิดจากอะไร จะแก้ไขอย่างไรได้บ้าง วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกัน

     

     

    ปูนระเบิด

    โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กแตกร้าว หรือ การหุ้มคอนกรีตน้อยเกินไป ทำให้ความชื้นหรือน้ำซึมไหลเข้าไปในคอนกรีต จนถึงเหล็ก ทำให้เกิดสนิม หากเกิดเป็นสนิมจะดันคอนกรีตให้แตก หรือกะเทาะหลุดล่อนออกมา 

     

    รูปภาพ : การแตกร้าวของโครงสร้างคอนกรีต

     

    รูปภาพ : ปูนระเบิดเสา

    รูปภาพ : ปูนระเบิดเสา Cr. Oknation

    รูปภาพ : ปูนระเบิดท้องพื้นเนื่องจากไม่ได้หนุนลูกปูนตอนเทคอนกรีต

     

    รูปภาพ : ปูนระเบิดท้องพื้น สาเหตุเกิดจากน้ำขังที่ด้านบน

    ทำให้น้ำซึมลงมาสังเกตง่ายๆจากสีที่ลอกออกมาเป็นแผ่น Cr.pantip.com

     

     

     

     

         หากเป็นสนิมผิว คือการไม่ทำให้เหล็กเสริมเสียหาย ก็ทำการขัดออกและฉาบปิดผิวด้วยปูน แต่ถ้าหากเป็นสนิมขุมเมื่อไหร่สังเกตง่ายๆคือ เหล็กมีความเสียหายเช่นแหว่งเป็นรู โดนสนิมกัดกิน ควรปรึกษาวิศวกรจะดีที่สุด

     

         หากมีปูนระเบิดสังเกตความเสียหายที่ตัวเหล็กหากเป็นสนิมที่เฉพาะผิวให้ทำการขัดออกและโป๊วปิด แต่ถ้าเกิดที่เนื้อ สนิม(สนิมขุม) ก็ต้องดูความเสียหายว่าเป็นวงกว้างแค่ไหน ถ้าเสียหายเยอะและทำให้มีปัญหาเรื่องความแข็งแรง อาจจะต้องพิจารณาเพื่อทุบและทำใหม่แนะนำให้ปรึกษาวิศวกรดีที่สุด

     

     

  • หลังคา เป็นส่วนที่ช่วยปกป้องความร้อน แดด และฝนให้กับบ้านของเรา  ดังนั้นโครงหลังคาจึงมีความสำคัญมาก เพราะต้องสามารถรองรับน้ำหนักของวัสดุมุงหลังคาและอุปกรณ์อื่นๆ ได้อย่างเหมาะสม และการติดตั้งอย่างถูกวิธี จะช่วยให้ได้หลังคามีความคงทนแข็งแรงด้วย 

    ส่วนประกอบของโครงหลังคา

    1. แป หรือระแนง Batten คือ ไม้สี่เหลี่ยมจัตุรัส ที่วางอยู่บนจันทัน เพื่อรองรับกระเบื้องหลังคาประเภทต่างๆ และวางห่างกันตามขนาดของกระเบื้องที่ใช้ โดยวางขนานกับแนวอกไก่ 

    2. จันทัน Rafter คือ ส่วนที่วางเอียงลาดไปตามลักษณะของหลังคา พาดอยู่บนอเส และอกไก่ เพื่อรองรับแปสำหรับรับกระเบื้องมุงหลังคา จันทัน มีทั้งที่วางอยู่บนหัวเสา และที่ไม่ได้วางพาดอยู่บนหัวเสา โดยทั่วไปจันทันจะวางเป็นระยะทุกๆ 1 เมตร โดยระยะห่างของจันทัน จะขึ้นอยู่กับน้ำหนักของวัสดุมุงหลังคา และระยะแปด้วย

     

     

    3. อกไก่ Ridge เปรียบเหมือนคานอยู่บริเวณส่วนกลางของหลังคาทรงจั่วหรือทรงปั้นหยา จะวางพาดอยู่บนดั้งบริเวณสันหลังคา ทำหน้าที่รับน้ำหนักจันทันตามแนวสันหลังคา

    4. ดั้ง King Post คือ ส่วนที่อยู่ในแนวสันหลังคา ซึ่งอยู่บนขื่อ เพื่อรองรับอกไก่แทนเสาจริงของอาคารโดยมีอกไก่วางพาดตามแนวสันหลังคาเป็นตัวยึด โดยทั่วไป

     

    5. ขื่อ Tie Beam หรือเรียกว่า สะพานรับดั้ง คือ ส่วนของโครงสร้างที่วางอยู่บนหัวเสา ในทิศทางเดียวกับจันทัน ทำหน้าที่รับแรงดึงและยึดหัวเสาในแนวคาน แล้วถ่ายน้ำหนักลงสู่เสา และช่วยยึดโครงผนัง 

    6. อเส Stud Beam คือ ส่วนของหลังคาที่พาดอยู่บนหัวเสา มีลักษณะคล้ายคาน ช่วยยึดและรัดหัวเสา รวมทั้งช่วยรับแรงจากโครงหลังคาที่ถ่ายลงสู่เสา โดยทั่วไปอเสมักจะวางอยู่บริเวณริมด้านนอกของเสา 

     

    7. เชิงชาย Eaves คือ ไม้ที่ใช้ปิดปลายของจันทันทุกตัวตามแนวชายคามีไม้ปิดเป็นลอน ซ้อนทับเชิงชายและปิดช่องโค้งใต้แผ่นกระเบื้องมุงหลังคา และช่วยปรับแนวชายคาที่ยึดหัวจันทันให้เป็นแนวตรง สวยงาม รวมทั้งช่วยป้องกันการผุเปื่อยของไม้ที่ปลายจันทัน

    8. ปั้นลม Eaves คือ ส่วนที่ใช้ปิดหัวท้ายบริเวณริมโครงสร้างหลังคาจั่ว พาดอยู่บนหัวแป และด้านล่างของครอบข้างหลังคาช่วยกันลมไม่ให้ปะทะกับกระเบื้องหลังคาโดยตรง และช่วยกันน้ำฝนไม่ให้เข้าในบ้าน ส่วนใหญ่จะนิยมใช้ไม้จริง หรือไม้สังเคราะห์

     

    หลังคาเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของบ้าน ดังนั้นควรศึกษาข้อมูลให้ถูกต้อง และรอบคอบ เพราะหากเกิดปัญหาขึ้น การซ่อมแซมจะค่อนข้างยุ่งยาก