DIY ทำ Magnet แม่เหล็กติดตู้เย็นสุดน่ารัก
By vLIVING PRO20 กุมภาพันธ์ 2561 09:56:49
วันนี้เรามาทำการประดิษฐ์ตกแต่งบ้านง่ายๆ ด้วยการหยิบรูปถ่ายสุดโปรด หรือนำฝาขวดน้ำอัดลมที่ไม่มีประโยชน์ มาทำ DIY เป็นแม่เหล็กติดตู้เย็นสุดเก๋ไว้สำหรับตกแต่ง หรือไว้แปะโน้ตน่ารักๆ กันเถอะค่ะ แค่ใส่ไอเดียเก๋ๆ บวกกับฝีมือลงไป เพื่อโชว์ผลงานและความทรงจำของเรา มาลงมือทำ DIY กันได้เลยค่ะ
 
1. ทำ Magnet จากรูปถ่ายใบโปรด
อุปกรณ์การประดิษฐ์ มีดังนี้
1. รูปถ่ายสวยๆ
2. แผ่นโฟมยาง หรือกระดาษชานอ้อย
3. กาวแบบด้าน หรือใสก็ได้
4. แม่เหล็กแบบแผ่น หรือแบบกลม
5. คัตเตอร์หรือกรรไกร
6. ไม้บรรรทัด
 
วิธีการทำ
1. เลือกรูปที่ชอบ หรือรูปที่เห็นแล้วต้องแอบอมยิ้มทุกครั้ง เช่น รูปถ่ายสนุกๆ ตลกๆ สุดฮา ภาพครอบครัว หรือภาพถ่ายสวยงาม เป็นต้น
 
   
 
 
2. ทำแผ่นรองด้านล่าง ที่มีน้ำหนักเบา ตัดง่ายไม่เจ็บมือ อาจใช้แผ่นโฟมยางหรือกระดาษชานอ้อยก็ได้ จากนั้นทากาวที่รูปถ่ายให้ทั่ว โดยเฉพาะตรงมุมของรูป และติดลงบนแผ่นรอง รอให้แห้งสนิทแล้วค่อยทำขั้นตอนต่อไป
 
   
 
 
3. ใช้กาวรองพื้นที่สามารถเคลือบชิ้นงานได้ด้วย เพื่อเคลือบรูปถ่ายให้สวยและคงทน เวลาแห้งจะใสไม่มีสี ไม่ทิ้งคราบ และไม่ขุ่น ทิ้งให้แห้งประมาณ 24 ชั่วโมง อย่าใจร้อนแล้วเอากล่องพลาสติกครอบชิ้นงานไว้ด้วยเพื่อกันฝุ่นเกาะ
 
   
 
 
4. เมื่อรูปแห้งแล้ว ก็ติดแม่เหล็กที่ด้านหลัง ถ้าใช้แผ่นแม่เหล็กแบบมีกาวก็สะดวกดีค่ะ ถ้าหาซื้อไม่ได้ ใช้ปืนกาวติดแม่เหล็กกลมเข้าที่ด้านหลัง 

  

 

5. เสร็จเรียบร้อยก็เอาไปติดโชว์บนตู้เย็นกันได้เลย

 

 

2. ทำ Magnet จากฝาขวดด้วยการเพ้นสี และติดรูปภาพ

อุปกรณ์การประดิษฐ์ มีดังนี้

1. ฝาขวดชนิดต่างๆ 

2. สีสเปรย์ตามชอบใจ

3. กระดาษขาวหรือสีตามชอบใจ

4. สีโปสเตอร์และพู่กัน

5. แม่เหล็กแบบกลม

6. กระดาษแผ่นหนา

7. กาว กรรไกร

วิธีการทำ

1. นำฝาขวดชนิดต่างๆ ตามต้องการมาพ่นสี แล้วพักไว้ รอให้แห้ง 

    

 

2. เมื่อสีแห้งแล้ว ก็เพ้นท์ลวดลายลงบนฝาตามต้องการ หรือตัดกระดาษเป็นวงกลมให้มีขนาดเท่ากับฝา แล้ววาดลวดลายลงบนกระดาษ หรืออาจจะใส่รูปภาพลงไปก็ได้ โดยตัดรูปภาพให้มีขนาดเท่ากับฝาขวด แล้วนำไปติดลงบนฝา

    

 

3. นำแม่เหล็กมาทากาว แล้วติดเข้ากับฝาขวด ถ้าต้องการติดแม่เหล็กด้านใน ควรหากระดาษเสริมใต้ฝา เพื่อเวลาที่ติดแม่เหล็กจะได้สูงพอดีกับขอบฝา

   
 
 
4. แค่นี้ก็ได้แม่เหล็กเก๋ๆ ไว้ติดกระดาษโน้ตที่ตู้เย็นหรือกระดานบอร์ด ให้สมาชิกในครอบครัวได้อ่านกันแล้ว
 
   
 
 

น่ารักถูกใจกันไหมคะ แถมยังสามารถนำไอเดียเหล่านี้ไปต่อยอดได้อีกหลากหลายเลยด้วยค่ะ ลองหาเวลาว่างๆ แล้วทำกันดูนะคะ อาจลองใช้น้ำยาทาเล็บ หรือกากเพชรเพ้นท์ลวดลายลงบนฝาขวดแก้วก็ได้ค่ะ น่าจะได้ความสวยงาม และแปลกใหม่ไปอีกแบบ

 

ขอบคุณภาพประกอบจาก pinterest

vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  • เคยได้ยินกันบ้างมั้ยกับคำว่าหน้าตัดคานมันคืออะไร? วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกัน

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

  •      ก่อนเลือกปลั๊กพ่วงมาใช้ดูให้ดี เช็คให้ชัวร์ ว่าได้มาตรฐานมั้ย ดูให้เรียบร้อยว่าแบบไหนดี เหมาะกับการใช้งาน หากเลือกไม่ดี อาจเกิดการช็อตได้ วันนี้เรามีวิธีการเช็คมาฝากกัน

     

     

  • วัสดุทำอ่างซิงค์ล้างจาน มีหลากหลาย แต่แบบไหนที่เหมาะกับเรานะ ???
    ปัจจุบัน อ่างล้างจานที่มีขายกันตามร้านค้ามีวัสดุให้เลือกมากมาย
    ตัวอย่างได้แก่
    - อ่างซิงค์อลูมิเนียม
    - อ่างซิงค์สแตนเลส
    - อ่างซิงค์เหล็กชุบโครเมียม
    - อ่างซิงค์คอนกรีต
    - อ่างซิงค์แกรนิต
    - อ่างซิงค์พลาสติก
    .
    ----------------------------------------
    .
    ซึ่งวัสดุแต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติ
    ข้อดี ข้อเสียต่างกัน
    .
    เช่น ความทนทานต่อแรงกระแทก
    ทนต่อรอยขีดข่วน ความสวยงาม
    การเกิดสนิมเมื่อผ่านการใช้งาน
    เป็นต้น
     
    .
     
     
     
     
     
  •          เชื่อว่ามีคนมากมายที่กำลังคิดว่าอยากจะสร้างบ้านใหม่ แต่อาจยังลังเลใจอยู่ เลือกไม่ถูกว่าจะสร้างบ้านไม้ หรือบ้านปูนดี  ดังนั้น เพื่อให้ได้เห็นถึงความแตกต่างของบ้านไม้ กับ บ้านปูน อย่างชัดเจน เราจึงได้นำข้อดี – ข้อเสีย ของบ้านทั้ง 2 แบบ มาเปรียบเทียบให้ดูกัน ดังนี้

     

      

     

    บ้านไม้

              ควรเลือกใช้ไม้แต่ละประเภทให้เหมาะสมกับการใช้งาน เช่น ไม้บางประเภทอาจจะเหมาะสำหรับใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ หรือบางประเภท เหมาะสำหรับทำโครงสร้างบ้าน เป็นต้น

              บ้านไม้ เป็นบ้านที่มีความสวยงาม คลาสสิก และอบอุ่น อากาศถ่ายเทได้ดี โปร่ง โล่ง สบาย มีความยืดหยุ่นสูง ง่ายต่อการซ่อมแซมแก้ไข รื้อถอน หรือตกแต่งเพิ่มเติม และสามารถนำไม้กลับมาใช้ใหม่ได้

     

     

     

     

     

    1. ไม้เต็ง เนื้อไม้มีผิวหยาบ เหมาะสำหรับงานที่โชว์ลวดลายของไม้ ส่วนใหญ่เหมาะสำหรับใช้กับงานภายนอก และงานโครงสร้างเป็นหลัก เช่น เสา และคาน

    2. ไม้แดง นิยมนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของโครงสร้างบ้าน เช่น ใช้ทำพื้นบ้าน หรือวงกบประตู หน้าต่าง เป็นต้น

    3. ไม้มะค่า มีความแข็งแรงมาก ส่วนใหญ่นิยมนำมาใช้ทำพื้นไม้ และบันไดบ้าน

    4. ไม้ตะแบก เหมาะสำหรับใช้กับงานภายในเท่านั้น เช่น พื้นภายในบ้าน และประตู เป็นต้น

    5. ไม้ตะเคียน มีความคงทนสูง ส่วนใหญ่ใช้สำหรับทำวงกบ และพื้นไม้

    6. ไม้สัก มีลายไม้ที่สวยงาม และคงทน เหมาะสำหรับใช้เป็นส่วนประกอบของโครงสร้างบ้าน หรือส่วนต่างๆ ของบ้านที่ต้องการความสวยงาม เช่น บานประตู หน้าต่าง และเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น

    7. ไม้ยางพารา เหมาะสำหรับใช้ทำประตู วงกบ พื้น บันได และเฟอร์นิเจอร์

    8. ไม้จำปา ส่วนใหญ่นิยมใช้กับงานภายใน เช่น ประตู เป็นต้น

     

    ข้อควรระวังสำหรับบ้านไม้ คือ

    1. จำเป็นต้องใช้ช่างที่มีประสบการณ์ในการสร้างบ้านไม้ ต้องมีฝีมือที่ประณีต เรียบร้อย และสวยงาม
    2. ในปัจจุบันไม้หายากมากขึ้น จึงทำให้ไม้มีราคาแพง
    3. ปลวก และแมลงสามารถกันกินไม้ได้
    4. เสื่อมโทรม ผุ พังได้ตามอายุการใช้งาน และตามสภาพดินฟ้าอากาศ

     

    การป้องกัน และการดูแลแก้ไขสำหรับบ้านไม้ คือ

    1. ประตู หน้าต่าง และโครงสร้างไม้ภายนอก ควรทาด้วยสีน้ำมัน สีพลาสติก สำหรับใช้กับงานไม้โดยเฉพาะ หรือสามารถใช้สีย้อมไม้ก็ได้เช่นกัน ทาประมาณ 2 – 3 ชั้น การทาแต่ละชั้นควรทิ้งระยะให้แห้งอย่างน้อยประมาณ 6 ชั่วโมง
    2. ไม้บริเวณระเบียงนอกชาน ที่อยู่กลางแจ้ง ควรขัดผิว และทาด้วยสีย้อมไม้สำหรับทาภายนอกโดยเฉพาะ ทุกๆ 3 ปี
    3. พื้นไม้ และบันไดภายในบ้าน ควรทาน้ำยากันปลวกให้ทั่วก่อน แล้วจึงเคลือบด้วยน้ำยาโพลียูรีเทน เพื่อช่วยป้องกันการเกิดรอยขีดข่วนจากการใช้งาน และช่วยเพิ่มความทนทานได้อีกด้วย
    4. เฟอร์นิเจอร์ไม้ ควรขัดเคลือบผิวก่อน เพื่อไม่ให้เนื้อไม้เสีย หรือดูดซับความชื้นมากจนเกินไป จากนั้นจึงเคลือบด้วยแล็กเกอร์ เพื่อช่วยให้ผิวไม้เงางามมากยิ่งขึ้น การทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ไม้ ควรใช้ผ้านุ่มๆชุบน้ำที่ผสมกับสบู่จางๆ เช็ดทำความสะอาด หรือใช้น้ำยาทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ไม้โดยเฉพาะก็ได้ ใช้ง่าย และยังสามารถช่วยบำรุงผิวไม้ได้อีกด้วย
     

    บ้านปูน

              ความแข็งแรงของบ้านปูน จะขึ้นอยู่กับโครงสร้างที่ใช้ ส่วนผสมของคอนกรีต เทคนิคการก่ออิฐ ฉาบปูน และงานระบบต่างๆ เช่น งานฝ้าเพดาน งานประปา และงานไฟฟ้า เป็นต้น

     

     

     

              บ้านปูนมีลักษณะที่ทันสมัย และสวยงาม แต่ผนังของบ้านปูนจะมีความทึบแสง ไม่โปร่งเท่ากับบ้านไม้ ดังนั้น อาจแก้ไขได้โดย การจัดแปลนบ้านให้ลมสามารถพัดผ่านเข้าภายในบ้านได้ และจัดให้ห้องที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน อยู่ในด้านที่โดนแดดจัดๆในตอนกลางวัน เช่น ห้องเก็บของ เป็นต้น หรือทำช่องระบายอากาศให้มากขึ้น และทำหน้าต่างให้กว้างขึ้นด้วย

     

    ข้อควรระวังสำหรับบ้านปูน คือ

    ควรใช้ช่างที่มีความชำนาญ ไม่เช่นนั้น อาจทำให้เกิดรอยร้าวได้ ดูไม่สวยงาม และอาจเกิดคราบดำขึ้นที่ผนัง เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ และชนิดของปูนให้เลือกใช้มากมาย ดังนั้นจึงควรเลือกใช้ให้ถูกต้องตามแต่ละประเภทด้วย และสำหรับผู้ที่ต้องการจะรีโนเวทบ้านปูน ต้องทำการทุบ หรือรื้อถอนของเก่าทิ้งก่อนเท่านั้น ไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีก ยกเว้น ประตู หน้าต่าง วงกบ บันได ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ถ้าอยู่ในสภาพที่ดี

     

              สำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจ หรือกำลังสับสนอยู่ บทความนี้น่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการนำมาช่วยพิจารณา ในการตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ว่าจะเลือกสร้างบ้านแบบไหนดี จึงจะเหมาะสมสไตล์ และการอยู่อาศัยของเรามากที่สุด

     

    ขอบคุณรูปภาพจาก Pinterest

  • การมีมิตรย่อมดีกว่ามีศัตรู บ่อยครั้งที่เราเห็นปัญหามากมาย ของปัญหาเพื่อนบ้านที่รั้วใกล้กัน

    มาจากปัญหาเล็กๆโดยไมไ่ด้ตั้งใจ วันนี้เรามี 9 เทคนิคดีๆมานำเสนอเพื่อนๆนะครับว่า

    มีวิธีอย่างไรบ้างเพื่อไม่ให้มีปัญหากับเพื่อนบ้าน