7สิ่งที่คนชอบทิ้งลงในชักโครก
By vLIVING PRO18 กรกฎาคม 2561 18:03:14

ขึ้นชื่อว่าชักโครกก็รู้อยู่แล้วว่าไว้ขับถ่ายสิ่งปฎิกูลออกมา

หายคนใช้ชักโครกเป็นสิ่งที่ทิ้งทุกอย่าง ทำให้เกิดการอุดตันของท่อ

ซึ่งปัญหาตามมามากมาย ผมมีสิ่งของที่คนทิ้งลงในชักโครกมากที่สุดให้เพื่อนๆดูครับ

1.อาหาร

           อาหารเป็นสิ่งที่คนทิ้งกันมากที่สุด เพราะบางคนอาจอยู่ในพื้นที่จำกัด ขี้เกียจไม่รู้จะไปทิ้งไหน เลยทิ้งชักโครกซะเลย อาหารที่กินมีทั้ง  ไขมัน ทั้งเศษต่างๆมากมาย เป็นของที่ทำให้เกิดท่ออุดตันทั้งนั้น

 

 

2.เศษผม

สาวๆที่ทำผมในห้องน้ำ ไม่แปลกที่จะมีเศษผมหลุดร่วงออกมา แต่ดันไปทิ้งที่ชักโครก เส้นผมเป็นสิ่งที่ไม่ย่อยสลายนะครับ เศษเส้นผมจะเป็นตัวการอย่างดีเลยในการพันเป็นก้อนๆ อุดเข้าไปในท่อต่างๆ 

 

3.ผ้าอนามัย/แพมเพิส 

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ว่านี่เป็นอันดับต้นๆ ที่คนทิ้งลงไปในท่อเลย ซึ่งแพมเพิส และ ผ้าอนามัย ก็เป็นคุณสมบัติเดียวกันอยู่แล้วในการดูดซึมได้อย่างดีเยี่ยม นั่นล่ะครับ ตัวการในการทำท่ออุดตันข้อต้นๆเลย

 

 

 

4.กระดาษเช็ดมือและสำลี

กระดาษพวกนี้ต่างจากกระดาษทิชชู่ซึ่งไม่สามารถย่อยสลายไปได้ 

 

5.ยาและสารเคมี

สารเคมี มีพิษ และอันตรายต่อระบบนิเวศ ทางน้ำ หากบ้านไหนเป็นบ่อส้วมแบบเก่า คือให้ซึมลงดินไป สารเคมีเหล่านี้ อาจไปทำให้เกิดพิษได้ ยิ่งซึมไปตามแหล่งน้ำ ก้อาจจะเกิดผมเสียมากมายได้เลยทีเดียว

 

6.ถุงยางอนามัย

ทำมากจากยางพารา ซึ่งยากกับการที่จะย่อยสลายไปเอง

 

 7.ทรายแมว/ทรายหมา
ทาสแมว/ทาสหมา ทั้งหลาย ทรายแมวนี่แหละตัวดีเลยที่จะทำให้อุดตัน ทิ้งลงในขยะนะครับ ทรายไม่ย่อยสลายนะ

 

 

 

vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  • จะเลือกโครงหลังคากันสาดแบบไหน ให้เหมาะกับการใช้งานของบ้าน แต่ละวัสดุมีข้อแตกต่างกันขนาดไหนมาดูกัน

    โครงหลังคาไม้จริง 

    มีความสวยงามของไม้ สวยงาม คงทน แต่ไม้บางชนิดจะมีราคาสูง

     

     

     

    โครงหลังคากันสาดเหล็กรูปพรรณ

    เป็นที่นิยม เพราะมีราคาถูก ติดตั้งง่ายได้หลายรูปแบบ แต่หากเหล็กชุบไม่ดีก็สามารถทำให้เกินสนิมได้

     

     

    โครงหลังคากันสาดไม้เทียม

    ลักษณะเหมือนไม้จริง  สวยงาม เทียบได้และมีความแข็งแรง แต่ราคาอาจสูงนิดหน่อย

     

     

    โครงหลังคาสแตนเลส

    วัสดุทำมาจากสแตนเลสนิยมทำแบบโชว์ตัวหลังคา เพราะมีความสวยงาม ของตัวสแตนเลสไม่เป็นสนิม แต่ราคาสูงพอสมควร ควรเลือกเกรดที่ได้มาตรฐานไม่ทำให้เกิดสนิม

     

     

  • ไม้พาเลทอาจดูเป็นของไร้ค่าในสายตาใครหลายๆคน เรามาชุบชีวิตไม้พาเลทให้กลับมามีชีวิต และดูมีค่า จนต้องร้องว้าวกันดีกว่าค่ะ ไอเดียการแต่งห้องนอนสวยๆ ในงบเบาๆ จากไม้พาเลท ก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่น่าสนใจ หาได้ง่าย และสามารถสร้างสรรค์เตียงนอนของเราได้ตามต้องการ แถมยังไม่ซ้ำใคร เรามาดูกันดีกว่าว่าเตียงนอน DIY จากไม้พาเลท เท่ๆ แนวๆ จะมีแบบไหนบ้างที่น่าสนใจ?

     

    1. ทำเตียงไม้เตี้ยๆด้วยพาเลท
    ใครที่ต้องการแต่งห้องอย่างง่ายๆ และประหยัด สามารถนำไม้พาเลท หรือลังไม้มาทำเป็นเตียงนอนเตี้ยๆได้เลย แล้วทำให้ได้ขนาดที่รองรับกับที่นอนได้พอดี แค่นี้เราก็จะได้ห้องนอนที่มีบรรยากาศแบบดิบๆ แต่เท่ เก๋ไก๋ ให้กับห้องนอนของคุณตามสไตล์ที่ชอบกันแล้ว

     

    2. ติดล้อให้กับเตียงนอนพาเลท
    ไอเดียนี้เป็นการเพิ่มฟังก์ชั่นให้เตียงไม้พาเลท ด้วยการติดล้อเพื่อให้สามารถเคลื่อนที่ไป-มาได้ตามต้องการ หากเบื่อบรรยากาศในมุมเดิมๆ ก็แค่เลื่อนเตียงนอนไปมุมใหม่ๆ เท่านี้ก็เรียบร้อย

     

     

    3. ใช้ไม้พาเลททำเป็นเตียงนอนใหม่ไม่ซ้ำใคร
    ลองนำไม้พาเลทมาแยกชิ้นส่วนแล้วประกอบเป็นเตียงนอนดีไซน์ใหม่ตามใจเรา ก็คงจะสวยดูดีไปอีกแบบ อาจจะทาสีตกแต่งเพิ่มให้สวยงามอีกสักหน่อยแค่นี้ก็โอเคแล้วค่ะ

     

     

    4. เตียงไม้พาเลทมีช่องสำหรับเก็บของในตัว
    แค่ออกแบบไม้พาเลทให้เป็นเตียงนอนและมีลิ้นชักใต้เตียง สำหรับเก็บของที่รกรุงรัง หรือของกระจุกกระจิกต่างๆที่อยู่ในห้องของเราได้

     

    5. ทำเตียงไม้พาเลทแบบแขวน 
    นำไม้พาเลทมาต่อกัน แล้วร้อยเชือกยึดทั้ง 4 มุม แล้วแขวนไว้กับเพดานบ้านคล้ายเปล เตียงแบบนี้อาจจะเหมาะสำหรับคนที่ชอบความแปลกใหม่ ซึ่งให้ความรู้สึกที่ต่างออกไปจากเดิม

     

    6. เตียงนอนเด็กน้อยจากไม้พาเลท
    ไม้พาเลท สามารถนำมาทำเป็นเตียงให้ลูกน้อยของคุณได้ แค่นำชิ้นส่วนของไม้พาเลทมาประกอบใหม่ ให้มีดีไซน์ที่ถูกใจทั้งคุณพ่อ คุณแม่ และคุณลูก เท่านี้ก็เรียบร้อยแล้วค่ะ

     

    ตอนนี้ใครที่กำลังคิดอยากจะเปลี่ยนเตียงนอนของตัวเองใหม่ ลองนำไอเดียต่างๆเหล่านี้ไปลองใช้ดูนะคะ แล้วจะรู้ว่าไม้พาเลทมีดีมากกว่าที่คิด แถมยังเพิ่มความภาคภูมิใจให้กันตัวเองอีกด้วย เพราะเป็นเตียงนอนที่ทำขึ้นด้วยฝีมือเราเองค่ะ

     

    ขอบคุณภาพประกอบจาก pinterest

  •  ระดับความสูงของฝ้าเพดานถือว่ามีความสำคัญมากกับผู้อยู่อาศัย แล้วควรมีความสูงเท่าไหร่ถึงจะดี? แล้วถ้าฝ้าเพดานที่บ้านของเราต่ำ หรือเตี้ยเกินไป ต้องแก้ไขยังไงกันดีนะ? 

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    ระดับความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน เป็นอีกเรื่องควรใส่ใจนะคะ เพราะถ้าหากทำไปแล้วเกิดการผิดพลาด การแก้ไขจะทำได้ยุ่งยาก รวมทั้งสินเปลืองเงินทอง และเวลาอีกด้วย

  • ตุ๊กตา เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง สำหรับใช้ในการก่อสร้างอาคารบ้านเรือน ความหมายและประโยชน์ของตุ๊กตา มีดังนี้

     

    “ตุ๊กตา” ทางช่าง หมายถึง “ไม้ค้ำยัน” ใช้สำหรับรองรับน้ำหนักคานคอนกรีต โดยทั่วไปมีความยาวประมาณ 1-4 เมตร ขึ้นอยู่กับแต่ละส่วนของอาคารที่ก่อสร้าง ไม้ที่นิยมนำมาใช้ทำค้ำยันคือ ไม้เนื้อแข็ง ที่มีขนาด 1.5” x 3” และไม้ยูคาลิปตัส ที่มีขนาด 2” หรือ 3” 

     

     

     

     

     

    ในปัจจุบันได้มีค้ำยันสำเร็จรูป ที่ทำมาจากเหล็ก และได้รับความนิยมมาก สามารถหมุนปรับระดับได้ตามต้องการ จึงทำให้ใช้ได้กับทุกส่วนของอาคาร และสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีก

     

     

    นอกจากนี้ไม้ค้ำยัน และไม้แบบ (แบบหล่อคอนกรีตเสริมเหล็ก)  ต้องใช้งานร่วมกัน สำหรับงานโครงสร้าง ที่มีความสูงตั้งแต่ 2 ชั้นขึ้นไป โดยช่างจะวางไม้แบบท้องคาน แล้วผูกเหล็กคาน และประกอบแบบข้างให้ได้ระดับ โดยใช้ไม้ค้ำยันช่วยในการรับน้ำหนักคอนกรีต ส่วนระยะเวลาในการถอดไม้ค้ำยันสำหรับบ้าน หรืออาคาร คือประมาณ 7 – 14 วัน หรือเมื่อผ่านการทดสอบกำลังคอนกรีตตามที่วิศวกรออกแบบไว้ เพื่อความปลอดภัยของโครงสร้าง

     

     

     

    จะเห็นได้ว่า ไม้ค้ำยันมีประโยชน์ และมีความสำคัญ สำหรับขั้นตอนในการก่อสร้างอาคารตั้งแต่ 2 ชั้นขึ้นไป ดังนั้นเราจึงไม่ควรมองข้าม หรือละเลยในการเลือกใช้ไม้ หรือวัสดุที่นำมาใช้ทำไม้ค้ำยัน

     

  •               เป็นเรื่องธรรมดาที่คนส่วนใหญ่ต้องประสบพบเจอกับปัญหาคนบ้านใกล้เรือนเคียงมากมายหลายรูปแบบ อาจสร้างความลำบากใจ หรือหงุดหงิดรำคาญใจต่อกันได้  ดังนั้นถ้าไม่อยากให้ความสัมพันธ์อันดีต่อเพื่อนบ้านต้องสั่นคลอน ควรทำความเข้าใจปัญหาต่างๆ และความรู้เบื้องต้นด้านกฎหมาย เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต ดังนี้

     

    1. ข้อพิพาทเกี่ยวกับอาณาเขต

    ควรศึกษากฎหมายให้แน่ชัดก่อนว่าควรเว้นระยะถอยร่นจากเขตกรรมสิทธิ์เท่าไร เช่น

    • อาคารที่เป็นผนังทึบ และสูงไม่เกิน 15 เมตร สามารถสร้างติดเขตที่ดินได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตจากเพื่อนบ้านก่อน แต่ถ้าเพื่อนบ้านไม่ยินยอม ต้องถอยร่นห่างจากเขตที่ดินอย่างน้อย 50 เซนติเมตร
    • อาคารสูงเกิน 15 เมตร แต่ไม่เกิน 23 เมตร จะต้องถอยร่นห่างจากเขตที่ดินอย่างนี้ 50 เซนติเมตร
    • ถ้ามีช่องเปิด แล้วอาคารสูงไม่เกิน 9 เมตร ตัวอาคารจะมีกี่ชั้นก็ได้ จะต้องถอยร่นห่างจากเขตที่ดินอย่างน้อย 2 เมตร แต่ถ้าอาคารสูงเกิน 9 เมตร และมีช่องเปิด ต้องถอยร่นห่างจากแนวเขตที่ดินอย่างน้อย 3 เมตร
    • 70% ของพื้นที่ทั้งหมดใช้สำหรับสร้างบ้าน และควรมีพื้นที่ว่างไม่น้อยกว่า 30% เพื่อใช้สำหรับทำบ่อน้ำ สระว่ายน้ำ หรือบ่อพักน้ำเสีย เป็นต้น

    ดังนั้น ถ้าจำเป็นต้องต่อเติมชิดติดเขตของเพื่อนบ้าน ควรให้เพื่อนบ้านเซ็นยินยอมก่อน

     

    1. เขตรั้ว

    มาตรฐานความสูงของรั้ว ที่นิยมใช้ทั่วไป  คือ รั้วหลังบ้านสูงได้ไม่เกิน  1.80 เมตร รั้วหน้าบ้านสูงได้ไม่เกิด 1.20 เมตร และรั้วต้นไม้สูงได้ไม่เกิน 2.40 เมตร แต่ในกรณี ที่ต้องการสร้างรั้วสูง เพื่อความเป็นส่วนตัว ก็สามารถทำได้ แต่ต้องสร้างสูงได้ไม่เกิน 3 เมตร และต้องสร้างใหม่อยู่ในเขตที่ดินของตนเอง ตามที่กฎหมายระบุไว้

     

    1. การยื่นล้ำของหลังคา

     ควรระวังไม่ให้หลังคายื่นล้ำเขาไปในเขตของเพื่อนบ้าน เพราะเมื่อเวลาฝนตก จะทำให้ฝนจากหลังคาบ้านไหลเข้าบริเวณเขตบ้านของเพื่อนบ้านได้ ละถ้าหลังคาเสมอกับขอบรั้วบ้าน ควรใส่รางน้ำให้เรียบร้อยด้วย เพื่อไม่ให้น้ำฝนไหลลงในเขตพื้นที่ของเพื่อนบ้าน

     

    1. วิวทิวทัศน์

    ถ้าเพื่อนบ้านต่อเติมบ้าน หรือปลูกต้นไม้บังวิว ทิวทัศน์  โดยเฉพาะกรณีที่เพื่อนบ้านเจตนาทำสิ่งก่อสร้างขึ้นเพื่อบังวิว  เช่น บางสถานที่เป็นทะเล ภูเขา ซึ่งเป็นวิวธรรมชาติ  กฎหมายจะระบุไว้ว่าห้ามปลูกต้นไม้สูงหรือสิ่งก่อสร้างล่วงล้ำไปยังพื้นที่สาธารณะทำให้บังวิวเพื่อนบ้าน  เจ้าของบ้านที่ถูกบังวิวสามารถยื่นฟ้องร้องเพื่อรักษาสิทธิชมวิวของตนได้ หากมีความจำเป็นที่จะต้องต่อเติมหรือสร้างสิ่งปลูกสร้าง ควรพูดคุยเจรจากับเพื่อนบ้านก่อนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาต่างๆตามมา

     

    1. ขุดบ่อ สระ หรือบ่อพักน้ำเสีย

     

    การปรับพื้นที่ อาจก่อให้เกิดปัญหากับเพื่อนบ้านได้ ดังนั้นจึงควรรู้เรื่องกฎหมายก่อนที่จะลงมือทำ เช่น การขุดดิน บ่อ หรือสระว่ายน้ำ ควรเว้นระยะร่นห่างจากรั้วบ้าน หรือพื้นที่ของเพื่อนบ้านไม่น้อยกว่า 2 เมตร และต้องระวังไม่ให้ดินพังด้วย หากจำเป็นต้องขุดบ่อน้ำเสีย ควรระวังเรื่องกลิ่นเหม็น และน้ำเสียในบ่อเออล้น ไหลซึมเข้าเขตเพื่อนบ้าน ซึ่งตามกฎหมายถือเป็นความผิดที่สามารถเอาผิดได้

     

    1. การปลูกต้นไม้ใหญ่ริมรั้ว

    การปลูกต้นไม้ใหญ่ในปัจจุบันก่อให้เกิดปัญหามากมายกับเพื่อนบ้าน ไม่ควรปลูกต้นไม้ใหญ่ติดกับรั้วของเพื่อนบ้าน เพราะหากต้นไม้เกิดเอนเอียง ใกล้จะล้ม หรือรากอาจชอนไชทะลุไปฝั่งเพื่อนบ้าน แล้วอาจทำให้รั้ว หรือโครงสร้างบ้านบริเวณนั้นๆพัง เสียหายได้ และหากกิ่งก้านของต้นไม้ยื่นล้ำเข้าไปในเขตของเพื่อนบ้าน แล้วรู้สึกว่าอาจทำให้บ้านเกิดการเสียหายได้  เพื่อนบ้านมีสิทธิตัดกิ่งไม้ที่ยื่นล้ำเข้ามาได้เลย หรือเพื่อนบ้านสามารถโทรแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อให้สั่งตัด หรือขุดถอนต้นไม้ที่อาจก่อให้เกิดปัญหาทิ้งได้

     

    1. สัตว์เลี้ยงแสนรัก (ของเราคนเดียว)

    ควรป้องกันสัตว์เลี้ยงเข้าไปในเขตของเพื่อนบ้าน กัดทำลายข้าวของพังเสียหาย หรือถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ รวมทั้งคุ้ยขยะ ทำให้บริเวณบ้านสกปรก ส่งกลิ่นเหม็น สร้างความเดือดร้อนเพื่อนบ้านสามารถเรียกร้องจากเจ้าของสัตว์ได้ และในกรณีที่สุนัขอาจชอบเห่าหอนส่งเสียงดัง สร้างความหนวกหู รำคาญใจ เพื่อนบ้านสร้างมารถแจ้งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่ดูแลสัตว์ได้เช่นกัน ดังนั้นถ้าต้องการที่จะเลี้ยงสัตว์เลี้ยงประเภทใดก็ตาม ควรใส่ใจดูแล และให้ความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ ควรจัดพื้นที่ให้เป็นสัดส่วน ฝึกนิสัยของสัตว์เลี้ยงให้ดี เพื่อไม่ให้ก่อเรื่องวุ่นวาย และสร้างความเดือดร้อนให้กับเพื่อนบ้าน

     

    8 . จอดรถ ขวางทาง

     

    ไม่ควรจอดรถขวางทางเข้า – ออก หน้าประตูบ้านของเพื่อนบ้าน กฎหมาย ถือว่าเป็นการกระทำความผิด สร้างคามเดือดร้อนรำคาญใจ เจ้าของบ้านมีสิทธิ์เรียกร้อง แต่ถ้ามีเหตุจำเป็นควรขออนุญาตเพื่อนบ้านก่อน เช่น ถ้ามีแขก หรือเพื่อนมาหาที่บ้านเพื่อนคุยธุระ แล้วที่จอดรถไม่เพียงพอ ควรพูดคุยเพื่อขออนุญาตกับเพื่อนให้เรียบร้อยก่อน เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น

     

    1. เสียงดังรบกวน

    การส่งเสียงดังที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญใจ ให้กับเพื่อน บ้านเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่สำคัญ  เช่น เสียงที่เกิดจาก งานเลี้ยง ดื่มสุรา เมาแล้วโวยวายส่งเสียงดัง เปิดเพลงเสียงดัง ทะเลาะกันเอะอะโวยวาย กฎหมายถือเป็นความผิด เพื่อนบ้านมีสิทธิ์ฟ้องร้องได้  หากจำเป็นต้องขออนุญาตเพื่อนบ้านก่อน โดยกฎหมายได้ระบุช่วงเวลาเงียบสงบ ไว้ดังนี้

    วันธรรมดา     ช่วงเงียบสงบ คือ ตั้งแต่เวลา 22.00 น. – 7.00 น.

    วันหยุด           ช่วงเงียบสงบ คือ ตั้งแต่เวลา 22.00 น. – 9.00 น.

     

                       การอยู่บ้านใกล้เรือนเคียงกัน อาจจะก่อให้เกิดเรื่องกระทบกระทั้งกันบ้าง แต่ทางที่ดี ควรพูดคุยกันด้วยเหตุผล เปิดใจรับฟัง และช่วยกันแก้ปัญหา ก็จะช่วยให้อยู่กันได้อย่างมีความสุข  และหากทุกคนทำตามกฎหมายข้อบังคับต่างๆอย่างถูกต้อง เชื่อว่าปัญหาระหว่างเพื่อนบ้านก็จะหมดไป และอยู่กันได้ด้วยความสุขสงบ หมดปัญหากวนใจ

     

    ขอบคุณรูปภาพจาก Pinterest