ปัญหากระเบื้องระเบิดเกิดจากอะไรได้บ้าง?
By vLIVING PRO06 ธันวาคม 2567 09:38:20

ปัญหากระเบื้องระเบิดเป็นปัญหาที่เกิดกับเทคนิคการปูกระเบื้องโดยตรงเพราะตามลักษณะของกระเบื้องแล้วหากใช้วิธีการปูที่ไม่ดีอาจทำให้เกิดปัญหาที่ทำให้กระเบื้องแตกร้าว หรือระเบิดได้ดังนี้

1.ปูกระเบื้องเว้นแนวร่องชิดเกินไป

ช่างหลายคน ชอบปูกระเบื้องร่องชิด เพื่อให้ดูสวยงาม แต่หากในบริเวณที่ปูกระเบื้องนั้น มีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิระหว่างวันมาก คือ กลางวันอากาศร้อนจัด ส่วนเวลากลางคืน อุณหภูมิก็ลดลงเร็ว ทำให้ตัวกระเบื้องมีการขยายตัวตอนกลางวัน และหดตัวตอนกลางคืน แต่เมื่อมีการปูกระเบื้องเว้นร่องน้อย ทำให้เมื่อกระเบื้องมีการขยับตัว จะเบียดกันเอง ทำให้เกิดการโก่ง และแตกออกมาจากพื้นได้

2.ไม่ได้ทาปูนกาวลงบนหลังกระเบื้อง หรือมีการปูกระเบื้องแบบซาลาเปา

ช่างกระเบื้องบางคน เวลาปูกระเบื้อง จะทาปูนลงบนพื้นเท่านั้น แต่ไม่ได้ทาปูนกาวที่แผ่นกระเบื้อง โดยช่างจะทำการวางกระเบื้องบนปูนที่เตรียมไว้ และเคาะให้ได้ระดับไปเลย ทำให้การยึดเกาะตัวระหว่างพื้นกับกระเบื้องไม่ดีเท่าที่ควร (จะเห็นจากรูปกระเบื้องที่แตก หลุดร่อนออกมา ไม่มีปูนติดกระเบื้อง)  หรืออาจเกิดจากการที่ช่างใช้วิธีปูกระเบื้องแบบซาลาเปา คือ ใส่ปูนแค่บริเวณกลางแผ่นกระเบื้อง แล้วทำการเคาะให้ได้ระดับ ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่ช่างทำงานง่าย และเร็ว แต่ประสิทธิภายในการยึดเกาะของกระเบื้องกับพื้นเดิม ไม่ดี และกระเบื้องก็มีโอกาส แตกบิ่น บริเวณมุมได้ง่ายอีกด้วย

 

การแก้ไขสำหรับกรณีที่เกิดกระเบื้องระเบิด

1.ควรเลาะกระเบื้องเก่าออกทั้งหมด แล้วทำการปูใหม่และสำหรับบ้านสร้างใหม่ เราก็สามารถป้องกันปัญหาดังกล่าวได้

2.การปูให้ถูกวิธีตั้งแต่แรก คือ ปรับระดับพื้นให้เหมาะสม

 

3.ใช้ปูนกาวซีเมนต์ที่มีคุณภาพ โดยทาให้เต็มทั้งพื้นและทาที่หลังกระเบื้องด้วย แล้วทำการเว้นร่องกระเบื้องตามระยะที่กำหนด ก็จะทำให้พื้น ที่เราปูกระเบื้องไว้ มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน คงทนไปตลอดอายุการใช้งาน

 

 

 

vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
ความสูงจากฝ้าถึงเพดาน
vLIVING PRO
บทสัมภาษณ์ วิศวกร วิน
vLIVING PRO
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  •  ระดับความสูงของฝ้าเพดานถือว่ามีความสำคัญมากกับผู้อยู่อาศัย แล้วควรมีความสูงเท่าไหร่ถึงจะดี? แล้วถ้าฝ้าเพดานที่บ้านของเราต่ำ หรือเตี้ยเกินไป ต้องแก้ไขยังไงกันดีนะ? 

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    ระดับความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน เป็นอีกเรื่องควรใส่ใจนะคะ เพราะถ้าหากทำไปแล้วเกิดการผิดพลาด การแก้ไขจะทำได้ยุ่งยาก รวมทั้งสินเปลืองเงินทอง และเวลาอีกด้วย

  • ถ้าใครเคยติดตามเพจ "ผู้รับเหมาผู้ซื่อสัตย์" ในช่วงที่ผ่านมา จะทราบดีว่ามีคำแนะนำดีๆจากคุณวิน - พิรัตน์ พลธีระเสถียร วิศวกรอารมณ์ดี มาถ่ายทอดเคล็ดลับเรื่องการสร้างบ้านที่เจ้าของบ้านควรรู้ มาทำความรู้จักกับวิศวกรสุดใจดีท่านนี้ ถึงเหตุผลที่เขาเลือกที่จะแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับการสร้างบ้านแบบไม่มีกั๊กกันค่ะ 

    ประวัติ คุณวิน – พิรัตน์ พลธีระเสถียร

              ชีวิตวัยเด็กของผมก็เหมือนกับเด็กทั่วๆไป  แต่บ่อยครั้งที่ในช่วงวันหยุดผมจะติดตามคุณพ่อไปตามไซด์งานต่างๆ ได้คลุกคลี ได้เห็นการทำงาน ทำให้เกิดความผูกพัน และเกิดเป็นความชอบในสายงานนี้ เมื่อจบชั้นมัธยมศึกษาปีที 6 จากโรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก จึงศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นก็ได้มีโอกาสเดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ ในหลักสูตร Master  of Enterprise in Environmental Innovation จาก The University of Manchester

              หลังจากเรียนจบ  ผมได้เริ่มหาประสบการณ์ในบริษัทเอกชนหลายแห่ง อยู่นานหลายปี พร้อมกับเริ่มค้นหาตัวเองไปด้วย สุดท้ายจึงตัดสินใจกลับมาสานต่อธุรกิจก่อสร้างของที่บ้าน ซึ่งทำมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่ รุ่นคุณพ่อ จนมาถึงรุ่นของผม ซึ่งถ้านับรวม 3 เจเนอเรชั่นก็ประมาณ 80 ปีครับ โดยในยุคแรกๆ จะรับงานพวกหินขัด ทรายล้าง ต่อมาเริ่มขยายงานเพิ่ม รับงานต่อเติม รีโนเวทอาคารทั้งหลัง จนในปัจจุบันกลายเป็นธุรกิจรับก่อสร้างบ้าน อาคารพาณิชย์ ทาวน์เฮ้าส์ โรงงาน       อพาร์ทเมนต์ ซึ่งครบวงจรตั้งแต่งานออกแบบ งานฐานราก งานโครงสร้าง งานสถาปัตย์ ไปจนถึงงานอินทีเรียบิวท์อิน

              ผมเริ่มต้นเรียนรู้การทำงานกับคุณพ่อ ช่าง และโฟร์แมนที่คุมไซด์งาน ศึกษาตั้งแต่งานฐานราก งานระบบต่างๆ ของบ้าน ไปจนถึงการเก็บรายละเอียดงาน ก่อนส่งมอบบ้านให้กับลูกค้า ทำให้มีประสบการณ์พบเจอปัญหาในหลายๆรูปแบบ ซึ่งผมก็ชอบที่จะเรียนรู้เพิ่มเติม เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ และแก้ไขการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ผมอยากให้เป็นบริษัทก่อสร้างที่เติบโต และพร้อมเดินหน้าไปได้อย่างมั่นคง ลูกค้ามีความพึงพอใจ และได้รับงานที่มีคุณภาพตามที่คาดหวัง เพราะทุกขั้นตอนของการสร้างบ้านต้องมีการดูแล และควบคุมคุณภาพอย่างทั่วถึง ตั้งแต่การเริ่มออกแบบ จนสร้างเสร็จสมบูรณ์ทั้งหลัง ซึ่งผลของความไม่ซื่อสัตย์จะอยู่อยู่ในรูปแบบของการล็อคสเป็ค แบรนด์วัสดุที่เลือกใช้ของผู้ออกแบบ การฮั้วการประกวดราคากับผู้รับเหมา การหมกเม็ด การสับงานแบบไม่มีคุณภาพของผู้รับเหมา ไม่มีการควบคุมคุณภาพของงาน การลดปริมาณของ ลดสเป็ควัสดุ ซึ่งตรงนี้สามารถเกิดได้ทุกขั้นตอน อย่างไรก็ตามหากเกิดการลดสเป็ควัสดุ หรือลดของในขั้นตอนของงานฐานรากและโครงสร้าง ผมมองว่าน่าจะทำให้เกิดผลกระทบมากที่สุด เพราะโครงสร้างและฐานรากถือเป็นพื้นฐานหลักของความแข็งแรงและอายุการใช้งานของตัวบ้าน ซึ่งสาเหตุดังกล่าวอาจส่งผลให้บ้านทรุด แตกร้าว และไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้หายขาดได้อย่างถาวรอีกด้วย

    แฟนเพจ "ผู้รับเหมาผู้ซื่อสัตย์" เกิดขึ้นเพราะอะไร เมื่อไหร่ และเพื่อคนกลุ่มไหน?

              ผมเริ่มทำเพจ “ผู้รับเหมาผู้ซื่อสัตย์” ในช่วงปลายปี 58 จุดประสงค์ คือ อยากช่วยให้การสร้างบ้านและปรับปรุงอาคารเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น โดยเน้นวิธีกาารให้ข้อมูลในรูปแบบที่แม้แต่คนทั่วไปสามารถทำความเข้าใจได้โดยใช้เวลาอันสั้น เพราะจากประสบการณ์ที่เจอมา คนรอบข้างมักจะบ่นถึงปัญหาระหว่างที่สร้างบ้านหรือปรับปรุงอาคาร ทั้งๆที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่พอถึงหน้างานกลับเจอปัญหามากมายหลายรูปแบบ ทั้งเรื่องการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน สร้างผิดแบบ ปัญหาจากตัวบุคคล เช่น ผู้รับเหมาทิ้งาน เจ้าของบ้านสื่อสารกับช่างแล้วไม่เข้าใจกัน รวมถึงงบบานปลาย ปัญหาเหล่านี้เมื่อเกิดขึ้นแล้วอาจจะไม่สามารถแก้ไขได้ง่าย หรือทำให้เกิดความเสียหายจนไม่สามารถแก้ให้กลับมาดีได้ตามที่ตั้งใจไว้ เพจ "ผู้รับเหมาผู้ซื่อสัตย์" จึงเป็นเหมือนสื่อกลางในการแบ่งปัน แชร์ แลกเป็นความรู้ ปัญหา และประสบการณ์ ระหว่างกันในสายงานการก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นช่าง ผู้รับเหมา วิสวกร สถาปนิก หรือแม้แต่เจ้าของบ้านเอง โดยทางเพจพร้อมจะแชร์เทคนิคให้เพื่อนๆที่กำลังฝันอยากมีบ้าน รวมถึงช่างผู้ชำนาญการด้านต่างๆได้เข้าใจ เพื่อให้งาก่อสร้างสามารถเดินหน้าไปได้อย่างราบรื่น

    คุณวินอยากให้องค์ความรู้เรื่องการก่อสร้างไม่ได้จำกัดแค่ในวงการผู้รับเหมา?

               ใช่ครับ วัตถุประสงค์ของเพจคือ เราจะทำความรู้เกี่ยวกับบ้าน ที่อาจจะเป็นเรื่องยากๆ ให้คนทั่วไปหรือช่างบางตนรู้ในรูปแบบที่ไม่น่าเบื่อและเข้าใจง่าย เช่น บทความการ์ตูนภาพ บทความวิเคราะห์ปัญหาที่คนส่วนใหญ่พบเจอ คลิปวีดีโอแนะนำเทคนิคการเลือกใช้วัสดุและการแก้ปัญหาหน้างานต่างๆ แบบเข้าใจง่าย ซึ่งไม่ได้จำกัดเฉพาะวงผู้รับเหมา แต่ยังเป็นประโยชน์กับคนอื่นๆในสายงานการก่อสร้างอีกด้วย คำถามที่ถามเข้ามาทางหน้าเพจ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเทคนิคการก่อสร้าง การเลือกใช้วัสดุที่หมาะสม การดีลงานกับช่างหรือผู้รับเหมา ปัญหาหลังจากซื้อหรือสร้างไปแล้ว และอีกมากมาย ตรงนี้เราก็จะช่วยวิเคราะห์ หาข้อมูล สาเหตุ รวมถึงแนวทางการแก้ไข เพื่อช่วยลดปัญหาและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากปัญหาดังกล่าว

    เว็บไซด์ vLIVING PRO สังคมการก่อสร้างคุณภาพแห่งใหม่เป็นอย่างไร?

              หลังจากที่ทำเพจไปได้ระยะหนึ่ง ผมพบว่าเจ้าของบ้านส่วนใหญ่มักกลัวผู้รับเหมา เนื่องจากผู้รับเหมาส่วนใหญ่ไม่มีตัวตน ทำให้เมื่อมีปัญหาหน้างานหรือเงินทุนหมุนเวียนไม่พอ ก็อาจทิ้งงานได้ และหลายๆคนก็ไม่รู้ว่าจะไปหาช่าง ผู้รับเหมา หรือสถาปนิกจากที่ไหนมาสานงานต่อ เราจึงตั้งให้เวปไซด์นี้เป็น "สังคมการก่อสร้างที่ดีที่สุด" ที่จะยกระดับความน่าเชื่อถือของช่าง ผู้รับเหมา สถาปนิก วิศวกร และทุกสายงานอาชีพด้านการก่อสร้างได้มาเจอกัน เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้ ช่วยเหลือเกื้อกูลกันในด้านต่างๆ มากขึ้น ที่สำคํญเวปไซด์แห่งนี้ จะช่วยสร้างตัวตนที่ชัดเจนขึ้น สามารถลงรูปโชว์ผลงานที่ผ่านมาได้ มีระบบเรทติ้งจากผู้ใช้งานจริง เพื่อให้เกิดสำนึกความรับผิดชอบต่อตัวงานโดยเจ้าของบ้านสามารถเข้ามาดูรายละเอียด Profile และผลงานที่สนใจได้ด้วยตนเอง โดยอาจเลือกผู้รับเหมาในพื้นที่ใกล้บ้านได้อีกด้วย

    ขั้นตอนใดบ้างที่คนทั่วไปสุ่มเสี่ยงจะโดน "ความไม่ซือสัตย์" ทำร้ายมากที่สุด เมื่อสร้างบ้าน

               ทุกขั้นตอนต้องมีการดูแล และควบคุมคุณภาพอย่างทั่วถึง ตั้งแต่การเริ่มออกแบบ จนสร้างเสร็จออกมาเป็นหลัง ซึ่งผลของความไม่ซื่อสัตย์จะอยู่ในรูปแบบของการล็อคสเป็ค แบนด์วัสดุที่เลือกใช้ของผู้ออกแบบ การฮั้วการประกวดราคากับผู้รับเหมา การหมกเม็ด การสับงานแบบไม่มีคุณภาพของผู้รับเหมา ไม่มีการควบคุมคุณภาพของงาน การลดปริมาณของ ลดสเป็ควัสดุ ซึ่งตรงนี้สามารถเกิดได้ทุกขั้นตอน อย่างไรก็ตามหากเกิดการลดสเป็ควัสดุ หรือลดของในขั้นตอนของงานฐานรากและโครงสร้าง ผมมองว่าน่าจะทำให้เกิดผลกระทบมากที่สุด เพราะโครงสร้างและฐานราก ถือเป็นพื้นฐานหลักของความแข็งแรงและอายุการใช้งานของตัวบ้าน ซึ่งสาเหตุดังกล่าวอาจส่งผลให้บ้านทรุด แตกร้าว และไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้หายขาดได้อย่างถาวรอีกด้วย

    เป้าหมายที่คาดหวังกับทุกช่องทางที่กำลังทำอยู่

             ผมหวังว่าทั้งเพจผู้รับเหมาผู้ซื่อสัตย์และเว็บไซด์ จะเป็นพื้นที่ของการรวมกลุ่ม เป็นสังคมการก่อสร้างทางออนไลน์ที่ดีที่สุด ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทุกคนที่เกี่ยวข้องบ้านบ้าน เจ้าของบ้าน เจ้าของโครงการ ก็สามารถเข้มาดูข้อมูล เห็นผลงานที่ผ่านมาของช่าง สถาปนิก และผู้ชำนาญการด้านต่างๆได้ ทั้งยังสามารถให้คะแนน Rating ความพึงพอใจหลังจากได้รับบริการจากผู้เชี่ยวชาญนั้นๆ ในส่วนของช่างผู้ชำนาญการ ผู้รับเหมางานต่างๆเอง ก็จะเกิดการพัฒนา ปรับปรุงผลงาน ให้มีคุณภาพ สร้างตัวตนและความน่าเชื่อถือ เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ บนเว็บไซด์แห่งนี้ นอกจากนี้ เรายังมีการรวมกลุ่มกันแบ่งปัน แชร์ข้อมูล ความรู้ ข้อเท็จจริงระหว่างกันที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับหน้างานจริง และยกระดับคุณภาพ ความน่าเชื่อถือของสังคมการก่อสร้างอย่างยั่งยืนได้อีกด้วย 

    ท้ายสุดนี้ อยากจะฝากอะไรถึงคนที่กำลังจะมีบ้านเป็นของตัวเองบ้าง?

              หากใครกำลังคิดจะสร้างบ้าน หรือซื้อบ้านเป็นของตนเอง ควรหาข้อมูล ทำการบ้านล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฟังก์ชั่นการใช้งาน แปลนบ้าน ไอเดีย แบบบ้าน และการแต่งบ้าน ทำความเข้าใจในรายละเอียดของตัวงาน และขั้นตอนการก่อสร้าง ข้อดี-ข้อเสียของวัสดุก่อสร้างแต่ละประเภท ซึ่งปัจจุบันนี้โลกออนไลน์ได้เข้ามามีส่วนในชีวิตประจำวันมากขึ้น จึงเป็นเรื่องง่ายที่เราสามารถหาข้อมูลเบื้องต้น หาแบบบ้านที่ชอบ จากอินเตอร์เน็ตได้อย่างสะดวกสบาย และรวดเร็ว อย่างไรก็ดี ปัจจัยหลักที่จะช่วยให้การสร้างบ้านมีความแข็งแรง สวยงาม ราบรื่น เสร็จตามกำหนด และงบไม่บานปลาย คือ การหาผู้รับเหมาที่ดี มีคุณภาพ และไว้ใจได้ ดังนั้นเราจึงควรให้ความสำคัญกับเรื่องขั้นตอน และแนวทางคัดเลือกผู้รับเหมาก่อสร้าง ซึ่งจะช่างลดปัญหา และขั้นตอนการทำงานที่ซับซ้อน ลดต้นทุนการก่อสร้าง และลดโอกาสผู้รับเหมาทิ้งงานลงได้อย่างมาก

              ท้ายสุดนี้ ผมขอฝากเวปไซด์ vLIVINGPRO ที่รวมทุกสายงานอาชีพด้านการก่อสร้างที่ดีที่สุด ที่จะช่วยคุณเพิ่มโอกาสในการค้นหาผู้รับเหมา ช่าง สถาปนิก รวมถึงร้านค้าต่างๆที่มีคุณภาพ ลดโอกาสเสี่ยงจากการถูกโกง ถูกทิ้งงานต่างๆลงได้ครับ

  • หากช่วงนี้มีใครต้องการจะสร้างบ้านซักหลัง ขั้นตอนแรกๆของการก่อสร้างที่ไม่ควรมองข้ามคือ การเทลีน ดังนั้นเรามาดูขั้นตอนการเทลีนกัน ว่ามีอะไรบ้าง เพื่อที่จะได้เข้าใจถึงความสำคัญของขั้นตอนนี้ค่ะ

     

     

     

     

    การเทลีน หมายถึง  การเทคอนกรีตปรับผิวหน้าดิน สำหรับเตรียมพื้นที่ไว้รองรับการผูกเหล็ก เพื่อเทคอนกรีตงานโครงสร้างที่วางบนพื้นทราย หรือดิน

     

     

    ขั้นตอนการเทลีน มีดังนี้

    1. ขุดหลุม หรือปรับระดับดิน

    2. ผสมคอนกรีตหยาบในอัตราส่วน 1: 3 : 5 คือ ปูน 1 ส่วน ทราย 3 ส่วน และหิน 5 ส่วน

    3. เทคอนกรีตให้มีความหนาประมาณ 5 – 10 เซนติเมตรลงบนพื้นดิน

     


    ข้อดีของการเทลีน คือ

    1. ช่วยให้การผูกเหล็กตรงส่วนที่ติดกับพื้นดินทำได้ง่ายขึ้น เช่น งานฐานราก และคานคอดิน เป็นต้น และควรมีการหนุนลูกปูนด้วย เพื่อช่วยให้คอนกรีตไหลลงแบบได้มิดทั่วทั้งเหล็ก และช่วยเพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้าง รวมทั้งเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสนิม

    2. ช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดจากดิน เช่น ดินไหล ดินเป็นโพรง ดินโคลนสกปรก หรือน้ำจากใต้ดิซึ่งอาจส่งผลต่อความแข็งแรงของโครงสร้างได้

     

     

    รูปเปรียบเทียบตัวอย่างการเทลีน และไม่เทลีน

     

    เมื่อทราบถึงความสำคัญของ "การเทลีน" แล้ว ใครที่กำลังเริ่มสร้างบ้านอยู่ หรือกำลังคิดที่สร้าง อย่าลืมตรวจสอบกันด้วยนะคะว่าช่างได้ทำการเทลีนรึป่าว เพื่อประโยชน์ของเรา และบ้านที่รักของเราค่ะ

     

  • การที่จะถมดิน มีอะไรบ้างที่ควรรู้บ้าง! จะถมดินในพื้นที่ทั้งทีสิ่งที่ควรรู้ก่อนการถม เพื่อไม่ให้เป็นการสูญเปล่า จะมีอะไรบ้างนั้น วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกัน

     

    การถมดิน เป็นการทำให้บ้านสูงหรือเท่ากว่าถนน มาดูกันดีกว่า ว่าก่อนจะถมดินได้ต้องรู้อะไรบ้าง

    1.ต้องถมดินไหม

    บ้านโดยทั่วไปควรจะอยู่สูงกว่าพื้นถนนไว้ก่อน โดยทั่วไปถนนสาธารณะ จะมีการถมดินหนีน้ำหลายๆปีต้องมีการทำถนนหากบ้านเราสูง กว่าถนนนิดเดียว ในอนาคตอาจจะต่ำกว่าถนนได้

     

    2.ถมดินสูงเท่าไหร่ดี

    1.ดูทุนทรัพย์ในการถมแค่ไหนยิ่งพื้นที่ใหญ่กว่าค่าถมยิ่งแพง

    2.ดูพื้นที่เพื่อนบ้านหากสูงกว่ามากอาจจะดูไม่เหมาะ

     

    3.เผื่อดินไว้สำหรับการยุบตัว

    ในการถมดินแต่ละครั้ง เมื่อเวลาผ่านไปดินจะมีการยุบตัวเสมอ ดังนั้นเราควรถมดินให้สูงกว่าระดับที่ต้องการเล็กน้อย เช่น ถ้าต้องการถมดิน 80 cm อาจจะต้องถมดินไว้สูงที่ระดับ 100 cm

     

     

    4.เลือกถมดินเดือนไหนดี

    จะถมดินช่วงไหนก็ได้แต่ให้ดีควรเลือกหน้าฝนเพราะน้ำฝนจะเป็นตัวช่วยให้ดินที่ยุบตัวและแน่น

     

     

    5.ใช้ดินประเภทไหนดี

    หากปลูกบ้านสร้างอาคารควรใช้ดินลูกรัง , หากต้องการทำเกษตรแนะนำให้ใช้ดินดำจะดีกว่า

     

    6.ซื้อดินเป็นคันรถหรือเหมาจ่ายดีกว่ากัน

    หากมีเวลามีคนเฝ้าก็สามารถเอาแบบเป็นคันรถได้ ตกลงกันให้แน่นนอน หากไม่มีคนเฝ้าแนะนำให้เอาแบบเหมาจะดีกว่า ตกลงราคากันให้เรียบร้อยว่าเท่าไหร่ยังไงเพราะหลังจากการถมแล้วต้องมีการบดอัดดินเพื่อให้แน่นอีกครั้ง

     

    7.ตรวจเช็คเพื่อนบ้าน

    การถมดินจะมีผลทั้งเรื่องเสียง ฝุ่น ความสกปรก เพราะอาจเกิดความไม่สะดวกให้กับเพื่อนระแวกข้างๆบ้านอาจจะต้องมีการแจ้งเพื่อนบ้านเพื่อทำความเข้าใจ

     

     

     

    8.เซ็นสัญญาทุกครั้งก่อนทำการว่าจ้าง

    ก่อนจะทำการว่าจ้าง ทำสัญญาให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันการทิ้งงานหรือได้ของไม่ตรงตามที่ตกลงกันไว้

     

     

     

    9.แบ่งจ่ายเป็นงวด

    ควรจ่ายเป็นงวดๆเพื่อป้องกันไมให้เกิดการล่าช้าและทิ้งงาน ไม่เป็นไปตามที่ตกลงไว้

     

     

    10.ถมดินแล้วรอนานไหมกว่าจะสร้างบ้านได้

    หากเป็นการถมดินแล้วการปลูกบ้านต้องมีการลงเข็มและน้ำหนักของตัวบ้านทั้งหมดจะไปอยู่ที่เข็ม ดังนั้น ในทางปฎิบัติ การถมดินแล้วสร้างเลยไม่ทำให้ปัญหาบ้านทรุด แต่ดิน อาจมีการยุบตัว เกิดเป็นโพรงใต้บ้าน ดังนั้นตอนก่อสร้างควรหาวิธีที่จะปิดช่องว่างที่จะเกิดได้ เพื่อป้องกันสัตว์เลื้อยคาน

     

  • ปัจจุบันโคมไฟระย้ามีหลายแบบหลากสไตล์ การเลือกแบบให้เข้ากับสไตล์ของแต่ละห้อง จะช่วยให้ห้องดูดี สวยงาม มีสไตล์มากยิ่งขึ้น วันนี้เรามีไอเดียดีๆ ในการตกแต่งบ้านด้วยโคมไฟระย้า มาฝากคนรักบ้านกันค่ะ

     

     

    โคมไฟระย้า

             โคมไฟระย้ามีเพื่อเน้นส่วนของบ้านที่ต้องการโชว์ ให้มีความสวยงามยิ่งขึ้น ความสูงของโคมระย้าจากพื้นในกรณีที่แขวนในห้องทั่วไป ควรสูงประมาณ 1.95 - 2.10 ม.

     

    ห้องนั่งเล่น

                  โคมไฟระย้าควรอยู่บริเวณโต๊ะกลางเพื่อเป็นจุดเด่นหนึ่งของห้องนั่งเล่นและควรเลือกให้เหมาะกับสไตล์ของห้องที่เราตกแต่ง

     

    ห้องกินข้าว

         ติดเหนือโต๊ะกินข้าว 1 ชุด หรือ 2 ชุดก็ได้ ขึ้นอยู่กับความยาวไม่ควรแขวนโคมไฟสูงเหนือโต๊ะอาหารมากเกินไป 

     

    ห้องนอน

                        ถ้าอยากมีห้องที่ดูแตกต่างควรใช้โคมไฟติดเพดาน เป็นโคมไฟระย้า สิ่งที่ดีที่สุดควรเลือกแสงที่อ่อนๆ เพราะ เป็นการพักผ่อน

     

    ห้องน้ำ

           ควรติดความสูงให้พอดีและให้แสงสามารถส่องเห็นหน้าตอนส่องกระจกได้

     

    ห้องทำงาน   

                 โคมไฟระย้าสามารถแขวนได้กึ่งกลางห้องหรือเหนือโต๊ะทำงานก็ได้

     

    สไตล์โคมไฟระย้า หรือแชนเดอร์เลียร์ที่นิยมนำมาตกแต่ง มีดังนี้

                   เป็นรูปแบบดั่งเดิม เน้นความหรูหรา ตกแต่งด้วยเม็ดคริสตัลเมื่อกระทบกับแสงไฟ จะส่งประกายระยิบระยับ โครงหรือกิ่งก้านมักทำจากแก้ว หรือมีก้านทองเหลืองสลักลาย รวมถึงแชนเดอร์เลียร์แบบ Classic จะให้อารมณ์ที่เรียบ และเย็นกว่า

     

    แชนเดอร์เลียร์แบบ Contemporary 

                     มีความร่วมสมัยมากขึ้น ผสมผสานระหว่างแบบคลาสสิคกับแบบปัจจุบัน รูปทรงก็ค่อนมาทางเรียบๆ ไม่มีลวดลายซับซ้อนเท่ากับแบบ classic โครงหรือกิ่งก้านจะเป็นโลหะ หรือวัสดุธรรมชาติ

     

     

    แชนเดอร์เลียร์ Modern Classic

                    มีพื้นฐานมาจากแชนเดอร์เลียร์กลุ่ม classic เพิ่มเติมความทันสมัยด้วยวัสดุใหม่ๆ เช่น โครงหรือกิ่งก้านเป็นเหล็ก เน้นความรู้สึกเรียบง่าย อบอุ่น แต่เริ่มมีสีสันมากขึ้น รูปทรงยังคงความอ่อนช้อยงดงามแบบ classic

     

     

    แชนเดอร์เลียร์ Modern

                     เน้นความสวยงามแบบเรียบง่าย ไม่เหลือเค้าโครงแบบดั่งเดิม ตกแต่งด้วยดวงโคมน้อยชิ้นเน้นรูปทรงเรขาคณิต ไม่มีลวดลายห้อยระย้ามากนัก มีเส้นสายเรียบๆ ตรงๆ แต่อาจจะออกแนวย้อนยุคได้บ้าง เพื่อลดความแข็งกระด้าง และไม่ใช้เม็ดคริสตัล เหมาะกับบ้านสไตล์โมเดิร์นเป็นส่วนใหญ่

     

     

    โคมไฟระย้า เป็นทางเลือกหนึ่งที่ได้รับความนิยมในการนำมาจัดตกแต่ง ยังไงก็ลองนำไอเดียร์ต่างๆ เหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับการแต่งบ้านของทุกคนดูนะคะ