สัญญาณไฟรถสิบล้อกำลังจะบอกอะไรคุณ
By vLIVING PRO23 พฤศจิกายน 2567 08:00:16

     เคยสังเกตบนท้องถนนมั้ย เวลาขับรถตามหลังรถสิบล้อ เค้าจะกระพริบ ซ้ายที ขวาที เพราะอะไร? คันหน้ากำลังส่งสัญญาณอะไร มาบอกเรา วันนี้เรามีตัวอย่าง ของสัญญาณไฟบนรถสิบล้อ มาฝากกัน

 

 

1.ให้ระวัง

หากรถบรรทุกคันหน้าเปิดไฟเลี้ยวซ้ายที-ขวาที สลับกันไป เค้ากำลังจะเบรกรถ และข้างหน้าอาจมีด่าน หรือมีอุบัติเหตุอยู่ รถที่ตามมาควรชะลอความเร็ว หรือ ขับด้วยความเร็วต่ำ ห้ามแซงเป็นอันขาด

 

 

2.แซงออกขวาได้

หากรถบรรทุกเปิดไฟเลี้ยวซ้าย พร้อมทั้งวิ่งชิดขอบซ้ายของเลน ในขณะที่ ทางข้างหน้า ไม่มีทางแยกแปลว่า ทางข้างหน้าโล่งและรถข้างหลังสามารถวิ่งแซงออกขวาได้

 

 

3.ห้ามแซงเด็ดขาด

หากรถบรรทุกเปิดไฟเลี้ยวขวา ในขณะที่ทางข้างหน้า ดูโล่งและไม่มีทางแยก แปลว่าข้างหน้าอาจมีรถสวนมาหรือมีอุปสรรคข้างหน้าที่ รถข้างหลังไม่ควรแซงในจังหวะนี้

 

 

4.ขอทาง

หากเป็นการขับรถตามรถบรรทุกที่จอดรอสัญญาณไฟจราจร บริเวณสี่แยก สังเกตว่าเปิดไฟฉุกเฉินขึ้นมาหมายความว่า  รถบรรทุกกำลังจะตรงไป หากคันหลังจะตามมาก็ทำได้เลย หรือคันหลังจะเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวาได้ตามสะดวก

 

5.ช่วยส่องไฟ

ถ้าเป็นการเดินทางเวลากลางคืน การมองเห็นเส้นทางค่อนข้างลำบาก เมื่อเราทำการแซงรถบรรทุกที่อยู่ข้างหน้า เค้าอาจเปิดไฟสูง เพื่อช่วยส่องทางให้รถที่ต่ำกว่ามองเห็นเส้นทางได้ชัดเจน และจะเปิดค้างไว้จนกว่ารถจะแซงผ่านรถบรรทุกไปได้ เมื่อแซงพ้นแล้ว รถเล็กควรบีบแตรเพื่อเป็นการขอบคุณ

 

 

 

6.ขอเร่งแซงสวนเลน

กรณีรถบรรทุกวิ่งตามกันมาเป็นแถว แล้วมีคันในแถวหันหัวออกมาพร้อมกระพริบไฟ 1 ที แสดงว่าเค้าต้องการขอทาง

และกำลังจะเร่งเครื่องแซง สวนในเลนของเรา ควรระวัง ชะลอความเร็ว และกระพริบไฟสูงตอบไป 1 ครั้ง เพื่อให้ทางแก่รถบรรทุก

 

 

7.เปิดปิดไฟ 1 ที ข้างหน้าอาจมีด่าน

หากรถบรรทุกที่วิ่งสวนเรามา ส่งสัญญาณไฟ โดยดับไฟหน้าและเปิดขึ้น แปลว่าข้างหน้าอาจจะมีด่านหรือเกิดอุบัติเหตุรุนแรง ควรชะลอความเร็ว และเตรียมความพร้อมให้ดี

 

 

8.เช็คเพื่อนร่วมทาง

ถ้ารถบรรทุกที่วิ่งสวนมา กระพริบไฟ 1 ทีจะเป็นการถามว่าข้างหน้ามีอุบัติเหตุไหม

เราสามารถตอบได้ 2 กรณี คือ

1.กระพริบไฟตอบไป 1 ครั้ง แปลว่าปกติดี ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

2.ดับไฟหน้าและเปิดขึ้น แปลว่า เตือนรถบรรทุกที่สวนกันให้เตรียมพร้อมกับเหตุข้างหน้าเพราะ

 อาจมีด่านหรืออุบัติเหตุ  

 

 

 

4 จุดเสี่ยงที่ห้ามเข้าใกล้รถบรรทุกจนเกินไป

1.บริเวณหน้ารถ ผู้ขับขี่ควรเว้นระยะให้ห่างจาก รถบรรทุก 4 คันรถ

2.บริเวณด้านขวา คนขับรถบรรทุกจะมองไม่เห็นรถข้างๆในระยะที่เสมอหรือเท่ากับหน้ารถควรเร่งแซงให้พ้นหน้ารถบรรทุก

3.บริเวณด้านซ้าย เป็นบริเวณที่น่ากลัวที่สุด คนขับเห็นได้น้อยมากเพียงแค่มุมเล็กๆเท่านั้นต้องรีบขับผ่านไปห้ามช้า

4.บริเวณด้านหลัง คนขับรถบรรทุกไม่มีทางมองเห็น หากจะให้มองเห็นต้องเว้นระยะห่างจากรถบรรทุกอย่างน้อย 10 เมตร หรืออยู่ให้ห่างราวๆ 20-25 คันรถ

 

 

 

vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  • เทคนิคง่ายๆในการฉาบปูนเพื่อความแข็งแรงให้กับบ้านของเรา จะต้องทำอย่างไรบ้างมาดูกันได้เลยค่ะ

     

     

     

     

     

     

  •                 การจัดพื้นที่บ้านให้เหมาะสมกับทิศทางของแดดและลม เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมาก ที่เราไม่สามารถมองข้างได้ จึงควรทำความเข้าใจในเรื่องทิศทางแดดและลม ตามแต่ละฤดูกาลของบ้านเราอย่างถูกต้อง เพื่อช่วยทำให้ให้บ้านไม่ร้อน มืดทึบ หรือมีกลิ่นเหม็นอับ ในตอนกลางวัน

     

      

                    แสงแดดในยามเช้า จะวิ่งจากทิศตะวันออก แล้วอ้อมโค้งไปทางทิศใต้ ก่อนจะตกลงในทิศตะวันตก ทำให้ทิศใต้ไปจนถึงทิศตะวันตก จะได้รับแสงแดดมากที่สุด คือ ตั้งแต่หลังเที่ยงวันไปจนถึงเวลา 5 โมงเย็น ดังนั้นจึงควรใช้ทิศทางนี้ในการทำกิจกรรมต่างๆที่ต้องการแสงแดด เช่น ใช้ตากผ้า หรือปลูกต้นไม้ที่ต้องการแสงแดด เป็นต้น

     

     

    ทางทิศตะวันออกจะได้รับแสงอ่อนๆในตอนเช้า และแดดจะแรงจัดในช่วงเวลา 10 โมงเช้าถึงเที่ยงวัน

     

     

    ทางทิศเหนือจะได้รับแสงแดดน้อยที่สุด เหมาะกับห้องที่ต้องการแสงน้อย เช่น ห้องนอน และห้องรับแขก เป็นต้น

     

     

    ตำแหน่งของบ้านที่ลมสามารถวิ่งผ่านได้ดี คือ ต้องอยู่ในแนวผ่านของลมประจำฤดู ดังนี้

     

     

    หน้าหนาว ลมจะพัดจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ไปยังทิศตะวันตกเฉียงใต้

     

     

     

    หน้าร้อน และหน้าฝน ลมจะพัดจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ ไปยังทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

     

     

    ขนาดของช่องลมเข้า – ออกที่ดีที่เหมาะสำหรับบ้าน คือ

     

    ช่องลมเข้า ควรมีขนาดเล็กกว่า หรือเท่ากับช่องลมออก

     

     

     

    ถ้าช่องลมเข้ามีขนาดใหญ่กว่า แล้วช่องลมออกมีขนาดเล็กกว่า หรือไม่มีช่องลมออกเลย

    จะทำให้อากาศถ่ายเทได้ไม่สะดวก และควรหันด้านที่ยาวที่สุดของตัวบ้านเข้าหาทิศทางของลม เพื่อให้ลมธรรมชาติสามารถพัดเข้าในตัวบ้านได้ เป็นการช่วยระบายความร้อนออกจากตัวบ้านให้ได้มากที่สุด ทำให้ช่วยลดค่าใช้จ่ายาจากการเปิดใช้เครื่องปรับอากาศได้อีกด้วย

     

           เมื่อทราบถึงทิศทางของแสงแดด และสายลมแล้ว  ก็จะช่วยให้เราสามารถปรับเปลี่ยน แก้ไขบ้านได้อย่างถูกต้อง เพื่อให้บ้านมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก มีทั้งลมเข้า ลมออก และบ้านของเราจะเป็นบ้านที่เย็นสบายตลอดทั้งปี                                                   

  •                       ประโยชน์ของผ้าม่านนอกจากความสวยงามแล้วนั้นยังช่วยป้องกันแสงแดดหรือป้องกันให้บุคคล อื่นมองเข้ามาภายในบ้านได้การเลือกผ้าม่านก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะผ้าม่านมีหลายประเภท หลายสไตล์ การเลือกผ้าม่านนั้นต้องให้เหมาะกับบ้านของผู้อยู่อาศัยด้วย วันนี้เรามีตัวอย่างของการเลือกผ้าม่านมาใช้ในแต่ละห้องมาฝากกัน

     

     

     

    แบบผ้าม่านสไตล์ต่างๆ

     

     

    1.ห้องนอน

    ควรเลือกผ้าม่านแบบที่มีความหนามากพอช่วยในการบังแดดที่ส่องมาตอนเช้าและความร้อนในตอนกลางวันช่วยบังสายตาจากภายนอก ควรเลือกผ้าม่านที่กันแสงได้ (Blackout)

     

    สี ต้องเลือกที่เข้ากับโทนสีของห้องและเฟอร์นิเจอร์ อาจจะเป็นสีโทนเย็นและสว่างเพื่อให้ความรู้สึกสบายตา ทำให้ห้องดูกว้างขึ้นด้วย

    ผ้าม่านที่เหมาะกับห้องนอน ม่านจีบ, ม่านพับ, ม่านตาไก่, ม่านลอน, มู่ลี่ไม้

     

      

    2.ห้องทำงาน

    ควรเลือกใช้ผ้าม่านที่ควบคุมแสงและบังสายตา จากภายนอกในระดับที่พอดี ควรใช้ผ้าพื้นสีเรียบๆหรือแบบที่มีลายเล็กๆ หรือใช้เป็นม่านปรับแสง หรือมู่ลี่เพราะสามารถปรับระดับการลอดของแสงได้ตามต้องการ เรียบง่าย สบายและโปร่ง

     

     

     

    3.ห้องรับแขก

    ควรเลือกใช้ผ้าม่านที่มีความสวยงาม แล้วแต่ความชอบให้ห้องดูโล่งกว้างให้ความผ่อนคลาย ช่วยกันกรองแสงได้ เพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับเจ้าของบ้าน

     

     

     

     

    4.ห้องครัว

    ควรเป็นม่านโปร่ง สามารถควบคุมแสง กันฝุ่นเวลาทำกับข้าวได้อย่างพอเหมาะ ช่วยระบายอากาศ เช่น ม่านปรับแสง หรือม่านม้วน เพราะสามารถปรับระดับแสงตามต้องการ และบังสายตาจากแสงแดดจ้าๆ ได้ ทำความสะอาดง่าย

     

     

     

    5.ห้องน้ำ

    สร้างความเป็นส่วนตัว สวยงามและสบายตา ผ้าม่านที่เหมาะสมคือ มู่ลี่ เพราะง่ายต้องการเช็ดและทำความสะอาด ทนน้ำ ดูแลง่าย ไม่ดูดน้ำ และไม่สร้างกลิ่นอับ

     

     

    6.ห้องทานอาหาร

    สร้างบรรยากาศและความสวยหรู ให้น่าทานอาหารมากขึ้น สามารถควบคุมแสงที่ผ่านเข้ามาได้ตามความต้องการ สามรถใช้ได้ทั้งมู่ลี่และผ้าม่าน แต่ถ้าเป็นผ้าควรเป็นแบบกรองแสง อย่าทึบจนเกินไป ไม่ควรใช้ผ้าที่มีน้ำหนักหรือหนามาก เพราะกลิ่นอาหารสามารถติดได้ง่าย

     

  • ในวงการก่อสร้างคอนกรีตมีให้เลือกมากมายหลายประเภท วันนี้ที่เราได้หยิบยกกันมา คือเรื่องคอนกรีตสด ถ้าพูดถึงคอนกรีตแล้ว ก็คือการผสมปูน เพื่อใช้ในการ ก่อ อิฐ ฉาบ ปูน หรือการหล่อแบบ แต่คอนกรีตสดล่ะ ทำหน้าที่อะไร ใช้อย่างไร มาดูกันได้เลย

     

     

  • หลังคา เป็นส่วนที่ช่วยปกป้องความร้อน แดด และฝนให้กับบ้านของเรา  ดังนั้นโครงหลังคาจึงมีความสำคัญมาก เพราะต้องสามารถรองรับน้ำหนักของวัสดุมุงหลังคาและอุปกรณ์อื่นๆ ได้อย่างเหมาะสม และการติดตั้งอย่างถูกวิธี จะช่วยให้ได้หลังคามีความคงทนแข็งแรงด้วย 

    ส่วนประกอบของโครงหลังคา

    1. แป หรือระแนง Batten คือ ไม้สี่เหลี่ยมจัตุรัส ที่วางอยู่บนจันทัน เพื่อรองรับกระเบื้องหลังคาประเภทต่างๆ และวางห่างกันตามขนาดของกระเบื้องที่ใช้ โดยวางขนานกับแนวอกไก่ 

    2. จันทัน Rafter คือ ส่วนที่วางเอียงลาดไปตามลักษณะของหลังคา พาดอยู่บนอเส และอกไก่ เพื่อรองรับแปสำหรับรับกระเบื้องมุงหลังคา จันทัน มีทั้งที่วางอยู่บนหัวเสา และที่ไม่ได้วางพาดอยู่บนหัวเสา โดยทั่วไปจันทันจะวางเป็นระยะทุกๆ 1 เมตร โดยระยะห่างของจันทัน จะขึ้นอยู่กับน้ำหนักของวัสดุมุงหลังคา และระยะแปด้วย

     

     

    3. อกไก่ Ridge เปรียบเหมือนคานอยู่บริเวณส่วนกลางของหลังคาทรงจั่วหรือทรงปั้นหยา จะวางพาดอยู่บนดั้งบริเวณสันหลังคา ทำหน้าที่รับน้ำหนักจันทันตามแนวสันหลังคา

    4. ดั้ง King Post คือ ส่วนที่อยู่ในแนวสันหลังคา ซึ่งอยู่บนขื่อ เพื่อรองรับอกไก่แทนเสาจริงของอาคารโดยมีอกไก่วางพาดตามแนวสันหลังคาเป็นตัวยึด โดยทั่วไป

     

    5. ขื่อ Tie Beam หรือเรียกว่า สะพานรับดั้ง คือ ส่วนของโครงสร้างที่วางอยู่บนหัวเสา ในทิศทางเดียวกับจันทัน ทำหน้าที่รับแรงดึงและยึดหัวเสาในแนวคาน แล้วถ่ายน้ำหนักลงสู่เสา และช่วยยึดโครงผนัง 

    6. อเส Stud Beam คือ ส่วนของหลังคาที่พาดอยู่บนหัวเสา มีลักษณะคล้ายคาน ช่วยยึดและรัดหัวเสา รวมทั้งช่วยรับแรงจากโครงหลังคาที่ถ่ายลงสู่เสา โดยทั่วไปอเสมักจะวางอยู่บริเวณริมด้านนอกของเสา 

     

    7. เชิงชาย Eaves คือ ไม้ที่ใช้ปิดปลายของจันทันทุกตัวตามแนวชายคามีไม้ปิดเป็นลอน ซ้อนทับเชิงชายและปิดช่องโค้งใต้แผ่นกระเบื้องมุงหลังคา และช่วยปรับแนวชายคาที่ยึดหัวจันทันให้เป็นแนวตรง สวยงาม รวมทั้งช่วยป้องกันการผุเปื่อยของไม้ที่ปลายจันทัน

    8. ปั้นลม Eaves คือ ส่วนที่ใช้ปิดหัวท้ายบริเวณริมโครงสร้างหลังคาจั่ว พาดอยู่บนหัวแป และด้านล่างของครอบข้างหลังคาช่วยกันลมไม่ให้ปะทะกับกระเบื้องหลังคาโดยตรง และช่วยกันน้ำฝนไม่ให้เข้าในบ้าน ส่วนใหญ่จะนิยมใช้ไม้จริง หรือไม้สังเคราะห์

     

    หลังคาเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของบ้าน ดังนั้นควรศึกษาข้อมูลให้ถูกต้อง และรอบคอบ เพราะหากเกิดปัญหาขึ้น การซ่อมแซมจะค่อนข้างยุ่งยาก