แก้ไขอย่างไรหากผนังไม่มีทับหลัง(ช่างแนะ)
By vLIVING PRO14 กันยายน 2562 11:25:44

 มีคำถามจากเว็บอร์ดที่ได้ถามกันเข้ามาว่า..

     บ้านโครงการแจ้งว่าบ้านที่กำลังก่อสร้างเลือกทำเสาเอ็นแนวตั้ง จึงไม่ใส่คานทับหลัง หรือเสาเอ็นแนวนอน เนื่องจากแข็งแรงกว่า สวยงามกว่า จึงอยากเรียนปรึกษาเรื่องการติดตั้งคานทับหลังหรือเสาเอ็นหน่อยค่ะ ว่ามี criteria ในการเลือกยังไงบ้าง วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกัน

 

vLIVING PRO
สนใจติดต่อโฆษณาเว็บไซต์กับ vLIVING PRO โทร.02-101-9493 #16, 082-359-3382
บทความอื่นที่น่าสนใจ
  • ไม้ระแนงคือ ลักษณะของแผงระแนงไม้ที่เป็นทั้งแนวนอน

    หรือว่าแนวตรง  มีลักษณะเป็นไม้ที่เป็นแผ่นยาวๆ

    ....................................................................

    มีหลายหลายวัสดุเช่น

    ....................................................................

    ....................................................................

    ....................................................................

    ....................................................................

     

    ที่นำมาเรียงไว้บนโครงคร่าวอาจจะเว้นช่องว่างหรือไม่เว้นก็ได้

    ....................................................................

    ....................................................................

    ไม้เหล่านี้ทำหน้าที่ เป็นที่บังแดด หรือบังตาในบ้าน

    หรืออาจจะใช้เป็นพื้น ผนัง รั้วหรือ ระเบียงเหมาะกับบ้าน

    ที่ไม่ต้องการความอึดอัดจนเกินไป

     

    ....................................................................

    ....................................................................

    ....................................................................

    ไม้ระแนงถือว่าเป็นทางเลือกในการตกแต่งบ้านได้อีกประเภทหนึ่ง

    ซึ่งมีหลากหลายวัสดุ ให้เลือก หากจะเลือกนำไปใช้ก็เลือกให้เหมาะกับบ้านนะคะ

    ....................................................................

  • ไอเดียตกแต่งสวนด้วยของที่มีภายในบ้าน ซึ่งวัสดุบางอย่างอาจเป็นของรักของโปรดที่เราใช้เป็นประจำ เมื่อมันเสื่อมสภาพใช้งานไม่ได้ก็อาจเสียดายที่ต้องทิ้งไปเฉยๆ วันนี้จึงนำการตกแต่งสวนที่เรียบง่ายผสมกับวัสดุที่คุ้นตามาแนะนำกัน ลองไปชมไอเดียรูปแบบต่างๆ กันเลยว่ามีอะไรบ้าง

    1. เปลี่ยนกระเช้าปีใหม่ให้กลายเป็นกระถางต้นไม้สุดเดิร์น

       

    กระเช้าของขวัญที่หลายๆคนอาจได้รับในช่วงเทศกาลปีใหม่ สามารถนำมาปลูกต้นไม้ ดอกไม้วางไว้ในสวนสวย หรือตามมุมโปรดในบ้านของเราได้นะ แถมยังใช้เป็นของขวัญให้กับคนอื่นได้อีกด้วย

     

    2. กระถางต้นไม้จากกรงนกที่ถูกทิ้ง

      

    สำหรับบ้านใครที่เลี้ยงนก รักนกเป็นชีวิตจิตใจ ต้องมีกรงนกเก่าๆ เริ่มชำรุด ทรุดโทรมอยู่แน่นอน ลองนำกรงเก่าๆที่ไม่ได้ใช้มาทำเป็นกระถางต้นไม้แขวนดูนะคะ แล้วหาต้นไม้ที่ปลูกง่าย โตไว ไม่ต้องดูแลมากมาปลูกดู เช่นต้นไม้กลุ่ม แคคตัส (Cactus) หรือกลุ่มต้นกระบองเพชร จะแขวนไว้ริมหน้าต่าง หรือสวนหน้าก็ได้ ช่วยเพิ่มความสดชื่นได้ไม่น้อยเลยค่ะ 

     

    3. กระถางต้นไม้จากล้อรถเก่า

      

    ล้อรถเก่า ของใกล้ตัวที่หลายๆคนอาจมีเก็บไว้ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ซึ่งวางทิ้งอยู่ในโรจอดรถมานานแล้ว จากการเปลี่ยนยางใหม่ เมื่อของเก่าเสื่อมสภาพ ดังนั้นเราเอายางล้อรถเก่ามาทำเป็นกระถางปลูกดอกไม้ในสวนมาทำให้มีคุณค่า ดูเก๋ไก๋ สวยงามกันดีกว่าค่ะ 

     

    4. เปลี่ยนแก้วกาแฟใบโปรดให้กลายเป็นกระถางต้นไม้สุดเก๋

      

     

    เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ต้องมีแก้วกาแฟใบโปรดไว้ใช้กันอยู่แล้ว ดังนั้นหากแก้วของคุณเกิดชำรุด บิ่น หรือมีรอยราวเล็กๆ ใช้งานไม่ได้แล้ว อย่าพึ่งทิ้งนะคะ ขอแนะนำให้เอามาปลูกต้นไม้ขนาดเล็ก หรือ “บอนไซจิ๋ว” เหมือนกับการทำสวนจิ๋วในขวดโหล ก็จะดูเก๋ไก๋ สวยงามไปอีกแบบค่ะ

     

    5. กระถางต้นไม้จากชั้นเก็บของ หรือโต๊ะทำงานเสื่อมสภาพ

      

     ชุดสวนหย่อมอันสวยสดงดงาม ทำขึ้นจากการนำโต๊ะเก่าหมดสภาพมาทาสีใหม่ ส่วนโทนสีสามารถเลือกทาได้ตามใจที่คุณชอบได้เลย อาจจะเลือกให้ตัดกับโทนสีของห้อง หรือบริเวณนั้นๆที่เราจะเอาโต๊ะไปตั้งก็ได้ค่ะ แล้วจัดวางต้นไม้ ดอกไม้ที่ชอบลงไป แค่นี้บ้านคุณก็สวยงาม สดชื่น น่าอยู่ขึ้นอีกเยอะเลย

     

    6. กระถางต้นไม้จากเก้าอี้เก่าในบ้าน

      

    เก้าอี้เก่าในบ้าน ถึงแม้ว่าผุพังแล้วก็ไม่ควรทิ้งขว้างนะคะ ถ้ามีเบาะก็แค่ลอกเบาะออก พ่นสีใหม่ตามใจชอบ แล้วนำมาทำเป็นที่ใส่ต้นไม้ เลือกต้นไม้ขนาดที่พอดีกับเก้าอี้ แล้วปลูกเป็นไม้พุ่มก็ได้นะคะ เพียงแค่นี้ก็ได้เก้าอี้สำหรับปลูกต้นไม้ ดอกไม้ในสวนสวยกันแล้วค่ะ

     

    7. กระถางต้นไม้จากรถจักรยานสุดเลิฟ

      

    จักรยานคันเก่าที่จอดทิ้งไว้มานานหลายปี ตอนนี้อาจขึ้นสนิท และสภาพไม่เอื้ออำนวยให้ใช้งานได้แล้ว ขอแนะนำให้เอามาไว้ในสวนตกแต่งประดับประดาด้วยต้นไม้ ดอกไม้หลากสีสัน หรืออาจจะย้อมสีซักหน่อยให้ดูสดใสสวยงามขึ้น แค่นี้ก็เลิศเลอแล้วค่ะ 

     

    หวังว่าไอเดียที่แนะนำทั้งหมดนี้ จะเป็นประโยชน์ให้กับหลายๆคนที่ชื่นชอบการแต่งสวน ได้ลองนำไปทำ ดัดแปลง หรือประยุคใช้ให้ตรงกับความต้องการของทุกคนได้นะคะ

  •           กระเบื้องระเบิดคือกระเบื้องปูพื้นดันกันจน โก่ง หลุดออกมาเป็นแผ่น หรือกระเบื้องอาจดันกันจนแตก เกิดจากการพื้นโครงสร้างใต้กระเบื้องยืดหดตัวสาเหตุมาจากอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงจึงทำให้กระเบื้องมีการขยับตัวหรือการเว้นร่องยาแนวน้อยจนเกินไปไม่ถูกตามหลักมาตรฐานของการปูกระเบื้องมาดูกันดีกว่าว่าการแก้ไขหากเกิดปัญหานี้แล้วจะต้องทำอย่างไร

     

    การปูกระเบื้องควรเลือกปูให้ถูกวิธีตามมาตรฐาน ไม่เช่นนั้นอาจเกิดปัญหาตามมาภายหลังมากมายได้นะครับ

  • การปูกระเบื้อง เป็นองค์ประกอบหนึ่งของบ้าน ทั้งภายนอกและภายในบ้าน รวมถึงกระเบื้องจะมีอายุการใช้งานยาวนานหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการใส่ใจในงานปูกระเบื้องด้วย จึงควรปูกระเบื้องให้ถูกวิธี เพื่อจะได้ไม่เกิดผลกระทบเสียหายได้ ในระยะยาว

     

    การปูกระเบื้องที่ถูกวิธี มีขั้นตอนดังนี้

    ควรใช้ปูนกาวในการปูกระเบื้อง เพราะปูนกาวมีสารที่ช่วยป้องกันการดูดน้ำ ไม่ให้กระเบื้องดูดน้ำออกจากปูนทราย ช่วยให้กระเบื้องไม่แข็งเร็วเท่าที่ควรจะเป็นก่อนที่จะเซ็ทตัว

     

    ควรผสมปูนกาวกับน้ำในปริมาณที่พอดีและเข้ากันทุกส่วน ไม่ข้นหรือเหลวจนเกินไป ทิ้งไว้ 3-4 นาทีก่อนใช้งาน กาวซีเมนต์ที่ผสมแล้วสามารถใช้งานได้ไม่เกิน 3-4 ชั่วโมง (ดูฉลากข้างถุงปูน) แล้วใช้เกรียงหวีปาดปูนกาวให้ทั่วบริเวณที่ต้องการปู 

     

    ถ้าเป็นกระเบื้องแผ่นใหญ่ ขนาดใหญ่กว่า 10x10 นิ้ว ควรปาดปูนกาวให้เต็มด้านหลังของแผ่นด้วย แล้ววางกระเบื้องลงตรงจุดที่ต้องการปู จากนั้นใช้ค้อนเคาะ เพื่อช่วยปรับให้ได้ระดับเดียวกัน และควรใช้ spacer หรือวัสดุที่ใช้สำหรับเว้นช่องไฟ เพื่อให้ได้ช่องที่เท่ากัน และเพื่อความสวยงาม

     

    เมื่อปูกระเบื้องเสร็จแล้วควรทิ้งไว้อย่างน้อย 1 วัน เพื่อให้ปูนกาวเซ็ตตัว แล้วจึงค่อยทำการยาแนวให้เต็มร่อย เสร็จแล้วทิ้งไว้อีก 7 วัน จึงจะสามารถใช้งานในบริเวณนั้นๆได้ เพื่อให้ซีเมนต์ที่ใช้ยาแนวแข็งได้ตัวเต็มที่ และทำให้ปูนกาวยึดเกาะกระเบื้องได้เต็มแผ่น ไม่เกิดปัญหากระเบื้องแตก หรือน้ำซึมผ่านเข้าไปในกระเบื้อง รวมทั้งช่วยลดปัญหาการเกิดคราบขาวบริเวณผิวกระเบื้องด้วย

     

    หากทราบวิธีการปูกระเบื้องที่ถูกต้องแล้ว จะช่วยให้ลดปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามมาได้ และถ้าเห็นว่าช่างปูกระเบื้องไม่ถูก เราสามารถบอกให้ช่างแก้ไขปูใหม่ได้

  •  

     

    เมื่อฤดูฝนใกล้เข้าบ้านหลายๆหลังอาจต้องพบเจอกับปัญหารอยรั่วซึมจากพื้นที่ต่างๆรอบบ้านที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งรอยรั่วจากหน้าต่างก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดน้ำซึมเข้าบ้าน และเกิดความเสียหายกับส่วนอื่น ๆ ของบ้านได้ ทั้งผนัง พื้น และเฟอร์นิเจอร์ ที่อยู่ใกล้กับบริเวณหน้าต่าง ซึ่งก่อนที่จะทำการซ่อมแซมได้นั้น ต้องสำรวจก่อนว่ามีรอยรั่วอยู่บริเวณใดบ้าง

     

    วิธีสังเกตรอยรั่วที่หน้าต่าง มีดังนี้

     

     

     

    1. ตรวจสอบการติดตั้งกระจก ว่ามีความแน่นหนาดีหรือไม่ ถ้ากระจกขยับได้แสดงว่าติดตั้งไม่แน่ นอกจากนี้ ให้ดูว่ามีรอยแตกราวหรือไม่

    วิธีแก้ไข คือ ควรเปลี่ยนกระจกใหม่

    1. ตรวจดูว่ามีแสงลอดผ่านขณะปิดหน้าต่างหรือไม่ ถ้ามี แสดงว่าหน้าต่างเกิดรอยรั่ว

    วิธีแก้ไข คือ ควรใช้ซิลิโคนอุดรอยรั่วเล็กๆน้อยๆ ตามขอบหน้าต่าง โดยบีบอัดซิลิโคนตามแนวรอยต่อของขอบหน้าต่าง ทั้งด้านนอกและด้านใน

    1. สังเกตรอยคราบเหลือง หรือรอยน้ำซึมใต้ขอบหน้าต่าง และผนังรอบๆ ว่ามีช่องว่างระหว่างวงกบกับผนังปูนหรือไม่ และอาจพบว่าหน้าต่างบวม เบี้ยว หรือปิดไม่สนิท จึงทำให้น้ำไหลย้อนเข้าบ้าน

    วิธีแก้ไข คือ สกัดเปิดผิวหน้าปูนรอบวงกบด้านนอกให้กว้างอย่างน้อย 1 เซนติเมตร แล้วใช้โพลียูรีเทน ฉีด อัดรอบวงกบ จากนั้นแต่งหน้าให้เรียบ แล้วทาสีทับเพื่อความสวยงามเรียบร้อย

    1. แผ่นยางกันน้ำตรงขอบหน้าต่างเสื่อมสภาพ เนื่องจากใช้งานมาเป็นเวลานาน

    วิธีแก้ไข คือ เปลี่ยนแผ่นยางกันน้ำที่ขอบหน้าต่างใหม่ โดยลอกแผ่นยางอันเก่าออก ควรใช้แผ่นยางที่มีขนาด และความหนาเท่าของเดิม

    1. ขอบวงกบอลูมิเนียมหน้าต่างไม่มีรูระบายน้ำ ทำให้น้ำขัง เอ่อล้น และไหลเข้าบ้าน

    วิธีแก้ไข คือ เจาะรูระบายนำที่กล่อง หรือวงกบด้านนอก เพื่อระบายน้ำฝนไม่ให้ไหลย้อนเข้าบ้าน

     

     

     

    ข้อแนะนำเพิ่มเติม หน้าต่างควรทำปีกกันสาดเล็กๆ เพื่อป้องกันฝนสาดด้วย

     

    ยังมีอีกหลายวิธีที่สามารถป้องกันฝนสาด จากการที่น้ำซึมเข้าทางหน้าต่างได้  ก่อนที่จะเข้าสู่หน้าฝน เราควรสนใจและใส่ใจซ่อมแซมบำรุงรักษาบ้านของเรา  เพื่อเป็นการยืดอายุการใช้งาน และไม่ต้องปวดหัว ทำให้เสียสุขภาพจิตที่ต้องเผชิญกับปัญหาน้ำรั่วซึมอีกด้วย

     

    ขอบคุณภาพประกอบจาก Pinterest